Monday, 26 October 2026
POLITICS

เด็ก"บิ๊กตู่" แจง “ประยุทธ์”นั่งนายกฯ อีกไม่แปลก ถ้าเป็นฉันทามติของประชาชน ย้อน "หมอชลน่าน" หัดละอายใจก่อนแล้วค่อยว่าคนอื่นน่าละอาย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกครั้งนั้น ไม่รู้สึกละอายตัวเองบ้างหรือ เพราะ 7 ปีที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์สร้างหายนะให้กับประเทศมากแค่ไหนว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มุ่งทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนมาตลอดมีผลงานเป็นรูปธรรมมากมาย โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมมีการขยายรถไฟฟ้าครอบคลุมทุกพื้นที่ การจัดสวัสดิการต่างๆ ให้กับประชาชนไม่ว่าจะเป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการเราชนะ โครงการคนละครึ่ง ฯลฯ ซึ่งประชาชนก็รับรู้ได้ จึงสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า ประชาชนต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศต่อไป และหากการเลือกตั้งครั้งหน้า พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าเป็นฉันทามติของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

 

ผู้ต้องหาคดี 112 มือทวีต ‘เฟกนิวส์’ ในวัง ร้องผู้ตรวจการฯ สอบ 'ราชทัณฑ์' ละเมิดสิทธิ

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน - นายเวหา แสนชนชนะศึก เจ้าของทวิตเตอร์ ‘ฟ้าฝนverเกี้ยวกราด’ และผู้ต้องหาคดีความผิดอาญา มาตรา 112 ที่ติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำ เข้าร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เข้าไปตรวจสอบและแก้ไขปัญหาภายในเรือนจำผ่านนายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ผู้ตรวจฯ

นายเวหา กล่าวว่า ตนได้ถูกเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจสันติบาลจับกุมตัวที่จ.พิษณุโลก และนำตัวมาขออำนาจศาลอาญา และถูกนำส่งเข้าทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จนได้รับการปล่อยตัว รวมระยะเวลาที่เข้าเรือนจำทั้งสิ้น 51 วัน แต่การเข้าเรือนจำครั้งนี้ของตนเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ทางกรมราชทัณฑ์ได้ออกมาตรการต่างๆ ทำให้การดำเนินการถูกจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐาน 

ทั้งนี้ปัญหาหนึ่งของราชทัณฑ์คือเรือนจำต่างๆ งดรับผู้ต้องขังใหม่ อ้างเหตุที่ว่า แต่ละเรือนจำไม่สามารถรับมือการแพร่ระบาดโควิดได้ ในช่วงที่ตนเข้าไปนั้นมีเพียงทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางเท่านั้นที่รองรับผู้ต้องขังใหม่ในทุกคดี ทุกเขตอำนาจในกรุงเทพฯ

ดังนั้น ทัณฑสถานฯ จึงเป็นแดนแรกรับ และเกิดปัญหาในการจัดการทั้งเรื่องจำนวนผู้ต้องขังใหม่ที่มีจำนวนมาก อีกทั้งปัญหาที่ว่าผู้ต้องขังที่มาในวันเดียวกัน ตรวจไม่พบเชื้อจะต้องถูกกักตัวรวมกันบนเรือนนอนเป็นเวลา 21 วัน ทำให้เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวไม่เพียงพอ หรือแม้กระทั่งการตรวจหาเชื้อที่มีทุกๆ 7 วัน หาพบเชื้อจะส่งตัวไปทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่หากมีใครป่วยขึ้นมาในระหว่างนี้ จะได้รับแค่ยาพาราเซตามอล 1 เม็ดต่อวันเท่านั้น แม้ว่าจะมีไข้สูงก็ต้องรอตรวจในอีก 7 วันข้างหน้า และไม่มีการให้ติดต่อญาติ

