Friday, 12 June 2026
POLITICS NEWS

“บิ๊กตู่” ท้อตอบปมของข้าวของแพง “โว” ยังทำดีกว่าหลายประเทศ โทษโควิดเป็นเหตุ “แพลม”รอบหน้าถ้ามีโอกาสคัมแบ็ก จะปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ “ขอ”การเมืองเบาลงบ้าง ถึงกับอุดหูไม่ได้ยินคำถามเกี่ยวกับ “บิ๊กป้อม” 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ราคาสินค้าที่ปรับตัวขึ้นหลายชนิด โดยเฉพาะไข่และบะหมี่สำเร็จรูป รัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างไร ว่า ที่ผ่านมาทุกคนทราบดีว่ารัฐบาลช่วยเหลืออะไรไปแล้วบ้าง แต่จะต้องหามาตรการที่เหมาะสมในการช่วยเหลือว่าทำอย่างไรราคาต้นทุนจะไม่สูงเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายไม่สูงขึ้นมาก แต่เข้าใจว่าปัจจุบันต้นทุนการผลิตสูงขึ้น อีกทั้งมาตรการการช่วยเหลืออะไรรัฐบาลจำเป็นต้องดูงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหนเพียงไร ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้หยุดนิ่ง ทุกเรื่องที่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นด้านแรงงาน ค่าแรง ราคาพลังงานต่างๆ ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกกระทรวงหามาตรการที่เหมาะสมก่อนที่จะเสนอมายังตนในฐานะนายกฯพิจารณา ที่ผ่านมาได้ให้แนวทางไปแล้วว่าจะทำอย่างไรให้บรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด แต่จะให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แบบเดิมคงไม่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน 

“หลายคนออกมาพูดผ่านสื่อว่ารัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ ก็อยากให้ไปดูประเทศอื่นด้วยว่าเขาก็แก้ได้น้อยกว่าเรา ประเทศไทยแก้ได้มากกว่าเขา แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ผมก็ยังไม่พอใจ แต่ปัญหาติดอยู่ที่ว่างบประมาณเรามีอยู่อย่างจำกัดด้วย ทำอะไรต้องมีหลักการ ไม่สร้างภาระไว้ในวันข้างหน้า อย่างที่เคยบอกไว้แล้วว่าทำอย่างไรให้เราอยู่รอดไปได้ก่อน อยู่รอดและปลอดภัยจากโควิด ปลอดภัยจากการดำเนินชีวิต และนำไปสู่ความพอเพียง สิ่งที่นายกฯกำลังคิดต่อไปคือ นโยบายของรัฐบาลในวันข้างหน้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง จากสถานการณ์ในวันนี้ถือเป็นบทเรียนได้ทราบว่าโลกเปลี่ยนไปแล้วทุกอย่าง จึงเป็นแนวทางที่รัฐบาลและตัวนายกฯต้องเตรียมการไว้ว่าจะดำเนินนโยบายของเราอย่างไรต่อไป ถ้ายังมีโอกาสได้อยู่และได้ทำ ก็เอาปัญหาทุกปัญหามาประมวล ซึ่งเป็นปัญหาของโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของความเหลื่อมล้ำ รายได้ อาชีพ วันนี้เมื่อโควิดเข้ามาทำให้แผนงานเดิมมีปัญหา จึงต้องแก้ทุกอย่าง ซึ่งการทำทุกอย่างในเวลาเดียวกัน ใช้งบประมาณสูงมาก ทั้งเรื่องสุขภาพ รายได้ ราคา ส่วนหนึ่งที่จะช่วยรัฐบาลได้มากที่สุด ก็ขอผู้ประกอบการทั้งหลายช่วยกันดูว่าการขึ้นราคาสินค้าบางอย่างเหมาะสมหรือไม่ แม้จะมีมาตรการของกระทรวงพาณิชย์บังคับอยู่แล้วก็ตาม อย่าลืมว่าการขึ้นราคาสินค้าต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ของเงินเฟ้อ รวมทั้งต้นทุนการผลิต ไม่ใช่ยังจะคงกำไรจำนวนมากเหมือนเดิม มันคงไม่ได้ วันนี้ต้องช่วยชาติและประชาชน รวมทั้งรัฐบาลกันบ้าง เพราะอย่าลืมว่ารายได้ของรัฐบาลก็มาจากผู้ประกอบการนักธุรกิจ หากรายได้ไม่ดี รายได้ของรัฐบาลก็ลดด้วย เพราะภาษีต้องลดลงทั้งหมด แล้วจะเอาเงินจากที่ไหน ทั้งๆ ที่เรามีการเตรียมการไว้หมดแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องของโควิดน่าจะดีกว่านี้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงพาณิชย์จะมีการแอ็กชั่นในเรื่องราคาสินค้าอย่างไรบ้างเพื่อช่วยเหลือประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการทำกันอยู่หลายเรื่อง ทั้งเรื่องการดูแลราคาสินค้า การผลิต แต่ทั้งหมดต้องลงลึกในรายละเอียด ไปพูดคุยกับบรรดาสมาคมผู้ประกอบการทั้งหลาย ถ้าทุกคนร้องเรียนกันมาทั้งหมด ซึ่งหน่วยงานที่จะต้องเข้าไปแก้ปัญหาก่อนคือ กระทรวงและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาในกรอบของเขา แต่ถ้าเกินกำลังก็เสนอมายังนายกฯ ที่ผ่านมาได้ให้แนวทางไปแล้วว่าให้ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ เนื่องจากปัจจุบันร่อยหรอลงไปทุกที รัฐบาลพยายามดูแลให้ทั่วถึง ซึ่งต้องปรับในหลายๆ อย่างในวันข้างหน้าเพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีกในอนาคต โลกมันเปลี่ยนเราต้องปรับ นโยบายของรัฐบาลและนโยบายการเมืองก็ต้องปรับทั้งหมด เพราะถ้าเราอยู่แบบนี้มันไปไม่ได้ หลายอย่างที่กำลังจะโตก็ต้องล้มและพังลงมา บางครั้งก็เป็นเพราะความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน 

