Thursday, 16 July 2026
POLITICS

‘เด็จพี่’ เชื่อ มีไอ้โม่งชักใย คปท. บุกเยี่ยม ‘ทักษิณ’ ที่ รพ.ตำรวจ เอือม!! ราวีไม่สิ้น ถาม? ประเทศยังบอบช้ำไม่พออีกหรือ?

วันที่ 22  ต.ค. 66 ดร.พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายนิติธร ล้ำเหลือ เดินทางไปขอเข้าเยี่ยมตรวจสอบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่โรงพยาบาลตำรวจ ว่า น่าจะเป็นเจตนาร้ายหาเรื่องค้าความขัดแย้ง หรือขยายผลไปถึงการปลุกม็อบสร้างความวุ่นวายมากกว่า ทั้งที่บ้านเมืองกำลังสงบเดินไปด้วยดี รัฐบาลกำลังคิดหาวิธีการแก้ไขเศรษฐกิจปากท้องให้ประชาชน แต่คนกลุ่มนี้กลับทำตัวขวางโลก ปัดแข้งปัดขารัฐบาล เรียกร้องต้องการไม่จบไม่สิ้น

อดีตนายกฯ ทักษิณป่วยจึงเข้าไปนอนโรงพยาบาล คนกลุ่มนี้ก็ไม่เชื่อ ไม่พอใจ ตอนแรกเรียกร้องให้กลับมารับโทษ พอกลับมาก็ยังราวีไม่จบเสียที ต้องการจะดูอาการป่วย อยากจะตรวจสอบความเป็นอยู่ ถามว่าเป็นอะไรกันแน่ เป็นทนาย หรือเป็นหมอ หรือเป็นตำรวจ ออกอาการคาดคั้นแบบเอาเป็นเอาตาย ไม่มีใครเห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว ลองไปส่องดูโลกโซเชียลบ้างหรือไม่ ถ้ายังไม่หยุดทำตัวขวางโลก ขวางการปรองดอง ระวังจะถูกสังคมประณาม

ทั้งนี้ เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวน่าจะมีไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง จึงอยากฝากบอกว่าพอได้แล้ว ประเทศยังบอบช้ำไม่พออีกหรือ ขอให้ประชาชนอยู่กันอย่างสงบสุขบ้าง

ลุ่มหลง สันดาน อคติ วิธีคิด ความเชื่อ ‘คนใน 14 ล้าน’ VS ‘คนนอก 14 ล้าน’

14 ล้านเสียง ส่วนลึกอาจจะเกลียดสถาบันกษัตริย์ และอยากให้ล้มล้าง ทำลาย เพื่อไปสู่การปกครองแบบอื่น แต่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก ได้แต่แอบๆ แฝงตัวกลมกลืนไปกับสังคมแบบเนียนๆ จึงเลือก ‘พรรคล้ม 112’ ให้มาทำหน้าที่แทน แต่ ‘คนนอก 14 ล้าน’ เขาอยากให้ดำรงสถาบันฯ ไว้ ด้วยความรัก และศรัทธา

14 ล้านเสียง บางคนอาจจะรักสถาบันฯ แต่ก็ ‘เบาปัญญา’ และ ‘ตื้นเขิน’ จนดูไม่ออกสักนิดเลยว่าได้เลือกกลุ่มคนที่คิด ‘ล้มล้างสถาบัน’ ที่ตนเองรักเข้ามา ผ่านความปลิ้นปล้อน กะล่อน กลิ้งกลอก และซ่อนเร้น แต่ ‘คนนอก 14 ล้าน’ เขาดูออก วิเคราะห์ขาด และมองว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นอันตรายต่อประชาชน และประเทศชาติของเรา

14 ล้านเสียง อาจจะไม่คิดว่าสถาบันฯ มีความเกี่ยวข้อง และมีคุณค่าต่อคนไทยเราทุกคน แต่ ‘คนนอก 14 ล้าน’ ส่วนใหญ่ เขากลับคิดว่าคนไทยทุกคนต่างเป็น ‘หนี้บุญคุณ’ สถาบันกษัตริย์ จึงรู้สึกซาบซึ้ง และภูมิใจที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

14 ล้านเสียง ที่เคยบอกรักในหลวง และร้องห่มร้องไห้ตอนปลายปี 2559 แต่ก็เลือก ‘พรรคล้มสถาบัน’ ให้เข้ามา จึงดูเป็นคนย้อนแย้ง ไม่จริงใจ ไม่น่าคบค้าสมาคม แต่ ‘คนนอก 14 ล้าน’ เขาจะไม่มีทางหันมอง หรือสนับสนุน ‘พรรคล้มสถาบัน’ และเห็นแน่ชัดว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อสังคมไทย

14 ล้านเสียง อาจจะชอบให้แก้กฎหมายหมิ่นบุคคลธรรมดาให้โทษเบาลง แต่ ‘คนนอก 14 ล้าน’ เขาไม่เห็นด้วย และคิดว่าสังคมไทยจะวุ่นวายมากขึ้น ต่อ ๆ ไปคนเราจะด่ากัน หมิ่นประมาทกันได้รายวัน และรอดพ้นความผิดเพียงแค่มีเงิน

14 ล้านเสียง อาจจะเลือก ‘พรรคล้มสถาบัน’ เพราะเชื่อว่านโยบายต่างๆ จะทำได้จริง แต่ ‘คนนอก 14 ล้าน’ เขาไม่โง่เชื่อแบบนั้น เพราะไม่มีทางที่นโยบายที่ดี ถ้าตกอยู่ในมือของคนที่โกหกเป็นอาชีพ ก็ไม่มีทางที่จะเป็นจริงได้ ดังวลีที่ว่า ‘คนโกหกไม่ทำชั่วนั้นไม่มี’

