Sunday, 19 July 2026
POLITICS

‘พิธา’ แง้ม ‘ก้าวไกล’ เตรียมเปิดเกมรุกเสนอสภาฯ พ่วงคำถามประชามติแก้ รธน.60 ใหม่ทั้งฉบับทันที

'พิธา' แง้ม 'ก้าวไกล' เตรียมเปิดเกมรุกเสนอพ่วงคำถามประชามติในบัตรเลือกตั้งทันทีหลังสภาโหวตสุราก้าวหน้า

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ออกมาให้ความเห็นถึงการขับเคลื่อนของพรรคก้าวไกลหลังจบการพิจารณากฎหมายสุราก้าวหน้าว่า ภายหลังจากที่ลงมติกฎหมายสุราก้าวหน้าในวันพุธ พรรคก้าวไกลเตรียมขับเคลื่อนต่อผลักดันให้มีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภามีมติให้ ครม. พ่วงคำถามประชามติแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ใหม่ทั้งฉบับทันที 

พิธากล่าวว่า ในเดือนพฤษจิกายน 65 นี้เชื่อว่าจะเป็นเดือนแห่งประเด็นที่ก้าวหน้าในสังคม สำหรับกรณีการพ่วงคำถามประชามติในการแก้รัฐธรรมนูญ ทุกพรรคเคยพูดเอาไว้ตรงกันว่าการแก้รัฐธรรมนูญคือนโยบายหลักที่จะคืนประเทศไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย

‘PMOC’ แจงอีกครั้งปมให้ต่างด้าวถือครองที่ดิน ชี้ กฎหมายมีมาตั้งแต่ปี 2497 เพียงปรับให้เข้ากับยุคสมัย

เพจเฟซบุ๊ก ‘ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี – PMOC’ ได้โพสต์ข้อความชี้แจงถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ต่างชาติสามารถซื้อที่ดินได้ 1 ไร่ โดยระบุว่า ..

จากความกังวลของสังคมเกี่ยวกับกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา เนื่องด้วยกฎหมายฉบับดังกล่าว เกี่ยวข้องกับที่ดิน และชาวต่างชาติ อันเกี่ยวพันกับความรู้สึกด้านความมั่นคงของพี่น้องประชาชนชาวไทย

ในข้อเท็จจริงแล้ว ประเทศไทย ออกกฎหมายอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถถือครองที่ดินได้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2497 แล้ว แต่กฎหมายฉบับก่อนนี้ มีความเข้มงวดมากกว่า ในขณะที่กฎหมายที่ดินในยุคหลัง ผ่อนคลายมากกว่า ตามสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป

นอกจากนี้ กฎหมายฉบับนี้ มีศักดิ์ทางกฎหมายเป็น 'กฎกระทรวง' ซึ่งเป็นกฎหมายลูก จะต้องคล้อยตาม ไม่ขัดแย้งกับ 'ประมวลกฎหมายที่ดิน' ซึ่งมีศักดิ์เป็น 'พระราชบัญญัติ' เป็นกฎหมายแม่ 

กฎกระทรวงฉบับนี้ เป็นการออกตามกรอบที่ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96 ทวิ (ปรับปรุงล่าสุด พ.ศ. 2542) กำหนดไว้ ซึ่งมาตราดังกล่าวกำหนดให้ชาวต่างชาติสามารถถือครองที่ดินได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

- ต้องเป็นผู้ลงทุนในประเทศไทย โดยมีเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท

- การลงทุนข้างต้น ต้องเป็นการลงทุนที่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

- ชาวต่างชาติผู้ลงทุน ต้องลงทุนในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 3 ปี

- ชาวต่างชาติสามารถถือครองที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่

‘นิด้าโพล’ เผย Top 5 นายกฯ ของคนกรุงเทพฯ ‘กรณ์’ ติดโผ โปรไฟล์ ‘ศก.-การเมืองรุ่นใหม่’ พาเบียด

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคน กทม.’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21-27 ตุลาคม 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคน กทม. การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ ‘นิด้าโพล’ สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนกรุงเทพมหานครจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า…

อันดับ 1 ร้อยละ 20.40 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ เป็นคนมีความมุ่งมั่น มีความรู้ความสามารถ เป็นคนรุ่นใหม่ และชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล 

อันดับ 2 ร้อยละ 15.20 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ เป็นคนมีความซื่อสัตย์ ชื่นชอบผลงาน ทำให้บ้านเมืองสงบ และต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง 

อันดับ 3 ร้อยละ 14.10 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ เป็นคนมีความรู้ความสามารถ และต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ 

‘เพื่อไทย’ แถลงแสดงความเสียใจ เหตุสะพานแขวนข้ามแม่น้ำที่อินเดียถล่ม

(31 ต.ค.65) เพจพรรคเพื่อไทย โพสต์ระบุว่า พรรคเพื่อไทยรู้สึกเศร้าและสะเทือนใจจากเหตุการณ์สะพานแขวนข้ามแม่น้ำถล่ม ที่รัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 141 คน และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสลดอีกเหตุการณ์หนึ่งในช่วงสัปดาห์นี้

พรรคและสมาชิกพรรคขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวและพี่น้องประชาชนชาวอินเดียในช่วงเวลาที่โศกเศร้าและยากลำบากนี้

