Saturday, 18 July 2026
POLITICS

‘ก้าวไกล’ โชว์ห้องนิรภัยในศูนย์เด็กเล็กเสร็จแห่งแรก ทวงสัญญารัฐบอกจะทำทุกที่ หลังเหตุกราดยิงหนองบัวฯ

‘ก้าวหน้า-ก้าวไกล’ โชว์เหนือ! ทำเสร็จแล้วห้องนิรภัย-ปุ่มฉุกเฉินในศูนย์เด็กเล็กแห่งแรก จี้ทวงสัญญารัฐ ไหนบอกจะทำทุกที่หลังเหตุกราดยิงหนองบัวฯ

คณะก้าวหน้า-พรรคก้าวไกล ร่วมสังเกตการณ์การซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินศูนย์เด็กเล็กฯ เทศบาลเก่ากลอย หลังคณะก้าวหน้าได้เข้าไปให้การสนับสนุนในการออกแบบและติดตั้งห้องนิรภัยและระบบเตือนภัยฉุกเฉิน ชี้ ใช้งบสร้างไม่มากแค่สามศูนย์ไม่ถึง 2 แสนบาท เหตุใดรัฐบาลยังไม่ทำทั้งที่บอกว่าจะติดตั้งให้ทุกศูนย์ทั่วประเทศ ด้านผู้สมัครก้าวไกล ชี้ ต้องกระจายอำนาจ-งบประมาณให้ท้องถิ่นดำเนินการเองได้ในระยะยาว

เทศบาลตำบลเก่ากลอย ร่วมกับคณะก้าวหน้า พรรคก้าวไกล และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ตำรวจ ทีมแพทย์ รพ.สต. และหน่วยกู้ภัย ร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมการช่วยเหลือ ป้องกัน และฝึกซ้อมเผชิญเหตุการณ์ก่อความรุนแรงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อซักซ้อมระบบห้องนิรภัยและระบบการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ที่คณะก้าวหน้าได้เข้ามาให้การสนับสนุนการออกแบบ โดยมี ไกลก้อง ไวทยการ ผู้ อำนวยการฝ่ายนโยบายคณะก้าวหน้า พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล และ สมเกียรติ เชษฐสุมณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล เขต 3 จ.หนองบัวลำภู ร่วมเป็นสักขีพยานในการฝึกซ้อมวันนี้

โดยการฝึกซ้อมในวันนี้ ประกอบไปด้วยการทดลองระบบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ที่ติดตั้งเป็นปุ่มกดฉุกเฉิน เชื่อมต่อสัญญาณไปยังหน่วยราชการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สภ.นากลาง รพ.สต.เก่ากลอย หน่วยกู้ชีพ ทต.เก่ากลอย รวมทั้งการจำลองสถานการณ์และซักซ้อมมาตรการรับมือเหตุการณ์โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยจำลองสถานการณ์สามแบบไล่จากเบาไปหาหนัก ตั้งแต่สถานการณ์คนร้ายคลุ้มคลั่งแต่ไม่มีอาวุธ, สถานการณ์คนร้ายที่มีอาวุธมีด และ สถานการณ์คนร้ายก่อวินาศกรรมพร้อมอาวุธปืน รวมทั้งในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

จิรศักดิ์ วิชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเก่ากลอย ระบุว่าจากเหตุกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอุทัยสวรรค์เมื่อปีที่แล้ว ทางคณะก้าวหน้าได้เข้ามาพูดคุยเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ รวมทั้งได้ปรึกษาหารือกันว่าจะหามาตรการป้องกันและสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานอย่างไร จนได้ข้อสรุปว่าควรมีการติดตั้งปุ่มฉุกเฉินและห้องนิรภัย และได้มีการเข้ามาให้คำปรึกษาในการดำเนินการติดตั้ง จนเป็นที่เรียบร้อยแล้วในศูนย์หลัก หลังสำนักงานเทศบาล และกำลังจะมีการติดตั้งในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เหลืออีกสองศูนย์ของเทศบาลตำบลเก่ากลอยให้เสร็จสิ้นในช่วงปิดเทอมนี้ รวมถึงอีกหนึ่งศูนย์ที่กำลังก่อสร้างอาคารใหม่อยู่ให้เสร็จภายในสิ้นปี 2566 

ด้านสมเกียรติ เชษฐสุมณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 3 พรรคก้าวไกล ระบุว่าจากเหตุการณ์กราดยิงที่เทศบาลตำบลอุทัยสวรรค์ที่ผ่านมา ได้นำมาสู่โจทก์ที่ต้องแก้ปัญหา โดยเฉพาะในด้านการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน หรือให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดยตรง หลายแห่งอาจจะดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้ แต่อีกหลายแห่งก็ประสบปัญหางบประมาณที่จะเข้ามาดำเนินการ

