Friday, 17 July 2026
POLITICS

“อนุทิน” หยอดคำหวาน “หนู”ช่วยอยู่แล้ว ยัน ไม่ถอนตัวรัฐบาล ลั่น มาด้วยกันไปด้วยกัน กั๊ก ปมรถไฟฟ้าสายสีเขียวกระทบซักฟอก แย้ม ขอดูรายละเอียดก่อน

การเมือง/ทำเนียบ/14 ก.พที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุว่า “หนูช่วยหน่อยนะ”หลังการประชุมศบค.เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามตนเรื่องนี้ว่า “พี่พูดกับหนูเมื่อไหร่”จึงตอบไปว่าจำไม่ค่อยได้ แต่เป็นธรรมดา หาก พล.อ.ประยุทธ์ บอกให้ช่วยก็ต้องช่วยกันทำงาน เป็นหน้าที่อยู่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ พูดทำนองนี้ แต่ไม่ได้บอกว่า หนูช่วยหน่อยนะ ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าให้ช่วยเรื่องอะไร แต่เป็นการช่วยทำงาน ช่วยให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อย
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า การพูดคุยดังกล่าวยืนยันตัวเลข 260 เสียงรัฐบาล กับนายกฯ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตัวเลขนี้ไม่รู้มาจากไหน ยืนยันจะพยายามทำให้เกิดความมีเสถียรภาพให้ได้มากที่สุด
 
เมื่อถามว่าในการอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 แม้ไม่มีการลงมติ พรรคภูมิใจไทยจะช่วยเหลือรัฐบาลอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต้องสนับสนุน
นายกฯเต็มประตูอยู่แล้ว นายกฯยังไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ผิดไปจากนโยบายที่ได้แถลง ทุกอย่างเป็นไปตามทำนองคลองธรรม สิ่งที่นายกฯ ทำทุกอย่างถ้าเป็นประโยชน์กับประเทศ เราเป็นรัฐบาลด้วยกันก็ต้องสนับสนุน ต้องช่วยกัน
 
เมื่อถามว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 15 ก.พ.นี้ จะมีวาระพิจารณาประเด็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่เห็นวาระการประชุม เมื่อถามย้ำว่า หากครม.พิจารณา แล้วผลไม่เป็นไปตามที่พรรคภูมิใจไทยต้องการ จะทำอย่างไร นายอนุทิน กล่าวย้อนว่า ให้เกิดขึ้นก่อน  ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียว หากพิจารณาแล้วไม่ว่าผลจะออกมาทิศทางใด จะยังสนับสนุนรัฐบาลอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่าจะเสนอเข้ามาในรูปแบบไหน จะไปพูดในสิ่งที่ยังไม่เกิดไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของกระทรวงคมนาคม ส่วนรายละเอียดต้องให้ผู้เกี่ยวข้องนำมาชี้แจงในที่ประชุมครม. 

เมื่อถามว่าผลการพิจารณาเรื่องสายสีเขียว จะส่งผลต่อท่าทีของ ภูมิใจไทยในสภาฯหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนอนุมัติเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว คือ ครม. ต้องรอให้เรื่องเหล่านั้นเกิดขึ้นก่อน ยังไม่ทราบว่าหากรัฐมนตรีได้ฟังการหารือของสองหน่วยงาน ที่นำเหตุผลมาว่ากัน ผลจะออกมาอย่างไร อาจจะยังไม่มีข้อสรุปออกมาก็ได้ ยืนยันเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งของรัฐบาล เป็นเพียงความเห็นที่ไม่ตรงกันของสองหน่วยงาน เป็นของเรื่องของการทำงาน ไม่เกี่ยวกับการเมือง

“สงคราม” แนะ “บิ๊กตู่” ทบทวนสิทธิ์รักษาโควิดฟรี ชี้ ข้ออ้างหมดเงินฟังไม่ขึ้นอัดรัฐบาลอย่าผลักภาระให้ประชาชน 

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 (ศบค.) มีแนวคิดในการยกเลิกการรักษาฟรีให้ประชาชน ที่ติดเชื้อโควิด อ้างว่า ใช้งบประมาณสูงมากมาก ที่ผ่านมา รัฐบาลทุ่มเงินให้ฟรีหมดไม่มีประเทศไหนทำ ในสถานการที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะแตะ วันล่ะ 14,000-15,000 คน แบบนี้ รัฐบาลไม่สามารถรับภาระได้ 

อยากเตือนไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่า ที่อ้างว่างบประมาณไม่พอนั้น อยากทราบว่าเงินกู้ 1.5 ล้านล้านบาท ที่มาขออำนาจสภาไปกู้มานำไปใช้อะไรหมด เงินส่วนนี้ควรนำไปใช้เพื่อบริการประชาชน เพราะเป็นเงินของประชาชน หรือนำเงินกู้ไปซื้ออาวุธให้กองทัพ รวมทั้งหากไม่รักษาให้ประชาชน ฟรีก็เป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญ ตามาตรา 47 ที่บัญญัติว่า บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ บุคคลผู้ยากไร้ย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายบัญญัติ และบุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้นรัฐจะมาโยนภาระให้กับประชาชนไม่ได้ 

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า จากเดิมเมื่อประชาชนหากติดเชื้อโควิดแล้วสามารถรักษาได้ทุกที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งโรงพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลเอกชน หากยกเลิกสิทธิรักษาโควิดฟรีทุกที่เท่ากับว่ารัฐบาลกำลังผลักภาระให้ประชาชน ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังกลับมาพบผู้ติดเชื้อยอดทะลุ 10,000 รายต่อวันอีกครั้ง

‘ทิพานัน’ ซัด ‘เพื่อไทย’ จงใจบิดเบือน ปัดรัฐบาลถังแตก ยันติดโควิดยังรักษาฟรี

“ทิพานัน” ซัดเพื่อไทยฆ่าคนทั้งแผ่นดิน จงใจสื่อสารบิดเบือนรัฐบาลปลดโควิดจากการรักษาฟรี ชี้เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพ์ฯ - ผิดมนุษยธรรม ยันหากปรับออกจากภาวะฉุกเฉิน (UCEP) เพราะสถานการณ์คลี่คลาย ย้ำผู้ป่วยโควิดยังรับการรักษาฟรีทุกคน ตามสิทธิเดิมที่มีได้

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีการเผยแพร่รูปภาพตัดตอนบิดเบือนข้อความให้ประชาชนหลงเข้าใจผิดว่าจะมีปลดโควิดจากการรักษาฟรีว่า เป็นการสื่อสารที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ที่นอกจากจะแสดงถึงมาตรฐานการสื่อสารของพรรคเพื่อไทยที่ตกต่ำลงแล้ว ยังส่งผลเสียหายอย่างประเมินไม่ได้ต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชนที่หลงเชื่อข้อความดังกล่าว แล้วไม่ยอมเข้ารับการรักษาเพราะคิดว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง สะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ทำเพื่อประชาชนตามที่มักชอบกล่าวอ้าง 

“พรรคเพื่อไทยต้องระวังการตัดตอนข้อความไปสื่อสารเป็นภาพ แม้จะมีข้อความด้านใน แต่สะท้อนความจงใจบิดเบือนและสร้างความเข้าใจผิด เพียงแค่หวังจะโจมตีทางการเมืองอย่างนั้นหรือ อาจทำให้ประชาชนรู้สึกสิ้นหวัง หมดสิ้นหนทาง ไม่กล้าไปรักษา จนอาจเป็นการฆ่าคนทั้งแผ่นดินให้ตายทั้งเป็น เป็นการผิดหลักมนุษยธรรมที่ควรพึ่งมีต่อชีวิตมนุษย์ทั้งสิ้น" น.ส.ทิพานัน กล่าว

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า ที่สำคัญกรณีนี้อาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดมาตรา 14 (1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” 

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงคือ แม้ในอนาคตอาจมีการปรับแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ออกจากภาวะฉุกเฉินวิกฤติรักษาทุกที่ (UCEP) มาเป็นการรักษาตามสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพ ผู้ป่วยโควิดก็ยังสามารถเข้ารับการรักษาฟรีทุกคน สามารถเข้ารักษาตามระบบตามสิทธิสุขภาพของแต่ละคน ได้แก่ สิทธิสวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคม บัตรทอง ฯลฯ และหากป่วยเป็นโควิดแล้วมีอาการฉุกเฉินด้วย เช่น มีไข้สูง หายใจไม่สะดวก หอบเหนื่อย ความดันต่ำ ไม่ค่อยรู้สึกตัว รู้สึกจะเป็นลม ก็สามารถเข้าโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่นอกระบบได้ด้วยอาการฉุกเฉินวิกฤตินั้น ทางกองทุนสุขภาพของผู้ป่วยรายนั้นๆ จะตามไปดูแลให้

