Sunday, 7 June 2026
WEEKEND NEWS

ทัพหญิงพปชร. จี้!! ส.ก.ก้าวไกลแสดงความรับผิดชอบ ควรไขก๊อกตำแหน่งที่ได้ความไว้วางใจจากปชช.ด้วย

(17 ก.ค. 65) ที่พรรคพลังประชารัฐ.(พปชร.) น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. แถลงข่าวเรียกร้องถามหาความรับผิดชอบของพรรคก้าวไกล กรณีนายอานุภาพ ธารทอง ส.ก.เขตสาทร พรรคก้าวไกล หลังถูกดำเนินคดีคุกคามทางเพศ ที่ขณะนี้มีการประกาศลาออกจากพรรคแล้ว ให้พิจารณาถึงตำแหน่งสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. ที่มาจากความไว้วางใจของประชาชนด้วย แม้ไม่ใช่ตำแหน่งที่ผูกพันกับตำแหน่ง ส.ส. ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแต่จิตสำนึกก็สำคัญเช่นกัน จึงไม่ได้อยากให้ในเรื่องนี้เงียบไปอย่างเช่นกรณี สก.เขตวัฒนาที่ถูกร้องเรียนคุกคามทางเพศสาวประเภทสองก่อนหน้านี้ด้วย

'กรณิศ' โต้ 'ก้าวไกล' บิดเบือนแรง กรณีสั่งซื้อ iPad พ้อ!! ข้าราชการไม่มีสิทธิใช้เครื่องมือที่ทันสมัยหรือ?

กรณิศ โต้ ส.ส.ก้าวไกลบิดเบือด ใช้มโนคติ คิดเองว่าสำนักนายกฯ จะซื้อ iPad ให้ข้าราชการ ชี้!! ข้าราชการมีสิทธิใช้เครื่องมือที่ทันสมัย เพราะเป็นหน้าตาของประเทศ 

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ​(พปชร.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แถลงชี้แจงกรณีที่ส.ส.พรรคก้าวไกล มีการพาดพิงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าจะซื้อ iPad ProM1 ตัวท็อป พร้อมอุปกรณ์เสริมให้กับข้าราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจำนวน 135 เครื่องเป็นเงิน 10 ล้านบาท ว่า...

'สนธิรัตน์' แนะ รัฐเตรียมการรับมือผลกระทบค่าไฟฟ้า-ค่าเงินบาทต่อประชาชน ห่วงติดกับดักระเบิดระลอกใหม่

วันนี้ (17 ก.ค.65) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย และอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยระบุว่า ค่าไฟ  และค่าเงินบาท เป็น 2 เรื่องกระทบปากท้องที่ต้องจับตา สัปดาห์ก่อนตนสำรวจข้อมูลเรื่องสถานการณ์ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จะเห็นว่าส่งผลกระทบต่อพวกเราเต็มๆ โดยสัปดาห์นี้มีอีก 2 เรื่องที่ขอพูดถึงเพราะถือเป็น “ระเบิดเวลาปัญหาปากท้อง” ลูกต่อไป

1. ค่าไฟฟ้า (ค่าเอฟที FT) ที่กำลังเตรียมจะเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยหน่วยละ 5 บาท ในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคมที่จะถึงนี้ ต้องเตรียมรับมือกับค่าไฟที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุดมีข้อมูลขีดสามารถในการส่งก๊าซของแหล่งบงกชเหนือ หรือ GBN  ว่าลดลงจากเดิม 500 เหลือ 385 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน (ช่วง 29 มิ.ย. - 16 ก.ค. 65) ซึ่งความสามารถที่ลดลงนี้อาจจะมีผลต่อการผลิตไฟฟ้า 

ทั้งนี้ ตนขออธิบายว่า ก๊าซธรรมชาติถูกนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนการใช้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และที่เหลือเป็นการใช้ในภาคอุตสาหกรรม โรงแยกก๊าซ NGV และอื่นๆ โดยปัจจุบันความสามารถในการผลิตเราเทียบกับช่วงปีก่อนเหลือเพียงแค่ 65 เปอร์เซ็นต์ ลดลงกว่า 20.6 เปอร์เซ็นต์ ในการผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อใช้เอง 