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรจะต้องมีการกระจายอำนาจและงบประมาณลงมาให้แก่ท้องถิ่น เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในด้านความปลอดภัย อย่างที่ทางคณะก้าวหน้าได้เข้ามาดำเนินการในกรณีของเทศบาลตำบลเก่ากลอยนี้ ให้สามารถดำเนินการด้วยตัวเองได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของพรรคก้าวไกล

ในส่วนของไกลก้อง ระบุว่าหลังเกิดเหตุการณ์ที่อุทัยสวรรค์ วันรุ่งขึ้นคณะก้าวหน้าก็ได้ขึ้นมาเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบทั้งที่เทศบาลตำบลอุทัยสวรรค์ที่เกิดเหตุ และที่เทศบาลตำบลเก่ากลอย ที่อยู่ใน อ.นากลาง ด้วยกัน ห่างไปเพียง 20 กม. และเป็นเทศบาลที่คณะก้าวหน้าให้การสนับสนุน วันนั้นหลายคนเสียขวัญจนไม่สามารถเปิดเรียนได้ ครูทุกคนต้องการให้มีการปรับปรุงเรื่องความปลอดภัย เช่น การให้มีปุ่มกดฉุกเฉินเหมือนร้านทอง และให้มีห้องนิรภัยที่ให้ครูนำนักเรียนเข้าไปหลบ เพื่อถ่วงเวลารอคนมาช่วยเหลือได้ 

‘สุริยะ’ นัดประชุมข้าราชการระดับสูง 17 มี.ค.  โหมสะพัด!! อำลาตำแหน่ง ซบ ‘เพื่อไทย’

(14 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งปลัดกระทรวง อธิบดีกรมต่าง ๆ รองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ช่วยปลัดกระทรวง และผู้อำนวยการสถาบันเครือข่ายทั้งหมดของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับแจ้งทางไลน์ว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ขอนัดประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม เวลา 10.00-12.00 น. ของวันที่ 17 มีนาคม 2566

‘เพื่อไทย’ จวก ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ใช้งบ 6 แสนล้าน ยังแก้ภัยแล้งไม่ได้ เชื่อปีนี้แล้งหนัก จี้ เร่งแก้ปัญหา ก่อนกระทบไร่-นาชาวบ้านนับหมื่น

(14 มี.ค. 66) นายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย (พท.) จากภาพรวมของสถานการณ์น้ำในพิษณุโลกน่าเป็นห่วง กังวลใจว่าปีนี้ภัยแล้งจะมาเร็วและมาแรงกว่าปีที่ผ่านมา พบว่าในหลายจังหวัดใกล้เคียง เกษตรกรเริ่มประสบปัญหาภัยแล้งแล้ว ดังนั้น ในพื้นที่พิษณุโลก หากรัฐบาลยังไม่เร่งแก้ปัญหา จะกระทบพื้นที่นาข้าวนับหมื่นไร่และเกษตรกรหลายหมื่นครัวเรือนอย่างแน่นอน

ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติหรือ กนช. อ้างว่าตั้งแต่เป็นรัฐบาลไม่เคยมีเกษตรกรที่ไหนมาร้องเรียนเรื่องภัยแล้ง หากเป็นเช่นนั้นจริง พล.อ.ประวิตร คงหูดับหรือก้มหน้าก้มตาอ่านแต่รายงานที่ลูกน้องรายงานมา ในความเป็นจริงความแห้งแล้งเกิดขึ้นหลายจังหวัด เกษตรกรประสบปัญหาภัยแล้งที่รุนแรง เกษตรกรหลายหมื่นครัวเรือนต้องยืนดูต้นข้าวแห้งตาย เพราะไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยงนาข้าวที่เกษตรกรลงแรงปักดำหวังรายได้จากนาข้าวของตนเอง ส่งผลให้เกษตรกรในหลายพื้นที่ต้องลงขันระดมทุนจ้างบริษัทเอกชนมาขุดบ่อสูบน้ำบาดาลทำนากันแล้ว

นายนพพล กล่าวต่อว่า ปัจจุบันน้ำต้นทุนในเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ดูแลน้ำเพื่อการเกษตรให้กับเกษตรกรใน 4 จังหวัด คืออุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตรและนครสวรรค์จะมีปัญหา เพราะมีน้ำต้นทุนเพียง 4,000 ล้านลบ.ม. แต่ใช้ได้เพียงเหลือเพียง 2,700 ล้านลบ.ม.เท่านั้น กังวลว่าปริมาณน้ำจะไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร พล.อ.ประวิตรต้องเร่งบริหารจัดการน้ำ หรือหาแหล่งน้ำรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น อย่ามาอ้างว่าเป็นช่วงปลายรัฐบาลทำอะไรไม่ได้ เพราะท่านยังมีอำนาจบริหารจัดการจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่

ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ พล.อ.ประวิตร อย่ามัวแต่เอาเวลาไปเดินสายหาเสียงจนไม่รับรู้ความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาลต้องทำงานให้ประชาชน อย่าเอาเรื่องการเมืองนำหน้าการแก้ปัญหาให้ประชาชน

‘ภูมิใจไทย’ ส่ง ‘เสี่ยหนู’ คุมกระทรวงคมนาคม สกัด ‘อธิรัฐ’ รื้องานโครงการรถไฟสายสีส้ม

(14 มี.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ที่อาจเป็นนัดสุดท้ายก่อนยุบสภาฯ พบว่ามีการเสนอวาระสำคัญหลายเรื่อง อาทิ การแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แทนนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ทำหน้าที่รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก่อนหน้านี้ หลังนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งนายอนุทิน เป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากนายอธิรัฐ จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงการต่าง ๆ สมัยที่นายศักดิ์สยามทำไว้ โดยเฉพาะโครงการรถไฟสายสีส้ม ที่นายอธิรัฐจะเร่งเสนอให้ ครม.อนุมัติในวันเดียวกันนี้ แต่ถูกคัดค้านในที่ประชุม ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว กรณีศาลรับคำร้องตรวจสอบการถือครองหุ้นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยกระทรวงคมนาคมมีคำสั่งให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รับตำแหน่งรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

'ป้าเจี๊ยบ' ยกกรณีป้านา หากผู้นำที่มีสติปัญญา จะมีวิธีการรับมือผู้เห็นต่างอย่างเหมาะสม

'อมรัตน์' ชี้กรณีป้านา หากผู้นำที่มีสติปัญญาจะมีวิธีการรับมือผู้เห็นต่างอย่างเหมาะสม ซัดประยุทธ์ ไร้วุฒิภาวะ ไม่เหมาะสมแคนดิเดตนายก 

(14 มี.ค.66) อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่ตำรวจเข้าจับกุม ‘ป้านา’ วันทนา โอทอง โดยใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ขัดขวางการแสดงออกทางการเมืองและมีการตั้ง 3 ข้อหาหนัก โดยอมรัตน์กล่าวว่า ตนเข้าใจความจำเป็นในหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้นำ แต่การใช้กำลังรุนแรงปิดปากฉุดกระชากลากถูกับหญิงผู้สูงอายุคนเดียว ต้องถามว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่

ทั้งนี้หากประยุทธ์เป็นผู้นำที่มีสติปัญญาควรมีการซักซ้อมทำความเข้าใจกับทีมตนเองว่าเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินควรมีแนวปฏิบัติอย่างไร ต้องมีการเจรจาพูดคุยทำความเข้าใจ และใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักอย่างเหมาะสมไม่ใช่ใช้มุมมองแบบทหาร มองเพื่อนร่วมชาติที่มีจุดยืนการเมืองคนละขั้วเป็นอริราชศัตรู แบบที่มองภัยจากภายนอกประเทศ” อมรัตน์กล่าว


ส่วนประเด็นการตั้งข้อกล่าวหาหนักต่อป้านา ว่าขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตนอยากถามว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์ไปตรวจราชการที่ อ.บ้านโป่งครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี หรือใช้ตำแหน่งนายกฯ เป็นข้ออ้างไปติดตามงานเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง เพราะรู้กันอยู่ว่าบ้านโป่งเป็นเขตพื้นที่ส.ส.ย้ายพรรคจากปชป.ไปซบพรรครวมไทยสร้างชาติ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ส่วนประเด็นที่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงคนที่ชู 3 นิ้วว่าให้ไปหาหมอป่วย และมาเพราะต้องการอะไรสักอย่าง 
อมรัตน์ให้ความเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ก็รู้นี่ว่าประชาชนที่มารอพบท่านมาเพราะต้องการอะไรบางอย่าง
เลยต้องถามว่าเมื่อทราบแล้วในฐานะผู้นำเคยออกมารับฟังพวกเขาไหม
และนี่ขนาดกำลังจะเข้าสู่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่เปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำ ทั้งที่มีบทเรียนอยู่แล้ว 

บุกปลายด้ามขวาน!! ‘บิ๊กตู่’ ฟิตจัด!! เตรียมลุย ‘นราธิวาส’ 15 มี.ค.นี้ ร่วมพิธีเปิดแพขนานยนต์ พบปะผู้นำศาสนา-ปชช.