'โฆษกรัฐบาล' เผย 'นายกฯ' ขอพรรคร่วมรัฐบาล ช่วยกันทำงานเต็มที่ เพื่อประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องการเมือง วอน อย่าหยิบยกมาเป็นประเด็น

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอความร่วมมือให้พรรคร่วมรัฐบาลช่วยกันทำงานเต็มที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน ว่า นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือจากทุกพรรคร่วมรัฐบาลให้ช่วยกันทำงานในทุกเรื่อง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยไม่ได้เฉพาะแค่ว่าเรื่องการเมืองเท่านั้น  และไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าขอความร่วมมือจากพรรคภูมิใจไทยเพียงพรรคเดียว แต่ขอความร่วมมือจากทุกพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาพรรคร่วมรัฐบาลเองก็ช่วยกันทำงานเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่อยากให้มีการหยิบยกประเด็นนี้ไปขยายผลว่า นายกฯ ขอความร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาลเฉพาะเรื่องการเมืองเท่านั้น

“เทพไท” หนุนเลื่อนปลดโควิด ออกจากโรคฉุกเฉิน ชี้สวนทาางสภาพความเป็นจริง ส่งผลกระทบต่อปชช.ที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟสบุ๊กว่า เห็นด้วยกับแนวความคิดของนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่จะเสนอให้รัฐบาลเลื่อนการยกเลิกโรคโควิด-19 ออกจากกลุ่มโรคฉุกเฉิน ตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ในวันที่ 1 มีนาคม เป็นวันที่ 1 เมษายน  ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่า รัฐบาลไม่ควรกำหนดห้วงเวลา การรักษาโรคโควิด-19 ออกจากโรคฉุกเฉิน อยากให้รัฐบาลได้รักษาพยาบาล ดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 จะลดลงเหลือยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งประเทศ วันละไม่เกิน 3,000 คน

และหากพิจารณายอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 4กุมภาพันธ์ จนถึงวันนี้ มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นจำนวนหลักหมื่นทุกวัน และนับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ยังมียอดผู้ติดเชื้อสูงถึง 14,900 คน การจะยกเลิกการรักษาโรคโควิด-19 ออกจากโรคฉุกเฉินนั้น เป็นแนวความคิดที่สวนทาง กับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

“ผมอยากให้รัฐบาลได้ชะลอ และรอดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ออกไปก่อน จนกว่ามีความมั่นใจแล้วว่า สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จริงๆ ถึงจะยกเลิกการรักษาโรคโควิด-19 ออกจากกลุ่มโรคฉุกเฉิน หากรัฐบาลยังตัดสินใจยกเลิกอย่างเร่งด่วนแบบนี้ ก็จะเกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ที่มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ไม่สามารถเข้ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน หรือโรงพยาบาลที่มีคุณภาพได้

“นายกฯ” สั่งเร่งวางโรดแมปสานต่อความร่วมมือไทย-ซาอุดีอาระเบีย บุกตลาดสินค้าไทย พร้อมเสริมกำลังแรงงานไทย เชื่อมั่นต่อยอดความร่วมมือได้อีกทุกด้านที่มีศักยภาพ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งวางโรดแมปเพื่อสานต่อความร่วมมือไทย-ซาอุดีอาระเบีย ภายหลังการเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน และด้านแรงงาน ซึ่งเป็นด้านที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพในการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน โดยได้พิจารณาจัดตั้งกลไกความร่วมมือทวิภาคีเพื่อผลักดันกรอบนโยบายและแผนความร่วมมือต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม 

“โดยการฟื้นความสัมพันธ์ครั้งประวัติศาสตร์นี้ ได้ขยายความร่วมมือผ่านการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ โดยด้านการค้าการลงทุน จะเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่สินค้าและธุรกิจของไทย ซึ่งล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยตั้งเป้ามูลค่าการส่งออกของไทยไปยังซาอุดีอาระเบียในปี 2565 จะมีการขยายตัวกว่า 6.2% สอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่คาดการณ์ว่า ในปี 2565 ไทยจะมีโอกาสเติบโตได้ถึงร้อยละ 15 และจะมีมูลค่าการส่งออกกว่า 1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการส่งออกสินค้าไปยังซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการค้าการลงทุน การทำธุรกิจและการท่องเที่ยวร่วมกัน เพื่อต่อยอดไปยังสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักและทำการตลาดได้มากขึ้น เนื่องจากสินค้าไทยมีคุณภาพที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของซาอุดีอาระเบียได้โดดเด่นที่สุดในอาเซียน