14 ล้านเสียง จำนวนไม่น้อย อาจจะเลือก ‘พรรคล้มสถาบัน’ เพราะตามเพื่อน ตามลูก ตามผัว หรือตามกระแสสังคมที่ตื่นเต้นไปกับสิ่งใหม่ โดยที่ไม่คิดศึกษา ลงลึก ใส่ใจวิเคราะห์อย่างละเอียด ที่สุดก็ปล่อยให้ ‘พรรคล้มสถาบัน’ เข้ามาสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมไทย และตนเองก็ไม่มาใส่ใจดูแล หรือสำนึกผิด แต่ ‘คนนอก 14 ล้าน’ เขาศึกษามาดี และเสียสละเวลาในชีวิตคอยอยู่รับมือ คอยตั้งรับ คอยปกป้อง คอยต่อสู้ในสิ่งที่เขาไม่ได้เลือกอย่างกล้าหาญ และไม่เคยกลัวว่าชีวิตจะมีปัญหา

14 ล้านเสียง อาจจะชอบให้ ‘พรรคล้ม 112’ ที่ตนเองเลือก ทำการล้างสมองเยาวชนของชาติ ให้ไปขีดเขียนกำแพงวัดพระแก้ว หลอกเด็ก ๆ ให้ไปทำในเรื่องที่ทำลายวัฒนธรรมอันดีงาม ทำสิ่งที่ขัดต่อกติกาสังคม และออกหน้าแทนในที่ชุมนุมเพื่อ ‘ล้ม 112’ แต่ ‘คนนอก14 ล้าน’ เขาสงสาร และเป็นห่วงเด็กๆ ที่ยังอ่อนเดียงสา ด้วยเด็กๆ ไม่มีทางรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของ ‘นักการเมืองใจอำมหิต’ และสุดแสนจะ ‘ขี้ขลาด’ เหล่านี้ จึงถือว่าเป็น ‘กลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่’ ที่มีจิตใจต่ำ และไร้ความจริงใจต่อคนร่วมชาติอย่างไม่น่าให้อภัย

14 ล้านเสียง อาจจะชอบให้ ‘พรรคล้มเจ้า’ รับเงินจากชาติตะวันตก มาทำลายประเทศไทยของตัวเอง แต่ ‘คนนอก 14 ล้าน’ เขารู้เท่าทัน และพร้อมจะปกป้องประเทศไทยของเขาเท่าชีวิต

14 ล้านเสียง อาจจะชอบให้มีการแบ่งแยกดินแดนไทย และอาจจะหลงลืมเลือดเนื้อของบรรพบุรุษที่สละแลกเพื่อมาให้แผ่นดินไทยดำรงอยู่ แต่ ‘คนนอก 14 ล้าน’ เขามีสามัญสำนึก เขาไม่เคยลืม ยังคงเดินหน้าปกป้อง รักษาไว้ดังเดิม ไม่ปล่อยให้คนโฉดชั่วมากัดเซาะทำลาย ด้วยเขารักแผ่นดินชาติ เกินกว่าจะแยกขาดออกจากกันได้

คนใน 14 ล้าน กับ เรา จึงต่างใจกันมาก

ส่วนตัวผมจึงไม่ศรัทธา ‘คนไทยหัวใจอุบาทว์’ เช่นนี้

‘กำนันอู๊ด’ วอน ‘รัฐ’ สร้าง รพ.ให้ชาวแม่เปินหลังรอคอยมากว่า 25 ปี พร้อมจี้!! ช่วยเกษตรกรลูกหนี้ ธกส. ชี้!! 70% ไม่เข้าเกณฑ์พักชำระ

ไม่นานมานี้ นายประสาท ตันประเสริฐ หรือ ‘กำนันอู๊ด’ สส.นครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนากล้า ได้อภิปรายในสภา ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนใน 2 เรื่อง โดยเรื่องแรกเป็นความทุกข์ของชาวบ้าน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นอำเภอที่มีเพียง 1 ตำบล ก่อตั้งมาแล้ว 25 ปี มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นถึง 21,000 คน แต่กลับไม่มีโรงพยาบาลประจำอำเภอ ชาวบ้านต้องแบกความทุกข์และรอคอยมาอย่างยาวนาน เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขส่งคนไปดูแล้วหลายครั้งและให้ความหวังกับพวกเขาว่าเดี๋ยวจะสร้างให้ แต่ก็ไม่ได้ทำตามคำพูด 

“ขอฝากไปถึง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ชาว อ.แม่เปิน ได้มีโรงพยาบาลประจำอำเภอในสมัยของท่าน เพื่อสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวบ้านทุกคน”

ส่วนเรื่องที่ 2 กำนันอู๊ด ได้อภิปรายถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรอันเป็นผลมาจาก มติคณะรัฐมนตรี ที่ให้มีการพักชำระหนี้เกษตรกรที่เป็นลูกหนี้ ธกส. ไม่เกินวงเงิน 300,000 บาท ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ลูกค้าของ ธกส.ที่ได้รับการพักชำระหนี้ตามเงื่อนไขมีเพียง 30% เท่านั้นที่เหลืออีก 70% ไม่ได้รับการพิจารณา จึงขอฝากไปถึง นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้โปรดเห็นใจพี่น้องเกษตรกรที่ไม่ได้รับการพิจารณาพักชำระหนี้ตามนโยบายของรัฐบาลด้วย เพราะมีอีกเป็นจำนวนมาก

‘พี่เต้’ ติง!! ‘เศรษฐา’ ลดแฟชันในเวทีโลก ยึดสากล เพื่อหน้าตาประเทศ พร้อมเผย!! โชคยังดี ‘น่านฟ้าเปิด’ เหตุ ‘อานิสงส์ลุงตู่ - เศรษฐาปรับตัว’

(22 ต.ค. 66) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ ‘เต้’ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอถึงกรณี การแต่งกายของ นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ในการเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยระบุว่า…

“ตอนนี้มีข่าวที่ดีคือ พระมหากษัตริย์และเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ได้สั่งการให้ประเทศกลุ่มอาหรับ เปิดทางให้เครื่องบินทหารของไทย สามารถบินผ่านน่านฟ้าของกลุ่มประเทศอาหรับได้แล้ว เพื่อให้สามารถเดินทางไปรับพลเมืองชาวไทยจากประเทศอิสราเอล กลับมาสู่ประเทศไทยได้ในระยะเวลาอันสั้น ทำให้ไม่ต้องบินอ้อมไกล ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางจาก 12-13 ชั่วโมง เหลือเพียงแค่ประมาณ 8 ชั่วโมง