(14 มี.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดนราธิวาส ในวันพุธที่ 15 มีนาคม 2566 โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมการลงพื้นที่ตรวจราชการ

ทั้งนี้ มีกำหนดการดังนี้ เวลา 11.00 น. นายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนราธิวาส ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ แล้วเดินทางไปสักการะพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล (วัดเขากง) ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส นมัสการพรพระเทพศีลวิสุทธิ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18 เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางประธานพร สร้างตามแบบพุทธศิลป์สกุลช่างอินเดียใต้ สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมบรรจุดินจากสังเวชนียสถาน เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2513 และพื้นที่นี้ยังเป็นที่ตั้งของพุทธมณฑลแห่งเดียวของภาคใต้อีกด้วย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิธีเปิดแพขนานยนต์ ณ ด่านศุลกากรอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาสได้จัดสรรงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 38,569,000 บาท เพื่อจัดสร้างแพขนานยนต์ (ต่อแพ) ลำใหม่ทดแทนแพขนานยนต์ลำเดิม ซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรม เพื่อให้บริการรับส่งสินค้า ยานพาหนะ และผู้โดยสารข้ามฟากแม่น้ำสุไหงโก-ลก ระหว่างด่านศุลกากรตากใบ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส กับด่านศุลกากรบ้านเปิงกาลังกูโบร์ อำเภอตุมปัต ประเทศมาเลเซีย รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า การคมนาคมขนส่ง และการท่องเที่ยวของอำเภอตากใบ และจังหวัดนราธิวาส โดยแพลำใหม่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 30 คน บรรทุกยานพาหนะ (รถยนต์) ขนาด 2,500 กิโลกรัมต่อคัน ได้ไม่น้อยกว่า 9 คัน

พี่ชายที่แสนดี!! ‘นิพิฏฐ์’ เผย ‘บิ๊กป้อม’ ขอ “อย่าว่าน้องผมแรง” รับ!! อิจฉา ‘บิ๊กตู่’ มีพี่ชายแสนดีชื่อ ‘ประวิตร’

(14 มี.ค.66) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊ก “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” หัวข้อ “เมื่อพลเอกประยุทธ์ มีพี่ชายที่แสนดี” มีรายละเอียดดังนี้...

“เมื่อ พลเอกประยุทธ์ มีพี่ชายที่แสนดี"

เมื่อวานตอนเย็น ผมได้รับโทรศัพท์จากทีมงานพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่า ท่านมีข้อหารือ ให้ผมขึ้นมา กทม. ด่วน ผมขึ้นเครื่องตอนกลางคืน เช้านี้ 06.00 น. ผมเข้าร่วมประชุมกับท่าน ผมบอกท่านว่า ท่านครับ อย่าประชุมเช้าอย่างนี้ได้ไหม ผมเป็นคนตื่นสาย ท่านบอกว่า ท่านเริ่มประชุมกับทีมงานแต่ละฝ่ายตั้งแต่ตีห้าครึ่ง

ที่คุยกันก็เรื่องยุติความขัดแย้งในบ้านเมือง ท่านอยากให้ เด็กๆ และเยาวชนเดินไปได้ โดยปราศจากความขัดแย้ง ความขัดแย้งอยู่ตรงไหนท่านจะเข้าไปแก้ให้ ท่านว่า โลกต่อไปนี้ เป็นโลกของคนรุ่นใหม่แล้ว เราเพียงประคับประคองให้เขาเดินไปได้อย่างมั่นคง ส่วนภาคใต้จะทำอะไรบ้างก็ให้บอกมา ผมรับงานหนักนี้กลับมาภาคใต้

'เจ๊จุก คลองสาม' เปิดคลิปแฉ '2 ป้า' วางแผนโดดขวางรถนายกฯ หลักฐานมัด 'ไม่ป่วน-ไม่บุก-ไม่โวยวาย' ตำรวจจะไม่ทำอะไร

(14 มี.ค.66) จากกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางสักการะเจ้าแม่เบิกไพร ณ ศาลเจ้าแม่เบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง ได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ และประชาชนผู้เห็นต่างเป็นหญิงสูงอายุ 1 คน และหญิงวัยกลางคนอีก 1 คน จะมายืนดักขบวนนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงออกและตะโกนตำหนิการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบ 2 นาย พยายามเข้าสกัด และได้กระชากหญิงสูงอายุเพื่อนำตัวออกไป โดยหญิงสูงวัยพยายามตะโกนช่วงที่ขบวนรถของพล.อ.ประยุทธ์ ผ่านพอดี ว่า “ไอ้ เ..ี้ย ตู่” ก่อนตำรวจหญิงได้ลากตัวขึ้นไปยังรถตู้ตำรวจเพื่อพาออกนอกพื้นที่

ขณะที่หญิงอีกรายซึ่งอยู่ในวงล้อมของเจ้าหน้าที่ และกลุ่มผู้สนับสนุน ได้ชู 3 นิ้ว แสดงความเห็นต่าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามห้ามไม่ให้เคลื่อนไหว​ นั้น

เจ๊จุก คลองสาม ทวิตข้อความแฉว่า เมื่อวาน ป้านา ให้สัมภาษณ์ สแตนดาก ว่าแค่จะไปหาซื้อกับข้าว พอรู้ว่าลุงตู่ #ประยุทธ์ จะมา เลยต้องการจะไปร้องเรียน WTF!!