ขณะที่สัดส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.8 เปอร์เซ็นต์ โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 35 เปอร์เซ็นต์ ด้วยค่าก๊าซที่ตลาดโลกมีราคาแพงเราต้องนำเข้า ปัจจุบันแบ่งเป็นการนำเข้าจากเมียนมาร์ 17 เปอร์เซ็นต์ จากแหล่งยาดานา ซอติกา และเยตากุน และอีก 18 เปอร์เซ็นต์ คือนำเข้า LNG จากประเทศผู้ผลิตอื่น ๆ  ซึ่งในอนาคตการนำเข้าในสัดส่วนนี้จะเพิ่มมากขึ้น และแน่นอนว่ายิ่งความสามารถการผลิตเรามีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ เราก็จำเป็นต้องพึ่งการนำเข้าที่มากขึ้น และแน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยต้นทุนด้านการแปรสภาพ LNG ให้เป็นก๊าซธรรมชาติและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าขนส่ง

นายสนธิรัตน์ ระบุว่า ในส่วนของการนำเข้าทั้งจากเมียนมาร์ และ LNG จากผู้ผลิตเป็นการจัดซื้อโดยจ่ายเป็นเงินสกุล USD (ดอลลาร์สหรัฐ) และยิ่งค่าเงินบาทยิ่งอ่อนมากเท่าไหร่ นั่นหมายความว่า ราคาก๊าซจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย นี่จึงเป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสนใจในเรื่องค่าเงินบาท

2. ค่าเงินบาท ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ค. เงินบาทอ่อนค่าไปที่ 36.73 บาทต่อ 1 USD อ่อนค่าสูงสุดในรอบ 15 ปี และมีแนวโน้มผันผวน และมีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าลงอีก จากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และมีผลต่อการแข็งค่าของ USD และความกังวลสถานการณ์โควิดในประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องค่าเงิน และสถานการณ์เหล่านี้ยังไม่จบง่าย ๆ เราคงจะได้เห็นสถานการณ์ที่ยาวต่อจากนี้ ทั้งความขัดแย้งรัสเซีย ยูเครนที่ทอดระยะเวลาออกไป ปัญหาเงินเฟ้อ และการเพิ่มดอกเบี้ยของ FED ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ ในการประชุมช่วงปลายเดือนนี้

สำหรับค่าเงินที่อ่อนลงแม้จะเป็นความโชคดี และเอื้อต่อการส่งออกในบ้านเราที่มากขึ้น แต่ถึงอย่างไร ก็เป็นผลกระทบในเชิงลบสำหรับธุรกิจภาคเอสเอ็มอี (SME) ที่นำเข้าสินค้า ที่จะได้รับทั้งผลกระทบจากต้นทุนสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นและไม่มีกำลังพอที่จะพัฒนาขีดความสามารถต่อภายใต้เงื่อนไขที่เป็นอยู่ รัฐจะต้องหาแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป ไม่ว่าจะผ่านการจ้างงาน หรือพัฒนาความสามารถในการแข่งขันต่อไป

'อรรถวิชช์' เซ็ง ฝ่ายค้าน ไม่เอ่ยถึง รมว.พลังงาน ในศึกอภิปรายฯ ทั้งที่น้ำมันแพง-ค่ากลั่นสูงเกินจริง

'อรรถวิชช์' ผิดหวังฝ่ายค้าน น้ำมันแพง ค่ากลั่นสูงเกินจริง แต่ไม่มีชื่อ 'รมว.พลังงาน' ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ วอนทุกฝ่าย อย่าทำให้ธุรกิจพลังงานเป็นแดนสนธยา 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า พร้อมด้วย โค้ชกานต์ นายกานต์ เพชรบูรณ์ คณะทำงานด้านกีฬา พรรคกล้า เปิดงานแข่งขันเปตอง K-Sport Mini Open เพื่อหาทุนสนับสนุนนักกีฬาเปตองระดับเยาวชน โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันถึง 66 ทีม ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วที่มีจัดการแข่งขันฟุตซอล โดยกลุ่ม Kla Sport ของพรรคกล้า ใช้กีฬาสานสัมพันธ์ในพื้นที่ ผลักดันนโยบายพัฒนาเยาวชนสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ สร้างรายได้ 