นับเป็นการประสานงานการเจริญสัมพันธไมตรี สืบเนื่องจาก ‘พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา’ ที่ท่านได้เคยทำการเจรจา พูดคุยเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี”

“แต่เหตุที่ในช่วงแรก ยังไม่มีการประกาศให้ไทยได้ทำการบินผ่านน่านฟ้านั้น ก็เพราะเป็นการ ‘ตักเตือน’ ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับนายกคนใหม่คือ นายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเป็นเดิมทีเป็นนักธุรกิจ ทำให้อาจจะยังไม่เข้าใจขนบธรรมเนียม ประเพณี ความละเอียดอ่อนเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งในส่วนนี้หมายความว่า เขาแค่เตือนเฉยๆ แต่ยังไม่ได้ลดระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กล่าวคือ อาจจะลดจากเอกอัคราชทูต เหลือแค่ราชฑูต หรือลดในสถานะต่ำกว่านั้น เป็นการแนะนำให้นายกฯ เศรษฐาได้รับทราบ

ซึ่งนายกฯ เศรษฐา ก็มีได้เริ่มปรับตัวที่จะเรียนรู้ ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร และไม่ได้ฝืนจนมากเกินไป ถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้”

“เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ที่มีสภาวะสงคราม ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างแบบนี้ด้วยแล้ว ยิ่งต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะเรามีเป็นความเป็นความตายของพี่น้องประชาชนคนไทย ที่พำนักอยู่ในอิสราเอล เกือบ 30,000 คน เป็นที่ตั้ง

เพราะฉะนั้น ความสำคัญในการเป็นผู้นำประเทศ ในสภาวะเช่นนี้ย่อมต้องมีมากขึ้นตามไปด้วย การแสดงสัญลักษณ์ การพูดคุย หรือการแสดงท่าทาง อิริยาบถต่างๆ ล้วนถือเป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เชิงทางการทูตทั้งสิ้น”

“ส่วนการแต่งตัวแบบแฟชัน ใส่ถุงเท้าสีชมพู สีแดง สวมเสื้อแจ็กเกต หรือเสื้อสูทที่มีความแฟชันมากกว่าทางการนั้น อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และบุคลิกของแต่ละบุคคล นายกรัฐมนตรีแต่ละประเทศจะมีบุคลิกที่ไม่เหมือนกัน

แต่ในมุมของความเป็น ‘ทางการ’ นั้น ควรที่จะต้องใส่สูทแบบสากล ถุงเท้าควรเป็นสีดำ หรือสีเทาเรียบๆ เพื่อเป็นการเคารพผู้นำของแต่ละประเทศ เพราะผู้นำของแต่ละประเทศนั้น มิได้มีเพียงแค่คนที่เป็นสามัญชนทั่วไป ผู้นำประเทศที่เป็นกษัตริย์ เป็นมกุฎราชกุมาร เป็นองค์จักรพรรดิก็มี ฉะนั้น การนอบน้อมจึงถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะเมื่อเรามีความนอบน้อมแล้ว ในยามที่เราต้องการขอความช่วยเหลือ ต่างประเทศเขาก็จะเต็มใจ พร้อมใจกันให้ความช่วยเหลือ เป็นการถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน”

“ซึ่งผมเชื่อว่า หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว นายกฯ เศรษฐา น่าจะมีการปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น เพราะถือเป็นบุคคลสำคัญในการเจรจา การขอบินผ่านน่านฟ้าของซาอุดีอาระเบียและประเทศอาหรับทั้งหมด

ในเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น ผมต้องยกความดีความชอบให้กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเบอร์ 1 และเบอร์ 2 คือ นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน

ส่วนเรื่องกาละเทศะนั้น คงต้องปรับปรุงตัวต่อไป เพื่อปกกันไม่ให้สื่อมวลชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ร่วมถึงประชาชนติติงเอาได้ และหากมีใครติติงมาก็ควรรับฟังไว้ และนำไปแก้ไข

เพราะตอนนี้คุณไม่ได้เป็นแค่นายเศรษฐา ทวีสิน แล้ว แต่คุณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เป็นตัวแทนประเทศไทย เป็นตัวแทนของราชอาณาจักรไทย เพราะฉะนั้น จะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบ รู้จักกาลเทศะ นี่คือสิ่งสำคัญในการเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทยครับ”

วิพากษ์ภาพรวม ‘เศรษฐา’ เสนอแนะท่วงท่า ‘อุ๊งอิ๊ง’ ถ้าอยากชนะก้าวไกล ต้องเติม ‘กึ๋น-วุฒิภาวะ’ พอดู

ฤกษ์ที่จะมาส่องกล้องมอง (รัฐบาล) พรรคเพื่อไทยให้เป็นเรื่องเป็นราวสักเล็กน้อย… ด้วยข้อมูลและความรู้สึก ความคิดเห็นของ ‘เล็ก เลียบด่วน’ บนพื้นฐานความรักและปรารถนาดี… แต่รู้สึกขัดอกขัดใจ…

#สถานการณ์ตัวนายกฯ
ว่าด้วย ‘นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน’ ความขยันขันแข็ง มุ่งมั่นตั้งใจทำงาน บวกกับท่วงท่ากิริยาอาการไหว้สวย อ่อนน้อมถ่อมตนในบางเรื่องบางราว เอาคะแนนไปเต็มร้อย แต่สิ่งที่เรียกว่า ‘วุฒิภาวะ’ โดยรวมๆ แล้ว เท่าที่สดับตรับฟังมาจากหลายทิศทาง ก็ต้องบอกว่ายังสอบไม่ผ่าน… ล่าสุดทริปไปประชุมที่จีน และซาอุฯ ต้องบอกว่า “ดูไม่จืด” เอาแค่ประเด็นเดียว เรื่องการแต่งกายและถุงเท้าสีชมพู ตลอดจนท่วงท่าตอนพบปูติน แทบทุกคนดูคลิปแล้วต้องร้อง “พระเจ้าช่วย กล้วยทอด… ไม่สง่างาม… อยากปิดตา ไม่กล้าดู”

