Wednesday, 15 July 2026
POLITICS

'เพจดัง' แฉ!! 'โฟล์ค' ผู้สมัคร สส.เขต 1 พิษณุโลกแทน 'หมออ๋อง' รณรงค์ยกเลิก ม.112 มาโดยตลอด จี้!! พรรคเห็นด้วยใช่หรือไม่?

(2 ก.ย. 67) เพจ 'วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร' โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

#ทุกคนคะ นาย Folk (โฟล์ค-ณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์) ผู้สมัคร เขต 1 พิษณุโลก พรรคส้ม เป็นแกนนำในการรณรงค์ ยกเลิก ม.112 มาโดยตลอด

ฝากพี่นักข่าวถาม Folk ด้วยนะคะ ถ้าเป็น สส. ยังจะเคลื่อนไหวยกเลิก ม.112 อีกหรือไม่คะ

และฝากถามพี่เท้ง พรรคส้มรู้ว่านาย Folk ต้องการยกเลิก ม.112 แต่ยังยืนยันส่งสมัคร แสดงว่าพรรคเห็นด้วยใช่หรือไม่คะ

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณสมบัติ ของ 'โฟล์ค' ในนามพรรคประชาชน ว่าเป็นสมาชิกพรรคครบ 90 วันหรือไม่ อีกด้วย

ทว่า ล่าสุดมีรายงานแจ้งว่า ก่อนที่พรรคก้าวไกลจะถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค แกนนำพรรคก้าวไกลได้เตรียมการเผื่อไว้ล่วงหน้า โดยส่ง 'โพล์ค' สมัครเป็นสมาชิกพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล

ต่อมาภายหลังศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกล สส.พรรคก้าวไกล ย้ายเข้าสังกัดพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล แล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็นพรรคประชาชน ทำให้ 'โฟล์ค' เป็นสมาชิกพรรคประชาชน เกิน 90 วัน มีคุณสมับติสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 1 จังหวัดพิษณุโลกได้

'พิธา' ปลอบ!! 'ปชน.' สู้ต่อสักวันต้องเป็นของเรา พร้อมยินดีกับ 'กำนันตุ้ย' อ้อน!! หาเสียงราชบุรีหนนี้ ทำให้รักคนที่นี่มากขึ้น ขอกลับไปเยี่ยมอีกบ่อยๆ

(2 ก.ย. 67) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคและประธานที่ปรึกษาพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลังพรรคประชาชนแพ้การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ว่า...

ขอขอบพระคุณพี่น้องชาวราชบุรีทุกท่านสำหรับทุกคะแนนเสียงที่มอบให้พรรคประชาชนครับ การเลือกตั้งย่อมมีทั้งแพ้และชนะเป็นธรรมดา เราขอน้อมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อเรียนรู้และพัฒนาการทำงานในอนาคต และจะสู้ต่อไปโดยไม่ท้อแท้ ขอบคุณผู้สมัคร ทีมงานในจังหวัด และอาสาสมัครทุกท่านที่ทุ่มเทเต็มที่ ขออย่าได้เสียกำลังใจนะครับ พักผ่อนให้เต็มที่ หายเหนื่อยแล้วมาร่วมกันสู้ต่อเพื่อชาวราชบุรี สักวันหนึ่งจะต้องเป็นวันของเรา ผมขอเป็นกำลังใจให้

ส่วนตัวแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สูญเปล่าแน่นอน ประสบการณ์การหาเสียงสนุกมาก! และทำให้ผมรู้จักและรักราชบุรีมากขึ้น ขอกลับไปเยี่ยมอีกบ่อย ๆ นะครับ

คืนนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับคุณวิวัฒน์และทีมงานสำหรับความสำเร็จ และขอให้ท่านทำงานลุล่วงไปได้ด้วยดีเพื่อความอยู่ดี กินดีของประชาชนตามที่ตั้งใจไว้ครับ

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ชี้!! ผู้มีอำนาจนอกรัฐบาล ปลุกสำนึกในจริยธรรม เรียกพบ 'ปลัดกระทรวง-ผบ.เหล่าทัพ' ย้ำ!! ทุกท่านไม่ใช่ขี้ข้านักการเมือง

(2 ก.ย. 67) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ ‘สำนึกในจริยธรรม’ โดยระบุว่า

มีข่าวว่าผู้มีอำนาจนอกรัฐบาล เรียกปลัดกระทรวงทุกกระทรวงและผู้บัญชาการ (ผบ.) เหล่าทัพ ไปพบ และรู้มาว่า ผบ.เหล่าทัพ ไม่ได้ไปพบ