'รัสเซีย-เมียนมา' ความสัมพันธ์แบบ 'มหามิตร' แม้เวลาเปลี่ยน 'เพื่อนหมี' ยังเคียงข้างเสมอ

หลังจากที่เกิดการรัฐประหารในเมียนมา ก็เริ่มมีชื่อหลายประเทศที่เข้ามาสนับสนุนรัฐบาลทหารของเมียนมา และประเทศหนึ่งที่ในอดีตแทบจะไม่มีใครพูดถึงเลย แต่แท้จริงมีความสัมพันธ์กับกองทัพเมียนมาอย่างแน่นแฟ้น นั่นก็คือ รัสเซีย

ความแน่นแฟ้นนี้สามารถย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่พม่ายังตกอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษ และช่วงหนึ่งที่มีการลุกฮือขึ้นต่อต้านอังกฤษจากผู้นำที่ชื่อ 'นายพลอองซาน' จนถึงช่วงที่ได้รับเอกราชจากอังกกฤษนั้น นายพลอองซาน ผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งพม่า ถึงกับถูกจารึกไว้ในงานเขียนของ โจเซฟ ซิลเวอร์สตีน ที่เขียนไว้ใน 'มรดกทางการเมืองของอองซาน' ว่า...

"นายพลอองซาน หนี้สินทางปัญญาต่อ โจเซฟ สตาลิน ผู้นำโซเวียต และผู้นำคอมมิวนิสต์คนอื่นๆ ได้ผลักดันให้เขาสามารถปลดแอกพม่าจากอังกฤษและนำพาพม่ามาเป็นประเทศสังคมนิยมในที่สุด ซึ่งในระหว่างการต่อสู้กับจักรวรรดิอังกฤษนั้น ทางโซเวียตให้ทั้งการสนับสนุนทางศีลธรรมและความช่วยเหลือทางการเงินแก่กลุ่มนักปฏิวัติชาวพม่าที่กำลังต่อสู้กับการล่าอาณานิคมของอังกฤษด้วย"

แม้ภายหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย รัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ก็ยังดำเนินนโยบายกับทางเมียนมา ว่าไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศและยังยับยั้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อช่วยเมียนมาอีกด้วย

ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมา กับรัสเซียยิ่งแนบแน่นมากขึ้นเมื่อรัสเซียได้มีส่วนร่วมในโครงการพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ และได้กลายเป็นซัพพลายเออร์ด้านการป้องกันรายใหญ่ให้แก่กองทัพเมียนมา 

เปิด Resume รุ่นลายครามของพ่อมดไอที 'บิลเกตส์' สะท้อน!! รั้วการศึกษาแคบเกินไปสำหรับเขาจริงๆ

'บิล เกตส์' (Bill Gates) อยู่ดีๆ นึกครึ้มใจในวัยเกษียณ ขอแชร์จดหมายสมัครงาน หรือ Resume ของตัวเองที่เขียนขึ้นในปี 1974 ลงในเว็บ LinkedIn มาให้คนทั่วไปลองได้อ่านกัน ซึ่งในขณะนั้น บิล เกตส์ เพิ่งเข้าเรียนปีแรกในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

โดย Resume ฉบับนั้น ได้เปิดเผยส่วนสูง และน้ำหนักของบิล เกตส์ในวัย 19 ปี รวมถึงที่อยู่บ้านเก่าของพ่อ-แม่ของเขา และประสบการณ์เขียนโปรแกรมกับเพื่อนๆ สมัยมัธยม 

บิล เกตส์ ได้พูดแบบถ่อมตนว่า "ตัวผมตอนนั้นยังเขียน Resume ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เด็กรุ่นใหม่ๆ สมัยนี้ ซึ่งต่อให้ยังไม่จบมหาวิทยาลัยก็เถอะ แต่รับรองว่า เขียน Resume ได้ดีกว่าผมทุกคน"