พรรคเพื่อไทย
31 ตุลาคม 2565 


ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0HdoY9fUG9PkhX9o6Edbm6QiHnqcTZtr5jGmjxCsdtw8YTq5A4FNwqVJJxoLcLKvdl&id=100044569743646

'ก้าวไกล' ขอทุกฝ่ายวางอคติทางการเมือง ผ่าน 'สุราก้าวหน้า' เพื่อผลประโยชน์ประชาชน

'เท่า-พิธา' แถลงขอสังคมร่วมจับตาโค้งสุดท้าย 'สุราก้าวหน้า' ร่วมส่งเสียงเรียกร้อง ส.ส. ผ่านกฎหมายปลดล็อกสุราออกจากมือคน 1% ย้ำการผ่านร่างจะเป็นชัยชนะสำหรับประชาชนทุกคนและทุกพรรคการเมือง

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. กรุงเทพ พรรคก้าวไกล ร่วมแถลงข่าวเพื่อส่งสารถึง ส.ส. พรรคต่าง ๆ และสังคมไทย เพื่อขอแรงสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.บ.สรรพสามิต หรือกฎหมาย 'สุราก้าวหน้า' ที่กำลังจะมีการพิจารณาวาระสุดท้าย ในวันพุธที่ 2 พ.ย. นี้

พิธา ระบุว่าสุราก้าวหน้า คือนโยบายเศรษฐกิจที่จะช่วยยกระดับราคาสินค้าทางการเกษตร ทำให้เกิดความยุติธรรมระหว่างผู้เล่นรายใหญ่และรายย่อย และการนำเข้า-ส่งออกสินค้าแอลกอฮอล์ของประเทศ เป็นผลดีต่อประชาชนทุกคน ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตได้ เช่น มาลัยรัม ฉลองเบย์ ไอรอนบอล นิกกิ ล้านนา บางกอกว๊อดก้า ฯลฯ ซึ่งชนะการแข่งขันในระดับโลกมาแล้วหลายรายการ ทั้งที่มีกฎหมายกดทับอยู่และไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ มีการนำมาเสิร์ฟอยู่ในโรงแรม 5-6 ดาว ล้วนผลิตจากอ้อย ข้าว ขิง ตะไคร้ และผลไม้ของเกษตรกรไทย บางรายส่งออกไปถึง 17 ประเทศทั่วโลกด้วยซ้ำ

สำหรับกระแสข่าวที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ อ้างข้อกังวลเรื่องเหล้าเถื่อนและสุขลักษณะ ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลร่วมออกเสียงคว่ำกฎหมายนั้น พิธาระบุว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ที่ความกังวลกับสุราของชาวบ้าน ไม่เท่าเทียมกับความกังวลต่อสุราของนายทุนและสุรานำเข้า ซึ่งเรื่องของสุขลักษณะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และองค์การต่าง ๆ อยู่แล้ว ที่จะคอยมาช่วยควบคุมให้ผู้ประกอบการผลิตได้ผ่านมาตรฐาน ส่วนเรื่องของอุบัติเหตุและอัตราการดื่มสุรานั้น แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีกระบวนการให้ความรู้ การศึกษา และการรณณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการเมาและขับ ซึ่งภาษีจากสุราที่จะเพื่มมากขึ้นสามารถนำมาใช้เพื่อการนี้ได้

“สิ่งที่เถื่อนไม่ใช่เหล้า แต่คือกฎหมายและการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่มารังแกผู้ประกอบการ และการที่นายทุน ขุนศึก ศักดินา รวมหัวกันเพื่อทำให้เกิดการผูกขาดของอุตสาหกรรมสุรา กดทับตลาดของคนธรรมดาทั่วไปต่างหาก” พิธากล่าว

พิธา ยังได้ใช้โอกาสนี้ส่งสาสน์ไปถึง ส.ส. ต่างพรรค โดยระบุว่าเรื่องนี้เป็นชัยชนะของประชาชน ไม่ใช่พรรคใดพรรคหนึ่ง สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ที่ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพานิชย์อยู่ นี่คือโอกาสในการทำผลงาน เพิ่มการส่งออกสินค้าสุราไทย ทำงานร่วมกับแต่ละจังหวัดที่พานิชย์จังหวัดมีเครือข่ายอยู่ เพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตรได้ ส่วนพรรคภูมิใจไทยที่ดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุขอยู่ การมีผู้ประกอบการสุราระดับโลกอยู่ทั่วทุกประเทศ สอดรับกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งนโยบายสุราก้าวหน้าจะช่วยส่งเสริมในส่วนนี้ได้เช่นกัน และจะยังทำให้เกิดเม็ดเงินภาษีที่จะมาช่วยเหลือในงบประมาณด้านสาธารณสุข สำหรับการดูแลปัญหาสุขภาวะจากสุราเพิ่มมากขึ้นได้ด้วย

และยังได้ส่งสาสน์ไปถึง ส.ส. จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่าตัวเองจำได้ดีว่าในเดือน ก.ย. 2545 รัฐบาลพรรคไทยรักไทยของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เคยจัดมหกรรมสุราไทยและโอท็อป จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสธารที่ส่งต่อกระบวนการปลดล็อกสุราไทยให้สามารถเดินทางมาถึงจุดนี้ได้ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและตัวเองหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะเดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์นี้ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณต่อไปให้เกิดผลสำเร็จ ในการโหวตวันที่ 2 พ.ย. นี้

