Tuesday, 27 October 2026
POLITICS

“โฆษกรัฐบาลฯ” ฟุ้ง ปชช.หนุน ”บิ๊กตู่” โว ผลงานชัด-ซื่อสัตย์สุจริต เหน็บ พท.อย่าเพิ่งตีปีก ย้อน ลต.เขตเดียวไม่ใช่สนามใหญ่ 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถนำพาประชาชนออกจากวิกฤตได้ ทางที่ดีที่สุดคือคืนอำนาจให้ประชาชน และการยุบสภาฯ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ว่า ยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้หวงอำนาจ และเข้ามาบริหารประเทศตามมติของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นตัวแทนประชาชน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมอำนาจย่อมกลับคืนสู่ประชาชน และไม่แน่ใจว่าฝ่ายค้านต้องการให้รัฐบาลคืนอำนาจให้ประชาชนหรืออยากให้คืนอำนาจให้ฝ่ายค้าน กลับมามีโอกาสเป็นรัฐบาลอีกครั้งกันแน่ ทั้งนี้ตนมั่นใจว่าประชาชนยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เพราะมีผลงานที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม จับต้องได้ ที่สำคัญคือ มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เด็ดขาดกับการทุจริตคอรัปชั่น ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา แม้การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.ครั้งล่าสุดพรรคเพื่อไทย จะได้รับชัยชนะแต่อย่าเพิ่งดีใจ เพราะเป็นเพียงการเลือกตั้งซ่อมเพียงเขตเดียว ไม่ได้ส่งผลต่อเสียงของรัฐบาล จึงไม่สามารถนำมาวัดกับการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศในสมัยหน้าได้

“นายกฯ”ปลื้ม ไทยติดอันดับ 26 ประเทศรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ดีที่สุด มั่นใจ เศรษฐกิจฟื้น

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้เผยรายงานการจัดอันดับประเทศและเขตเศรษฐกิจที่รับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้ดีที่สุด ประจำเดือนม.ค. 2565 โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับประเทศที่สามารถรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 26 จากทั้งหมด 53 ประเทศและเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยคะแนนรวม 63.7 คะแนน เพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อปี 2563 ถึง 18 ลำดับ 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมได้รับทราบการจัดลำดับดังกล่าวและชื่นชมถึงการทำงาน และขอบคุณทุกหน่วยงานร่วมกันทำงานอย่างหนักจนเห็นผลของความสำเร็จ จากตัวเลขผู้เสียชีวิตที่มีระดับต่ำ และมาตรการควบคุมที่เข้มงวดแต่เปิดให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้จนเห็นแนวทางของการพัฒนาว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดีขึ้น และที่ขาดไม่ได้ ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ดูแลตนเอง คนใกล้ชิด และร่วมปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดโดย ศบค. ตลอดมาจนสถานการณ์ในประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ 

นายธนกร กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเพิ่มขึ้นถึง 18 ลำดับ นับตั้งแต่เดือนเม.ย.พ.ศ. 2564 เนื่องจากสัดส่วนการได้รับวัคซีนของประชาชน จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น มีการผ่อนคลายมาตรการข้อจำกัด ที่ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตอย่างรวดเร็วในปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากการเปิดประเทศและการเปิดรับนักท่องเที่ยวด้วยการใช้มาตรการที่ไม่ต้องกักตัว สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้ผู้เดินทาง นักท่องเที่ยวจากทุกประเทศสามารถลงทะเบียนเพื่อขออนุญาตเข้าประเทศไทยผ่านระบบ Test & Go ได้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2565 เป็นต้นไป

“องอาจ” ขอให้ นายกฯ เดินหน้าเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. เดือน พ.ค. ตามไทม์ไลน์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่า ถือเป็นเรื่องดีที่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีความชัดเจนมากขึ้น จากการที่ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยืนยันว่าต้นเดือน มี.ค. จะนำเรื่องการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เข้าหารือในที่ประชุม ครม. จากนั้นปลายเดือน มี.ค. กกต. น่าจะประกาศให้มีการเลือกตั้ง และคาดว่าจะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ได้ในเดือน พ.ค.

การจะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ตามนี้หรือไม่ ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับ รมว.มหาดไทย ที่จะเป็นต้นเรื่องนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณา จึงขอให้ รมว.มหาดไทย ทำตามที่ประกาศไว้ ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีควรเร่งรัดให้เป็นไปตามไทม์ไลน์ที่ประกาศ 

นอกเหนือจากการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แล้ว ครม. ควรมีมติให้เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในวันเดียวกันไปเลย เพราะคน กทม. เสียโอกาสจากการที่มีผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ที่แต่งตั้งจาก คสช. มานานมากแล้ว

รัฐบาลมั่นใจเศรษฐกิจโตตามเป้า ท่องเที่ยว ส่งออก การลงทุนต่างชาติ ขยายตัวชัดเจน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจประเทศไทยปี 2565 จะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 4.0 ต่อปี (โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 3.5 ถึง 4.5) ตามการคาดการณ์ของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้ประเทศและรายได้ครัวเรือน ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้งบประมาณแผ่นดิน 3.1 ล้านล้านบาท งบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 3.07 แสนล้านบาท และพ.ร.ก.เงินกู้ ควบคู่ไปกับการเติบโตของภาคการส่งออก การท่องเที่ยว การลงทุนจากต่างชาติ ที่มีตัวเลขยืนยันเป็นที่ประจักษ์

ทั้งนี้ การดำเนินการต่างๆจะอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยทางสาธารณสุข รวมถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจต้องอยู่ภายในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกันกำหนด ที่ระดับร้อยละ 1.0-3.0 ต่อปี

 นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ เป็นวันแรกที่จะกลับมาใช้การลงทะเบียนเพื่อขออนุญาตเข้าประเทศไทยผ่านระบบ Test & Go ซึ่งน่าจะส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น เพิ่มรายได้แก่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สำหรับในภาพรวมทั้งปี2565 ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์โควิด19 ที่ทั่วโลกสามาถบริหารจัดการได้ดี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 7-8 ล้านคน และนักท่องเที่ยวในประเทศเดินทางจำนวน 160 ล้านคนครั้ง มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1.3 -1.8 ล้านล้านบาท และหากสามารถเปิดด่านค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านได้ในไตรมาสแรกนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 15 ล้านคน

มากไปกว่านั้น ในภาคการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานตัวเลขการส่งออกทั้งปี 2564 ขยายตัวถึง 17.14% สูงสุดในรอบ 11 ปี ทะลุเป้าหมาย คิดเป็นมูลค่ารวม 2.71 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และสำหรับ การส่งออกปี 2565 กระทรวงฯตั้งเป้าไว้ที่ 3-4% หรือมีมูลค่า 2.7-2.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจัยบวกที่เกิดขึ้น ประกอบกับ ประโยชน์ที่ไทยเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่ทำให้สินค้าไทยไม่ต้องเผชิญกับกำแพงภาษี ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ คาดว่า การส่งออกสินค้าที่ยังเติบโตต่อเนื่อง อาทิ สินค้าเกษตร ผลไม้สด ผลไม้แช่แข็ง สินค้ากลุ่มยาและเวชภัณฑ์ ถุงมือยาง สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร น้ำตาลทราย อาหารเลี้ยงสัตว์ สินค้าอุตสาหกรรม รถยนต์ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน อัญมณี คอมพิวเตอร์ และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น

ตั้ง ‘แรมโบ้’ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ติดตาม - ตรวจสอบขายสลากเกินราคา

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่ากำหนด 

นายอนุชา กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล ว่า คณะกรรมการได้เสนอให้ปรับปรุงกฎหมายควบคุมการค้าสลากเกินราคา โดยพบว่ากฎหมายปัจจุบันที่บังคับใช้มีความล้าสมัย คือ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ระบุรายละเอียดบทลงโทษผู้จำหน่ายสลากเกินราคา ไม่เกิน 10,000 บาท และมีบทลงโทษผู้จำหน่ายสลากในสถานศึกษา และจำหน่ายให้กับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ 