‘พรรคเพื่อไทย’ ลุย ‘ลพบุรี’ ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน เผยพี่น้องประชาชนสุดทน รัฐบาลลอยแพปล่อยเจอปัญหาซ้ำซ้อน ‘น้ำท่วมบ้าน-ท่วมนาข้าวเน่า-ราคาข้าวตกต่ำ’ ไร้การเหลียวแล 

พรรคเพื่อไทย นำโดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค, นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค, นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม., นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พร้อมด้วยอดีต ส.ส.ลพบุรี นำโดย สุชาติ ลายน้ำเงิน และ พิชัย เกียรติวินัยสกุุล ลงพื้นที่ บ้านเนินยาวและวัดบ้านคลอง ตำบลหนองทรายขาว และวัดหนองเมือง ตำบลหนองเมือง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งต้องจมอยู่ในน้ำมานานมากกว่า 10 วัน

โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ สะท้อนว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างหนัก เนื่องจากระดับน้ำที่สูงมากกว่า 1 เมตร จะเดินทางไปไหนต้องลุยน้ำที่สูงระดับหน้าอก บางชุมชนระดับน้ำสูงเกือบถึงชั้นสองของบ้านพัก อีกทั้งการที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้เริ่มเกิดปัญหาน้ำเน่าและเกิดโรคที่มากับน้ำ โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้า รวมทั้งมีปัญหาการขาดแคลนอาหาร น้ำดื่มและยารักษาโรค นอกจากนี้ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวนา ยังได้แจ้งความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังจากน้ำท่วมไหลบ่าเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังตั้งท้อง ซึ่งส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวไม่ทัน และได้พยายามสอบถามถึงความชัดเจนของรัฐบาล ที่จะมีมาตรการชดเชยความเสียหายให้กับเกษตรกร

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ต้องอยู่อย่างยากลำบากเป็นเวลานาน เนื่องจากน้ำท่วมขังมานานนับสิบวัน แต่ระดับน้ำกลับไม่ลดลง ซึ่งตลอดการลงพื้นที่ได้เห็นอย่างชัดเจนว่า นาข้าวของชาวบ้านจมน้ำจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงควรเร่งหาทางระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็ว รวมทั้งบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากน้ำท่วมนาข้าวและผลผลิตอื่นๆ ของพี่น้องประชาชนด้วย 

"กรณ์ - อรรถวิชช์" ประกาศ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ต้องมาจากการเลือกตั้ง ดันนโยบายจังหวัดจัดการตนเอง สู่เมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวระดับโลก เปิดตัว "เทมส์ ไกรทัศน์" เดินหน้านโยบายในพื้นที่

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ร่วมเทศกาลถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต กราบไหว้ศาลเจ้ากวนอู บ้านนาบอน เปิดตัวนายเทมส์ ไกรทัศน์ เป็นผู้เสนอตัวสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ภูเก็ต พร้อมนโยบายที่สำคัญต่อจังหวัดภูเก็ต โดยนายกรณ์กล่าวว่า ภูเก็ต มีของดีในตัวเองมากมาย ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ ทะเล เกาะ ภูเขา รวมไปถึงมรดกทางวัฒนธรรมชาวใต้ผสมผสานจีนฮกเกี้ยนแบบเพอรานากัน Sino-Portuguese ต้นทุนทางวัฒนธรรมหรือ Soft Power ทรงพลังมากๆ และที่ผ่านมาก็ถูกใช้กับการท่องเที่ยว ทำรายได้ให้ประเทศมาโดยตลอด ถึงวันนี้การจะขยายโอกาสไปต่ออีกขั้นต้องการบริหารจัดการระดับ World Class ในทุกมิติ และทั้งหมดนี้เชื่อมั่นว่าต้องเป็นการบริหารจัดการจากคนคุณภาพที่คนภูเก็ต กำหนดเอง เลือกเอง เพราะไม่มีใครรู้จักภูเก็ตดีเท่าคนภูเก็ตเอง 