แต่ความมหัศจรรย์ของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ทักษะการเขียน Resume หากแต่อยู่ที่เนื้อหาที่เขียนลงไปต่างหาก ที่ทำให้เราได้เห็นภาพจุดเริ่มต้นของ บิล เกตส์ ก่อนที่จะกลายเป็นพ่อมดแห่งวงการ IT ของโลกในเวลาต่อมา 

เริ่มต้นจากตัวเลขเงินเดือนที่เขาหาได้ แม้เพิ่งเข้าเรียนปีแรกที่ฮาร์วาร์ด ก็สูงถึง 12,000 เหรียญ (4.3 แสนบาท) ที่แม้แต่ยุคสมัยนี้ก็ถือเป็นรายได้ที่สูง ยิ่งย้อนกลับไปเมื่อ 48 ปีก่อน ยิ่งนับว่าเป็นรายได้ที่สุดยอดมากจริงๆ สำหรับเด็กมหาวิทยาลัยที่เพิ่งเข้าเรียนปี 1 

แต่พอให้ระบุรายได้ หรือสถานที่ทำงานที่ต้องการ เขากลับตอบกว้างๆ ว่า "รายได้เท่าไหร่ หรือทำงานที่ไหนก็ได้" และ บิล เกตส์ หมายความเช่นนั้นจริงๆ เพราะหลังจากนั้นเพียง 1 ปี บิล เกตส์ ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ไปตั้งบริษัท Microsoft กับเพื่อนสนิทอีกคน คือ 'พอล อัลเลน' ไกลถึงเมืองแอลบูเคอร์คี ในรัฐนิวเม็กซิโก 

ส่วนด้านการเรียน บิล เกตส์ ได้แจกแจงคอร์สที่เขาได้ลงเรียนในปีแรกที่ ฮาร์วาร์ดไว้ใน Resume ด้วย ซึ่งเป็นวิชาเกี่ยวกับระบบจัดการคอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูลและกราฟิก แถมยังระบุด้วยว่า ตนเป็นนักเรียนดีเด่น และได้เกรด A ทุกวิชา 

'หมอโต' อุทิศร่างเป็น 'อาจารย์หมอ' หลังเสียชีวิตจากเหตุการณ์ช่วย นทท. จมน้ำ

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ร่วมอาลัย 'หมอโต' ทำหน้าที่ช่วยชีวิตผู้อื่นจนนาทีสุดท้าย เสียชีวิตขณะลงไปช่วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจมน้ำที่หาดกะตะ จ.ภูเก็ต จนเสียชีวิตทั้งคู่ อุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ คณะแพทยศาสตร์ มช. เพื่อน ร่วมงาน ระบุเป็นคนดี

จากกรณี นายแพทย์สุรสิทธิ์ พงษ์เลาหพันธุ์ หรือหมอโต อายุ 55 ปี นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลลำปาง ได้ลงไปช่วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กำลังจะจมน้ำทะเลที่หาดกะตะน้อย ต.กะรน จ.ภูเก็ต ขณะเดินทางไปเที่ยวกับครอบครัว

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน คือนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ และนายแพทย์สุรสิทธิ์ พงษ์เลาหพันธุ์ ความกล้าหาญของคุณหมอได้รับการยกย่อง และไว้อาลัยแก่การจากไปของคุณหมอ ในโลกออนไลน์เป็นวงกว้าง

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม 2565 : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ความพยายามอยู่ที่ไหน
ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น
ปรารถนาสิ่งหนึ่งสิ่งใด
ถ้าไม่มีความขยันหมั่นเพียร
มีแต่ความเกียจคร้าน
จะไม่มีทางพบกับความสำเร็จ
ในสิ่งนั้น ๆ เลย...