อันที่จริงเวทีต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้ภาษาอังกฤษ… เศรษฐาน่าจะโชว์ให้เหนือกว่า ‘ลุงตู่’ ที่เก้ๆ กังๆ เพราะภาษาปะกิตไม่คล่อง… แต่เอาเข้าจริง เรื่องภาษาก็ถูกเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมมากลบฝังจุดแข็งไปเกือบหมด น่าเสียดาย…

#ผลงานรัฐบาล
อาจจะเร็วไปที่จะมองภาพรวมผลงานรัฐบาล เพราะแต่ละกระทรวงเพิ่งทำงานได้แค่ 2 เดือน… หลายรัฐมนตรี หลายกระทรวงก็พยายามทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ก็เห็นๆ กันอยู่ แต่ที่จะกล่าวถึงวันนี้ คือ นโยบายหลัก นโนยบายที่เป็นเรือธงของรัฐบาลคือ ‘ดิจิทัล วอลเล็ต เติมเงิน 1 หมื่นบาท’

นาทีนี้กลับกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลเพื่อไทยที่จะต้องรีบถอดสลัก เพื่อไม่ให้กลายเป็นระเบิดพลีชีพ แบบว่า… พรรคต้องจบชีวิตไปด้วยการถอดสลัก ก็คือ ต้องยอมทบทวน ปรับแต่งกันใหม่… หาไม่แล้วต้องจบชีวิตกันจริงๆ เพราะเท่าที่ ‘เล็ก เลียบด่วน’ แอบได้ยินแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล 2-3 พรรคเขากระซิบกันก็คือ ถ้าสุ่มเสี่ยงเกินไปก็ไม่ขอเล่นด้วย… บ้านเมืองจะเสียหาย ดีไม่ดีถูกฟ้องร้องติดคุกติดตะรางเอาได้

ก็ดีแล้ว… เมื่อยังไม่พร้อม ข้อมูลไม่พอ… เลื่อนการประชุมกรรมการดิจิทัล วอลเล็ตชุดใหญ่จากวันที่ 24 ต.ค. ออกไปไม่มีกำหนด… แต่การแถลงของนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทยจากนี้ไป ต้องไม่พร่ำเพรื่อสะเปะสะปะ อย่าไปปลุกมวลชนในขณะที่แม่ทัพนายกองก็ยังตอบคำถามชัดๆ ไม่ได้ มันจะไปไม่เป็น…

#อุ๊งอิ๊งกับงานช้าง ‘ผู้นำพรรค’
วันที่ 27 ต.ค. ประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย ก็จะได้ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งชาวเพื่อไทยคงไม่มีใครขัดข้องในฐานะลูกสาวนายห้าง และเธอก็ได้พิสูจน์ตัวเองมาระดับหนึ่งแล้ว ตอนนี้ก็รอดูนโยบายเรือธงอีกเรื่องของพรรคคือ ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นกระดานหกสำคัญ แต่ก็นั่นแหละจากบทเรียนกรณี ‘ดิจิทัล วอลเล็ต’ ถ้าคิดไม่จบจริงๆ ได้แค่เป็นการจุดพลุสุดท้ายจากบวกอาจกลายเป็นลบ…

แต่โจทย์สำคัญไม่แพ้เรื่อง ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ของ ‘อุ๊งอิ๊ง’ คือ การลอกคราบพรรคเพื่อไทยใหม่ ให้ไฉไลกว่าเก่าและยิ่งใหญ่พรรคคู่แข่งอย่างก้าวไกล ที่ทุกวันนี้ยังติดหล่มในเรื่องที่ตัวเองชอบสอนชาวบ้านด่าชาวบ้านแต่เป็นซะเองหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการคุกคามทางเพศ… ซึ่งตอนแรก ‘เล็ก เลียบด่วน’ มองว่าไม่น่าจะสร้างความสั่นสะเทือนให้พรรคส้มได้

แต่ดูไปดูมา… มันหนักสาหัสกว่าที่คิด!!

ดังนั้น หาก ‘อุ๊งอิ๊ง’ ยกระดับวุฒิภาวะด้านต่างๆ ของตัวเองขึ้นอีกหน่อย มองโลกให้กว้างกว่าครอบครัว กระตุ้นให้พรรคเป็นผู้นำในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ กล้านำทำจริงเรื่องการนิรโทษกรรมคดีชุมนุมการเมืองให้กับทุกสีเสื้อ ไม่หมกมุ่นอยู่กับอิสรภาพของคุณพ่ออยู่เรื่องเดียว… รวมทั้งโชว์ความคิดการปฏิรูปด้านอื่นๆ ให้เห็น โอกาสที่อุ๊งอิ๊งจะเป็นผู้นำประเทศอย่างสง่างาม ก็อาจจะฉายแววมากกว่าเดิม… เพราะถ้ายังเป็นอยู่แบบทุกวันนี้ยังไม่พอ…

ดู ‘อานิด เศรษฐา’ ก็ได้… สูงยาวเข่าดี ไหว้สวยขนาดไหน ยังเหนื่อยโคตร… ต้องมีกึ๋น มีวุฒิภาวะที่เพียงพออีกด้วย 

สวัสดี!!

วิพากษ์ภาพรวม ‘เศรษฐา’ เสนอแนะท่วงท่า ‘อุ๊งอิ๊ง’ ถ้าอยากชนะก้าวไกล ต้องเติม ‘กึ๋น-วุฒิภาวะ’ พอดู

ฤกษ์ที่จะมาส่องกล้องมอง (รัฐบาล) พรรคเพื่อไทยให้เป็นเรื่องเป็นราวสักเล็กน้อย… ด้วยข้อมูลและความรู้สึก ความคิดเห็นของ ‘เล็ก เลียบด่วน’ บนพื้นฐานความรักและปรารถนาดี… แต่รู้สึกขัดอกขัดใจ…