นายกรณ์ กล่าวว่า พรรคกล้า เลยเสนอนโยบายภูเก็ต 3 ข้อชัดๆ ดังนี้ 

1.) ภูเก็ต ต้องเป็น "จังหวัดจัดการตัวเอง" การเมืองส่วนกลางระดับประเทศ และระบบราชการที่กระจุกตัว ไม่ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะพื้นที่ จึงจำเป็นต้องกระจายอำนาจในการบริหารงานเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเมือง โดยให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ภาษีและรายได้ปันส่วนให้ตอบโจทย์กับเนื้องานเพื่อการหารายได้เข้าประเทศอย่างมีระบบ 

2.) ภูเก็ต ต้องเป็น “เมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวพิเศษ” ส่งเสริมการลงทุนด้านการท่องเที่ยว ดึงดูด Nomad ทุกวงการเข้ามา Work From Phuket ต่อยอดจากของดีที่มี ทำงานเชิงรุก ทำให้เมืองเป็น Business Unit ของประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างโอกาสให้คนในชุมชนมีโอกาสทำกิน 

3.) ภูเก็ต ต้องพลิกโฉมเป็น “เมืองมาตรฐานโลกทันสมัย" พัฒนาสาธารณูปโภคและความเป็นอยู่ ให้ตอบโจทย์ความเป็นเมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวระดับ World Class ที่แท้จริง ต้อง Re-Design เมืองในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม การโทรคมนาคม การบริหารจัดการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน การดูแลทางด้านการแพทย์สาธารณสุข การศึกษา ฯลฯ 

'บิ๊กตู่' ห่วงตร. ถูกยิงหัวอาการสาหัส สั่งแพทย์ดูแลเต็มที่ – ประณามม็อบรุนแรง

นายกฯ เป็นห่วง จนท. ตำรวจถูกยิงอาการสาหัส จากปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ที่แฟลตดินแดง ล่าสุดยังไม่รู้สึกตัว สั่งแพทย์ดูแลเต็มที่ ด้านโฆษกรัฐบาล ประณามม็อบใช้ความรุนแรง

7 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้รับรายงาน ส.ต.ต.เดชวิทย์ เล็ทเทนสัน ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 5 กก.อารักขา 1 บก.อคฟ. ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด และขนาดกระสุนปืนเข้าที่บริเวณศีรษะ จนหมวกกันน็อกทะลุ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณอพาร์ตเมนท์ ภายใน ซอยดินแดง 1 ประมาณ 23.15 น. วานนี้ ล่าสุด ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดนำสิ่งแปลกปลอมออกบางส่วนแล้ว หลังการผ่าตัดผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ไม่สามารถหายใจด้วยตนเอง และยังต้องเฝ้าระวังอาการทางสมองรวมถึงการติดเชื้อจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด ในหอผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลตำรวจ

 

“ผบ.ทอ.” เตรียมลงพื้นที่ จ.อยุธยา ช่วยประชาชนประสบอุทกภัย ยัน สถานการณ์น้ำปีนี้ ไม่น่าห่วง เทียบปี 54 ยกเว้นบางพื้นที่ ส่วน กทม. อยู่ระหว่าง วิเคราะห์ ยัน เคารพสิทธ์ เห็นต่างทางการเมือง กำลังพล ยกให้พิจารณาเองจะแสดงออกอย่างไร

ที่โรงพยาบาลสนามธูปเตมีย์ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์การลงพื้นที่จ.อยุธยา ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในสัปดาห์หน้า ว่า ขณะนี้ประชาชนประสบปัญหาในเรื่องอุทกภัยในหลายจังหวัดตนจึงได้สั่งการ ให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ติดตามสถานการณ์และดูแลใกล้ชิด ทั้งนี้กองทัพอากาศมีเครื่องไม้เครื่องมือ เช่น เครื่องบินลาดตระเวน เพื่อบินสำรวจ พื้นที่ที่ประสบอุทกภัย
ส่งภาพที่เห็นจากกล้องหรือการบันทึกที่เครื่องบินส่งกลับมา ที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการคิดพิจารณาตกลงใจของเรา