ซื้อกับข้าวบ้านป้าสิค่ะ ที่ชวนๆ คนอื่น ในไลฟ์อีเฟินเนี่ย ชวนกันไปทำอาหารต่อเหรอคะ

ทำไมกล้าตอแหล แบบนั้นคะ ส่วนสื่อ here ก็เอามาลงแบบไม่เช็คเลย

‘ปารีณา’ จี้ ‘บิ๊กตู่’ สั่ง จนท.หยุดปิดปาก-ลากตัวชาวบ้าน ลั่น!! โปรดเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ปารีณา รับไม่ได้! เรียกร้อง บิ๊กตู่ สั่งเจ้าหน้าที่หยุดพฤติกรรม ฉุดกระชาก ลากดึงประชาชนเยี่ยงหมา ลั่นทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มันเกินไป

(4 มี.ค. 66) น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ ‘ปารีณา ไกรคุปต์’ ถึงกรณีหญิงสูงวัยรายหนึ่งยืนดักขบวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระหว่างลงตรวจราชการที่อำเภอบ้างโป่ง จังหวัดราชบุรี เพื่อแสดงออก พร้อมตะโกนด่าและตำหนิการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่กระชาก ลากตัว และปิดปาก จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยข้อความระบุว่า…

“#เยี่ยงหมา

'ศุภชัย' ถาม 'ชูวิทย์' หลากพรรคถ่วง 'กัญชาเสรี' ดันไม่ร้อง แต่ข้อง ภท. ทั้งที่ไม่เคยปล่อยพี้เสรี-ให้มีไว้ใช้ทางการแพทย์

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.66 นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาโต้กลับ กรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ได้ออกมาพูดว่ากัญชาเสรี คือการปล่อยให้เยาวชนนำกัญชามาพี้ โดย นายศุภชัย ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า 'ไม่ใช่'

นายศุภชัย ได้เปิดเผยว่า การปลดล็อกกัญชาออกจากรายชื่อบัญชียาเสพติด โดยคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามยาเสพติด ซึ่งมีนายกฯ เป็นประธาน เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 และหลังจากนั้น ก็ได้มีการเสนอ พ.ร.บ. กัญชา เข้าสภาฯ ในวันที่ 26 มกราคม 2565 และมีการปลดล็อกเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2565 ซึ่งได้ร่างกฎหมายเข้าสภาไปแล้ว วาระ 1 และเสียงส่วนใหญ่ในสภาได้เห็นชอบกับร่างกฎหมายตัวนี้ ซึ่งพอได้มีการส่งกลับมาวาระ 2 ก็มีพรรคการเมืองที่ดึงเรื่องไม่ให้กฎหมายผ่าน เช่น พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคก้าวไกล, พรรคประชาชาติ

"พรรค ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เคยทำกัญชาให้พี้กันได้อย่างเสรี แต่กัญชาที่เสรีคือ ให้เกษตรกรปลูกไว้ใช้ทางการแพทย์ แต่ทั้งนี้ก็มีกฎหมายรองรับเพื่อควบคุมเอาไว้ แต่ดันถูกสภา พรรคการเมืองถ่วงไว้” นายศุภชัย ได้ย้อนถามกลับ นายชูวิทย์ ว่าเช่นนี้ทำไมถึงไม่ไปโจมตี

พร้อมยังยืนยันอีกด้วยว่า “กฎหมายที่ได้เสนอร่างเข้าไป ถือว่าเป็นกฎหมายที่ครอบคลุมที่สุด ซึ่งในกฎหมายมีกำหนดไว้ว่า เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 หากสูบ จะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 2 แสนบาท และห้ามสูบในสถานที่สาธารณะ ห้ามค้าขายกัญชาทางออนไลน์ ซึ่งกฎหมายมีบังคับไว้หมด แต่ดันถูกพรรคการเมืองเตะถ่วง”

ใจถึงพึ่งได้ ‘บิ๊กป้อม’ ลุย ‘ชุมพร-ระนอง’ แก้ปัญหาน้ำท้วม-แล้ง ชาวบ้านแห่ต้อนรับ เชียร์นั่งนายกฯ คนที่ 30

(13 มี.ค.66) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รมช.คลัง และคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการพื้นที่ภาคใต้ ต่อเนื่องจากช่วงเช้า (จ.สุราษฎร์ธานี) โดยในช่วงบ่ายได้ลงพื้นที่ จ.ชุมพร และ จ.ระนอง 

โดยเมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตร และคณะ ได้เดินทางถึงโครงการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนฯ บ้านวังช้าง ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร มีนายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผวจ. ให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ จ.ชุมพร ยังคงมีปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นภูเขา เมื่อมีฝนตกหนักปริมาณน้ำมากเกินความจุลำคลอง ทำให้เกิดน้ำหลากในหลายอำเภอ 