อยากเตือนสติปลัดกระทรวง ทุกท่านเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่ขี้ข้านักการเมือง นี่เป็นสำนึกของข้าราชการที่ดี มีจริยธรรม

การรับคำสั่งใด ๆ ของข้าราชการ ต้องเป็นการสั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย และต้องเป็นการรับคำสั่งจากผู้มีอำนาจเท่านั้น ไม่ใช่สั่งการของนายหมูนายหมาที่ไม่มีตำแหน่งหน้าที่

ปลัดกระทรวงเป็นหัวแถวของข้าราชการ ไม่มีตำแหน่งอะไรที่ใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว ที่จะต้องก้มหัวให้ใครเพื่อขอตำแหน่ง

'ปชน.' โว!! 'ชัยรัตน์' แพ้เลือก 'นายก อบจ.ราชบุรี' แต่คะแนนเพิ่มเท่าตัว รับ!! มีเวลาไม่มากพอสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวราชบุรี

เมื่อวานนี้ (1 ก.ย. 67) ที่โรงแรม ณ เวลา อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี แกนนำพรรคประชาชน ประกอบด้วย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และ ชัยรัตน์ ศักดิ์อิสระพงศ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ราชบุรี พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวหลังทราบผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ราชบุรี อย่างไม่เป็นทางการ

โดยชัยรัตน์ ได้กล่าวขอบคุณชาวราชบุรีทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ และที่ให้ความไว้วางใจแก่ตน คะแนนวันนี้เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งนายก อบจ.ในนามคณะก้าวหน้าเมื่อปี 2563 ถือว่าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 7 หมื่นกว่าคะแนน แสดงว่าการทำงานของเราในพื้นที่หลายปีที่ผ่านมาออกดอกผล ประชาชนเปิดใจให้พวกเรามากขึ้น และแสดงให้เห็นว่าผู้ที่เห็นด้วยกับนโยบายและความคิดของเรามีมากขึ้น 

แม้วันนี้อาจจะยังไม่ชนะการเลือกตั้งนายก อบจ. แต่จากวันพรุ่งนี้ไปตนและพรรคประชาชนจะยังคงมุ่งมั่นทำงานในพื้นที่ ทำนโยบายพัฒนา จ.ราชบุรีให้ดีกว่าเดิมต่อไป และจะทำให้ประชาชนเปิดใจให้โอกาสเราในอนาคตให้มากขึ้น จนประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งในราชบุรีต่อไป

ทางด้านณัฐพงษ์ระบุว่า ตนขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ รวมถึงชาวราชบุรีที่ทำงานอยู่ห่างไกลก็เดินทางกลับมาใช้สิทธิกันเป็นจำนวนมาก นี่คือความสำเร็จอย่างหนึ่งจากการที่ทุกพรรคการเมืองรวมทั้งพรรคประชาชนได้รณรงค์อย่างแข็งขัน 

ส่วนผลการเลือกตั้งเมื่อเทียบกับสมัยที่ลงในนามคณะก้าวหน้าได้คะแนนเพิ่มมาเท่าตัว สะท้อนให้เห็นว่าการรณรงค์อย่างแข็งขันและการทำงานในพื้นที่อย่างเข้มข้น ทำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น และมอบความไว้วางใจให้เรามากขึ้น

ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า พรรคประชาชนจะยังคงเดินหน้าทำงานในการผลักดันนโยบายต่าง ๆ ผ่านการเมืองในระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่ในสภาฯ ที่กำลังจะมีการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วาระ 2-3 การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ รวมถึงการเลือกตั้งซ่อม สส.พิษณุโลก เขต 1 ในวันอาทิตย์ที่ 15 กันยายนนี้ และอีกหลายภารกิจที่เราขอทำหน้าที่อย่างเข้มข้นต่อไป

ในส่วนของศรายุทธิ์ ระบุว่าสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนได้พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว ตั้งแต่รับทราบการลาออกของอดีตนายก อบจ. ก็ได้ตัดสินใจส่งผู้สมัครลงในนามพรรคประชาชนก่อนการเลือกตั้ง 45 วัน คะแนนที่ได้มาจึงน่าพึงพอใจแล้ว แม้จะยังไม่ประสบผลสำเร็จ 

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าสนามการเมืองระดับชาติกับท้องถิ่นมีความแตกต่างกัน แม้เนื้อหาสาระไม่ต่างกัน ในสนามการเมืองระดับชาติความหวังของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญ และประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ ขณะที่การเมืองท้องถิ่นต้องสร้างนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนให้เชื่อมั่นให้ได้ แต่เนื่องจากเวลาที่จำกัดจึงทำให้ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนไว้วางใจได้ ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนใจประชาชนให้มั่นใจและเชื่อมั่นต้องอาศัยเวลา