เมื่อถามว่า คน กรุงเทพมีความกังวลในเรื่องปริมาณน้ที่อาจำจะมากเหมือนปี 54 จสกการบินสำรวจพื้นที่แล้วได้ประเมินสถานการณ์อย่างไรบ้าง เพื่อให้ ความมั่นใจต่อประชาชน พล.อ.อ. นภาเดช กล่าวว่า เราได้เห็นลักษณะการเคลื่อนตัวของน้ำ ซึ่งยังอยู่เป็นเส้นสายหมายถึงว่าอยู่ในคูคลองของน้ำ แต่เอ่อริม 2 ฝั่ง ก็ไม่น่าห่วง  แต่ถ้าหากน้ำออกมาเป็นแผ่น และปกคลุมมาทั้งพื้นที่ อย่างนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ปัจจุบันนี้มีเป็นเพียงบางพื้นที่ที่เป็นแผ่น ส่วนใหญ่จะไหลไปตามช่องทางเดินของน้ำ

เมื่อถามย้ำว่า ไม่น่ากังวลใช่หรือไม่ จากภาพไม่ได้มาเป็นแผ่นปกคลุมทั้งพื้นที่ พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวว่า เป็นบางพื้นที่ ในส่วน กทม. กำลังติดตามสถานการณ์อยู่ ยังให้ความชัดเจนไม่ได้ อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ สังเคราะห์ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวอีกว่า สัปดาห์หน้าตนจะ ลงพื้นที่จังหวัดอยุธยาเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ใกล้กองทัพอากาศสามารถเดินทางได้รวดเร็วเพื่อความสะดวกของประชาชนที่เดือดร้อนจะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที 

“จุรินทร์” ออนทัวร์ จันทบุรี-ตราด เตรียมรับมือผลไม้ตามฤดู แย้ม ปชป. มีดรีมทีมเมืองจันฯครบ 3 เขต พร้อมสั่งลูกพรรคต้อนรับ“บิ๊กตู่”ลงพื้นที่เมืองคอน ยันเสถียรภาพรบ.ยังทำงานได้ดี อย่าแตะอะไรให้เกิดแรงกระเพื่อม หวั่นกรรมตกที่ปชช.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนออนทัวร์ภาคตะวันออก จันทบุรี-ตราด ระหว่างวันที่ 7- 8 ต.ค. ที่ จ.จันทบุรีและตราด ว่า สำหรับจันทบุรีจะไปประชุมเพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาผลไม้ฤดูกาลหน้า ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการที่จะทำให้ทุกฝ่ายสามารถรับรู้การเตรียมการไว้ล่วงหน้า เมื่อผลไม้ออกมาทุกอย่าจะได้ราบรื่น รวมถึงเร่งรัดเปิดด่านการค้าชายแดนที่ จ.ตราด และถือโอกาสพบปะสมาชิกที่เป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคทั้งจันทบุรีและตราดด้วย 

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเตรียมการเพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งจ.จันทรบุรีได้มีการประกาศดรีมทีมของพรรคครบทั้ง 3 เขตแล้ว  ส่วนที่จ.ตราดก็มีตัวบุคคลที่จะลงสมัคร รับเลือกตั้งแล้ว โดยจะได้มีการประชุมแกนนำทั้งหมดเพื่อเตรียมการรวมกัน

นอกจากนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมในวันนี้(7 ต.ค.)ว่า ได้มอบหมายให้ ส.ส. พรรคในพื้นที่นครศรีธรรมราช ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ในการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม  ซึ่งต้องให้เกียรติท่านในฐานะหัวหน้ารัฐบาล พร้อมให้ส.ส.รายงานภาพรวมปัญหาในพื้นที่ โดยต้องดูหน้างานว่านายกรัฐมนตรี มีเวลาและต้องการรับทราบปัญหาใดบ้าง แต่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทุกคนในพื้นที่ก็ทำงานหนักอยู่แล้ว ก็ทราบปัญหาดี ที่จริงคงอยากรายงานนายกฯด้วยว่ามีปัญหาอะไรที่ยังติดขัด ที่ต้องแก้ปัญหาในระดับรัฐบาลต่อไป ดังนั้นขอให้เป็นของของส.ส.ในพื้นที่ 

“เทพไท” โพสต์เตือน อย่าผูกขาดเป็นเจ้าของวีรชนเดือนตุลา ชี้ต้องแยกแยะอดีตกับปัจจุบัน

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ผมคนหนึ่ง ที่เป็นคนเดือนตุลาเช่นกัน เพราะตอนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ผมยังเป็นนักเรียน อยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษา และได้ร่วมกิจกรรมสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.)ที่ กรุงเทพฯอีกด้วย หลังจากนั้นก็มาเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำนักศึกษาในตำแหน่งนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง (อศ.มร.) และเลขาธิการองค์การบริหารองค์การนักศึกษา 20 สถาบัน อีกด้วย จึงมีความผูกพันกับการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษา และถือได้ว่าเป็นผู้หนึ่งที่ได้สืบทอดเจตนารมย์ของวีรชนเดือนตุลามาเช่นกัน 

“ในวันนี้เป็นวันครบรอบ 45 ปีของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งยังอยู่ในความทรงจำ ยังระลึกถึงวีรกรรมของวีรชนเดือนตุลา อย่างไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าในช่วงหลังนี้ จะไม่ค่อยได้เข้าร่วมกิจกรรม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา บริเวณสี่แยกคอกวัวมากนัก เพราะมีความรู้สึกลึกๆว่า การจัดงานรำลึกวีรชนเดือนตุลา กำลังผูกขาดแสดงความเป็นเจ้าของ จากคนเพียงกลุ่มเดียว ทำให้คนที่มีความคิดแตกต่างกัน ไม่กล้าเข้าร่วมกิจกรรม เพราะมีความรู้สึกแปลกแยก กับคนที่จัดงานรำลึกวีรชนเดือนตุลา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย”

"บิ๊กติ๊ก” แจงปมถูกกล่าวหา “บัญชีทรัพย์สินเท็จ” กรณีบ้านที่ จ.พิษณุโลก-เงินฝากภรรยาต่อ​ ป.ป.ช.แล้ว อนุไต่สวนฯลุยรวบรวมหลักฐานเกี่ยวข้อง ก่อนสรุปสำนวน​ คาดใช้เวลาไม่นาน

รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ แจ้งว่า​ สำหรับความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการ​ ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาแก่ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ถูกกล่าวหาว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเท็จและเอกสารประกอบ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ กรณีมิได้แจ้งถือครองบ้านใน จ.พิษณุโลก

 

 

พท.เหน็บ “ประยุทธ์” ไปเอาความมั่นใจจากไหนมา ถึงกล้าบอกเป็นนายกฯ อีกสมัย ซัดบริหารล้มเหลวทุกด้าน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวในขณะลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จ.ลพบุรีว่า ประชาชนเดือดร้อนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในวงกว้าง ขณะที่รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลปมยึดคืนหน่วยงาน-ทวงคืนหน่วยงานกันไปมาจนวุ่นวาย น้ำท่วมมาเกือบเดือนยังไม่เห็นรัฐบาลออกมาตรการเยียวยาประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ข้าวหอมมะลิที่กำลังจะออกต้องจมน้ำ ส่วนที่พอขายได้ก็ขายในราคาถูก ไม่พอต้นทุนการผลิต วิกฤตเศรษฐกิจลามถึงโรงสีขาดสภาพคล่องจนต้องปิดกิจการ กระทบในห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด รัฐบาลเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน แต่ไม่ยอมแก้ไข เพราะสาละวนอยู่แต่กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ ต้องช่วยเหลือเกษตรกรอย่างทันท่วงที ไม่ใช่ว่าพอทวงคืน 4 หน่วยงานกลับมาได้ ก็กระหยิ่มยิ้มย่องกอดคอกันต่อไป ละทิ้งและไม่สนใจแก้ปัญหา ทอดทิ้งประชาชน 