สำหรับภัยแล้ง ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ลดลง ความต้องการใช้น้ำมากขึ้นโดยเฉพาะฤดูแล้งและยังไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ อย่างเพียงพอ จึงได้มีโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ำ ของชุมชนที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ โดยสร้างความรู้ ความเข้าใจการวางแผนการใช้น้ำ ที่มีอยู่ รวมทั้งการพัฒนา/เพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำชุมชน

จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้มอบนโยบายแก่ จังหวัด, สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากทุกปัญหา และพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไม่ทอดทิ้งใครอย่างเด็ดขาด รวมถึงจะพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ให้ครอบคลุมทุกมิติ 

จากนั้นได้พบปะพี่น้องประชาชน ที่มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง จากหลายอำเภอ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและความต้องการต่าง ๆ ซึ่งมีประชาชนจำนวนมาก แสดงความรู้สึกดีใจที่ได้ใกล้ชิด และได้สัมผัสถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานและความห่วงใยประชาชน อย่างแท้จริง พร้อมชื่นชมว่า ท่านใจดี ใจถึงพึ่งได้จริง มีลักษณะผู้นำที่จะสามารถนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง สู่การพัฒนาประเทศได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน เหมาะที่จะเป็นนายกคนที่ 30 มากที่สุด

เงียบสยบข่าว!! ‘โรม’ บุก บช.ปส. ทวงความคืบหน้าคดี ‘ส.ว.ทรงเอ’ หลัง ‘ตำรวจ-ศาล’ เกียร์ว่าง - ไม่มีคำตอบให้สังคม

(13 มี.ค.66) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวเพื่อติดตามความคืบหน้าการติดตามตัว อุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา มาดำเนินคดีกรณีมีข้อครหาเกี่ยวข้องพัวพันกับการฟอกเงินขบวนการค้ายาเสพติดของ ‘ทุนมินลัต’

รังสิมันต์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ ตนได้ทำทุกอย่างแล้ว ทั้งอภิปรายในสภาฯ แสดงหลักฐานเพิ่มเติมที่อุปกิตอาจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร้องไปยังคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) อัยการสูงสุด ถึงกรณีการถอนหมายจับ ส.ว.ทรงเอ แต่กลับไม่มีความเคลื่อนไหว และเหตุผลที่มาแถลงข่าวที่นี่ในวันนี้ เนื่องจาก บช.ปส. ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้ดูแลการดำเนินคดีนี้ โดยจากประสบการณ์ทางการเมืองที่ตนมี ความเงียบที่เกิดขึ้นมักจะเกิดจากความจงใจหรืออาจจะเป็นการล้มคดี

"ผมยื่นหนังสือไปยัง ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุด ผบ.ตร. มีหนังสือตอบกลับมาบอกว่า ได้ส่งหนังสือที่ผมยื่นและหลักฐานต่าง ๆ ให้ บช.ปส. แล้ว ซึ่งผู้การ ปส.3 ต้องเป็นผู้รับผิดชอบคดี และหากดูในเอกสารชี้แจงของ พ.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ จะพบว่ามีความเกี่ยวข้องตั้งแต่ชั้นตำรวจและศาล ที่อาจนำไปสู่การล้มคดีได้" รังสิมันต์กล่าว

รังสิมันต์ กล่าวว่า ยืนยันว่ามีความพยายามวิ่งเต้นเพื่อล้มคดีจริง แม้แต่ในส่วนของศาล ตัวอธิบดีศาลก็พูดในลักษณะหวาดกลัวผู้ใหญ่ต่อการทำคดีนี้ ตนจึงขอตั้งคำถามว่า มีคนที่เหนือกว่าอธิบดีศาลอาญาอีกหรือ เมื่อพิจารณาจากเอกสารของ พ.ต.ท.มานะพงษ์ จะเห็นความพยายามวิ่งเต้นเพื่อช่วยเหลือให้ ส.ว.ทรงเอ หลุดพ้นจากคดีนี้ พร้อมแจกคำใบ้ อดีตบิ๊กตำรวจ ส. เสือ ที่ไม่อยู่ในราชการแล้ว และมีตำแหน่งสูงมากมีความเกี่ยวข้อง

บุกบ้านโป่ง!! ‘ลุงตู่’ ลงพื้นที่ราชบุรี ไหว้พระ-เยี่ยมชมสถานที่ ชาวบ้านแห่ต้อนรับ พร้อมชูป้าย ‘ลุงตู่ อยู่ต่อ’

(13 มี.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ว่า เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ในนามนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยมี พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายสุชาติ ชมกลิ่น ร่วมคณะ 
.
โดยเมื่อเวลา 09.00 น.นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ โดยจุดแรก เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด สีขาวทะเบียน กค 9 ราชบุรี มายังวัดหุบกระทิง ตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยทันทีที่มาถึงนายกฯได้ทักทายกับนักเรียนโรงเรียนวัดหุบกระทิงที่มารอเจอนายกฯที่บริเวณรั้วโรงเรียน โดยนายกฯกล่าวกับเด็กๆว่า ให้รักสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไว้ สำหรับลุงยึดและรักทั้ง 3 สถาบัน และรักประชาชน ขอให้เด็กทุกคนเป็นคนดีรู้รักสามัคคี และตอนหนึ่งนายกฯหยอกล้อเด็กๆให้รักษาฟันให้ดีๆ ขณะที่เด็กๆบอกว่าเคยเห็นนายกฯแต่ในติ๊กต๊อกเพิ่งเคยเจอตัวจริงวันนี้ 