ศรายุทธิ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.ในพื้นที่อื่น ๆ พรรคประชาชนมีการเตรียมทีมผู้สมัครมาตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล โดยมี 5 จังหวัดที่ได้ประกาศเปิดตัวไปแล้ว และมีอีก 10-15 จังหวัดที่ยังอยู่ในกระบวนการ หลังจากนี้ไปในจังหวัดที่เหลือ พรรคประชาชนจะยังคงมุ่งมั่นเตรียมความพร้อม ทั้งการทำนโยบายให้ประชาชนยอมรับ และการทำให้ทีมงานมีความเข้มแข็งมากขึ้นเพื่อความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในสนามต่อไป โดยคาดว่าในเดือนพฤศจิกายนนี้จะมีการเปิดตัวนายก อบจ.ที่จะส่งลงสมัครในนามพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการต่อไป โดยมั่นใจว่ารอบนี้จะมีนายก อบจ.ที่ส่งลงในนามพรรคประชาชนชนะแน่นอน ส่วนจะเป็นจังหวัดใดนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนรอติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

‘ในหลวงรัชกาลที่ 7’ ไม่ยินยอมให้ผู้ใด หรือคณะใดใช้อำนาจของพระองค์ โดยปราศจากการฟังเสียงของประชาชน

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“ข้าพเจ้าเห็นว่าคณะรัฐบาลและพวกพ้อง ใช้วิธีการปกครองซึ่งไม่ถูกต้อง ตามหลักการของเสรีภาพในตัวบุคคล และหลักความยุติธรรมตามความเข้าใจ และยึดถือของข้าพเจ้า…

“ข้าพเจ้าไม่สามารถยินยอมให้ผู้ใด คณะใด ใช้วิธีการปกครองอย่างนั้น ในนามของข้าพเจ้าต่อไปได้ ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจ อันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิม ให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป

“แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยเด็ดขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร”

พระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

‘คณะราษฎร’ ขอพระราชทานอภัยโทษจากในหลวง รัชกาลที่ 7

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม…

“การที่พวกข้าพระพุทธเจ้าได้ประกาศกล่าวข้อความ ในวันเปลี่ยนแปลงด้วยถ้อยความรุนแรง กระทบกระเทือน ถึงใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และพระบรมวงศานุวงศ์ ก็ด้วยมุ่งถึงผลสำเร็จทันทีทันใดเป็นใหญ่…

“สมเด็จพระมหากษัตริย์ตราธิราชในพระราชวงศ์จักรี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ได้ทรงมีส่วนนำความเจริญมาสู่ประเทศสยามตามกาลสมัย บัดนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พวกข้าพระพุทธเจ้า มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท…

ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงขอพระราชทาน พระบรมราชวโรกาสนี้ กราบบังคมทูล ขอพระราชทานอภัยโทษอีกครั้งหนึ่ง เป็นคำรบสองในถ้อยที่ได้ประกาศไป”

คณะราษฎร กราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2475

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

‘จอมพล ป.’ เขียน ส.ค.ส. “Please อโหสิกรรม” ถึง ‘ปรีดี’

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“Please อโหสิกรรม”

จอมพล แปลก พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เขียน ส.ค.ส. ถึง ปรีดี พนมยงค์ ก่อนตนถึงแก่อสัญกรรม ในปี พ.ศ. 2507

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

‘ลัทธิโกงกิน’ แพร่กระจายไปทั่ว อุดมคติทำงานเพื่อชาติ ไม่มีเหลืออยู่ในจิตใจ

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“เมื่อร่ำรวยไปตาม ๆ กันและถูกอิจฉา จากพรรคพวกเดียวกัน ก็ออกจากราชการโดยสมัครใจบ้าง ถูกบีบบังคับตามวิถีการเมืองบ้าง คณะเผด็จการชุดใหม่ก็ดำเนินการแบบเดียวกับชุดเก่า สร้างภาพพจน์ ฉ้อราษฎร์บังหลวง คอร์รัปชันในวงราชการ เป็นตัวอย่างแก่ข้าราชการชั้นสูง ชั้นผู้น้อยต่อไป ไม่สิ้นสุด…

“ลัทธิโกงกิน แผ่ซ่านไปทั่ววงราชการ ทั้งในเมืองหลวงและต่างจัดหวัด ข้าราชการชั้นผู้น้อยก็เอาเยี่ยงอย่างตัวเบิ้ม ๆ เขากินได้ เราก็ขอกินบ้าง คำน้อย ๆ อุดมคติทำงานเพื่อชาติ ไม่มีเหลืออยู่ในจิตใจ”