#สถานการณ์ตัวนายกฯ
ว่าด้วย ‘นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน’ ความขยันขันแข็ง มุ่งมั่นตั้งใจทำงาน บวกกับท่วงท่ากิริยาอาการไหว้สวย อ่อนน้อมถ่อมตนในบางเรื่องบางราว เอาคะแนนไปเต็มร้อย แต่สิ่งที่เรียกว่า ‘วุฒิภาวะ’ โดยรวมๆ แล้ว เท่าที่สดับตรับฟังมาจากหลายทิศทาง ก็ต้องบอกว่ายังสอบไม่ผ่าน… ล่าสุดทริปไปประชุมที่จีน และซาอุฯ ต้องบอกว่า “ดูไม่จืด” เอาแค่ประเด็นเดียว เรื่องการแต่งกายและถุงเท้าสีชมพู ตลอดจนท่วงท่าตอนพบปูติน แทบทุกคนดูคลิปแล้วต้องร้อง “พระเจ้าช่วย กล้วยทอด… ไม่สง่างาม… อยากปิดตา ไม่กล้าดู”

อันที่จริงเวทีต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้ภาษาอังกฤษ… เศรษฐาน่าจะโชว์ให้เหนือกว่า ‘ลุงตู่’ ที่เก้ๆ กังๆ เพราะภาษาปะกิตไม่คล่อง… แต่เอาเข้าจริง เรื่องภาษาก็ถูกเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมมากลบฝังจุดแข็งไปเกือบหมด น่าเสียดาย…

#ผลงานรัฐบาล
อาจจะเร็วไปที่จะมองภาพรวมผลงานรัฐบาล เพราะแต่ละกระทรวงเพิ่งทำงานได้แค่ 2 เดือน… หลายรัฐมนตรี หลายกระทรวงก็พยายามทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ก็เห็นๆ กันอยู่ แต่ที่จะกล่าวถึงวันนี้ คือ นโยบายหลัก นโนยบายที่เป็นเรือธงของรัฐบาลคือ ‘ดิจิทัล วอลเล็ต เติมเงิน 1 หมื่นบาท’

นาทีนี้กลับกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลเพื่อไทยที่จะต้องรีบถอดสลัก เพื่อไม่ให้กลายเป็นระเบิดพลีชีพ แบบว่า… พรรคต้องจบชีวิตไปด้วยการถอดสลัก ก็คือ ต้องยอมทบทวน ปรับแต่งกันใหม่… หาไม่แล้วต้องจบชีวิตกันจริงๆ เพราะเท่าที่ ‘เล็ก เลียบด่วน’ แอบได้ยินแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล 2-3 พรรคเขากระซิบกันก็คือ ถ้าสุ่มเสี่ยงเกินไปก็ไม่ขอเล่นด้วย… บ้านเมืองจะเสียหาย ดีไม่ดีถูกฟ้องร้องติดคุกติดตะรางเอาได้

ก็ดีแล้ว… เมื่อยังไม่พร้อม ข้อมูลไม่พอ… เลื่อนการประชุมกรรมการดิจิทัล วอลเล็ตชุดใหญ่จากวันที่ 24 ต.ค. ออกไปไม่มีกำหนด… แต่การแถลงของนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทยจากนี้ไป ต้องไม่พร่ำเพรื่อสะเปะสะปะ อย่าไปปลุกมวลชนในขณะที่แม่ทัพนายกองก็ยังตอบคำถามชัดๆ ไม่ได้ มันจะไปไม่เป็น…

#อุ๊งอิ๊งกับงานช้าง ‘ผู้นำพรรค’
วันที่ 27 ต.ค. ประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย ก็จะได้ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งชาวเพื่อไทยคงไม่มีใครขัดข้องในฐานะลูกสาวนายห้าง และเธอก็ได้พิสูจน์ตัวเองมาระดับหนึ่งแล้ว ตอนนี้ก็รอดูนโยบายเรือธงอีกเรื่องของพรรคคือ ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นกระดานหกสำคัญ แต่ก็นั่นแหละจากบทเรียนกรณี ‘ดิจิทัล วอลเล็ต’ ถ้าคิดไม่จบจริงๆ ได้แค่เป็นการจุดพลุสุดท้ายจากบวกอาจกลายเป็นลบ…

แต่โจทย์สำคัญไม่แพ้เรื่อง ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ของ ‘อุ๊งอิ๊ง’ คือ การลอกคราบพรรคเพื่อไทยใหม่ ให้ไฉไลกว่าเก่าและยิ่งใหญ่พรรคคู่แข่งอย่างก้าวไกล ที่ทุกวันนี้ยังติดหล่มในเรื่องที่ตัวเองชอบสอนชาวบ้านด่าชาวบ้านแต่เป็นซะเองหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการคุกคามทางเพศ… ซึ่งตอนแรก ‘เล็ก เลียบด่วน’ มองว่าไม่น่าจะสร้างความสั่นสะเทือนให้พรรคส้มได้

แต่ดูไปดูมา… มันหนักสาหัสกว่าที่คิด!!

ดังนั้น หาก ‘อุ๊งอิ๊ง’ ยกระดับวุฒิภาวะด้านต่างๆ ของตัวเองขึ้นอีกหน่อย มองโลกให้กว้างกว่าครอบครัว กระตุ้นให้พรรคเป็นผู้นำในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ กล้านำทำจริงเรื่องการนิรโทษกรรมคดีชุมนุมการเมืองให้กับทุกสีเสื้อ ไม่หมกมุ่นอยู่กับอิสรภาพของคุณพ่ออยู่เรื่องเดียว… รวมทั้งโชว์ความคิดการปฏิรูปด้านอื่นๆ ให้เห็น โอกาสที่อุ๊งอิ๊งจะเป็นผู้นำประเทศอย่างสง่างาม ก็อาจจะฉายแววมากกว่าเดิม… เพราะถ้ายังเป็นอยู่แบบทุกวันนี้ยังไม่พอ…

ดู ‘อานิด เศรษฐา’ ก็ได้… สูงยาวเข่าดี ไหว้สวยขนาดไหน ยังเหนื่อยโคตร… ต้องมีกึ๋น มีวุฒิภาวะที่เพียงพออีกด้วย 

สวัสดี!!

