Thursday, 11 June 2026
POLITICS NEWS

‘ส.ว.สมชาย’ ชี้!! ‘พิธา’ อธิบายเรื่อง ICC ไม่กระจ่าง

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.66 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับเรื่อง ‘ICC’ หรือ 1 ในนโยบายที่พรรคก้าวไกลใช้หาเสียง และจะทำหากได้จัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่า…

"เรื่อง ICC ถามว่าทำไมประเทศไทยลงนามให้สัตยาบรรณไม่ได้ พิธาอธิบายไม่หมดที่ว่า ประเทศที่มีระบบแบบเดียวกับเราก็เข้าร่วมมากมาย ต้องชี้แจงว่าเหตุที่กัมพูชาเข้าร่วม เพราะ ICC จัดการเรื่องเขมรแดง ญี่ปุ่นเข้าร่วมเพราะแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนสหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, จีน, อินเดีย ไม่เข้าร่วม ICC ดังนั้นต้องบอกประชาชนให้หมด"

สำหรับเรื่อง ‘ICC’ หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล ได้อธิบายไว้แล้ว สามารถตามอ่านได้ที่ https://thestatestimes.com/post/2023072013

‘อามินทร์’ เร่งเพิ่มประสิทธิภาพ ใช้ระบบวันสต็อปเซอร์วิส ลดปัญหาแออัดตรวจคนเข้าเมือง หนุนท่องเที่ยวชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 66 นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส. นราธิวาส เขต 2 อำเภอสุไหงโกลก ตากใบ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวหารือถึงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ปัจจุบันด่านพรมแดน อำเภอสุไหงโกลก ตั้งแต่วันพฤหัสจนถึงวันเสาร์ที่เป็นวันหยุดของทางมาเลเซีย จะพบว่ามีชาวมาเลเซียเดินทางมาเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เกิดความล่าช้าในการบริการ ทั้งในส่วนของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร บางครั้งบางเวลา มีนักท่องเที่ยวต่อคิวกันหลาย 100 คน จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 หน่วยงาน เพิ่มคุณภาพในการทำงาน และลดกระบวนการเพื่อทำให้เกิดความรวดเร็ว เป็นวันสต็อปเซอร์วิส อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ทำให้เป็นการเพิ่มโอกาสให้ภาคเศรษฐกิจ ในอำเภอเมืองสุไหโกลกด้วย 

นอกจากนี้ ตนได้รับคำร้องเรียนจากกำนันตำบลโกสิ อำเภอตากใบ เนื่องด้วยตำบลโกสิ มี 5 หมู่บ้าน ประชากรมากกว่า 7,500 คน กว่า 1,050 ครัวเรือน ประสบปัญหา น้ำประปาที่ใช้ในการบริโภคอุปโภค ในช่วงหน้าแล้ง เนื่องจากน้ำมีกลิ่นดำ และสนิมเป็นเวลานานมาแล้ว อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประปาส่วนภูมิภาค เข้าไปสำรวจและออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งทราบมาว่า ได้ดำเนินการไปแล้วแต่ยังขาดงบประมาณ จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดสรรงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย

เลือกกัปตันคุมเครื่องบินที่ไร้ประสบการณ์ แลกที่นั่งชั้นธุรกิจตามสัญญาเมื่อได้รับโหวต

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้ TikTok บัญชี @vanich2023 ได้แชร์คลิปวิดีโอของชาวต่างชาติท่านหนึ่ง ที่ออกมาพูดในหัวข้อ ‘ประชาธิปไตย’ โดยในคลิประบุไว้ว่า…

ตอนเป็นเด็ก ผมถูกสอนมาว่า ‘ประชาธิปไตย’ ดีที่สุด เมื่อโหวตให้คน 1 คน ในการลงคะแนนเสียงตอนเลือกตั้ง คุณจะได้ ‘รัฐบาลที่ดี’ แต่ตอนนี้ผมโตขึ้น เลยรู้ว่าผมคิดผิด คนมีสิทธิ์ทั่ว ๆ ไป ไม่รู้วิธีการโหวต เลยทำให้ประชาธิปไตยไม่ได้ผล ดังตัวอย่างนี้...

สมมติคุณกำลังขึ้นเครื่องบิน ก่อนจะบิน คุณและผู้โดยสารต้องลงคะแนนเลือกกัปตัน ซึ่งมีผู้สมัครอยู่ 2 คน โดยคนแรกพูดว่า “ถ้าคุณให้ผมขับเครื่องบิน ผมจะทำตามกฎการบินสากล และบินที่ความสูง 30,000 ฟุต” ส่วนคนที่ 2 พูดว่า “ถ้าคุณให้ผมขับเครื่องบิน คุณจะได้นั่งชั้นธุรกิจ” 

ในโลกทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่มักโหวตตามความรู้สึก ไม่ค่อยมีข้อมูล ตามธรรมชาติเขาจะโหวตคนที่สัญญาว่าจะให้เขา ‘นั่งชั้นธุรกิจ’ 

ประชาธิปไตยจะเลือกคนแย่ ๆ ที่ไม่เคยขับเครื่องบิน ก่อนที่คุณจะรู้ตัว เครื่องบินก็ตกซะแล้ว 