สำหรับนายทุนสุรารายใหญ่ พิธากล่าวว่าไม่มีความน่ากังวลเลยในเรื่องของส่วนแบ่งตลาด เนื่องจากมีข้อมูลยืนยันออกมาแล้ว ว่าประเทศต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการปลดล็อกสุรา ไม่เคยทำให้กลุ่มทุนสุราขนาดใหญ่ในประเทศไหนที่สูญเสียส่วนแบ่งตลาดเกิน 1% ขณะเดียวกันนี่คือโอการในการพัฒนาธุรกิจสุราของตัวเอง ด้วยการใช้เครือข่ายการส่งสินค้า การลงทุนร่วม สร้างหุ้นส่วน เพิ่มทุน ขยายกิจการร่วมกัน มาช่วยเหลือและต่อยอดเติบโตไปพร้อมกันได้

ในส่วนของเท่าพิภพ ระบุว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาระหว่างกระบวนการทำร่าง พ.ร.บ. นี้ ได้มีเสียงสะท้อนมาจากหลายภาคส่วน รวมทั้งระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการโดย ส.ส. หลายคน ส่วนใหญ่เป็นความกังวลในเรื่องของมาตรฐาน อีกทั้งเมื่อไม่กี่วันมานี้ ยังมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะให้แทรกแซงให้ล้มกฎหมายฉบับนี้ ด้วยข้อกังวลเดียวกัน

ในการนี้ ตัวเองได้อธิบายไปหลายครั้งแล้ว และขออธิบายอีกครั้ง ว่าเนื้อหาในกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงการควบคุมมาตรฐานอะไรแม้แต่น้อย และประเทศไทยก็มีกฎหมายควบคุมอย่างเข้มแข็งและเข้มงวดอยู่แล้ว ยิ่งกว่าประเทศมุสลิมบางประเทศด้วยซ้ำ ในทางกลับกัน นี่คือเรื่องที่เป็นประโยชน์กับคนส่วนมาก ไม่ใช่แค่ผู้ผลิต แต่รวมถึงคนทำงานในบาร์ คนทำงานในระบบโลจิสติกส์ เกษตรกร ธุรกิจสุรามีซัพพลายเชนที่ครอบคลุมหลายส่วนและจะนำไปสู่การจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล

‘สมคิด’ ชี้!! การเมืองวุ่นวาย ส.ส. ย้ายพรรคเยอะ มั่นใจ!! ยุบสภาฯ ช่วงปีใหม่ จัดเลือกตั้งก่อนสงกรานต์

(31 ต.ค. 65) นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวกรณีการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เพื่ออภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รวมทั้งการเสนอแนะและให้คำแนะนำถึงความบกพร่องของรัฐบาล ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งปัญหายาเสพติด อาชญากรรม รวมทั้งการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สร้างปัญหาให้กับประชาชน การบริหารประเทศที่ส่งผลกระทบกับสังคมอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมหารือกันว่าจะอภิปรายและให้คำแนะนำกับรัฐบาลในเรื่องใดบ้าง 

“ส่วนที่บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์เข้ามากู้ชาตินั้น อยากถามว่าเข้ามากู้ชาติหรือมากู้เงิน เพราะพล.อ.ประยุทธ์ คนเดียวกู้เงินมหาศาล อย่าไปหลงกับตัวเลขที่รัฐบาลกู้มา หากบอกว่ารัฐบาลพรรคไทยรักไทย พรรคเพื่อไทย ทำให้ล่มจมอยากให้ไปศึกษาดูดัชนีตัวเลขทางเศรษฐกิจ ดูว่าต่างจากรัฐบาลนี้อย่างไร จะเชียร์อะไรก็ไม่ว่าเพราะเป็นรัฐบาลด้วยกันก็ต้องอวยกันเป็นธรรมดา แต่มันมีความจริงอยู่พี่น้องประชาชนจะหัวเราะเยาะเอาได้” นายสมคิด กล่าว

‘ตรีชฎา’ เย้ย ‘ธนกร’ ไม่ประสาทางการเมือง ดีแต่ค่อนแคะ ชี้!! ฝ่ายค้านซักฟอกเพื่อถ่วงดุล ตามหลักการประชาธิปไตย

‘ตรีชฎา’ เย้ย ‘ธนกร’ อย่าเทียบชั้น ‘หมอชลน่าน’ ยันฝ่ายค้านซักฟอกหวังถ่วงดุล เป็นของขวัญปีใหม่ให้ รบ. ‘ประยุทธ์ 

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ตามที่นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมาระบุว่าการที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เตรียมยื่นญัตติเปิดอภิปรายรัฐบาลโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญเพื่อเรียกคะแนนนิยมให้ตัวเองหวังดิสเครดิตรัฐบาลนั้น ตนรู้สึกอนาถใจต่อทัศนคติของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ส.ส.อย่างนายธนกร ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในบทบาท และหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นหลักการโดยทั่วไปของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบถ่วงดุลกันระหว่างคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และศาล ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ได้กำหนดให้รัฐสภาซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนประชาชนที่มี ส.ส.ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งประเทศ สามารถควบคุมตรวจสอบคณะรัฐมนตรีได้หลายวิธี ซึ่งหนึ่งในวิธีที่สามารถทำได้โดยทั่วไป คือการเปิดอภิปรายทั่วไป

‘ชลน่าน’ ฟันธง ‘บิ๊กตู่’ ยุบสภาฯ ก่อนครบวาระ หลังออกมาตรการแจกของขวัญปีใหม่ซื้อใจปชช.