'เทพไท' เผย มีทุนข้ามชาติจากจีน พร้อมลงทุน กาสิโน ในกรุงเทพ และแม่สอด

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้ และภาษีจากธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า และการพนันออนไลน์ สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยความคืบหน้าของการศึกษาการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร ของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ว่า

ที่ประชุมได้เชิญ นายจาง เปา จา ประธานที่ปรึกษาของบริษัทย่าไท่ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง กรุ๊ป จำกัด (Yatai International Holding Group) ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนข้ามชาติขนาดใหญ่ จากประเทศจีน มีผลงานสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมฉี่ชิง ไฮ่ฉางวาง และสถานบันเทิงครบวงจร ที่ประเทศกัมพูชาและศูนย์บันเทิง สปาเพื่อสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์ และสร้างเมืองใหม่ ซุ่นโก่วกู่ ในประเทศเมียนมา ซึ่งตอนนี้ได้เข้ามาลงทุนธุรกิจบันเทิงแบบครบวงจรในประเทศไทย

โดยการซื้อโครงการตึกสูง32ชั้น จำนวน 2 ตึก ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ย่านสี่แยกราชเทวี เพื่อเปิดเป็นบางกอกสมายสแควร์ (Bangkok smile square) ซึ่งมีสระว่ายน้ำบนยอดตึก สวนย่อมบนยอดตึก ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ สปา คาราโอเกะ ศูนย์การประชุม เป็นโครงการบันเทิงขนาดใหญ่ใจกลางเมือง สามารถรองรับการเปิดกาสิโนได้ ถ้าหากได้รับอนุญาตจากรัฐบาล และมีแผนสร้างเมืองใหม่อัจฉริยะ ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นเมืองแฝดคู่ขนาน กับ เมียนม่า แปซิฟิกเอเชีย สมาร์ท ซิตี้ เพื่อเปิดเป็นกาสิโนคู่ขนานกัน ระหว่างประเทศเมียนมา กับประเทศไทย เพื่อสนับสนุนให้มีการลงทุนทำให้ GDP ของท้องถิ่น เติบโต 8000-10,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติอย่างมหาศาล และได้เกิดการจ้างงาน หลายหมื่นตำแหน่ง

“ราเมศ” มั่นใจ “ชัยทิพย์”คว้าชัยลต.ซ่อมเขต3 ราชบุรี ชี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าปชป.พร้อมเลือกตั้งใหญ่

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมในเขตเลือกตั้งที่ 3 ราชบุรี ว่า พรรคนมีความมั่นใจว่านายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ผู้สมัครหมายเลข 2 จะได้รับชัยชนะ เพราะจากการรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครและพรรคฯ ที่ได้นำเสนอทั้งแนวนโยบายพรรคและคุณสมบัติของผู้สมัครที่มีความพร้อมทั้งความรู้ความสามารถ ที่สำคัญเป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอดพร้อมทำงานให้กับประชาชนได้ทันที ผลงานในด้านการทำงานในพื้นที่อย่างประจักษ์ และด้วยความตั้งใจเข้าใจสภาพปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี หากได้รับเลือกตั้งก็จะสามารถทำงานได้ทันทีเช่นกัน