"แรมโบ้" เห็นด้วย "ซูเปอร์โพล" ปชช.ส่วนใหญ่พอใจการเยือนซาอุฯของ นายกฯ ฟื้นสัมพันธ์-ประเทศได้ประโยชน์ ซัด "ฝ่ายค้าน" สิ่งใดที่ดี ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ควรหัดยอมรับบ้าง ไม่ใช่หวังแต่ประโยชน์ส่วนตัว

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับสำนักวิจัยซูเปอร์โพล สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ความพอใจหลังฟื้นสัมพันธ์ ไทย ซาอุดีอาระเบีย พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 93.3 รับทราบการทำงานและรับรู้ถึงความพยายามของรัฐบาล ในการรักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคและระดับนานาชาติให้ดีขึ้น และร้อยละ 88.9 พอใจ ต่อการฟื้นสัมพันธ์ไทยกับซาอุดีอาระเบีย นอกจากนี้ร้อยละ 58.2 ประชาชนมองว่าการฟื้นความสัมพันธ์ยังได้ประโยชน์ด้านพลังงานอีกด้วย 

ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่าคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศยินดีกับการที่นายกฯได้ไปเยือนซาอุฯในครั้งนี้ และยังเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน และประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านพลังงาน การท่องเที่ยว  ดังนั้นขอให้คนที่เห็นต่างหรือฝ่ายค้านเลิกนำประเด็นการเยือนซาอุฯ ของนายกฯมากล่าวหา โจมตีนายกฯ เพื่อหวังเพียงผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น 

“บิ๊กป้อม” ถก “พีมูฟ” สางปม  15 ข้อเรียกร้อง สั่ง เร่งช่วยเหลือเยียวยาทุกกรณี “โฉนดชุมชน-เร่งกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์กลุ่มชาติพันธุ์” ยัน รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเยียวยาทุกกลุ่ม  

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.)ครั้งที่1/2565  ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี นายมงคลชัย สมอุดรรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ร่วมประชุม 

โดยที่ประชุมรับทราบข้อเรียกร้องต่างของกลุ่มพีมูฟทั้ง 15 กรณี ที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกินของชุมชน การเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและชาวกะเหรี่ยง รวมทั้งผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้รับทราบความคืบหน้าการประชุมหารือร่วมกันระหว่างส่วนราชการและขปส.ในการแก้ปัญหาข้อเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่อง ที่มีนายอนุชา ประชุมหารือขั้นต้น พร้อมรับทราบการแต่งตั้ง พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ เป็นในองค์ประกอบคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ขปส.

'อนุชา' เผย ถกแก้ 15 ประเด็นปัญหาพีมูฟได้เกือบหมด ยัน เข้าครม.พรุ่งนี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.) หรือพีมูฟ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกับตัวแทนเครือข่ายพีมูฟ ซึ่งมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอรฺเร้นท์ ว่า ตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นข้อเสนอ 15 ข้อ ซึ่งในหลายข้อได้ มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา การประชุมครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ค้างมาเป็นเวลานาน และจะสามารถทำให้รักษาทรัพยากรธรรมชาติให้กับประชาชนได้ เพื่อให้ประชาชนและประโยชน์ของประเทศชาติควบคู่กันไปได้ ด้วยเจตนาดีของนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการมอบหมายให้ตนเป็นผู้ประสาน และดำเนินการแก้ไขเพื่อให้สมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

นายอนุชา กล่าวว่า กรณีการแก้ไขปัญหาตามพระราชบัญญัติที่ดินแห่งชาติ ม.10/4 กรณีการจัดสรรที่ดินให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ที่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในชุมชนต่างๆ ถือว่ามีเป้าหมายตรงกันในการแก้ไขปัญหา เพื่อดูแลทรัพย์สมบัติแผ่นดิน ต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตามกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมจะยังคงปักหลักชุมนุมหรือจะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว เพียงแต่พูดคุยกันถึงกรณีแก้ไขปัญหาร่วมกันเท่านั้น 