‘ชลน่าน’ ฟันธง 'บิ๊กตู่' ยุบสภาฯ ก่อนครบวาระ หลังออกมาตรการแจกของขวัญปีใหม่ให้ปชช. ฟาก ‘เพื่อไทย’ ลั่น พร้อมประกาศแคนดิเดตนายกฯ 3 คนทันที

(31 ต.ค. 65) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ออกมาระบุว่ารัฐบาลอาจยุบสภาฯ ในวันที่ 24 ธ.ค.ว่า เป็นระยะเวลา 90 วันก่อนรัฐบาลครบวาระ และส.ส.หลายคนอาจย้ายพรรคกันก่อนวันดังกล่าว อาจส่งผลกระทบถึงการตัดสินใจยุบสภาของนายกรัฐมนตรีได้ หากจัดการเรื่องการย้ายพรรคเสร็จ ถึงอย่างไรรัฐบาลจะยุบสภาฯ ก่อนครบวาระ เพราะผู้มีอำนาจจะได้ประโยชน์สูงสุด เช่น หากยังไม่มีกฎหมายเลือกตั้งก็จะรักษาการได้ยาว กรณีมีกฎหมายเลือกตั้ง เขาจะสามารถคุมจังหวะจัดการเรื่องการย้ายพรรคของ ส.ส. และเตรียมความพร้อมสำหรับพรรคการเมืองของตัวเองได้มากกว่าใคร อีกทั้งยังเป็นการลดแรงกดดันประชาชนที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า เวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล คิดว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาซื้อใจประชาชนก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า “ตอนนี้รัฐบาลทำแล้วโดยใช้งบประมาณแผ่นดินในการให้ของขวัญปีใหม่ สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมไว้ เช่น การขึ้นทะเบียนบัตรคนจน 23 ล้านใบ โครงการลดแลกแจกแถม การอนุมัติแผนงานไตรมาตรแรก ถ้าทำเสร็จถือว่าพร้อมยุบสภาฯ ได้”

ส่วนพรรคเพื่อไทยกับความพร้อมเลือกตั้ง อีกทั้งเรื่องแคนดิเดตนายกฯ นโยบาย และทำงานในพื้นที่นั่น นะ ชลน่าน กล่าวว่า “หากรัฐบาลมีสัญญาณยุบสภาฯ เมื่อไหร่ เราจะประกาศแคนดิเดตนายกฯ ทันที 3 คน ตามหลักเกณฑ์ของพรรค รับรองเป็นที่ยอมรับของประชาชนแน่นอน”

‘ธนกร’ ชูฝีมือ ‘บิ๊กตู่’ ทำไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ซัดฝ่ายค้านอคติโจมตีรัฐบาลรายวันทั้งที่ผลงานเพียบ

‘ธนกร’ ชูความสำเร็จ ‘นายกฯ ลุงตู่’ ทำไทยติดอันดับโลกทั้ง ‘เกษตร-อุตสาหกรรม-ท่องเที่ยว-ดิจิทัล-ธุรกิจ-พัฒนาอย่างยั่งยืน’ เร่งสร้างโอกาส เดินหน้าประเทศไทย จนเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ซัดฝ่ายค้านอคติสายตามืดบอดโจมตีรัฐบาลรายวันทั้งที่ผลงานเพียบ

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมการบริหารประเทศของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่สามารถยกระดับศักยภาพประเทศไทยในทุกมิติ เห็นได้จากสถาบันภาครัฐและเอกชนทั่วโลกที่จัดอันดับให้ประเทศไทยมีความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านเกษตรกรรม อ้างอิงจาก Pocket World in Figures 2022 Edition พบว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางพารารายใหญ่อันดับที่ 1 ของโลก เป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับที่ 4 ของโลก เป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่อันดับที่ 6 ของโลก และเป็นผู้ผลิตพืชในกลุ่ม Roots and Tubers (เช่น มันสำปะหลัง) รายใหญ่อันดับที่ 6 ของโลกเช่นกัน และในภาพรวมยังเป็นผู้ผลิตผลผลิตด้านการเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 12 ของโลกอีกด้วย ด้านอุตสาหกรรม อ้างอิงจากการจัดอันดับขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 25 ของโลก จากทั้งหมด 152 ประเทศทั่วโลก สะท้อนประเทศมีศักยภาพหรือขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ การประมวลข้อมูลอันดับของไทยด้านอุตสาหกรรมในปี 2565 ของ BOI พบว่า ประเทศไทยยังครองอันดับ 1 ของอาเซียนในการส่งออกยานยนต์และการเป็นผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่ที่สุดด้วย ทั้งนี้ ในระดับโลกแล้วประเทศไทยเป็นผู้ส่งออก Hard Disk Drive รายใหญ่อันดับที่ 2 ของโลก เป็นผู้ส่งออก Bioplastics รายใหญ่อันดับที่ 3 ของโลก และเป็นผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่อันดับที่ 5 ของโลก และที่สำคัญด้านบริการและการท่องเที่ยว ไทยเป็นอันดับที่ 1 ของเอเชียในด้าน Global Health Security (GHS) และเป็นอันดับที่ 5 ของโลกที่มีขนาดของตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) ที่ใหญ่ที่สุด 