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ สักการะพระประธานอุโบสถ หลวงพ่อสมปรารถนา และนมัสการพระมหาสงกรานต์ (สันติ กะ โร) เจ้าอาวาสวัดหุบกระทิง

ทั้งนี้ ในพื้นที่ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เตรียมย้ายมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และ น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่เตรียมย้ายมาอยู่พรรค รทสช. เดินทางมาต้อนรับ รวมทั้งมีชาวบ้านมารอต้อนรับพร้อมชูป้ายข้อความ “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” , เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตรย์แบะประชาชน ลุงตู่สู้ๆ , หนีเมียมาเชียร์ลุง , ลุงตู่อยู่ยาวๆ เป็นต้น ขณะเดียวกันได้มีการซักซ้อมประชาชนว่าห้ามหอมแก้มและจับมือบีบมือนายกฯเนื่องจากมือนายกฯยังเจ็บอยู่ ขณะที่นายกฯเองก็พยายามยกมือข้างขวาขึ้นสูงเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกมือที่ยังอักเสบอยู่ ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าไปลูบหัวสุนัขที่ชาวบ้านอุ้มมาต้อนรับ พร้อมกล่าวว่า “น่ารักแข็งแรงนะลูก”

จากนั้น นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เกษตรวิถีพุทธ ภายใต้สโลแกน "คุณลุงทำนา คุณป้าทำสวน" ซึ่งเป็นวิถีความร่วมมือในการพัฒนาระหว่างวัดกับชุมชน เยี่ยมชมร้านกาแฟ มา-หา กาแฟบุญผลกำไรนำไปช่วยเหลือด้านสาธารณะสงเคราะห์ และเยี่ยมชมตลาดร่มสักส่งเสริมให้ชาวบ้านได้มีอาชีพสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชน โดยช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้สนทนาธรรมกับจะอาวาสว่า วัดนอกจากเป็นที่พึ่งของพุทธะศาสนิกชนแล้วเป็นที่สั่งสอนพระพุทธศาสนาให้ความร่มเย็นแล้วส่วนหนึ่งที่วัดหุบกระทิง ได้ทำคุยสร้างเศรษฐกิจชุมชนซึ่งถือเป็นเรื่องดีก็ขอให้มีการพัฒนาต่อไปเรื่อยเรื่อย

ส่วนต่างที่หายไป!! 'ก้าวไกล' กัดไม่ปล่อย ‘บีอีเอ็ม’ สอยสัมปทานรถไฟสายสีส้ม ชี้!! อย่าปล่อยให้ 'เมกะโปรเจกต์' กลายเป็น 'เมกะดีล'

(13 มี.ค.66) สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงข่าวเปิดเผยเอกสารหลักฐานที่เพิ่งได้รับ กรณีข้อสงสัยการทุจริตประมูลสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งเคยอภิปรายไปหลายครั้งก่อนหน้านี้ ให้เห็นถึงความพยายามกีดกันคู่แข่งของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ชนะการประมูล ซึ่งก็คือบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ให้ออกไปจากการแข่งขัน โดยมีส่วนต่างที่รัฐต้องจ่ายอุดหนุนให้เอกชนสูงถึงกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท

สุรเชษฐ์กล่าวย้ำอีกครั้งหนึ่ง ว่านี่คือการประมูลที่เกิดขึ้นถึงสองครั้ง เพื่อสร้างสิ่งเดียวกัน แต่มีส่วนต่างสูงถึง 6.8 หมื่นล้านบาท และตนขอยืนยันอีกครั้ง ว่าส่วนต่างมีอยู่จริง แม้กระทรวงคมนาคม และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะพยายามปฏิเสธเพียงใดก็ตาม

โดยสิ่งที่ปรากฏอยู่ในเอกสารที่ตนได้มาครั้งนี้ คือเครื่องยืนยันที่ดีที่สุด นั่นคือข้อเสนอของฝ่ายบีอีเอ็มที่ตนได้พยายามขอมาหลายครั้งผ่านทุกช่องทางแล้วแต่ก็ไม่เคยได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องเลย แต่บัดนี้เข้าใจได้ว่าเมื่อหัวโจกไม่อยู่แล้ว ข้าราชการที่รักความยุติธรรมจึงเริ่มเคลื่อนไหว ส่งข้อมูลมาให้ตนในที่สุด