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
 

เรื่องวุ่นๆ กรุงเทพกลางแปลง หลังคนคลองเตยไล่กลุ่มยกเลิก 112 ที่เตรียมเปิดบูทรำลึก 'วัฒน์ วรรลยางกูร’ ผู้เขียนนิยายมนต์รักทรานซิสเตอร์

กลายเป็นเรื่องวุ่นๆ ในการจัดงานกรุงเทพกลางแปลงที่ศูนย์เยาวชนคลองเตย หลังกลุ่มเคลื่อนไหวยกเลิกมาตรา 112 ถูกปฏิเสธตั้งบูทรำลึกผู้เขียนนิยายมนต์รักทรานซิสเตอร์ เหตุนำลูกโป่งข้อความ 'วัฒน์ วรรลยางกูร ยกเลิก 112' เข้ามา ฟากคนคลองเตยขับไล่ ถามสรุปให้ฉายหนังหรือมาการเมือง ขณะที่ 'ปิยบุตร-เจี๊ยบ คลองถม' ได้ทีขยี้ เปรียบเหมือนตัวละครถูกไล่ ส่วน 'จอม ไฟเย็น' เผยเบื้องหลังจะเปิดตัววงดนตรี 'กิโยติน' เตรียมเพลงไว้แล้ว แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น

วันนี้ (16 ก.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีที่กรุงเทพมหานครได้จัดกิจกรรม "กรุงเทพกลางแปลง" ฉายหนังกลางแปลงทั่วกรุงเทพฯ ตามนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างความสุขให้คนกรุงเทพฯ และกระตุ้นเศรษฐกิจ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ศูนย์เยาวชนคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ได้มีการจัดงานฉายหนังกลางแปลง เรื่อง 'มนต์รักทรานซิสเตอร์' แต่ปรากฏว่าในช่วงเย็นได้มีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า 'กลุ่มนาดสินปฏิวัติ' นำโดย น.ส.กัลยมน สุนันท์รัตน์ หรือมิ้นท์ ฉายาเจ๊เขียว นำลูกโป่งข้อความ 'วัฒน์ วรรลยางกูร ยกเลิก 112' เข้ามาในพื้นที่งาน แต่ทางผู้จัดงานที่ได้รับมอบหมายจากสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยไม่อนุญาตให้เข้ามาทำกิจกรรม จึงเกิดการโต้เถียงกัน

ขณะที่นางวรวรรณ แซ่อั้ง หรือ 'ป้าเป้า' ผู้สูงวัยที่เป็นขวัญใจผู้ชุมนุมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าราษฎร ได้มีปากเสียงกับชายชาวคลองเตยรายหนึ่ง ต่อมาชาวคลองเตยหลายรายรวมตัวกันไล่กลุ่มนาดสินปฏิวัติ และป้าเป้าออกจากพื้นที่ โดยชาวคลองเตยคนหนึ่งตะโกนว่า "สรุปแล้วนี่มาฉายหนังให้ดูหรือมาการเมือง" ขณะที่ตำรวจ สน.ท่าเรือได้ยึดลูกโป่งดังกล่าว ก่อนที่แกนนำจะตามไปรับคืน

ทันทีที่เรื่องนี้เกิดขึ้น เฟซบุ๊ก 'Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล' ของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ก็ได้โพสต์ข้อความ เราต่างมีโอกาสกลายเป็น “แผน” และ “บักเสี่ยว” โดยระบุว่า ในภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักทรานซิสเตอร์” ซึ่งนำมาจากนวนิยายของนายวัฒน์ วรรลยางกูร มีฉากหนึ่งที่ “แผน” และ “บักเสี่ยว” หลบหนีออกจากงานตัดอ้อยได้ “บักเสี่ยว” มีเรื่องทะเลาะกับเจ้าของไร่อ้อย “แผน” เข้าไปช่วย “บักเสี่ยว” จนเกิดการมะรุมมะตุ้มกัน แผนและบักเสี่ยววิ่งหนีออกจากไร่อ้อย หลบขึ้นรถบรรทุกเข้าไปถึงในเมือง เร่ร่อน นอนข้างทาง คุ้ยหาของในขยะ จนได้เข้าไปในงานเลี้ยงไฮโซที่ให้ผู้ร่วมงานแต่งชุดแฟนซี และจัดระดมทุนให้คนบริจาคทำบุญช่วยเหลือผู้ยากไร้