อนุทิน-พิพัฒน์ ติดตามคืบกระจาย วัคซีน-พื้นที่ท่องเที่ยว กระบี่ พังงารองรับเปิดเมือง-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 7-8 ต.ค. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อเปิดเมืองฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดพังงา ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามการดำเนินงานตามแผนของรัฐบาลที่ทยอยเปิดพื้นที่ของจังหวัดต่างๆเพื่อรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติตามแนวทางที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กำหนดเป็น 3 ระยะ เริ่มตั้งแต่เดือนต.ค. 2564 เป็นต้นไป  ภายใต้เงื่อนไขว่า 70% ของประชาชนในพื้นที่ที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวจะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบโดส ขณะที่กลุ่ม 608 ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 80% 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับภารกิจของรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พร้อมคณะนั้น วันที่ 7 ต.ค. 2564 ที่จังหวัดกระบี่จะมีการตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างท่าอากาศยานกระบี่ จากนั้นจะมีการมอบวัคซีนป้องกันโควิด- 19  มีประชุมร่วมกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว โดยในการประชุมจะได้รับทราบจากรายงานของกรมทางหลวงชนบทถึงความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะลันตา หัวหิน-คลองหมาก และนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่จะรายงานความคืบหน้าความพร้อมการเปิดรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายของส่วนกลาง  ซึ่งหลังการประชุมให้นโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รองนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะเดินทางตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม ร.15 พัน1 อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เพื่อให้กำลังใจบุคลาการทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ต่อไป  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ส่วนภารกิจวันที่ 8 ต.ค. 2564 ที่จังหวัดพังงา รองนายกรัฐมนตรีและคณะจะมีการมอบวัคซีนแก่จังหวัดพังงา และตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม ณ ศูนย์ศึกษาวิจัย ศิลปกรรม วัฒนธรรมและประเพณีแห่งอันดามัน  และบริเวณท่าเทียบเรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา บ้านท่าด่าน ตำบลเกาปันหยี อำเภอเมืองพังงา  และตรวจท่าเทียบเรือเกาะคอเขา บ้านน้ำเค็ม ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

“โฆษกรัฐบาลฯ” มั่นใจสถานการณ์น้ำ ไม่ซ้ำรอยปี 54 โว! เทียบอดีตสถิติความเสียหายภัยแล้ง-อุทกภัย ลดลงชัดเจน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตั้งแต่ต้นปี และวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันภัยพิบัติจากสถานการณ์อุกทกภัย และปัญหาน้ำแล้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ส่งผลให้สถิติความเสียหายภัยจากน้ำลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปี 2554  ที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินถึง 65 จังหวัด เสียหาย 69 ล้านไร่  ขณะที่ในปี 2564 ครบรอบ 10 ปี ข้อมูลจากจิสด้าพบว่า ปีนี้น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง  21 จังหวัด มีพื้นที่เสียหาย 1.33 ล้านไร่ ส่วนสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของไทย ปี 2564 น้ำมีระดับน้ำน้อยและมีพื้นที่เพียงพอรองรับปริมาณน้ำฝนอีกมาก  รวมทั้งได้พัฒนารูปแบบการจัดการน้ำโดยใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ รับน้ำนอง บรรเทาความเสียหาย ขขณะที่ปริมาณฝนที่ตกในกทม.ยังไม่มาก ทำให้สามารถบริหารจัดการระบายน้ำได้ และประเมินได้ว่ากทม.น้ำจะไม่ท่วมหรือรุนแรงเท่ากับปี 2554 