นายธนกร กล่าวอีกว่า ในส่วนความโดดเด่นด้านท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างมากและเป็นที่รับทราบในวงกว้างอยู่แล้ว ซึ่ง Condé Nast Traveler Readers’ Choice Awards 2022 ได้จัดให้ไทยเป็นอันดับที่ 3 ของโลกใน Top Countries in the World ให้กรุงเทพเป็นเมืองที่ดีที่สุดอันดับ 4 ของโลก (Best Cities in the World) และจัดอันดับให้ชีวาศรมเป็นอันดับที่ 1 ของโลกใน The Best Destination Spas in the World อีกด้วย ขณะที่ไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 5 ของประเทศที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวแบบผจญภัย (รองจาก บราซิล อิตาลี สเปน และกรีซ ตามลำดับ) ของการจัดอันดับจาก US News ปี 2565 รวมทั้งประเทศที่ดีที่สุด (Best Countries Ranking 2022) ในอันดับที่ 28 จาก 78 ประเทศที่ดีที่สุดในโลก

วรภพ-วิโรจน์ ก้าวไกล วิจารณ์นโยบายรัฐบาลอนุมัติต่างชาติ 4 กลุ่มซื้อที่ได้ 1 ไร่ ชี้ไม่เป็นธรรมต่อคนไทยหลายล้านที่ไม่มีโอกาสซื้อบ้านเป็นของตัวเอง หวั่นกติกาหละหลวม ผุด “นอมินี” กว้านซื้อที่เอาเปรียบคนไทย

วรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วิจารณ์กรณีคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ ให้ชาวต่างชาติ 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง 2) กลุ่มผู้เกษียณอายุ 3) กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย และ 4) กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ ให้สามารถซื้อบ้านพร้อมที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่ โดยต้องลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาทไม่น้อยกว่า 3 ปี

โดยในส่วนของวรภพ ระบุว่าข้อน่ากังวลหลักของเรื่องนี้ คือเป้าหมายของรัฐบาลในการเพิ่มชาวต่างชาติ 4 กลุ่มเป้าหมายให้ได้ 1 ล้านคน ภายใน 5 ปี ซึ่งจะนำไปสู่ความต้องการซื้อบ้านและที่ดินเพิ่มขึ้นในประเทศไทยอีกเป็นหลายแสนยูนิต ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือราคาบ้านและที่ดินที่จะสูงขึ้น โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก  ขณะที่คนไทยอีกจำนวนมากไม่มีโอกาสแม้แต่จะซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ จากราคาบ้านที่แพงขึ้นทุกวัน

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลควรจะมาควบคู่กันคือ สวัสดิการช่วยผ่อนบ้าน สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อช่วยให้คนไทยที่มีรายได้น้อย สามารถมีบ้านเป็นสินทรัพย์ของตนเองได้ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อย สามารถกู้ซื้อบ้านได้ การสนับสนุนให้คนไทยมีบ้านเป็นของตัวเองจะสร้างความมั่นคงในชีวิต และความเข้มแข็งในสังคม ซึ่งสิงค์โปร์เคยวิธีการนี้เป็นแนวนโยบายที่ทำให้ประชากรมากกว่า 90% มีบ้านเป็นของตัวเองได้มาแล้ว

“ผมเองก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะคิดถึงคนไทยกลุ่มนี้หรือไม่ ที่จะได้รับผลกระทบ ทำให้โอกาสการซื้อบ้านยิ่งยากขึ้นไปอีก จากทั้งราคาบ้านที่จะแพงขึ้นจากความต้องการของต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ถ้ารัฐบาลจะเปิดช่องให้คนต่างชาติ ซื้อบ้านและที่ดินได้ ช่วยมาพร้อมกับมาตรการสวัสดิการอุดหนุนให้คนไทยซื้อบ้านได้ด้วยบ้าง” วนภพกล่าว

ขณะที่วิโรจน์ ระบุว่าในปัจจุบันการถือครองที่ดิน อาคาร และกิจการของชาวต่างชาติ มีการใช้คนไทยมาเป็นตัวแทน หรือ “นอมินี” กันเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว จึงไม่ได้กังวลว่านโยบายนี้จะเป็นการ “ขายชาติ” ได้แบบเทน้ำเทท่า แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่า คือการนำไปสู่ความต้องการซื้อที่ดินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบให้คนไทยต้องซื้อที่ดินในราคาที่แพงขึ้น เป็นเจ้าของที่ดินได้ยากลำบากมากขึ้น

นอกจากนี้ อาจจะทำให้เกิดการตั้งบริษัทนอมินีที่เอารัดเอาเปรียบคนไทยมากขึ้น ในลักษณะของการทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และรับเหมาก่อสร้าง เพื่อสร้างบ้านขายชาวต่างชาติเดียวกัน โดยที่คนไทยได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยจากการจ้างงานพื้นฐานเท่านั้น

เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตอบชัด ยอมรับเป็น รอยัลลิสต์

"แถบน้ำเงินของธงชาติ 
ตรงนั้น คือ ชีวิตจิตใจของผม
เมืองบุรีรัมย์ รัชกาลที่ 1 ทรงมาก่อตั้ง
เรามีแผ่นดินอยู่ มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ เพราะใคร
เราต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณนี้
ใครจะว่าผมเป็นรอยัลลิสต์ ก็ไม่เป็นไร
ก็พูดตรงๆ นะ...กูเป็น!!"
 