โดยมีสินค้าเป้าหมาย 3 ประเภทหลัก ได้แก่ 1. สินค้าเกษตร โดยเฉพาะอาหารฮาลาล เช่น ข้าว อาหารทะเลแปรรูป ไก่สด ผลไม้ กาแฟ ขนมจากน้ำตาล เครื่องปรุงรส อาหารปรุงแต่งจากธัญพืช 2. สินค้าอุตสาหกรรม ประเภทยานยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องใช้ไฟฟ้า 3. ภาคบริการ ผ่านโรงพยาบาลและบริการทางการแพทย์ ตลอดจนโรงแรมหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งไทยล้วนมีศักยภาพในการผลิตและพร้อมส่งออก รวมถึงผ่านซาอุดีอาระเบียไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง “โฆษกรัฐบาลกล่าว

นานธนกร กล่าวว่า ด้านความคืบหน้าแรงงานไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อตกลงความร่วมมือในการจัดส่งแรงงานไทยเข้าทำงานในซาอุดีอาระเบีย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานงานกับสำนักงานแรงงานของประเทศซาอุดีอาระเบีย ในการหารายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงาน ประเภทงาน ระดับทักษะฝีมือ และคุณสมบัติเบื้องต้นของแรงงานที่นายจ้างซาอุดีอาระเบียมีความต้องการ รวมทั้งได้เตรียมความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพและปรับเพิ่มทักษะฝีมือแก่แรงงานไทย (upskill & reskill) เพื่อให้สอดรับกับความต้องการแรงงานของซาอุดีอาระเบีย

วาเลนไทน์ “บิ๊กตู่” บอกรักคนไทยห่วงใยประชาชนทุกกลุ่ม ขอให้วันนี้เป็นวันแห่งความรัก สามัคคีของไทยทุกคน

ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถือโอกาสวันวาเลนไทน์ เนื่องในวันแห่งความรัก นี้ บอกรักคนไทยห่วงใยประชาชนทุกกลุ่ม ขอให้วันนี้เป็นวันแห่งความรัก สามัคคีของไทยทุกคน ขอให้คนไทยมีความสุข มีความรัก สุข สดชื่นในจิตใจ เพื่อเป็นพลังเกื้อหนุนในการดำเนินชีวิต

“นิพนธ์” เชื่อ เสถียรภาพรัฐบาลยังอยู่ได้ ชี้ จะผ่านศึกซักฟอก ทุกพรรคต้องผิดชอบร่วมกัน

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมว.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีความคืบหน้า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยกำหนดการจะเป็นไปตามเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า เสถียรภาพของรัฐบาล น่าเป็นห่วงหรือไม่ เนื่องจากมีเหตุสภาฯล่มบ่อยครั้ง นายนิพนธ์ กล่าวว่า เรื่องประชุมสภาฯเป็นหน้าที่ส.ส.ต้องช่วยกันรับผิดชอบในเรื่อง ต้องช่วยกันดูแลเรื่ององค์ประชุม

สภาฯ ล่มซ้ำซาก!! แบบนี้การเมืองไทยจะไปต่ออย่างไร | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช EP.40

✨ กลับมาแล้ว!! Bangkok Design Week 2022 เทศกาลแสดงศิลปะบนพื้นที่กรุงเทพฯ หลังห่างหายไปนาน 2 ปี จากพิษโควิด19 ระบาด

✨ วัยรุ่นทะลัก!! ตอบรับ 'สวนเบญจกิติ' อย่างล้นหลาม

✨ สภาฯ ล่มซ้ำซาก!! แบบนี้การเมืองไทยจะไปต่ออย่างไร เมื่อบรรดานักการเมืองยังคงสนุกกับการเล่นการเมืองโดยไม่เห็นหัวประชาชนอยู่ไม่เลิก!!

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
.

.

“นายกฯ”สั่ง เตรียมเปิดด่านชายแดนใต้ รับ นทท.คาดดีเดย์เดือนมี.ค.นี้ 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผอ.ศบค. สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการศบค.และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านท่องเที่ยวและกีฬา(ศปก.กก.) 