“บิ๊กตู่” ห่วง ปชช.สภาพอากาศแปรปรวน “แนะ” ดูแลสุขภาพ ติดตามข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐเผย! “นายกฯ”  มั่นใจสถานการณ์โควิด 19 ในไทยควบคุมได้  ชี้ยอดผู้ติดเชื้อลดลง  ย้ำยังต้องเคร่งครัดมาตรการควบคุมโรคและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคต  

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยเรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2565 พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยความปลอดภัยของประชาชนจากสภาพอากาศที่แปรปรวนขณะนี้ พร้อมฝากเตือนประชาชนในทุกภาค รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนระวังอันตราย หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ซึ่งอาจเกิดอันตรายจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่าได้ สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

นายธนกรกล่าวว่า ช่วงนี้ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทยประสบปัญหาอากาศร้อนถึงร้อนมาก โดยเฉพาะช่วงเวลากลางวัน นายกรัฐมนตรีแนะนำให้ประชาชน คอยสังเกตอาการตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ขอให้ระมัดระวังโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้อุณภูมิในร่างกายสูงขึ้น โดยให้ดื่มน้ำสะอาด ประมาณ 10 - 12 แก้วต่อวัน เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป หากมีอาการเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หน้ามืด ขอให้รีบเข้าไปพักในที่ร่ม อยู่ในพื้นที่อากาศถ่ายเทสะดวก และรีบไปพบแพทย์ นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อการเตรียมพร้อมตนเองให้ปลอดภัยจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในขณะนี้ด้วย

‘บิ๊กตู่’ติดตามความคืบหน้าหลังหารือภาคเอกชนสหรัฐฯ ย้ำไทยให้ความสำคัญการลงทุนของภาคเอกชนต่างประเทศในไทย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความก้าวหน้าภายหลังการหารือกับ คณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน (U.S. - ASEAN Business Council: USABC) 49 บริษัท เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งถือเป็นคณะใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเข้าเยี่ยมคารวะ พร้อมยังได้ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งการลงทุนของภาคเอกชนต่างประเทศถือเป็นส่วนสำคัญ และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว ท่ามกลางสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทาย

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า คณะนักธุรกิจ USABC บริษัทสำคัญจากทุกสาขาธุรกิจที่เข้าร่วม ต่างยืนยันพร้อมสนับสนุน เชื่อมั่นการดำเนินการของรัฐบาล ชื่นชมการทำงานของนายกรัฐมนตรี และยินดีสานต่อความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่เน้นให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่ยุค Next Normal ซึ่งตัวแทนบริษัทสมาชิกต่างประทับใจ และพึงพอใจต่อผลการหารือ โดยเฉพาะภายหลังการเข้าร่วมรับฟังพัฒนาการ นโยบายและมาตรการสำคัญ วิสัยทัศน์จากนายกรัฐมนตรี เพื่อสามารถสานต่อและยกระดับความร่วมมือกับภาครัฐในประเทศไทยได้มากขึ้น  นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงนโยบายของรัฐบาล ที่มีความพร้อมของปัจจัยพื้นฐานที่เอื้อต่อการลงทุนที่ชัดเจน

โดยคณะนักธุรกิจที่เข้าร่วมในครั้งนี้ถือเป็นคณะใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ถึง 49 บริษัทที่ได้เข้าร่วมครั้งนี้ มีบริษัทที่เข้าร่วมเป็นครั้งแรกหลายบริษัท สะท้อนว่า ประเทศไทยอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุน ภาคเอกชนสหรัฐฯ เพราะเห็นถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย และให้ความสนใจที่จะลงทุนในประเทศไทย นอกจากนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจไทย และความสนใจเพิ่มพูนการค้าและการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 

‘อรุณี’ โวย!! ‘บิ๊กตู่’ แบ่งงบให้การศึกษาบ้าง อย่ามองอาวุธสำคัญมากกว่าอนาคตเด็ก

(28 เม.ย. 65) น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในต้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยคาดว่าสำนักงบประมาณจะส่งร่างคำขอจัดทำงบประมาณของกระทรวงต่างๆ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 ซึ่งงบประมาณปี 2566 จะมีวงเงินรวม 3,185,000 ล้านบาท เพิ่มจากงบประมาณปี 2665 เกือบ 85,000 ล้านบาท แต่ดูเหมือนว่าภายใต้การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี การจัดสรรงบฯ จะยังคงฉายหนังวนซ้ำ คือ จัดงบแบบไม่ได้มุ่งเน้นประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน เพราะอิงกับความเคยชินในการจัดทำงบประมาณในโครงการเดิมของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2566 ลดลงถึง 4,526 ล้านบาท หรือลดลง 1.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ในช่วงปี 2563-2566 จะมีการปรับลดงบฯ กลาโหม ลงในภาพรวม เพราะเกิดกระแสต่อต้านจากประชาชน เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแต่ละกองทัพกลับพบว่า กองทัพอากาศยังคงได้รับการอนุมัติงบฯ ซื้อเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่จำนวน 4 ลำ วงเงินกว่า 13,800 ล้านบาท โดยเป็นงบผูกพันงบประมาณปี 2566-2569 ยิ่งตอกย้ำว่า “อาวุธสำคัญมากกว่าอนาคตของเด็กไทย”