ผู้สื่อข่าวถามว่าผลการหารือนี้ จะถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 1กุมภาพันธ์นี้หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีพยายามเสนอผลการหารือให้ครม.ได้รับทราบถึงการทำงานที่ผ่านมา เมื่อถามย้ำว่าจะนำผลการพูดคุยทั้ง 15 ประเด็นปัญหานี้ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุชา พยักหน้า เป็นการตอบรับ พร้อมกล่าวว่า เพื่อให้ครม.รับทราบ และเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่สามารถแก้ไขได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ส่วนเรื่องใดที่ยังขัดต่อกฎหมายอาจจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ที่อาจมีขึ้นในอนาคต ส่วนการพิจารณาแก้ไขปัญหา ประเด็นค้าง ก็ต้องดูเป็นประเด็นๆไป

“บิ๊กตู่” ชื่นชม พม.  เดินหน้าดูแลผู้พิการตามนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตั้งเป้าปี 65  ปฏิรูปงานด้านคนพิการ จัดครอบครัวอุปการะดูแลผู้พิการขาดคนดูแล ชี้พบมากขึ้นจากเหตุโควิด

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รายงานต่อนายกรัฐมนตรีถึงการขับเคลื่อนการดูแลกลุ่มคนพิการ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังของรัฐบาล โดยกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้ตั้งเป้าให้ปี 2565 นี้ เป็นปีแห่งการปฏิรูปงานด้านคนพิการ ตั้งแต่การค้นหาคนพิการเชิงรุกตามชุมชน นำผู้ตกหล่นมาขึ้นทะเบียนคนพิการ เพื่อรับสิทธิ สวัสดิการ และการคุ้มครองต่างๆ   ขยายพื้นที่โรงพยาบาลให้สามารถตรวจรับรอง และออกบัตรคนพิการจบในที่เดียวครบทั้ง 77 จังหวัด ภายในเดือนสิงหาคม 2566 จากปัจจุบันที่ทำได้แล้วใน 40 จังหวัด

ที่สำคัญ คือ เตรียมแก้ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยจะปรับเกณฑ์พิจารณาการออกบัตรคนพิการให้ชัดเจนและง่ายขึ้น ขณะเดียวกันจะปฏิรูปบัตรคนพิการ ให้เป็นบัตรคนพิการดิจิทัลผ่านแอพพลิเคชั่น บัตรคนพิการ-PWD ซึ่งสามารถใช้แทนบัตรคนพิการได้เลย ภายในบัตรระบุข้อมูลสิทธิและสวัสดิการที่ได้ เชื่อมโยงข้อมูลกับตลาดงานคนพิการ กู้ยืมเงินออนไลน์ ตลอดจนมีการชี้เป้าหน่วยงานช่วยเหลือคนพิการที่ใกล้ที่สุดผ่านกูเกิ้ลแมป แต่ส่วนคนพิการที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ยังสามารถใช้บัตรคนพิการได้ปกติ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวง พม. จะมุ่งฝึกอาชีพใหม่ และอาชีพเก่าที่ยั่งยืนสำหรับผู้พิการ  ซึ่งเป็นล้วนเป็นอาชีพที่เคลื่อนไหวออกจากที่พักอาศัยน้อย เช่น อาชีพที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี วิเคราะห์และจัดการข้อมูล ขายของออนไลน์ เกษตรกรรม เป็นต้น  โดยเป็นความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่สนับสนุนองค์ความรู้ สร้างมูลค่าเพิ่มและคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์ เพิ่มช่องทางตลาด ทั้งนี้ เพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพิงตัวเองได้ จากการมีอาชีพและรายได้ และสามารถเป็นที่พึ่งแก่ครอบครัวต่อไป สำหรับการดูแลผู้พิการที่ขาดคนดูแล เนื่องด้วยผู้ดูแลเสียชีวิต และในช่วงสถานการณ์โควิด-19 พบว่ามีผู้ดูแลผู้พิการเสียชีวิตจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้พิการเดือดร้อนมากขึ้นอีก

'จาตุรนต์' วิเคราะห์ ประชาชนไม่เอาประยุทธ์อีกต่อไป!! หลัง พปชร. พ่ายศึกเลือกตั้งซ่อม

ไม่เอาประยุทธ์อีกต่อไป!!

ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กรุงเทพ เขต 9 (หลักสี่-จตุจักร) เมื่อ 30 ม.ค. 2565 นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคเพื่อไทย ได้รับชัยชนะไปในสนามนี้นั้น ล่าสุด นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ได้วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งสรุปได้ว่า... 

“ความนิยมของประชาชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตกต่ำอย่างมาก”

นายจาตุรนต์ ระบุอีกว่า ยินดีกับนายสุรชาติ เทียนทองที่ได้รับชัยชนะท่วมท้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ยินดีที่ผู้สมัครพรรคก้าวไกลได้คะแนนเสียงมากทีเดียว

"การที่พปชร.คะแนนน้อยสุดๆ ส่งสัญญาณว่าความนิยมต่อพปชร. และประยุทธ์ตกต่ำลงอย่างมาก ประยุทธ์จะอยู่ได้ไม่นานและยากที่จะกลับมาอีก...ประชาชนไม่เอาแล้ว!!!"

'เลขาฯสมช.' เผย 'บิ๊กตู่' สั่งคุมราคาเอทีเค  ย้ำ อย่าให้ปชช.เดือดร้อน จ่อ ปรับมาตการในโรงเรียน ยัน ให้ทุกคนปลอดภัย 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุม ศปก.ศบค. ว่า ที่ประชุมหารือ 3 ประเด็นหลัก คือกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข สปสช. และกระทรวงพาณิชย์ ไปจัดระเบียบแนวทางการตรวจเอทีเค โดยเฉพาะหามาตรการช่วย อย่าให้ประชาชนเดือดร้อนในเรื่องของราคา ส่วนการกำจัดขยะชุดตรวจเอทีเคนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการอยู่แล้วตั้งแต่ต้น แต่ไม่ค่อยมีการประชาสัมพันธ์อย่างแพร่หลาย จากนี้จะมีการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม ส่วนรายละเอียดต้องให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจง 

พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า สองเรื่องการเรียนการสอน เนื่องจากนายกฯเป็นห่วงนักเรียนจึงมอบให้กระทรวงทหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และ กทม. ไปพูดคุยหารือรายละเอียดมาตรการที่จะต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาให้โรงเรียนสามารถเปิดการศึกษาได้อย่างปลอดภัยภายใต้มาตรการสาธารณสุขที่มีการปรับปรุงอยู่ตลอด ส่วนกรณีโรงเรียนที่จังหวัดราชบุรีที่มีการติดโควิดจำนวนมากนั้น กระทรวงศึกษาต้องดูให้สอดคล้องกับพื้นที่ระหว่างสถานการณ์กับปัจจัยอื่นๆ โดยเฉพาะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาตรการหลักอย่างแน่นอน โดยขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังพูดคุยกัน จึงยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้ และเรื่องที่สามคือ เทสแอนด์โก ที่จะเปิดรับลงทะเบียนอีกครั้งวันที่ 1 ก.พ. 

'กนก' ลั่น!! พี่ใหญ่ต้องรู้สึก ครึ่งเดือนพ่าย 3 หน ชี้!! ทุกหนลงไปช่วยหาเสียง แต่ไร้พลัง!! 

วันที่ 31 มกราคม 2565 นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ระบุว่า... 