‘ส.ส.ก้าวไกล ลพบุรี’ โดนแชทปริศนาทักมาชวนคุย ก่อนถามเรื่องลามก ด้านเจ้าตัววอน!! หยุดพฤติกรรมล่อซื้อ เพื่อหวังดิสเครดิตทางการเมือง

(22 .ต.ค. 66) หลังมีผู้ออกมาร้องเรียนว่า ส.ส.พรรคก้าวไกล คุกคามทางเพศ โดยแคปภาพหน้าจอมาเปิดเผยถึงบทสนทนา ที่สุ่มเสี่ยงไปทางการคุกคามหญิงสาว

ต่อมา พรรคก้าวไกล ออกมาเปิดเผยว่ามีการสอบสวนในประเด็นดังกล่าว และพร้อมจะเปิดเผยข้อเท็จจริงให้สาธารณชนให้รับทราบ

ด้าน นายสาธิต ทวีผล ส.ส.ลพบุรี พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ‘ก้าวไปให้ไกล ก้าวไปด้วยกัน’ เปิดเผยบทสนทนาของหญิงสาว ที่พยายามล่อซื้อให้พิมพ์ข้อความที่หมิ่นเหม่ เพื่อหวังนำไปดิสเครดิตทางการเมือง

โดย สาธิต เขียนข้อความระบุว่า “เลิกนะครับประเภททักมาถามโน่นถามนี่ แล้วคุยทะลึ่งลามก เพื่อหวังให้ผมตอบแล้วแคปหน้าจอ ผมขอล่ะครับ อย่าพยายามเลยครับ”

ขณะที่บทสนทนาพบว่ามีการพยายามชวนนายสาธิต พูดคุยว่าเคยมาเที่ยวที่เชียงดาว จ.เชียงใหม่ หรือไม่ ก่อนจะปิดท้ายว่า “พี่จะดู… น้องไหม?”

‘อิทธิพัทธ์’ เปิดบิลค่าไฟ เทียบเดือนต่อเดือน ลดไปเกือบ 2 พัน!! พร้อมขอบคุณนโยบายดีๆ จาก ‘รมว.พีระพันธุ์’ ที่ช่วยลดภาระคนไทย

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 66 นายอิทธิพัทธ์ เศรษฐยุกานนท์ หรือ ‘บอย’ อดีตผู้สมัคร สส.กทม พรรครวมไทยสร้างชาติ คณะทำงานของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Itthipat Settayukanon’ ชื่นชม ‘นโยบายลดค่าไฟ’ โดยระบุว่า…

“Itthipat update 👍🏻
มาแล้วครับไม่พูดเยอะ ดูจากรอบบิลครับ ค่าไฟเดือนตุลาคม เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน ลดลงจาก 16,926.08 เป็น 14,954.59 ลดลง 1,972.49 บาท

สืบเนื่องจากนโยบายของท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่อยากลดค่าไฟให้พี่น้องประชาชนคนไทย จากความต้องการดังกล่าวทำให้ กกพ. มีมติลดค่า FT จาก 4.45 บาทต่อหน่วย เป็น 3.99 บาทต่อหน่วย ต้องขอบคุณท่านพีระพันธุ์ ที่นึกถึงพี่น้องคนไทยทั้งประเทศนะครับ

ลองไปเช็กบิลค่าไฟแล้วดูว่าของแต่ละท่านลดลงเท่าไหร่ ส่วนของผมลดลงเรียบร้อย ขอขอบคุณท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ที่ทำงานหนักเพื่อประชาชนมาโดยตลอดครับ”

'พปชร.' ส่งกำลังใจ โครงการดิจิทัล 1 หมื่นรัฐบาล เชื่อ!! ประชาชนได้ประโยชน์ ไม่ร่วมโหนวิจารณ์

(21 ต.ค.66) ที่รร.อินเตอร์คอนติเนนตัน จ.ภูเก็ต นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิจารณ์การแจกเงิน นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ของรัฐบาล วงเงิน 5.6 แสนล้านบาท ว่า เรื่องระบบการเงิน การคลัง อยู่ที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะระดมเงินอย่างไร เพื่อที่จะทำให้ได้ตามนโยบายของรัฐบาล

นายสันติ กล่าวต่อว่า โดยพรรคพลังประชารัฐ มีการคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคแล้ว จึงขอส่งกำลังใจไปถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่ขณะนี้หัวหน้ารัฐบาล กำลังเร่งรัดทำโครงการให้สำเร็จ และการที่ประชาชนจะได้เงินคนละ 1 หมื่นบาท ถือเป็นประโยชน์ ส่วนการวิจารณ์หรือพูดอะไรเห็นว่าไม่เหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากโครงการนี้มีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบ รัฐมนตรีในส่วนของพรรคพปชร. จะสนับสนุนหรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า ตอนนี้โครงการยังไม่เข้าไป พูดล่วงหน้าอาจจะยังไม่เหมาะเท่าไหร่

เมื่อถามว่าระหว่างที่กำลังดำเนินโครงการ มีเรื่องใดที่น่ากังวล หรือจะมีประสิทธิภาพอย่างไร นายสันติ กล่าวว่า เรื่องแหล่งเงินหรือความเหมาะสม ประชาชนที่มีความรู้ ความสามารถ นักวิชาการ หรือผู้บริหารการเงิน ผู้เชี่ยวชาญ มีความคิดหลากหลาย ได้มีการวิจารณ์พูดคุย เพื่อให้โครงการนี้มีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด

เมื่อถามว่าความคิดเห็นที่แบ่งเป็น 2 ฝ่าย เกรงว่าจะมีความขัดแย้งในสังคมหรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า โครงการนี้ถ้าแจกได้ 56 ล้านคน ประชาชนก็ได้ประโยชน์ ซึ่งก็ต้องดูพรรคแกนนำดำเนินการ เราก็เอาใจช่วยตลอด

‘ปิยบุตร’ จี้!! ‘สส.หื่น’ ยอมรับผิด ปมคุกคามทางเพศ อย่าปล่อยให้เพื่อนร่วมพรรครับหน้าชี้แจงไม่จบสิ้น

(21 ต.ค.66) นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตสส.บัญชีรายชื่อ อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ รีทวีตข้อความบน x หรือทวิตเตอร์ ของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล ที่ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีมี สส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาคุกคามทางเพศ โดยระบุว่า เห็นใจพริษฐ์ และรองโฆษก และ สส.หญิงอีกหลายคน ที่ต้องมารับหน้าที่ ‘แบกพรรค’ แบบนี้