สุรเชษฐ์กล่าวต่อไปว่า เมื่อนำข้อมูลข้อเสนอจากทั้งสองฝ่ายมาเปรียบเทียบกัน จะเห็นได้ว่าข้อเสนอของบีทีเอส จะขอเงินจากรัฐอุดหนุนค่าก่อสร้าง ในปีที่ 3-8 ยอดรวม 79,820 ล้านบาท โดยจะมีกำไรจ่ายคืนรัฐในปีที่ 20 เป็นต้นไป รวมเป็นเงินจำนวน 70,145 ล้านบาท ผลรวมจะเท่ากับเกิดส่วนต่างที่รัฐต้องอุดหนุนเพียง 9,675 ล้านบาท

ขณะที่ข้อเสนอของบีอีเอ็มนั้น มีการขอเงินรัฐอุดหนุนค่าก่อสร้าง ในปีที่ 3-8 เป็นจำนวน 81,871 ล้านบาท โดยผลตอบแทนที่บีอีเอ็มจะให้ตั้งแต่ปีที่ 14 เป็นต้นไป จะคืนเป็นยอดรวมเพียง 3,583 ล้านบาทเท่านั้น

กล่าวคือขณะที่บีทีเอสมีข้อเสนอจะจ่ายคืนให้รัฐ 70,145 ล้านบาท บีอีเอ็มจะคืนให้เพียง 3,583 ล้านบาท โดยที่ค่าก่อสร้างแทบไม่ต่างกันเลย ผิดกับที่ฝ่าย รฟม. มักออกมาอ้างว่าจำเป็นต้องใช้เทคนิคชั้นสูงในการสร้างอุโมงค์ใต้ดิน ทำให้ต้องใช้งบประมาณมากขึ้น แต่หากลงไปดูในรายละเอียดเปรียบเทียบกันแล้ว จะพบว่าทั้งสองข้อเสนอแทบไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย

“ดังนั้น ที่ต่างจริงๆ ก็คือผลตอบแทนที่จะคืนให้รัฐ ซึ่งบีอีเอ็มให้น้อยกว่าบีทีเอสมาก คำถามคือส่วนต่างนี้จะเอาไปทอนให้ใคร แน่นอนว่าทั้งหมดจะอยู่ในกระเป๋าของบีอีเอ็ม แต่บีอีเอ็มจะเอาไปให้ใคร หรือให้พรรคการเมืองใดบ้างหรือไม่ ผมอยากให้พี่น้องสื่อมวลชนและประชาชนร่วมกันติดตาม” สุรเชษฐ์กล่าว

สุรเชษฐ์ยังกล่าวต่อไป ว่าจากวันนี้ไปจนถึงการเลือกตั้ง คณะรัฐมนตรียังมีเวลาเหลืออย่างมากอีกเพียง 2 ครั้งที่จะอนุมัติเรื่องต่างๆ คือในการประชุม ครม. พรุ่งนี้ (14 มีนาคม) หรือหากยังไม่มีการยุบสภาเร็วๆ นี้ ก็จะต้องเป็นการประชุม ครม. สัปดาห์หน้า ที่ต้องจับตาคือจะมีการยัดเรื่องนี้เข้าไปหรือไม่ ซึ่งตนเชื่อว่าถ้าทุกคนเงียบเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อไร จะมีการนำเข้าไปแน่นอน รวมทั้งอาจมีการใช้กระบวนการยุติธรรมมาฟอกขาว ว่าข้อเสนอของบีทีเอสเป็นข้อเท็จจริงนอกสำนวน

ทำเพื่อชาวใต้ ‘ลุงป้อม’ บุกสุราษฎร์ฯ ติดตามแผนบริหารจัดการน้ำ ย้ำ!! ทุกส่วนราชการ เร่งดูแลปัญหาน้ำท่วม-แล้งในทุกมิติ

(13 มี.ค.66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และคณะ ลงพื้นที่ภาคใต้ 3 จ. เพื่อติดตามความคืบหน้าบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาพื้นที่และรับฟังความเดือดร้อนประชาชน โดยจุดแรกเดินทางไปศาลาอเนกประสงค์พรุเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้ว่าราชการจังหวัด เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) หัวหน้าส่วนราชการต่างต้อนรับ โดยรับฟังสถานการณ์ภาพรวมแผนงานและโครงการน้ำในพื้นที่ ปี 61- 65 คืบหน้า 870 โครงการ วงเงิน 4,469.40 ล้านบาท มีประชาชนได้รับประโยชน์ 45,687 ครัวเรือน และป้องกันความเสียหายได้ 15,975 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ 6 โครงการ คือ อ่างเก็บน้ำคลองสีสุก คลองลิปะใหญ่ ระบบป้องกันน้ำท่วม ตลาดไชยา ชุมชนเชิงมนต์ ชุมชนเฉวงและชุมชนวัดประดู่ 

จากนั้นลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้าง ระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนบางรัก และโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมพรุเฉวง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top