ร.อ.สำรวจ กาญจนสิทธิ์ นายทหารคนสนิทคนสุดท้ายของ พระยาทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน) กล่าวเมื่อปี พ.ศ. 2523

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 27 มิ.ย. 2475 ต้องเกณฑ์ชาวบ้านไปฟัง ทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไร

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“เห็นได้ถนัด เมื่อวันประกาศรัฐธรรมนูญที่พระที่นั่งอนันต์ฯ วันที่ 27 มิถุนายน 2475 ต้องต้อนราษฎรให้เข้าฟังในพระที่นั่งกันเสียแทบแย่ และก็ได้จำนวนราษฎรสักหยิบมือเดียว ไปยืนฟังโดยไม่รู้เรื่องอะไร หากจะมีละครให้ดู และมีเจ๊กก๋วยเตี๋ยวด้วยแล้ว คนจะไปมากกว่านั้นมาก”

พระยาทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน) กล่าวหลังจากหลี้ภัยไปยังประเทศเวียดนาม เมื่อปี พ.ศ. 2482

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

หลังการปฏิวัติ มีการกว้านซื้อที่ดินจากชาวไร่นาในราคาถูก เพราะล่วงรู้ความลับทางการว่าจะมีการตัดถนนผ่าน ทำให้มีกำไรกันมากมาย

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“แต่ส่วนใหญ่มีความทะเยอทะยาน ในยศ ในตำแหน่งสูงและเงินต่อไป อีกญาติ ภรรยา และพรรคพวกช่วยหาเงิน โดยพึ่งพาอาศัยอิทธิพล และมีอภิสิทธิ์ในการประมูล ซื้อของให้ราชการ ตนเองได้กำไรมหาศาล… 

“บางคนรู้ความลับราชการในการตัดถนนหนทาง ทั้งในพระนครและหัวเมือง ก็รีบให้ภรรยาและพรรคพวกกว้านซื้อที่ดิน ไร่นา ซึ่งมีราคาต่ำในบริเวณที่จะตัดถนนไป…

“เขาฉลาดใช้ถ้อยคำอธิบายให้ผู้ขายสมัครใจขาย โดยอ้างว่าราคาที่เสนอซื้อนั้นสูงแล้ว เป็นที่ดินไม่มีประโยชน์…เจ้าของไร่นาไม่ฉลาดนัก หลงกลคำพูด...ต่อมาไม่ถึง 6 เดือน ทางการตัดถนนผ่านเข้าไป เขามีกำไรหลายล้านบาท บนกองน้ำตาของชาวไร่ชาวนา”

ร.อ.สำรวจ กาญจนสิทธิ์ นายทหารคนสนิทคนสุดท้ายของ พระยาทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน) กล่าวเมื่อปี พ.ศ. 2523

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

การปฏิวัติไม่ได้เกิดจากความยากจนข้นแค้น การเก็บภาษีอากร หรือความปรารถนาของประชาชน

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“ตามที่มีคนเข้าใจว่าที่เกิดปฏิวัติเนื่องมาจากการเพิ่มภาษีอากร และความยากจนข้นแค้นของราษฎรนั้น ไม่มีมูลแห่งความจริงเลย ราษฎรไทยกลัวเจ้าและกลัวนายของเขาทั้งหมดยังกับหนูและแมว…

“...กับที่กล่าวว่าการปฏิวัติครั้งนี้ย่อมจะต้องราบรื่นอยู่แล้ว เพราะราษฎรมีความต้องการอยู่พร้อมแล้วนั้น ก็ไม่ถูกต้องอีกเหมือนกัน แม้ทุกวันนี้ (พ.ศ. 2482) ความไม่เข้าใจ และความไม่เอาใจใส่ของราษฎรเรา…”

พระยาทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน) กล่าวหลังจากลี้ภัยไปยังประเทศเวียดนาม เมื่อปี พ.ศ. 2482

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

หลังการปฏิวัติ เกิดการกอบโกยทรัพย์จนร่ำรวย ซ้ำยังกดขี่ประชาชนไม่ให้สนใจการเมือง

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“เขากดขี่บังคับโดยปริยายไม่ให้ราษฎรเดินดินสนใจในการเมือง เขาผูกขาด ตัดทอน อำนาจปวงชนไปสู่อุ้งมือและกรงเล็บของเขา ตำรวจใหญ่ สร้างอิทธิพล อำนาจทั่วทุกมุมเมือง ขณะเดียวกัน ภรรยา ญาติ ต่างเริ่มกอบโกยเงินอย่างลับ ๆ…