“ผมขอให้กำลังใจ สส.ก้าวไกล หลายๆ คนที่ออกมาต่อสู้เรื่องนี้ และพยายามผลักดันให้พรรคสร้างระบบทั้งป้องกันและแก้ไขอย่างยั่งยืน” นายปิยบุตร ระบุ

นายปิยบุตร ระบุต่อว่า สำหรับบุคคลที่ถูกกล่าวหา หากตระหนักว่า ตนเองทำผิดจริงอย่างที่ถูกกล่าวหา ควรออกมาขอโทษผู้เสียหาย ประชาชน เพื่อน สส. และพรรคก้าวไกล มิใช่ปล่อยให้พรรคและคนอื่นๆ ต้องมาชี้แจงไม่รู้จักจบจักสิ้น แสดงความรับผิดชอบ ไม่ต้องหนี ยอมรับผิด ขอโทษ พร้อมเข้าสู่กระบวนการ

“การกระทำเช่นนี้ ไม่ใช่เพื่อปกป้องตนเอง ไม่ใช่เพื่อปกป้องพรรคก้าวไกล แต่นี่คือมาตรฐานความรับผิดชอบ กล้าเผชิญหน้า และพร้อมจะปรับปรุงแก้ไข เพื่อสร้างมาตรฐานให้พรรคก้าวไกลและสังคมไทย เพื่อร่วมกันยุติความรุนแรงทางเพศและการคุกคามทางเพศ” นายปิยบุตร ระบุ

'บิ๊กป๊อด' เปิดงานสัมมนา พปชร.ย้ำ 'สส.สามัคคี-ปรองดอง' ด้าน 'บิ๊กป้อม' ขาแพลงกะทันหัน อดร่วมวงสนทนา

(21 ต.ค.66) ที่ รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล จ.ภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดสัมมนาพรรค ‘รวมพลัง สามัคคี’ มีพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่ปรึกษาพรรคพปชร. เป็นประธานเปิดงานสัมมนา มีแกนนำและกรรมการบริหารพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค รวมถึงประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค 7 ด้าน ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน ประธานกรรมการด้านนโยบายและการปฏิรูปเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานกรรมการด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประธานกรรมการด้านวิชาการ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ประธานกรรมการด้านความสัมพันธ์องค์กรและการต่างประเทศ น.ส.ตรีนุช เทียนทองประธานกรรมการด้านกิจกรรมสัมภาษณ์ พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะประธานกรรมการด้านประสานงานและอำนวยการ นายวราเทพ รัตนากร ผู้อำนวยการพรรค ที่นำเสนอยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนพรรค เพื่อความเป็นพรรคการเมืองของประชาชน โดยมี สส. เข้าร่วมพร้อมเพรียง เพื่อรับฟังและระดมความคิดเห็น เพื่อเสนอแนะในการพัฒนาพรรคให้เข้มแข็ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการสัมมนาครั้งนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ปรากฏตัวร่วมพบปะพูดคุย กับ สส.พรรคเป็นครั้งแรก ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยแจ้งว่ามีอาการขาแพลง ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ติดภารกิจในการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพังงา ตลอดทั้งวัน

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรคพปชร. ยินดีที่ได้มาเจอกับสมาชิกพรรคที่มีการสัมมนาเป็นครั้งแรก โดยจุดประสงค์ของการสัมมนาเพื่อให้ทุกคนสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกัน รวมหัวใจพลังประชารัฐให้เป็นหนึ่งเดียวในการผลักดันยุทธศาสตร์ ผลงาน และนโยบายของพรรคที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นในโอกาสต่อไป พรรคพปชร. มีจุดประสงค์ในเรื่องความสามัคคีปรองดอง ให้มีประชาธิปไตยที่มีเสรีภาพ มุ่งเน้นให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ในช่วงที่เป็นแกนนำรัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นรูปธรรม เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การบริหารจัดการน้ำ การแก้ปัญหาน้ำมันปาล์ม และการค้ามนุษย์ฯ และริเริ่มนโยบายใหม่ จึงอยากให้บุคลากรของพรรค รวมพลังร่วมมือร่วมใจ เดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนไปด้วยกัน

อดีตคณะทำงานก้าวไกล แฉ!! ถูก สส.ฝั่งธนฯ ‘ลวนลาม-ขอมีเซ็กซ์’ นักข่าวโทรพิสูจน์ 6 สส. พบ ‘ปฏิเสธ-ไม่รับสาย-ตัดสาย-ติดต่อไม่ได้’

(20 ต.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ถึงกรณีมีผู้เสียหายซึ่งเป็นอดีตคณะทำงานของสส.พรรค ก.ก. ได้เข้าร้องเรียนกับทางสำนักข่าวเนชั่นทีวี ว่า ถูก สส.กทม. ฝั่งธนบุรี พรรค ก.ก. รายหนึ่ง คุกคามทางเพศ ด้วยพฤติการณ์ อาทิ ลวนลาม แตะเนื้อต้องตัว จนถึงขั้นขอมีเพศสัมพันธ์ โดยผู้เสียหายอ้างว่า เมื่อ สส.คนดังกล่าวทราบเรื่องว่าถูกร้องเรียนให้พรรค ก.ก.ตรวจสอบ ได้โทรศัพท์ไปร้องไห้ขอความเห็นใจจากคณะกรรมการวินัยพรรค อ้างว่า เป็นเรื่องสมยอมกัน และขอให้ลงโทษสถานเบานั้น

เมื่อสำรวจ รายชื่อ สส.กทม. ฝั่งธนฯ พรรคก.ก. มีทั้งหมด 10 คน จาก 10 เขต เป็นชาย 6 คน และหญิง 4 คน

โดยผู้สื่อข่าว โทรศัพท์ไปสอบถาม สส.กทม.ชาย ฝั่งธนบุรี พรรคก้าวไกล เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ปรากฏว่า นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เขตบางขุนเทียน นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เขตธนบุรี นายสิริน สงวนสิน เขตทวีวัฒนา ต่างปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกัน ว่า ไม่ใช่ผู้ถูกร้องเรียน และไม่ใช่สส.ฝั่งธนบุรี ที่มีพฤติกรรม ตามที่ร้องเรียนดังกล่าวแต่อย่างใด