พท.กระทุ้ง รบ.เร่งช่วย ปชช.หลายพื้นที่ยังจมบาดาล แนะเร่งฟื้นฟูอาชีพ จัดระบบข้อมูลเยียวยา โวฝ่ายค้านรอตรวจสอบเข้ม 

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ ทั้งภาคเหนือ กลาง และตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงบางพื้นที่ในภาคใต้ ต่อเนื่องยาวนานมานานหลายเดือน แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่เห็นความชัดเจนในเรื่องของการจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงมาตรการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายภายหลังน้ำลด แม้รัฐบาลจะประกาศแนวทางคร่าวๆ ในการเยียวยาความเสียหายมาบ้างแล้ว แต่ในระหว่างนี้หลายพื้นที่ยังถูกน้ำท่วมบ้านมิดหลังคา พื้นที่ทางการเกษตรและพื้นที่ทางเศรษฐกิจได้รับความเสียหาย ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานอย่างปัจจัยสี่ที่มนุษย์ทุกคนพึ่งได้รับ ทั้งยารักษาโรค อาหาร เครื่องนุ่งห่มและที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎเหล็ก 180 วันของ กกต.ที่ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านหรือผู้ที่อาสาช่วยเหลือไม่สามารถทำได้ทั้งที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เข้าใจถึงหัวจิตหัวใจของพี่น้องประชาชนมากที่สุด แม้ฝ่ายค้านไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้ รัฐบาลก็ไม่ควรช่วยเหลือประชาชนล่าช้า

‘ชลน่าน’ ชี้!! ไม่เห็นด้วยยุบ ‘พปชร.’ ปมเงินบริจาค ย้ำ!! เหตุยุบพรรคได้ต้อง ‘ล้มล้างการปกครอง’ เท่านั้น

‘ชลน่าน’ ชี้ปม ‘หาวเจ๋อ ตู้’ บริจาคเงินให้พปชร. บอกก่อนรับบริจาคพรรคต้องรู้ให้ชัดถึงที่มา ย้ำ ไม่เห็นด้วยยุบพรรคกับเรื่องอื่นนอกจากล้มล้างการปกครอง

(29 ต.ค. 65) ที่ รร.อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กทม. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ ‘หาวเจ๋อ ตู้’ ชายเชื้อชาติจีน ที่เพิ่งได้รับสัญชาติไทย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับผับฉาวย่านยานนาวา มีชื่อบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 3 ล้านบาท เมื่อปี 2564 ว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นในเรื่องนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

‘ฝ่ายค้าน’ จ่อยื่นญัตติอภิปรายม.152 กลางพ.ย. ปิดทางรัฐบาลยุบสภาฯ หนี หลังจบการประชุมเอเปก

‘ชลน่าน’ เผยอภิปรายทั่วไป ม.152 ต้องหลบเหตุกราดยิงหนองบัวฯ - น้ำท่วมซ้ำซาก คาดยื่นญัตติ 15-16 พ.ย.นี้ เริ่มถล่มกลางเดือนธ.ค. หวั่นเกิดอุบัติเหตุการเมืองยุบสภาฯ 24 ธ.ค. เย้ย ขนงบฯ ลดแลกแจกแถมเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลแล้ว

(29 ต.ค. 65) ที่รร.อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กทม. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่า จากเดิมที่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนจะยื่นตั้งแต่เปิดสภาฯ แต่มีเหตุการณ์จำเป็นที่จะต้องนำเป็นเรื่องด่วนมากกว่า คือ ญัตติด่วนเรื่องโศกนาฏกรรมที่หนองบัวลำภู และปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จึงจำเป็นต้องเลื่อนการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ไปเป็นช่วงกลางเดือนพ.ย. คาดว่าเป็นช่วง วันที่ 15-16 พ.ย. 65 และคาดว่าจะได้อภิปรายในช่วงกลางเดือนธ.ค. โดยญัตติดังกล่าวจะเป็นการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน สอบถามปัญหาและเสนอแนะแนวทางให้ผู้บริหารนำไปปรับใช้ 

‘ฝ่ายค้าน’ จัดเสวนา ‘ถอดบทเรียนเหตุการณ์หนองบัวลำภู’ ชี้!! สาเหตุหลักมาจาก ‘องค์กรสีกากี - ยาเสพติด - อาวุธ’