นายธนกร กล่าวว่า เปรียบเทียบสถานการณ์อุทกภัยในปี 2554 กับ 2564 ปริมาณฝนสะสม ทั้งประเทศ ในปี 2554 มีปริมาณฝนสะสม  1,948 มม. ปี 2564 ตั้งแต่ม.ค. - ปัจจุบัน มีปริมาณ 1,360 มม. น้อยกว่า อยู่ 588 มม. สำหรับปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2554 รวม 23,605 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 95%  แต่ในปีนี้รวม 11,969 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 48% ปี ทำให้ปริมาณน้ำรวม 4 เขื่อนน้อยกว่าปี 2554 อยู่ 11,636 ล้าน ลบ.ม. ส่วนปริมาณน้ำไหลผ่านบริเวณ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ปี 2554 อยู่ที่ 3,903 ล้าน ลบ.ม.ปี 2564  มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,561 ล้าน ลบ.ม.  น้อยกว่า ปี 2554 อยู่ 1,342 ลบ.ม.ต่อวินาที

นายธนกร กล่าวว่า นอกจากนั้น มีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พ.ศ.2561 – 2580 มีผลงานที่เป็นรูปธรรมในช่วงปี 61-64  สามารถขยายเขตประปาเมืองพื้นที่เศรษฐกิจ 559 แห่ง ปริมาณน้ำใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น 1,203.92 ล้านลบ.ม. เขื่อนป้องกันตลิ่ง 59 กม. ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 135,17 ไร่  มีโครงการจัดทำแผนหลักการบรรเทาอุทกภัยเจ้าพระยาตอนล่าง อาทิ คลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร การปรับปรุงระบบชลประทานเดิม การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา โครงการบริหารจัดการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ เป็นต้น ปัจจุบันขับเคลื่อนแล้ว 32%  ซึ่งการดำเนินการแก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วมแบบบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ผ่านมามีความก้าวหน้า

โฆษกรัฐบาล มั่นใจสถานการณ์น้ำ ไม่ซ้ำรอยปี 54 โว เทียบอดีตสถิติความเสียหาย 'ภัยแล้ง-อุทกภัย' ลดลงชัดเจน เผย บิ๊กตู่ สั่งเฝ้าระวังตั้งแต่ต้นปี

วันที่ 7 ต.ค. 64 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สั่งการทุกหน่วยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตั้งแต่ต้นปี และวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันภัยพิบัติจากสถานการณ์อุทกภัย และปัญหาน้ำแล้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ส่งผลให้สถิติความเสียหายจากน้ำลดลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินถึง 65 จังหวัด เสียหาย 69 ล้านไร่

นายธนกร กล่าวต่อว่า ขณะที่ในปี 2564 ครบรอบ 10 ปี ข้อมูลจากจิสด้าพบว่า ปีนี้น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง 21 จังหวัด มีพื้นที่เสียหาย 1.33 ล้านไร่ ส่วนสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของไทย ปี 2564 น้ำมีระดับน้ำน้อยและมีพื้นที่เพียงพอรองรับปริมาณน้ำฝนอีกมาก รวมทั้งได้พัฒนารูปแบบการจัดการน้ำโดยใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ รับน้ำนอง บรรเทาความเสียหาย ขณะที่ปริมาณฝนที่ตกในกทม.ยังไม่มาก ทำให้สามารถบริหารจัดการระบายน้ำได้ และประเมินได้ว่ากทม.น้ำจะไม่ท่วมหรือรุนแรงเท่ากับปี 2554

'ธนาธร'​ ย้อน​รำลึก​ 45 ปี 6 ตุลา 19 บทเรียนจากอดีต ชนชั้นนำไทยไม่ยอมเรียนรู้ แม้โลกเปลี่ยน

6​ ต.ค. 64​ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก​ 'Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ'​ ระบุว่า... 

