Thursday, 30 July 2026
POLITICS NEWS

“นายกฯ” แจง ของแพง เหตุ เงินเฟ้อ สั่ง “ก.พณ-หน่วยงานเกี่ยวข้อง” เร่งแก้ “หมูแพง-สินค้าอื่นฉวยขึ้นราคา”

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวในที่ประชุมครม.ว่า เป็นห่วงเรื่องราคาสินค้า โดยเฉพาะในหมวดอาหารสดหลายประเภทที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากภาวะเงินเฟ้อที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยนายกฯ ได้กำชับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ปัญหาราคาหมูแพง รวมถึงสินค้าอื่นๆ นอกจากนี้ขออย่าให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค เช่น การลดปริมาณอาหารลง เป็นต้น

ครม.เห็นชอบหลักการร่างมาตรการสนับสนุนสตรีเป็นพลังสำคัญทางเศรษฐกิจ ขยายเวลาเปิดศูนย์เด็กเล็ก ข้าราชการชายลาช่วยดูลูกได้ 15 วัน ไม่ต้องติดต่อกัน ข้าราชการหญิงลาคลอดเพิ่มได้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 ว่า  ครม.เห็นชอบหลักการร่างมาตรการสนับสนุนสตรีให้เป็นพลังสำคัญทางเศรษฐกิจ ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ เพื่อเป็นมาตรการคุ้มครอง สนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้ผู้หญิงสามารถเข้ามามีบทบาททางด้านเศรษฐกิจ ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชายในการเลี้ยงดูบุตร และสร้างกลไกการพัฒนาเด็กเพื่อลดภาระให้กับผู้หญิงที่ทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการตามรัฐธรรมนูญและอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) ที่ไทยเข้าร่วมเป็นรัฐภาคี ซึ่งมาตรการนี้ครอบคลุม 3 กลุ่มเป้าหมาย คือ 1)กลุ่มแรงงานหญิงทั้งในระบบและนอกระบบ จำนวน 17,366,400 คน 2)กลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยว จำนวน 1,061,082 คน และ 3)กลุ่มผู้หญิงสูงอายุที่เป็นผู้เลี้ยงดูเด็ก จำนวน 379,347 คน 

สำหรับมาตรการสนับสนุนให้สตรีเป็นพลังสำคัญทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย 3 มาตรการย่อย ดังนี้

1.จัดบริการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี โดยขยายบริการของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือสถานรับเลี้ยงเด็กให้รับอายุ 0 - 3 ปี และขยายเวลาเปิด – ปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือสถานรับเลี้ยงเด็กให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนทำงานตามบริบทของพื้นที่

2.ส่งเสริมการลาของสามี (ข้าราชการชาย) เพื่อช่วยภรรยาดูแลบุตรหลังคลอด โดยให้ข้าราชการชายมีสิทธิลาได้ 15 วันทำการ เป็นช่วงๆ ไม่ติดต่อกันจนครบวันลา (จากเดิมที่ให้ลาครั้งหนึ่งติดต่อกันได้ ไม่เกิน 15 วันทำการ)

3.ขยายวันลาคลอดของแม่ (ข้าราชการหญิง) โดยได้รับค่าจ้าง ซึ่งระเบียบเดิมข้าราชการหญิงสามารถลาคลอดบุตรได้ไม่เกิน 90 วัน และข้าราชการหญิงที่ลาคลอดบุตรแล้ว หากประสงค์ลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตร ให้มีสิทธิลาต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตรได้ไม่เกิน 150 วันทำการ โดยไม่ได้รับเงินเดือน ซึ่งมาตรการใหม่นี้ ข้าราชการหญิงสามารถลาคลอดบุตรได้ 98 วัน (เพิ่มขึ้นจากเดิม 8 วัน) โดยได้รับค่าจ้าง และเมื่อครบ 98 วันแล้ว สามารถลาเพิ่มได้อีกไม่เกิน 90 วัน โดยได้รับเงินเดือนร้อยละ 50 ของเงินเดือน รวมวันลาคลอดทั้งสิ้น 188 วัน หรือประมาณ 6 เดือน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่องค์การอนามัยโลกและกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติระบุว่า ควรให้บุตรได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด

กมธ.พาณิชย์ จ่อเรียก กรมปศุสัตว์ แจงข้อเท็จจริงแก้โรคระบาดหมู ทั้งที่รับเรื่องตั้งแต่ พ.ย.64  แนะ รัฐบาล แก้เนื้อหมูแพง ไม่ใช่ให้ทุนเลี้ยงอย่างเดียว ต้องประกันความเสี่ยงด้วย

นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการ และ โฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีปัญหาเนื้อหมูราคาแพง และขาดตลาดว่า  เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ตนพากลุ่มผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออก เข้าพบอธิบดีกรมปศุสัตว์เพื่อแจ้งถึงปัญหาที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเจอ คือ โรคระบาด แต่ไม่มั่นใจว่าเป็นโรคระบาดชนิดใดเพื่อให้กรมปศุสัตว์แก้ปัญหา ไม่ให้ผู้เลี้ยงสุกรเสียหายและกระทบไปยังประชาชน และในเดือนธันวาคม 2564 ตนได้รับข้อมูลจากกลุ่มผู้เลี้ยงสุกร ว่า จากเดือนดังกล่าว อีก 5-6 เดือน ปริมาณเนื้อหมูในตลาดจะมีจำนวนน้อยลงและเนื้อหมูจะขาดตลาด และในเดือนมกราคม 2565 ปัญหาที่เกษตรกรเคยเตือนเกิดขึ้นจริง

“ผมเข้าใจว่า กรมปศุสัตว์ ได้รับทราบถึงโรคระบาด และพยายามควบคุมโรคในวงจำกัดไม่ให้เกษตรกรและประชาชนได้รับผลกระทบ แต่รายละเอียดต้องให้กรมปศุสัตว์ชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ อีกครั้งว่าได้ดำเนินการอย่างไรหลังจากที่รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกร โดยในสัปดาห์หน้าเมื่อมีการประชุมสภาฯ ผมจะนำเรื่องนี้เข้ากรรมาธิการฯ เพื่อติดตามปัญหา และเป็นเรื่องแรกที่ต้องพิจารณาเร่งด่วน และขอเรียกร้องให้กรมปศุสัตว์ชี้แจงให้ชัดเจนจากข้อมูลทางวิชาการที่พบว่ามีโรคระบาดในสุกรเกิดขึ้นจริง แต่กลับไม่มีการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายอัครเดช กล่าว

“บิ๊กตู่” กำชับทุกเหล่าทัพ วางตัวเป็นกลางทางการเมือง พร้อมให้การสนับสนุนการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้น

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห.กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงการวางตัวของกองทัพในการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  ได้กำชับสั่งการกับทุกเหล่าทัพ ให้วางตัวเป็นกลางทางการเมืองและยึดการปฏิบัติตามกฎหมายในการสนับสนุนการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นทั้งในพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัด

โดยให้หน่วยทหารในพื้นที่ พิจารณาสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยด้วยความเป็นธรรมกับผู้สมัครทุกพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน ในการนำเสนอนโยบายกับชุมชนในหน่วยทหารตามความเหมาะสม เมื่อมีการร้องขอ

"แรมโบ้” จวก “ลูกอดีตรมว.คลัง ไล่ ช่วยเหลือปชช.” ป้อง นายกฯ-รัฐบาล เร่งแก้สินค้าแพง

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายพชร นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย วิพากษ์วิจารณ์การทำงานด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี พร้อมขอให้ใช้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แก้ปัญหา ห่วงกลายเป็นปีแห่งความทรุดโทรมและเสื่อมถอย ว่า ตลอดการทำงานของนายกฯและรัฐบาลได้เข้ามาแก้ไขปัญหาทุกอย่างรวมถึงด้านเศรษฐกิจ และยอมรับว่าแม้ราคาหมูจะเพิ่มขึ้น แต่รมว.พาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำลังแก้ไขปัญหาอยู่ ทั้งห้ามส่งออกหมู รวมถึงการกำหนดให้ผู้เลี้ยงต้องแจ้งปริมาณ ราคา สถานที่เก็บและจัดทำบัญชีสินค้าและเนื้อหมู ต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ยังไม่อนุญาตให้ขึ้นราคาไข่ไก่ และเนื้อไก่  

นายเสกสกล กล่าวว่า นายกฯยังมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกำกับดูแลราคาสินค้า และช่วยเหลือประชาชนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและควบคุมได้

“เทพไท” แนะ กกต.คุมเลือกตั้งซ่อมทั้ง 3 เขต เอาอย่างกกต.เมืองคอน จับซื้อเสียง แจกใบส้ม นายก อบต.ท้ายสำเภา ได้สำเร็จ อัด ถ้าทำไม่ได้ ก็ยุบกกต.คืนอำนาจให้ มท. จัดการลต.