พี่ใหญ่ต้องรู้สึก! ครึ่งเดือนพ่าย 3 หน ทุกหนลงไปช่วยหาเสียง แต่ไร้พลังด้วยแป้งเอฟเฟกต์ ไปร่วมเล่นละครกับหอกข้างแคร่ แฟนคลับลงโทษ ถูกต้อนเข้ามุมอับแล้วลุง


ที่มา : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=493796862115165&id=100044545655669
https://www.naewna.com/politic/632204
 

'พล.ท.นันทเดช'​ เตือน!! ปัญหาธรรมดาที่รัฐมักปล่อย สะท้อนผ่าน​ ' ความพ่ายแพ้'​ เลือกตั้งซ่อมหลักสี่แล้ว

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ศรภ. โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ระบุว่า... 

รัฐบาลได้รับการสั่งสอนเป็นครั้งที่​ 3

ประสิทธิภาพของรัฐบาล ในการตอบสนอง
ความสุขให้กับประชาชนนั้น แม้ว่ารัฐบาลจะขับเคลื่อนประเทศได้ดีขนาดไหนก็ตาม เช่น สร้างรถไฟฟ้า 10 สาย / ต่อสู้ชนะโรคโควิด / การจัดนิคมอุตสาหกรรม ฯลฯ

แต่ความสุข ของคนไทยส่วนใหญ่ ซึ่งอยู่ในมือของคนชั้นกลางนั้น... 

ด้านหนึ่งก็ชื่นชมต่องานที่รัฐบาลทำขึ้นมา 
อีกด้านหนึ่งก็ต้องการความสงบของบ้านเมือง รวมทั้งความทัดเทียมทางกฎหมาย 

ดังนั้นรัฐบาล​ ซึ่งทำงานแทบตาย ก็จะสะดุดขาตัวเองเป็นระยะๆ จากปัญหาธรรมดาๆ​ ที่น่าจะแก้ไขได้ง่ายๆ 

ถ้าเอาใจใส่ซะหน่อย อย่าไปคิดว่าประชาชน
จะลืมอะไรง่ายๆ พวกเขาไม่ลืม เพียงแต่จริงๆ แล้วพวกเค้าก็ยังต้องการรัฐบาลอยู่

จึงอยากขอเตือนรัฐบาลให้ระวังเรื่องแบบนี้หน่อยครับ

เรื่องแบบไหนล่ะ ก็เรื่องที่แก้ได้ง่ายๆ​ นะซิครับ

1.) การดำเนินคดีต่อตำรวจขับรถจักรยานยนต์หรูชนหมอต่ายจนเสียชีวิต​ ซึ่งดูกระบวนการจัดการช้าไม่ทันใจประชาชน

2.) สินค้าราคาแพง ทั้งๆ ที่มีเหตุการณ์เตือนมาแล้วเป็นระยะๆ​ แล้ว​

3.) การบุกรุกพื้นที่ป่า ของครอบครัว คุณธนาธร ซึ่งเรื่องไปค้างอยู่ที่กรมที่ดิน มาปีหนึ่งแล้ว

4.) แท็กซี่ราคาโหดที่ภูเก็ต นักท่องเที่ยวเรียก Grab ราคา​ 180 บาท...Grab พอรู้พื้นที่ไม่กล้ามารับ เลยไปเรียกแท็กซี่...แท็กซี่ เรียกราคา 600 บาท ราคามันต่างกันมากก็เลยทะเลาะกัน...แท็กซี่ท้าให้เรียกตำรวจ ตำรวจมาก็ทำอะไรไม่ได้

5.​) ความขัดแย้งในพรรคหลักของรัฐบาล

6.​) เรื่องการลดโทษนักโทษการเมือง ที่ทำการทุจริต

ฯลฯ

'พรรคกล้า'​ ปลื้ม!! แม้เป็นพรรคใหม่ แต่กระแสดีขึ้นเรื่อยๆ เผยผลรอบนี้​ ชี้!! 'การเมืองไม่เหมือนเดิม'​ อีกต่อไป