เร่งพิจารณาแนวทางดำเนินการเปิดด่านชายแดนทางบก รับนักท่องเที่ยว พื้นที่จังหวัดสงขลา ยะลา นราธิวาส และ สตูล คาดว่าน่าจะเปิดได้ประมาณเดือนมี.ค.นี้ ขณะที่ประเทศมาเลเซีย มีความพร้อมดำเนินการเช่นกัน และให้กระทรวงการต่างประเทศ สนับสนุนการประสานงาน ในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบอย่างเป็นทางการ

น.ส.รัชดา กล่าวว่า เดิมคาดว่าจะการพิจารณาเปิดด่านชายแดนจังหวัดชายแดนใต้ ช่วงเดือนม.ค. แต่สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด19 สายพันธุ์โอมิครอน จึงเลื่อนออกไป แต่ขณะนี้ ทุกอย่างอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการ

เตรียมความพร้อมเปิดด่านรับนักท่องเที่ยว เพื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ที่จะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจอื่น ขณะที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการในเรื่องระบบการตรวจลงตรา ตรวจหาเชื้อโควิด-19 โรงแรมให้มีมาตรฐาน SHA++ และความพร้อมของมาตรการ Covid Free Setting ของสถานประกอบการ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของนักท่องเที่ยว ทั้งระบบขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

“นายกฯ” พอใจ อียู รับรอง “Thailand Digital Health Pass” บน “หมอพร้อม” สั่ง กระตุ้นท่องเที่ยวให้เห็นผล

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบและยินดีกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู)ให้การรับรอง Thailand Digital Health Pass ในระบบหมอพร้อม ให้ใช้เป็นหลักฐานในการเดินทางในยุโรปได้เทียบเท่ากับ EU Digital COVID Certificate  EU DCC นับเป็นผลจากการความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลไทย ที่ดำเนินการปลดล็อก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และกระตุ้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในการหารือระหว่างนายกฯกับ นายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้หยิบยกความสำเร็จดังกล่าวของรัฐบาลไทยหารือกับนายกฯ

นายธนกร กล่าวว่า นายกฯขอบคุณ และชื่นชมหน่วยงานเกี่ยวข้อง ที่ดำเนินการผลักดันจนสหภาพยุโรป ให้การรับรองจนผ่านการรับรองระบบการตรวจสอบเอกสารรับรองเกี่ยวกับโควิด - 19 จากสหภาพยุโรป ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทางเข้าประเทศในระบบนี้กว่า 60 ประเทศ ดินแดน

ได้แก่ ประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป 27 ประเทศ และประเทศนอกสหภาพยุโรปที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรอง 33 ประเทศ รวมถึงสามารถใช้แสดงข้อมูลก่อนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในประเทศ ดินแดนเหล่านั้นได้ด้วย และสามารถใช้ติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศไทย ได้ ทั้งนี้ไทยเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียน ที่ได้รับการรับรองระบบนี้ ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกคนสามารถใช้เอกสารรับรองบนหมอพร้อม แสดงสถานะสุขภาพ ก่อนเดินทางสู่ประเทศ ดินแดนที่เข้าร่วมของสหภาพยุโรป 

“บิ๊กตู่” สั่งเตรียมเปิดด่านชายแดนใต้รับนักท่องเที่ยว มี.ค.นี้ 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการ ศบค. และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านท่องเที่ยวและกีฬา (ศปก.กก.) ร่วมกันเร่งพิจารณาแนวทางดำเนินการเปิดด่านชายแดนทางบกรับนักท่องเที่ยว พื้นที่จังหวัดสงขลา ยะลา นราธิวาส และ สตูล คาดว่าน่าจะเปิดดำเนินการได้ประมาณ มี.ค.65 

เบื้องต้นทราบว่าทางประเทศมาเลเซียมีความพร้อมดำเนินการเช่นกัน ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนการประสานงานในเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อนำไปสู่การเห็นชอบอย่างเป็นทางการของทั้งสองฝ่าย

สำหรับการพิจารณาเปิดด่านชายแดนจังหวัดชายแดนใต้ เดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนม.ค. แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 สายพันธุ์โอไมครอน ทำให้ต้องเลื่อนออกไป แต่ขณะนี้ ทุกอย่างอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการตรียมความพร้อมเพื่อเปิดด่านรับนักท่องเที่ยวซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวและจะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจอื่นๆอย่างมาก 

"บิ๊กตู่” รักทุกคน  แนะ วาเลนไทน์ บอกรักผ่านออนไลน์  เผย อยากเห็นคนไทย รักสามัคคี 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ วาเลนไทน์ ปลอดภัย “รักอย่างไร ไม่ติดโควิด” ในเทศกาลวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และไม่แน่ชัดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อใด จึงฝากทุกคนปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตตามวิถีใหม่ รับมือกับการแพร่ระบาด