“เมื่อกอบโกยร่ำรวยกันพอควรแล้ว บางคนสำนึกตัวว่า สร้างภาพพจน์ที่เลวลงไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก็เริ่มถอยห่าง สละอำนาจเพราะจิตสำนึกในทางดีงาม มีศีล มีธรรม มีสัจจะ”

ร.อ.สำรวจ กาญจนสิทธิ์ นายทหารคนสนิทคนสุดท้ายของ พระยาทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน) กล่าวเมื่อปี พ.ศ. 2523

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

‘ปรีดี พนมยงค์’ ยอมรับทำการปฏิวัติ ทั้งที่เข้าใจประชาชนไม่มากพอ

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“ข้าพเจ้าติดต่อกับประชาชนไม่พอ ความรู้ทั้งหมดของข้าพเจ้าเป็นความรู้ตามหนังสือ ข้าพเจ้าไม่ได้เอาสาระสำคัญของมนุษย์มาคำนึงด้วยให้มากเท่าที่ข้าพเจ้าควรจะมี…

“ในปี ค.ศ. 1932 ข้าพเจ้าอายุ 32 ปี พวกเราได้ทำการอภิวัฒน์ แต่
ข้าพเจ้าก็ขาดความจัดเจน และครั้นข้าพเจ้ามีความชัดเจนมากขึ้นข้าพเจ้าก็ไม่มีอำนาจ”

ปรีดี พนมยงค์
ให้สัมภาษณ์ ณ บ้านอองโตนี กรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2522

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

‘ลัทธิฉ้อราษฎร์บังหลวง’ ลุกลาม ไม่มีใครสนใจจะปราบ มีแต่จะยึดเป็นเยี่ยงอย่าง

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“ลัทธิฉ้อราษฎร์บังหลวงแพร่ขยายลุกลามใหญ่โต เพราะกินโกงแล้วก็รวยไป ครอบครัวสนุกสุขสำราญ ส่งลูกหลานไปเรียนเมืองนอกเป็นทิวแถว มีคฤหาสน์ใหญ่โตยิ่งกว่าวัง ไม่เห็นมีใครสนใจจะปราบ เพราะปราบไม่ลง กำลังเอาเยี่ยงอย่างกันต่อ ๆ มา…

“การฉ้อราษฎร์บังหลวงแพร่ขยายเต็มที่ ถึงบุคคล ข้าราชการตัวน้อย ๆ บางคนก็เริ่มรู้จักวิธีหาเงินเข้ากระเป๋าตนเอง โดยไม่ละอายใจที่เป็นไปได้ ในทางเลวร้ายถึงเพียงนี้  ก็เพราะมิได้สำนึกถึงคติพจน์ 'จงทำงาน เพื่อตอบแทนบุญคุณชาติ'”

ร.อ.สำรวจ กาญจนสิทธิ์ นายทหารคนสนิทคนสุดท้ายของ พระยาทรงสุรเดช (เทพ พันธุมเสน) กล่าวเมื่อปี พ.ศ. 2523

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

‘สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี’ ทรงเล่า ‘จอมพล ป.’ อยากล้างบาปและได้ก่อสร้าง ‘โรงพยาบาลพระปกเกล้า’

มายาธิปไตย 2475 #เทสที่สร้าง #ร่างที่เป็น

2475: การเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ และการให้อภัย

“จอมพล ป. เคยมาเฝ้า เขาพูดว่า อยากจะล้างบาป เพราะทำกับท่านไว้มากเหลือเกิน จากนั้นแล้วก็เลยไปสร้างโรงพยาบาลพระปกเกล้า ไว้ให้ที่จันทบุรี ดูเหมือนจะสร้างไปทั้งหมด 5 ล้านบาท…

“หลวงประดิษฐ์มนูธรรม และพระยามานวราชเสวี เคยไปขอเข้าเฝ้าบอกว่า ข้าพระพุทธเจ้าตอนนั้นยังเด็ก  คิดอะไรหัวมันรุนแรงเกินไป ไม่นึกว่าจะลำบากยากเย็นเป็นเพียงนี้ ถ้ารู้อย่างนี้ก็ไม่ทำ…

“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเขา เรื่องมันแล้วไปแล้ว ไม่เคยเก็บเอามาคิด”

สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระราชบันทึกทรงเล่า ต่อข้อทูลถามถึงความคิดที่จะต่อต้านกับคณะปฏิวัติ

เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ กลุ่มวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top