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว ว่า ถ้าใครติดตามบรรยากาศการเลือกตั้งซ่อม ใน3 แห่ง คือเขต 1 จ.ชุมพร เขต 6 จ.สงขลาและเขต 9 กรุงเทพฯ จะพบว่ามีการรณรงค์หาเสียงกันอย่างคึกคัก และมีปัญหาการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงินแทรกแซงการเลือกตั้ง จนมีการออกมาเปิดโปงพฤติกรรมที่เกิดขึ้น จากพรรคประชาธิปัตย์

ว่ามีทหารลงพื้นที่ไปแทรกแซงการเลือกตั้ง และพรรคเพื่อไทยออกมาแฉว่า มีผู้บังคับบัญชาของทหาร เข้าไปชี้นำกำลังพล ครอบครัว และทหารกองประจำการ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้หัวคะแนนของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะต้องเข้าไปดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ยิ่งการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ มีเพียง 3 เขตเท่านั้น ไม่ใช่การเลือกตั้งทั่วไปทั้งประเทศ ทำให้กกต.มีกำลังเพียงพอในการลงพื้นที่ ไปควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต ไม่อยากจะให้สังคมมองว่า กกต.เป็นเพียงแค่เสือกระดาษ ไม่สามารถจับการซื้อเสียงหรือทุจริตการเลือกตั้งได้เลย 

“อรรถวิชช์” ทำหนังสือหารือ กกต. ขอพรรคการเมือง จัดตั้งศูนย์ประสานงานหาเตียง - ศูนย์พักคอยช่งงโอมิครอนระบาด ได้หรือไม่

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต9 หลักสี่ - จตุจักร ในฐานะเลขาธิการพรรคกล้า ได้ทำหนังสือหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เกี่ยวกับบทบาทพรรคการเมืองในสถานการณ์โควิดสายพันธุ์โอมิครอนระบาด เนื่องจากที่ผ่านมาที่ทำการพรรคกล้า เป็นศูนย์ประสานงานโครงการกล้าหาเตียง เคยช่วยประสานให้ผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาได้กว่า 7,000 เคส รวมถึงเปิดศูนย์กล้าดูแลร่วมกับชุมชนต่างๆ ได้ถึง 36 ศูนย์

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางศูนย์ยุติการประสานงานชั่วคราว เพราะเข้าสู่ช่วงพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใช้บังคับ แต่สถานการณ์โควิดยังคงระบาดหนักต่อเนื่อง จึงได้ทำหนังสือหารือถึง กกต. ว่า พรรคกล้าจะเป็นศูนย์ประสานงานช่วยหาเตียงและตั้งศูนย์พักคอย โดยเป็นงานของอาสาสมัครที่ทำโดยไม่มีค่าตอบแทน และไม่แจกสิ่งของใดๆ ให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง กกต. ตอบกลับให้ความชัดเจน

นายกฯ วอน ประชาชน เฝ้าระวังโอมิครอน ติดง่าย-แพร่เร็ว มีอาการผิดสังเกตให้รีบพบแพทย์

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามการเตรียมความพร้อมของกระทรวงสาธารณสุข ในการยกระดับระบบสาธารณสุขเพื่อรองรับการระบาดระลอกใหม่ เช่น ระบบ Home Isolation , Community Isolation โรงพยาบาลสนาม และยาฟาวิพิราเวียร์ เวชภัณฑ์  เพื่อรองรับผู้ป่วยที่จะเพิ่มมากขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ รายงานขีดความสามารถระบบการกักกันตัวที่บ้าน (HI) และการกักตัวในที่ชุมชน (CI) ทั่วประเทศ สามารถรองรับได้ประมาณ 187,000 คน (HI = 43,000 คน CI = 144,000 คน)

ซึ่งกรมการแพทย์ได้พัฒนาระบบ HI และ CI ให้ครอบคลุมทั้งมิติการควบคุมโรคและการป้องกันโรคด้วย  ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจสอบลงไปในรายพื้นที่ย่อยที่เป็นพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมระบบ รพ.สนาม HI,CI ให้เพียงพอกับจำนวนผู้ติดเชื้อในพื้นที่ที่อาจจะน่าจะเพิ่มขึ้นด้วย   ขณะเดียวกันก็สำรวจประชากรเด็กเล็ก ซึ่งอาจเป็นกลุ่มเปราะบางใหม่ โดยเด็กเล็กและผู้ปกครองต้องยินยอมและสมัครใจในการเข้ารับวัคซีน เนื่องจากวัคซีนยังเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดอัตราการเสียชีวิต ป้องกันการป่วยหนัก และลดอัตราการรับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลานานๆ สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และลดการติดเชื้อ สำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนัก และที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจยังคงมีแนวโน้มลดลง

สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วงเช้าของวันที่ 11 ม.ค. 65 รวม 7,133 ราย จำแนกเป็นผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 6,632 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 45 ราย ผู้ป่วยภายในเรือนจำ ที่ต้องขัง 45 ราย ผู้ป่วยติดเชื้อเข้าข่าย /ATK 1,545 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 411 ราย ผู้ป่วยสะสม 61 ,1 74 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) หายป่วยกลับบ้าน 3,306 ราย หายป่วยสะสม 32,291 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) ผู้ป่วยกำลังรักษา 61,974 ราย เสียชีวิต 12 ราย   สำหรับการให้บริการวัคซีน COVID-19 วันที่ 10 มกราคม 2565 เวลา 20:49 น. ประเทศไทยฉีดวัคซีนสะสมแล้ว 107,400,315 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 ฉีดสะสม 51,541,362 โดส เข็มที่ 2 ฉีดสะสม 46,987,287 โดส เข็มที่ 3 ฉีดสะสม 8,430,651 โดส เข็มที่ 4 ฉีดสะสม 441,015 โดส

‘พิธา’ แต่ง 'ไรเดอร์' ส่ง ปชต. ถึงมือชาวชุมพร หนุน ‘วรพล’ เข้าสภาฯ อาสาช่วยประชาได้จริง

เลือกตั้งซ่อมชุมพรคึกคัก! ‘พิธา’ ขอเป็นไรเดอร์ ส่งประชาธิปไตย ถึงมือคนชุมพร - พร้อมหนุน ‘วรพล’ เข้าสภาฯ ผลักดัน พ.ร.บ.ประมง ฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมพร

(10 ม.ค. 65) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ลุยหาเสียงช่วย 'วรพล อนันตศักดิ์' ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 เบอร์ 3 พรรคก้าวไกล ที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมในวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม ที่จะถึงนี้

บรรยากาศหาเสียงในช่วงเช้า หัวหน้าพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่หาเสียงรอบตัวเมืองชุมพร เพื่อแนะนำผู้สมัคร เบอร์ 3 ของพรรคก้าวไกล จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังท่าเรือปากน้ำหัวถนน หรือปากน้ำเก่า เพื่อลงเรือหางยาวขนาดเล็กไปรับฟังปัญหาพี่น้องชาวประมง และในช่วงบ่าย ได้สวมบทบาทไรเดอร์ ที่เป็นอาชีพหลักของวรพล ผู้สมัคร ส.ส. เพื่อส่งอาหารและประชาธิปไตยให้ถึงมือประชาชนด้วยตนเอง

พิธา กล่าวว่า วันนี้ตนได้มีโอกาสไปรับฟังปัญหาของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน ก็พบว่า สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ประมง ที่พรรคก้าวไกลได้ส่งเข้าสภาไป และมีความตั้งใจว่า จะนำปัญหาของพี่น้องชาวชุมพรไปอภิปราย เพื่อที่จะสนับสนุนเรื่องเกี่ยวกับไมล์ทะเล ที่เราขีดเส้นไมล์ทะเลก็เหมือนกับขีดเส้นชีวิตของพี่น้องชาวประมง และตนยังได้ไปดูสุสานเรือ ที่ทั้งอุตสาหกรรมแทบจะล้มละลายจากคำสั่งของ คสช. เมื่อปี 2558 ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว แต่ความเดือดร้อนของโทษที่มีความรุนแรงไม่สมดุลกับความผิดก็ยังคงอยู่

8 คำถามที่ประชาชนสงสัยและอยากรู้ กรณี 'ตั๋วทอน' ดอดฉีดวัคซีนก่อนคนแก่

จากกรณีมีการเผยแพร่ใบรับรองการฉีดวัคซีนของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่พบว่าฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แอสตร้าเซนเนก้า ล็อตที่ A10062 ซึ่งผลิตจากโรงงานสยามไบโอไซแอนซ์ฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 64 เวลา 19.15 น. ที่โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

ล่าสุด ดร.เสรี วงษ์มณฑา บรรณาธิการบริหาร เพื่อวางกลยุทธ์สื่อสาร ศบค. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กดังนี้

คำถามที่ประชาชนสงสัยและอยากรู้

1. เป็นกลุ่ม 608 หรือไม่จึงได้ฉีดในช่วงเวลาดังกล่าว

2. ทำไมถึงยอมรับวัคซีน Astra ที่ผลิตโดย Siam Bioscience ที่ตัวเองเคยด้อยค่าด้วยความเท็จ

3. จริงหรือว่าเป็นวัคซีนเหลือก้นขวด แต่พอค้นหลักฐานก็พบว่าฉีดกันทั้งครอบครัวหลายคนมาก ตกลงเขาได้รับวัคซีนก้นขวดกันเหรอคะ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top