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมเขตจตุจักร-หลักสี่ เบอร์ 2 แถลงหลังทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ โดยนายกรณ์ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยที่ได้คะแนนอันดับ 1 โดยหวังว่าจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ส.ส. พร้อมกันนี้ยังกล่าวในฐานะหัวหน้าพรรค ขอบคุณจากใจกับทุกคะแนนที่มอบให้นายอรรถวิชช์ และได้กำลังใจจากคะแนนเสียงที่ได้มา ขอบคุณทีมงาน สมาชิก ผู้สนับสนุนพรรคกล้าทุกคน เพราะเราทุ่มเทกันสุดตัว แน่นอนที่สุดเราไม่ชนะ เราก็รู้สึกผิดหวัง เพราะทุกครั้งที่ลงเลือกตั้ง เราก็ตั้งใจที่จะชนะเพื่อที่จะสามารถเข้าไปทำหน้าที่ในสภาได้ 

พรรคเราเป็นพรรคใหม่ เราพูดแต่แรกว่าเราเป็นพรรคสตาร์ตอัป ซึ่งความหมายคือ รุกแรงทุกครั้ง รุกเร็วทุกครั้ง เรียนรู้และปรับตัว ซึ่งครั้งนี้ก็เหมือนกัน เรามีบทเรียนและประสบการณ์จากการลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ที่ทำให้เรามีกำลังใจว่าเรามาถูกทางแล้วในการนำเสนอการเมืองคุณภาพที่ชัดเจนที่สุดของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือพี่น้องประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการเห็นการเมืองที่มีคุณภาพ ต้องการเห็นการเมืองที่ดีขึ้น ต้องการเห็นผู้มีอำนาจตอบโจทย์การแก้ปัญหาและใส่ใจในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น สัญญาณที่ชัดเจนของพี่น้องประชาชนคือความต้องการเปลี่ยนแปลง 

“พรรคกล้าเราถือว่าเรามาถูกทางในการนำเสนอการเมืองคุณภาพ การเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะเป็นการเมืองที่จะสามารถสร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนได้ สร้างโอกาสให้กับประเทศชาติได้ ขอกราบพระคุณทุกท่านที่ให้คะแนนกับเรา” นายกรณ์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กล่าวขอบคุณทุกคะแนนจากหัวใจ พร้อมแจ้งข่าวดีให้ชาวพรรคกล้าทราบว่า ฐานเสียงเดิมของพรรคกล้าที่เขตจตุจักร มาเป็นอันดับ 1 แน่นอนคุณสุรชาติ เป็นแชมป์เก่าอยู่ที่หลักสี่อยู่แล้ว จึงชนะในเขตหลักสี่ไป แต่จตุจักรเรายังรักษาตำแหน่งที่ 1 ของเราได้ เป็นเรื่องที่ดี ที่สำคัญ การเลือกตั้งคราวนี้ คะแนนทางการยังไม่สรุปว่าเราเป็นที่ 2 หรือ 3 แต่เราก้าวไปเป็นพรรคการเมืองในระดับที่มีคะแนนเทียบกับพรรคก้าวไกลที่มี ส.ส. ในสภา 50 คนแล้ว และถ้าการเมืองคุณภาพที่เราอยากเห็น เราเห็นชัดเจนว่าการเมืองใหม่เกิดขึ้นแล้วในกรุงเทพมหานคร ผลจะเริ่มสะท้อนชัดเจนว่าการทำการเมืองในวิถีแบบใหม่แบบที่พรรคกล้าเป็น ทำให้พรรคเราขึ้นมายืนได้ขนาดนี้ เลือกตั้งเที่ยวหน้าการเมืองคุณภาพแนวนี้ มันจะเป็นเทรนด์การเมืองใหม่ที่หลายพรรคจะต้องเดินตาม และนี่เป็นความภูมิใจ ที่เราสู้มาตลอดเวลา 30 วันนี้