ฝ่ายค้าน จัดเวทีเสวนา ‘กราดยิงหนองบัวฯ’ ด้าน ‘ชลน่าน’ ฝากถอดบทเรียนแรงจูงใจ - สภาพจิต - ระบบคัดเลือกบุคคล แอบแซะ ‘บิ๊กป้อม’ ใจบันดาลแรง จากเด็กสมบูรณ์ในขวดซีอิ้ว โดดใส่กางเกงยีนส์มีแรงฮึกเหิม ‘สุทิน’ อัด รัฐบาลแก้ปัญหายาเสพติดล้มเหลว ยาเกลื่อน - คนเสียสติเยอะ ขณะที่การแก้กม.ยาเสพติดผิดพลาด กระบวนการบำบัดไม่เข้มแข็ง จี้ ทบทวนการครอบครองอาวุธปืน ด้าน ‘นภาพร’ ชี้ รัฐบาลแก้ปัญหาเหมือนเสือกระดาษ กระแสลด ยา - อาวุธ ยังอยู่เหมือนเดิม ขณะที่ ‘โรม’ เสนอ 7 ข้อแก้ปัญหาเกิดซ้ำ ยกงานวิจัยสหรัฐฯ ชี้ผู้ก่อเหตุพรากชีวิตผู้อื่นแก้แค้นความเจ็บปวด

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่โรงแรม อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กทม. โครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 66 จัดเวทีเสวนา ‘ถอดบทเรียนเหตุการณ์หนองบัวลำภู’ โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ ปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่ง ว่าเหตุการณ์ 6 ตุลา 65 เกิดเหตุโศกนาฎกรรมที่ จ.หนองบัวลำภู ทำให้มีผู้เสียชีวิต 37 ราย เป็นเด็กถึง 24 ราย แบ่งเป็นเด็กเล็ก 23 ราย และเด็กประถมวัย 1 ราย วันนี้ฝ่ายค้ายไม่ได้ต้องการตอกย้ำการสูญเสีย หรือพูดเพื่อหาเสียง แต่เป็นการหาทางออกให้ประเทศ และเป็นการถอดบทเรียน จึงมีความจำเป็นต้องใช้เวทีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากนั้นจะได้นำการถอดบทเรียนนี้ไปใช้ในการตรวจสอบถ่วงดุลในสภาฯ ซึ่งฝ่ายค้านจะได้ยื่นญัตติด่วน เรื่องเหตุการณ์หนองบัวลำภู ในวันที่ 3 พ.ย.นี้ เพื่อนำไปเป็นข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป  

ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า บทเรียนที่ได้รับเป็นการลงทุนที่เสียหายใหญ่หลวง และในภาพการลงทุนเหตุครั้งนี้ไม่มีกำไร ยิ่งถ้าไม่ได้พูดคุยกันอีกยิ่งขาดทุน ตอนนี้ทราบถึงสภาพปัญหาแล้ว แต่สิ่งที่อยากฝากให้ถอดบทเรียน คือ สาเหตุแรงจูงใจว่าเกิดเพราะอะไร เหตุใดตำรวจนอกราชการที่ถูกไล่ออก เพราะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจึงมีพฤติการณ์เช่นนี้ 

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า เรื่องการใช้อาวุธปืนไม่อาจปฏิเสธได้ มีคำพูดจากนักวิเคราะห์ ว่าสาเหตุมาจาก 2 เถื่อน คือ ปืนเถื่อนกับคนเถื่อน ถ้าปืนถูกกฎหมายแสดงว่าปืนไม่เถื่อน แต่คนกราดยิงคือคนเถื่อน ฉะนั้น สิ่งที่ไม่อาจละเลยได้คือปัญหาสภาพจิตในสังคมไทยปัจจุบัน เชื่อหรือไม่ลูกหลานของเรา 20 ปีที่ผ่านมามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างมาก สังเกตหรือไม่ความอดทนหรือการตอบสนองต่อสิ่งบีบคั้นในคนรุ่นใหม่ มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดจากในอดีต การยับยั้งชั่งใจไม่เกิดขึ้น เป็นปฏิกิริยาเกี่ยวเนื่องกับทางด้านจิต

“ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ถ้าใจคิดอย่างไรกายจะเป็นเช่นนั้น ปกติเราใช้แรงบันดาลใจ อ.ที่มาเป็นวิทยากรบรรยายอายุ 67 ปี แต่ผมบอกว่าเพิ่ง 57 ปี อ.เลยตอบกลับว่าใช้แรงบันดาลใจ ไม่ใช่ใช้ใจบันดาลแรง ปกติเราใช้แรงบันดาลใจ แต่กลับมีใครคนหนึ่งบอกว่าต้องใช้ใจบันดาลแรง และเขาก็พิสูจน์ชัดตอนขึ้นมาเป็นรักษาการนายกฯ ดูมีแรง มีกำลังใจฮึกเหิมมาก จากอยู่ในขวดซีอิ้วอยู่ดีๆ กลายเป็นแหนมป้าย่นได้ ใส่กางเกงยีนส์ เป็นเด็กสมบูรณ์อยู่ในขวดซีอิ้ว พอได้เป็นรักษาการนายกฯ ออกมาเป็นแหนมป้าย่น ใส่กางเกงยีนส์ มีแรงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แต่พอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าให้คนเดิมกลับมาทำหน้าที่ต่อทุกอย่างก็แผ่ว ฉะนั้น เรื่องจิตใจเป็นเรื่องสำคัญ” ผู้นำฝ่ายค้านฯ ระบุ 