โดยขอให้คู่รักเลือกใช้วิธีแสดงความรัก เว้นระยะห่างระหว่างกัน และลดการออกนอกบ้าน เป็นต้น หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ให้ใช้มาตรการป้องกันโรคโควิด- 19 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ขอให้แสดงความรักให้เหมาะสมและปลอดภัย เช่น ส่งของขวัญให้กัน,บอกรักผ่านวิดีโอคอลล์ให้กำลังใจกันเสมอ ,อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อคนรัก,Social Distancing และแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความรักห่วงใย หรือบอกรักผ่านสื่อออนไลน์ เชื่อว่าทุกคู่รักจะคอยเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน 

สมเป็นทีมเศรษฐกิจ ยัน “รัฐบาลตู่” แก้ปัญหาเป็นระบบ-ดันโมเดลเศรษฐกิจBCG ดึงรายได้ประเทศ-ลดเหลื่อมล้ำ 10 ล้านคน

การเมือง /ทำเนียบ / 13 ก.พ. 

“ทิพานัน” สวน “ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทย” คิดตื้นเขิน ยกหนี้สาธารณะวิจารณ์รัฐบาล เย้ย ไม่

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย วิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แจกเงินยิ่งกว่าประชานิยม แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ว่า การวิจารณ์ดังกล่าว ไม่เข้าใจบริบทเศรษฐกิจไทย ที่เปลี่ยนไปจากการพึ่งรายได้จากต่างประเทศ มาพึ่งการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งโครงการของรัฐบาลในระยะเร่งด่วน เป็นมาตรการเฉพาะหน้า มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดค่าครองชีพของประชาชน กระตุ้นการใช้จ่าย  ช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อประคับประคองทุกกลุ่ม ผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากจะเห็นว่าโครงการคนละครึ่งเฟส4 ลงทะเบียนครบ 1 ล้านสิทธิ์อย่างรวดเร็วสะท้อนถึงประสิทธิภาพของโครงการ 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย พยายามหาช่องโจมตี บิดเบือนมุมมองเรื่องหนี้
สาธารณะ เพื่อดิสเครดิตทางการเมือง แต่ไม่ได้มองมิติด้านเศรษฐกิจ ให้สมกับเป็นคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องคิดและมองตามหลักเศรษฐศาสตร์  เรื่องหนี้สาธารณะ จะเลือกมองแต่มูลค่าของหนี้ โดยไม่พิจารณาว่าได้นำเงินกู้มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุดหรือไม่ จึงเป็นการมองอย่างตื้นเขินเกินจะบอกว่าเป็นทีมเศรษฐกิจ

พรรคกล้า เปิดตัว “ปรัชญา อึ้งรังษี” นักธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ สู่นักการเมืองคุณภาพ ตั้งเป้าปั้นกรุงเทพฯสู่เมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม 

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า เปิดตัวนายปรัชญา อึ้งรังษี นักธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ นำเข้าสินค้าอาหารทะเล และผลิตภัณฑ์เครื่องหอมร่วมกับธุรกิจภาคบริการ โรงแรมชั้นนำ เป็นผู้เสนอตัวสมัคร ส.ส.เขตพระนคร สัมพันธวงศ์ และป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยนายปรัชญา บ้านเดิมเกิดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กระทั่งพ่อแม่ย้ายมาอยู่ย่านวรจักร ตั้งแต่เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ครอบครัวดั้งเดิมทำธุรกิจขายของแห้งส่งตลาดเก่า และย่านทรงวาด มีคุ้นเคยชุมชนแถวนี้เป็นอย่างดี

หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวด้วยว่า นายปรัชญา ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เป็นตัวแทนของคนตัวเล็ก เริ่มธุรกิจนำเข้าอาหารทะเลจากจากเงินทุนไม่ถึงแสน จนตอนนี้แตะระดับหลายร้อยล้านบาท เมื่อถึงจุดที่พร้อมจะตอบแทนบ้านเกิดเมืองนอน ได้เสนอตัวเข้ามาพร้อมทำงานกับพรรคกล้า เพื่อนำประสบการณ์ “เศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก” ช่วยเหลือประชาชนในฐานะนักการเมืองต่อไป โดยมีเป้าหมายในการทำงานในเขต 1 กรุงเทพฯ ว่า ศักยภาพของ 3 เขต คือ พระนคร สัมพันธวงศ์ และป้อมปราบฯสามารถปั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของโลกได้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top