(45 ปี 6 ตุลา 19 : บทเรียนจากอดีตที่ชนชั้นนำไทยไม่ยอมเรียนรู้ ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม)​

“6 ตุลา 2519 นี่คือผลของการผลักเขาออกไปแล้วไม่มีใครได้อะไร เราต้องส่งเสียงไปถึงชนชั้นนำ ส่งเสียงไปถึงกลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่ถือครองอำนาจในประเทศนี้ ว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว จิตวิญญาณของยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ผู้คนในสังคมสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ได้รวดเร็วฉับไว ไม่มีทางที่คุณจะฉีกประวัติศาสตร์หน้าใดหน้าหนึ่งจากสังคมไทยได้อีก

เหมือนที่ยุคหนึ่งคุณทำให้ประชาชน ลืมเหตุการณ์ 6 ตุลา ไป เหตุการณ์ 6 ตุลาไม่เคยอยู่ในหนังสือเรียน 24 มิถุนา 2475 ไม่เคยอยู่ในหนังสือเรียน พวกเขาต้องการลบประวัติศาสตร์เหล่านี้ออกไป แล้วเขียนเล่านิทานว่าประเทศไทยมีความสุขสงบ แต่ภายใต้ความสุขสงบที่ชนชั้นนำให้เราเชื่อ มันเต็มไปด้วยความอยุติธรรม ความเอารัดเอาเปรียบระหว่างชนชั้น คุณต้องปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนไป อะไรที่มันไม่สามารถปรับตัวตามโลกได้มันก็ต้องย่อมหายไปตามธรรมชาติ

ยุคนี้เป็นยุคที่มีคดีความทางการเมืองมากที่สุด มีการถูกตั้งข้อหาคดีชุมนุม คดี 112 คดี พ.ร.บ.โรคระบาด เรียกว่ามีคดีทางการเมืองที่มากที่สุด มากกว่ายุคสมัยใด มันแสดงให้เห็นว่าชนชั้นนำกำลังหวาดกลัวและไม่รู้จะจัดการกับคลื่นกระแสความคิดใหม่อย่างไร สิ่งที่ทำคือไล่ฟ้อง ไล่จับ ไล่ขังประชาชน การทำแบบนี้ยิ่งจะทำให้เกิดความโกรธแค้น ยิ่งจะทำให้พวกเขาสุดโต่ง ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ดี

‘แรมโบ้’ อัด ‘กลุ่มไอลอว์’ อย่าออกมาให้ท้ายเข้าข้างคนฝ่าฝืนทำผิดกฎหมาย หากม็อบกล้าออกมาเคลื่อนไหวสร้างความเดือดร้อน แต่เหตุใดไม่กล้ารับผิด 

6 ตุลาคม นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกลุ่มไอลอว์ ฟ้องร้องนายกฯ และหลายหน่วยงาน พร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกาศข้อกำหนดในมาตรา 9 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินพร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 4.5 ล้านบาท โดยนายเสกสกลกล่าวย้ำถึงความจำเป็นในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งที่ผ่านมาตนเองมองว่าสามารถทำให้สถานการณ์การระบาดคลี่คลายลงได้ ทำให้ประชาชนสูญเสียน้อยกว่าหลายๆ ประเทศในโลก

ทั้งนี้แม้ว่ากลุ่มไอลอว์ จะมองว่าการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อห้ามการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน แต่ตนเองมองว่าการเคลื่อนไหวหรือแสดงออกทางการเมืองก็ถือว่าเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เช่นเดียวกัน เพราะเป็นการรวมกลุ่มที่มีคนเป็นจำนวนมาก และไม่ใช่การชุมนุมสงบสันติตามรัฐธรรมนูญ ซ้ำร้ายกับสร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย ใช้อาวุธระเบิด อาวุธปืน เผาทำลายทรัพย์สินราชการเสียหาย ตลอดจนใช้ปืน ระเบิดอาวุธนานาชนิดเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บสาหัสจำนวนหลายนาย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top