‘วัน อยู่บำรุง’ โดดป้อง 'สมรักษ์' ซบพปชร. ซัดแหลก พวกอ้างประชาธิปไตยแต่ไม่เข้าใจ 'สิทธิ์'

จากกรณีที่ ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ ฮีโร่เหรียญทองมวยสากลสมัครเล่นโอลิมปิก ตัดสินใจเตรียมลงสมัคร ส.ส. เขต 10 จ.ขอนแก่น ในสีเสื้อของพรรคพลังประชารัฐ

แต่ทว่า กระแสตอบรับในโลกออนไลน์ กลับไม่ดีมากนัก จนทำให้นักชกเจ้าของฉายา ‘ไม่ได้โม้’ ต้องออกมาทำคลิปเปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า ทำเพื่อกลับไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง และต้องการเป็นแบบอย่างให้กับนักการเมือง ไม่มีการโกงกิน และตรงไปตรงมา ถ้าทำไม่ดี ค่อยมาด่า

“พี่เอ้”ลงพื้นที่ย่านบางพลัด  บอกใจเกินร้อยลุยหาเสียงไม่หยุด ลั่นจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนแรก แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำทะเลหนุน ที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน

ที่ตลาดวัดรวก เขตบางพลัด นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางพลัด หมายเลข 6 และ นายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต ส.ส. กทม. ร่วมกันเดินแนะนำตัวขอเสียงสนับสนุนที่ตลาดวัดรวก และทักทายชุมชนตลาดวัดรวก อย่างเป็นกันเอง ซึ่งได้รับการต้อนรับจากพี่น้องประชาชนทั้งพ่อค้า แม่ค้า และพี่น้องประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของเป็นอย่างดี

โดยนายสุชัชวีร์กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เขตบางพลัดมาหลายครั้ง พบว่าต้องประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำทะเลหนุน ทำให้เขตบางพลัดได้รับความเดือดร้อนมาก ตนจะจัดการปิดล้อมแนวกั้นที่เป็นฟันหลอให้หมด และในอนาคตเรื่องของน้ำทะเลหนุนนั้น ตนมีความตั้งใจว่าจะเป็นผู้ว่าฯ คนแรกที่ดำเนินการเรื่องนี้ เพราะปัญหาดังกล่าวต้องใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี หากไม่เริ่มวันนี้ มันจะสายเกินไป

“ผมมีใจเกินร้อย เพราะยิ่งเดินยิ่งมั่นใจ ได้พบปะพี่น้องประชาชนตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ และต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนจริงๆ ที่ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน บอกได้เลยว่า สุชัชวีร์ เบอร์ 4 จะเป็นผู้ว่าฯ ที่ดี ไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง”นายสุชัชวีร์ กล่าว

“อนุทิน” ลั่นละครยังไม่จบอย่าด่วนสรุปปมข่าวลือโหวตล้มนายกฯ เชื่อ“ประยุทธ์”ไม่กังวลการโหวต มั่นใจ ภท.ไม่แตกแถว อุปตอบข่าวนายกฯสำรอง ชี้มีกลไกตามขั้นตอนอยู่แล้ว 

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกระแสข่าว ส.ส.รวมตัวโหวตคว่ำนายกรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ว่า ละครยังไม่จบอย่าเพิ่งไปด่วนสรุปอะไร ทั้งนี้เมื่อวานตนอ่านข่าว ท่านนายกฯก็ไม่ได้มีความกังวลว่าการโหวตจะเป็นอย่างไร และท่านบอกว่ามั่นใจในการชี้แจงตอบข้อสงสัยข้อซักถามของพรรคฝ่ายค้าน

ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนก็ต้องไปทำการบ้านเสริมข้อมูล หรือชี้แจงในส่วนที่ถูกพาดพิงหน่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบ ทั้งนี้ทุกคนก็ต้องทำการบ้าน ฝ่ายค้านก็ต้องทำอย่างเต็มที่ในการหาข้อมูลมาชี้ข้อบกพร้องของรัฐบาล ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องทำอย่างเต็มที่ที่จะต้องชี้แจงว่าสิ่งที่ถูกกล่าวหานั้น แท้จริงเป็นอย่างไร มีการแก้ไขมีการปฏิบัติอย่างไร ความจริงเป็นย่างไร และเอาข้อมูลมาชี้แจงตอบข้อซักถามให้ผู้แทนประชาชนฟัง ถ้าตอบได้ดีเขาก็ไว้วางใจ ถ้าตอบไปไนมาสามวาสองศอกเขาก็ไม่ไว้วางใจนี่คือความสวยงามของประชาธิปไตย 

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีการแตกแถวตอนโหวต นายอนุทิน ถามกลับว่า “เคยไหมล่ะ” พร้อมกล่าวว่า เราให้อิสระกับลูกพรรคทุกคน ไม่ใช่ว่าเราไปบังคับใครได้ ส.ส.ทุกคนเป็นผู้ทรงเกียรติ ไปบังคับไม่ได้ แต่ความที่เป็นปึกแผ่น ต้องมีการประชุมหารือก่อนจะลงมติ ไม่ใช่ว่าทุกคนเห็นด้วยกันหมด แต่คนที่มีความเห็นต่างเห็นแย้งก็ต้องมาชี้แจงกัน  แต่ก็ต้องเคารพกติกาว่ามติของพรรคอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น ตนคิดว่าเป็นสปิริตทางประชาธิปไตย เราต้องเคารพในเสียงข้างมาก 

“ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราอยู่ด้วยกันเป็นรัฐบาล ถ้าไม่มีใครที่ทำความผิด ทุจริตอย่างเห็นชัดเจน พิสูจน์ได้ แบบนี้ก็อย่าไปโหวตให้เขา แต่หากเป็นการกล่าวหาที่เขาชี้แจงได้ เป็นเพียงเกมการเมือง เราก็ต้องเคารพมติของพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะให้โหวตอย่างไร ทุกอย่างอยู่ที่สปิริต อยู่ที่ดุลยพินิจของ ส.ส.แต่ละคน แต่ก็ต้องดูว่าการอยู่ร่วมกันเป็นอย่างไร การไปโหวตแหกคอกไป ก็ต้องคิดว่ารัฐมนตรีแต่ละคนก็ต้องมีพรรคมีพวก เดี๋ยวก็ไม่จบไม่สิ้น การเมืองก็จะไม่นิ่ง เพราะฉะนั้นต้องนึกถึงภาพรวมเป็นใหญ่ ประคองรัฐบาลให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็เหลือเวลาเพียง 10 เดือน ดังนั้นทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”นายอนุทินกล่าว 

"นายกฯ"  เชิญชวนผู้สูงอายุ ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ลดความรุนแรง  ลดการป่วยหนัก  ลดการเสียชีวิต 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานตามที่กรมอนามัย รายงานผลการสำรวจอนามัยโพลเรื่อง “พฤติกรรมการป้องกันโรคและความกังวลต่อการฉีดวัคซีนของกลุ่มผู้สูงอายุ” ระหว่างวันที่ 1-21 เม.ย. 2565 พบว่า ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ได้รับวัคซีนและฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นครบแล้ว ร้อยละ 88.20 และผู้สูงอายุที่ยังไม่แน่ใจที่จะฉีดวัคซีนหรือคิดว่า   จะไม่ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ร้อยละ 11.80 ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุฉีดวัคซีนไม่ครบหรือยังไม่ได้ฉีดวัคซีน คือ กลัวผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน ร้อยละ 37.99 รองลงมา คือ คิดว่าฉีดวัคซีน 1-2 เข็ม เพียงพอแล้ว ร้อยละ 19.44 และอยากศึกษาข้อมูลให้แน่ใจก่อนฉีดวัคซีน ร้อยละ 10.51  

ทั้งนี้  นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้  สธ. รณรงค์ให้บุตรหลานพาผู้สูงอายุไปฉีดวัคซีนให้ครบโดส  เพื่อลดอาการเจ็บป่วย ลดการป้องกันอาการรุนแรง  แม้การฉีดวัคซีนอาจเกิดผลข้างเคียงได้ แต่การฉีดวัคซีนมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงต่อการเกิดอาการข้างเคียงอย่างมาก  พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ผู้สูงอายุปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นสูงสุด เพื่อป้องกันโควิด-19   ยึดหลัก DMHTT คือ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อย ๆ ตรวจวัดอุณหภูมิ และตรวจเชื้อโควิด-19 และส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงสม่ำเสมอ โดยกินอาหารที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ อนามัย  หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top