นพ.ชลน่าน กล่าวในช่วงท้ายว่า ขอฝากให้เวทีถอดบทเรียนเกี่ยวกับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ราชการในสังคมไทย สมัยยังเป็นหมอ มีข้าราชการตำรวจโดนเด้งจาก จ.นราธิวาส มายัง จ.น่าน สุดท้ายก่อเหตุเอาปืนจี้พนักงานปกครองและลงมือยิงจึงอยากให้มีการถอดบทเรียนประเด็นนี้ด้วยว่าควรจะมีการคัดเลือกเข้ามาอย่างไร

จากนั้น นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุการณ์หนองบัวลำภู เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง และละเลยไปไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่ปัจจุบันยังคงอยู่ ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากคนขาดสติสัมปชัญญะ แต่อะไรที่ทำให้เขาเสียสติ ซึ่งตนคิดว่าอันดับแรก คือ ยาเสพติด ตนเชื่อว่าเหตุการณ์ที่หนองบัวลำภูก็เกิดจากยาเสพติด วันนี้รัฐบาลพยายามยืนยันตลอดว่าปราบปรามยาเสพติดแล้ว และปฏิเสธตลอดว่าไม่มียาเสพติดแล้ว ทั้งที่ทุกวันนี้ในหมู่บ้าน และชุมชน น่าเศร้าใจมาก ยาเยอะ เม็ดละ 10 บาท เป็นตัวชี้วัดว่ายามีเยอะเข้าถึงง่าย 

นอกจากนี้ คนบ้าแล้วมีอาวุธในมือก็เป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะโอกาสที่จะเกิดอาชญากรรมมีสูง บ้านเราอาวุธที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีน้อยกว่าปืนเถื่อน 3 เท่า ดังนั้น ประเทศเราจึงมียาบ้าเยอะ อาวุธปืนเยอะ และคนที่อยู่ในกลุ่มที่มีอำนาจมากแต่มีสติน้อย ก็เป็นกลุ่มที่ก่อเหตุมากที่สุด เพราะหากมีอำนาจ มีอาวุธ แล้วเกิดมีความไม่เป็นธรรมไปกดทับเขาก็จะเกิดเหตุได้ง่าย 

นายสุทิน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันเราแก้กฎหมายปรายปรามยาเสพติดผิดพลาด ทำให้คนอย่างผู้ก่อเหตุที่หนองบัวลำภู ซึ่งอยู่ในระดับสติสุ่มเสี่ยงแบบนั้นมีอยู่ทุกหมู่บ้าน เพียงแต่ยังไม่ก่อเหตุเพราะไม่มีเรื่องที่เป็นชนวนเหตุ กฎหมายล่าสุดใครพกยาไม่เกิน 15 เม็ด ถือว่าไม่ใช่ผู้จำหน่าย จะต้องมีการสืบสวนเพิ่มเติม ส่วนข้อหาผู้เสพมีการแก้ไขว่า ผู้เสพคือผู้ป่วย พอจับได้จะดำเนินคดีทันทีไม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่ต้องถามความสมัครใจว่ายินดีจะเข้าบำบัดหรือต่อสู้คดี 

ซึ่งส่วนใหญ่เลือกวิธีการบำบัด เหตุผลหนึ่งของการแก้กฎหมาย เพื่อต้องการลดจำนวนคนติดคุก แต่ปัญหาคือเมื่อส่งไปบำบัด กระบวนการบำบัดของบ้านเราไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่ให้เขาเลิกยาได้ เมื่อกลับบ้านไปก็เป็นระเบิดเวลาของครอบครัว มีการขู่ ทำร้ายคนในครอบครัว และเป็นอันตรายต่อคนในชุมชน 

ถามว่าวันนี้องค์การสีกากีกับองค์กรสีเขียว ได้ตื่นรู้ ปฏิรูป และแก้ปัญหาแล้วหรือไม่ องค์กรที่มีอำนาจ มีอาวุธ อย่างองค์กรตำรวจ และทหาร ต้องปฏิรูปตัวเองด่วน การจะขึ้นสู่ตำแหน่งได้ต้องจ้าง ทำให้เกิดระบบรีดเงิน บีบให้คนดีๆ ต้องหาเงิน เอาไปแลกเพื่อขึ้นสู่ตำแหน่ง ยาบ้าก็เลยเต็มบ้านเมือง เลี้ยงยาไว้ขายหลายๆ รอบเอาเงินไปซื้อตำแหน่ง ถ้าไม่ปฏิรูปก็จะทำให้คนในองค์กรแบบนี้หาเงินด้วยวิธีแบบนี้ วันนี้โครงสร้างปัญหายังมีครบทั้งยาเสพติด อาวุธ และความไม่เป็นธรรม ประกอบกับจุดสปาร์กอย่างปัญหาเศรษฐกิจ ที่วันนี้รัฐบาลทำให้คนอดอยาก หนี้สินรุมเร้า อาชีพหดหาย ดังนั้น รัฐบาลต้องจัดการโครงสร้างปัญหาเหล่านี้ให้ครบ คือ ต้องจัดการยาเสพติด จัดระเบียบการซื้อ และครอบครองอาวุธปืนใหม่ วันนี้ถึงเวลาทบทวนหรือยัง ว่าการให้มีปืนทุกคนกับไม่ให้มีปืนสักคนแบบไหนจะดีที่สุด  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top