ด้วยสภาพการแต่งกายของแผนและบักเสี่ยว ที่มอมแมม สกปรก เสื้อขาด อันเนื่องมาจากการทำงานในไร่อ้อยและหลบหนีออกมา นอนข้างถนน ทำให้คนที่มาร่วมงานเลี้ยงเข้าใจว่าทั้งสองคือแขกที่ได้รับเชิญมาร่วมงาน และเลือกแต่งแฟนซีสไตล์คนจน ไร้บ้าน เมื่อเป็นเช่นนั้น แผนและบักเสี่ยวเลยทำเนียนอยู่ในงาน มีผู้รากมากดี ไฮโซ เข้ามาคุยกับเขามากมาย ยกยอปอปั้น แนะนำตัวตามประสางานปาร์ตี้ไฮโซ ทั้งสองคนกินอาหารด้วยความหิวโหย ในที่สุด พวกเขาก็ถูกจับได้ เลยโดนคนจัดงานหิ้วตัวโยนออกมา จากเสียงอ่อนหวานแนะนำตัวโอภาปราศรัยตามสำเนียงผู้รากมากดีของบรรดาแขกเหรื่อ ก็กลายเป็นเสียงก่นด่าสาปส่งใส่แผนและบักเสี่ยวแทน จากงานบุญให้ “คนรวย” สำลักความดีด้วยการช่วย “คนจน” ก็กลายเป็น งานบุญที่ให้ “คนรวย” ไล่ “คนจน” ออกจากงาน

เมื่อเย็นวันที่ 15 ก.ค. กรุงเทพมหานครจัดฉาย “หนังกลางแปลง” ที่คลองเตย ตามแนวนโยบายการเปิดพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพมหานครของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ได้พักผ่อนหย่อนใจและได้เสพงานศิลปวัฒนธรรม กำหนดการฉาย เป็นภาพยนตร์เรื่อง “มนต์รักทรานซิสเตอร์” มีผู้กำกับ ดารานำชาย หญิง ร่วมสนทนา ก่อนเริ่มงาน มีนักกิจกรรมถือลูกโป่งรูป วัฒน์ วรรลยางกูร พร้อมข้อความยกเลิกมาตรา 112 พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้างาน ส่วนในโลกออนไลน์ ความเห็นที่ปรากฏในไลฟ์ และรายงานข่าวมีคนมากมายบอกว่า…พวกนี้ไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่รู้หรือไงว่าเขาฉายหนังไม่ใช่งานการเมือง อยากรณรงค์ยกเลิก 112 ไปทำที่อื่น บางคนไปไกลขนาดว่า เดี๋ยวผู้ว่าฯ ของเราจะเดือดร้อน … เราทุกคนต่างก็มีโอกาสกลายเป็นแผนและบักเสี่ยว

จะกดดันทุกรูปแบบ!! ว่าที่ทูตสหรัฐ ประกาศจะให้ไทยปรับปรุงสิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และลดการซื้อพลังงานจากพม่า เพื่อกดดันให้รัฐบาลทหารคืนประชาธิปไตย

นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค (Robert F. Godec) ว่าที่เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภาสหรัฐว่า ตั้งใจจะช่วยไทยปรับปรุงเรื่องสิทธิมนุษยชนในประเทศ และให้ไทยร่วมกดดันพม่าด้วย

วุฒิสมาชิกสหรัฐตั้งกระทู้ถามนายโกเดคถึง ม. 112 ซึ่งส่งผลต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และมีผู้ถูกจับกุมคุมขังมากมาย

นายโกเดค กล่าวว่า สหรัฐเคารพราชวงศ์ไทยในฐานะสถาบันหนึ่ง และเข้าใจความจงรักภักดีของคนไทยต่อราชวงศ์ แต่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เขาเคยเน้นย้ำทั้งต่อสาธารณะและในทางส่วนตัวถึงความสำคัญที่ประชาชนแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องหวาดกลัวการถูกจับกุม และจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

“ผมขอย้ำว่า คนที่ถูกจับกุมตัวจะต้องได้รับการปฏิบัติโดยเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเต็มที่ในระหว่างการดำเนินคดี”

ว่าที่ทูตสหรัฐยังระบุว่า จะช่วยเหลือประเทศไทยปรับปรุงสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเรื่องการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้แรงงาน โดยบอกว่า ได้เห็นพัฒนาการบางอย่าง แต่ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก และเขายืนยันจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้มีพัฒนาการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top