นายอรรถวิชช์ยังกล่าวถึงการประเมินคะแนนเสียงเบื้องต้น นอกจากฐานเสียงเดิมที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ หรือความเป็นพรรคกล้าที่แจ้งเกิดได้ ว่า ปัญหาตอนนี้ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเฉพาะเขต ตอนนี้มีการเปลี่ยนตัวหน่วยในหลายจุด ทำให้การสัญจรไปมาลำบาก คาดว่าอยู่ 30% ของผู้มาใช้สิทธิ์ แต่หลักสี่มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมาก ขณะที่จตุจักรน้อยมากบางหน่วยเงียบเหงา ต้องฝากทางกรุงเทพมหานครต้องกระจายข่าวสารให้ทั่วถึงมากขึ้น และถือว่าพรรคกล้าแจ้งเกิดทางการเมืองในกรุงเทพมหานคร เห็นได้ชัดว่าการเมืองใหม่เกิดขึ้นแล้ว การเมืองคุณภาพ การนำเสนอแบบนี้มีโอกาส ตราบใดที่ไม่เสนอการเมืองแบบแบ่งค่าย แต่เป็นการบอกว่าแนวคุณภาพคืออะไรมันไปได้ 

'พิธา' กร้าว!! เลิกจี้​ 'ก้าวไกล-ทหาร'​ ปฏิปักษ์กัน หลังคะแนนเสียงจากค่ายทหารเทให้มากกว่าเดิม

'ก้าวไกล'​ แถลงยินดี 'สุรชาติ'​ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชน "กรุณพล" ลุยต่อ-มั่นใจเลือกตั้งใหญ่ได้ ส.ส. ด้าน 'พิธา'​ เผยเปอร์เซ็นต์คะแนนดีขึ้น-ชนะเพิ่มในค่ายทหาร 

พรรคก้าวไกล แถลงข่าวผลการเลือกตั้งซ่อมเขตจตุจักร-หลักสี่ นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค, ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค และกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม เขตจุตจักร-หลักสี่ เบอร์ 6 โดยมี ส.ส. พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. และทีมอาสาสมัครสังเกตการณ์เลือกตั้งของพรรค ร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก 

พิธา กล่าวว่า ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับคุณสุรชาติ เทียนทอง และพรรคเพื่อไทย รวมถึงยินดีกับพี่น้องจตุจักร-หลักสี่ ที่จะได้คุณสุรชาติเข้าไปทำงาน ในส่วนพรรคก้าวไกล ต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้​ 'เพชร กรุณพล'​ และพรรคก้าวไกล แม้เรายังไม่ได้เป็นผู้ชนะ แต่ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว และผลการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการยืนยันว่าการมีอยู่ของพรรคก้าวไกล การมีอยู่ของนักการเมืองแบบนี้ เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ และเมื่อดูจากเปอร์เซ็นต์คะแนนเสียงที่ได้รับ ในการเลือกตั้งปี 2562 เราได้ 20 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้ได้ 24 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าครั้งที่แล้ว ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ให้ความไว้วางใจ 

"นอกจากนี้ นโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ ก็ถือว่าเป็นที่ตอบรับดีมาก เพราะคะแนนเสียงจากในค่ายทหารในสมัยอนาคตใหม่เราได้ 26 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้เพิ่มเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ นั่นแสดงให้เห็นว่า พี่น้องทหารเห็นด้วยกับสิ่งที่เราจะทำให้กองทัพทันสมัย เป็นทหารมืออาชีพ ชีวิตของทหารชั้นผู้น้อยดีขึ้น ชัดเจนว่า นโยบายปฏิรูปกองทัพที่เรานำเสนอดีขึ้นและดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีใครพยายามสร้างภาพว่าพรรคก้าวไกลกับทหารเป็นปฏิปักษ์กัน คิดว่าเลิกพูดแบบนั้นได้แล้ว เพราะแท้จริงเราพยายามทำให้ทหารมีสวัสดิการสวัสดิภาพที่ดีอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ทั้งนี้ เราตั้งใจที่จะทำงานอย่างมุ่งมั่นต่อไปสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงประเทศนี้" พิธา กล่าว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top