ส่วนนายธัญธร ธนินวัฒนาธร เขตบางแค  ไม่รับสาย

นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ เขตบางพลัด -บางกอกน้อย ยังติดต่อไม่ได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

ขณะที่ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เขตจอมทอง ผู้สื่อข่าวได้โทรหาหลายรอบ เมื่อนายไชยามวาน รับสาย และรู้ว่าเป็นสื่อมวลชนโทรหา เจ้าตัวได้วางสายทันที

‘ชัยวุฒิ’ โพสต์ดีใจได้พบ ‘อนุทิน - พีระพันธุ์’ หลังเข้าร่วมยินดีครบรอบ 27 ปี ‘ไทยโพสต์’

บรรยากาศสุดชื่นมื่น ‘ชัยวุฒิ’ เข้าแสดงความยินดี ‘เปลว สีเงิน’ ในโอกาสครบรอบ 27 ปี ‘ไทยโพสต์’ พร้อมเผยดีใจที่ได้พบกับคนคุ้นเคย ทั้ง ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ และ ‘พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค’

(20 ต.ค. 66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โพสต์ภาพพร้อมข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ในโอกาสเข้ามอบกระเช้าดอกไม้ให้กับคุณเปลว สีเงิน คอลัมนิสต์ชื่อดัง ในโอกาสครบรอบหนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ โดยระบุว่า “ขอบคุณอาเปลว ที่เมตตาผมครับ และขอบคุณไทยโพสต์สื่อคุณภาพที่อยู่คนไทยมาอย่างยาวนาน”

พร้อมกันนี้ ยังได้โพสต์คลิปบรรยากาศ การพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ซึ่งเดินทางมาร่วมยินดีกับไทยโพสต์ด้วยเช่นกัน โดยระบุข้อความว่า “ดีใจที่ได้เจอพี่ ๆ ทั้งสองท่านครับ… เก่งทั้งคู่ครับ”

'แพทองธาร' วอน!! อดใจรอเงินดิจิทัลวอลเล็ต อาจไม่ทัน 1 ก.พ.นี้ ส่วนความพร้อมนั่งแท่นหัวหน้าพรรค เจ้าตัวยัน!! "พร้อม"

(20 ต.ค. 66) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาระบุว่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ตอาจเริ่มใช้ไม่ทัน วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ตามกรอบเวลาเดิม ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ ว่า เราก็ต้องทำให้มั่นคง ซึ่งตอนที่เราเสนอนโยบายนี้ เราก็ศึกษามากพอสมควร แต่แน่นอนว่าในขั้นตอนปฏิบัติ มีปัจจัยอื่น ๆ มากมายที่รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีกำลังหาคำตอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดประชาชน ฉะนั้น “ก็ขอให้อดใจกันหน่อยนะคะ” 

ส่วนความพร้อมในการจัดประชุมวิสามัญพรรคเพื่อไทยวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ส่วนตัวมีความพร้อมแล้วหรือไม่ นางสาวแพทองธาร ปฏิเสธตอบคำถาม ก่อนกล่าวว่า “วันที่ 27 นี้ใช่ไหมคะ” พร้อมยิ้มรับ และพยักหน้า

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า พร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยหากถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง หรือไม่นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า "พร้อมค่ะ"

‘เพชร กรุณพล’ ชี้ เพจ ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ คอยจับผิดให้ร้ายก้าวไกล ซ้ำยังทำงานร่วมกับพรรครัฐบาลและไอโอทหาร

เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.) นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.พรรคก้าวไกล และ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงเพจ ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ ว่า เพจนี้เป็นคนที่ไม่ชอบพรรคก้าวไกลแน่นอน เพราะมอนิเตอร์ทุกอย่าง คาดว่า น่าจะเป็นการทำงานระหว่างพรรครัฐบาลบ้างพรรคกับ IO ทหาร ที่พยายามจับผิด เนื่องจากมีการตามไปถึงสิงคโปร์ Monitor สส. พรรคก้าวไกลรายบุคคล และที่เห็นล่าสุดก็ชัดเจน คือ เพจนี้บอกว่า มีหลักฐานเกี่ยวกับ สส.พรรคก้าวไกล เล่นยาเสพติด แต่สุดท้ายก็ลบทิ้งไป ที่สำคัญ เราสังเกตเห็นว่า มีโหวตเตอร์ของพรรคการเมืองบ้างพรรคแชร์ทุกอย่างจากเพจนี้ เพื่อมาทำลายเรา พอเราเอาข้อเท็จจริงไปต่อสู้ กลายเป็นว่า โหวตเตอร์คนนั้นลบบัญชีหนีไป

เมื่อว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่า คนในพรรคก้าวไกลเป็นหนอนบ่อนไส้เสียเอง เพราะมีข้อมูลเยอะ นายกรุณพล กล่าวว่า เป็นไปได้ค่อนข้างยาก เราถึงบอกว่าน่าจะเป็นการทำงานกับพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองย่อมมีโหวตเตอร์ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า io ทหาร เพราะฉะนั้นโหวตเตอร์ที่ไม่ชื่นชอบพรรคตรงข้าม ก็จะเก็บภาพ และโยนมาที่ส่วนกลางเพื่อกระจายออก ซึ่งเป็นวิธีการง่าย ๆ เราจึงมั่นใจว่ามีพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่า เพจนี้ตั้งมาเพื่อโจมตีพรรคก้าวไกลเลยใช่หรือไม่ นายกรุณพล กล่าวว่า แน่นอน ซึ่งเราไม่ได้กังวล ดีเสียอีกพี่มีคนคอยมอนิเตอร์​เรา อะไรที่ทำไม่ดีจะได้แก้ไข แต่อะไรที่ไม่จริงแล้วเอามาตีฟูเพื่อทำลาย เราก็พยายามที่จะเอาข้อเท็จจริงมาสู้

ล่าสุด เพจที่ชื่อว่า ‘วันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร’ โพสต์ข่าวนายกรุณพล พร้อมข้อความระบุว่า “ทุกคนคะ วั้ยย ตัล แร้วววว หลอนหรือคะพี่”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top