ผมเชื่อว่า ‘การบริหารรัฐบาล’ ก็เหมือนการ ‘ขับเครื่องบิน’ ซึ่งมันยาก และต้องใช้ประสบการณ์หลาย ๆ ปี 

ภาษี, อาวุธนิวเคลียร์, ภูมิศาสตร์การเมือง, สุขภาพ, และชายแดน ปัญหาเหล่านี้ต้องการ ‘มืออาชีพ’ จำเป็นต้องใช้เวลากว่า 10 ปี ในการบินเครื่องบินนี้ แต่รัฐบาลของเราที่ใคร ๆ ก็สามารถโหวตได้ และใคร ๆ ก็เป็นได้นั้น เป็นประชาธิปไตยที่เปลี่ยนรัฐบาลทุก ๆ 4 ปี หากแต่ปัญหาเหล่านี้ต้องใช้เวลาแก้ไข 20 ปี 

ฉะนั้น แม้ประชาธิปไตยจะเป็นแนวคิดที่ดี แต่มันเป็นแนวคิดที่ดีที่สุดจริงเหรอ? 

ลองดู ‘จีน’ และ ‘อินเดีย’ เป็นตัวอย่าง อย่างจีนมีรัฐบาลกลาง ที่ทำให้คนกว่า 300 ล้านคนพ้นจากความยากจน แต่อินเดียมีประชาธิปไตย ที่มีคนยากจนกว่า 300 ล้านคน 

ผมไม่ชอบจีน แต่ทำไมพวกเขาถึงประสบความสำเร็จ? อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด เผด็จการไม่ใช่คำตอบ ไม่มีทางเป็นได้ แต่เป็นประชาธิปไตยทางเลือกที่คุ้มกับการลอง ภายใต้การปกครองประเทศโดยใช้ผู้ชำนาญวิชาการด้านต่าง ๆ กลายเป็นระบอบของคนที่มีความรู้

อย่าปล่อยให้ปัญหานี้เรื้อรังในโลกประชาธิปไตย ที่บรรดานักการเมืองใช้ข่าวปลอม การโกหก ความกลัว รวมถึงใช้เงินเพื่อสร้างความสนใจ ระบบประชาธิปไตย ทำให้คนลงคะแนนเชื่อเป็นล้าน ๆ คน 

เราโหวตให้คนที่สัญญาว่าจะให้เรานั่งชั้นธุรกิจ แต่ไม่รู้วิธีขับเครื่องบิน ถึงเวลามาซ่อมประชาธิปไตยกันเถอะ ก่อนที่เครื่องบินจะพาเราตก 

‘อนุรัตน์’ หวั่นชาวพะเยาเผชิญภัยแล้ง วอนรัฐฯ พิจารณางบวางระบบประปาท้องถิ่น

(20 ก.ค. 66) นายอนุรัตน์ ตันบรรจง ส.ส. เขต 2 จังหวัดพะเยา ในอำเภอจุน ในอำเภอพูซาน อำเภอเชียงคำ กล่าวหารือถึงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนใน 4 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลลอ ตำบลหิน ตำบลห้วยยางขาว และตำบลห้วย  ถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค รวมถึงเกษตร แหล่งน้ำในอำเภอจุนใน ที่ยังต้องพึ่งพิงจากธรรมชาติ โดยการขุดสระ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ แต่ขณะนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเกิดปัญหาภัยแล้ง น้ำในสระมีปริมาณไม่เพียงพอที่จะสูบขึ้นมาใช้ในการอุปโภค บริโภค ปัญหาที่ตามมาคือ น้ำในการใช้เพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ เช่นเดียวกัน เนื่องจากประชาชนทั้ง 4 ตำบลนี้ มีอาชีพทำเกษตรกร ทำสวน ทำไร่ เป็นหลัก 

“ผมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันงบประมาณ ส่งเสริมให้เกิดการโครงการวางท่อน้ำ HDPE จัดทำน้ำประปาระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด มีน้ำใช้ แต่ในขณะนี้พบว่า ยังขาดงบประมาณในการที่จะทำการวางท่อ เพื่อการผลิตน้ำปะปาที่จะป้อนให้กับประชาชนได้ใช้น้ำประปา ขอให้หน่วยงานเร่งดำเนินการพิจารณาโดยด่วน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว” นายอนุรัตน์ กล่าว

นายอนุรัตน์ กล่าวต่อว่า ถนนสาย 1021 เป็นถนนที่เชื่อมต่อจาก อำเภอจุนสู่ อำเภอเชียงคำ ใน กมที่ 70+300 -กมที่ 71+400 เป็นแยกเชียงบาน เป็นจุดเสี่ยงสำคัญ ที่ประชาชนได้ประสบอุบัติเหตุ อย่างที่เรียนไว้ข้างต้นครับ กมที่ 70+300 -กมที่ 71+400 ตนขอให้ขยายเป็นถนนสี่เลน และมีสัญญาณไฟจราจร ให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน 

'ขัตติยา' กระทุ้ง 5 ประเด็นกองทุนประกันสังคม หลังพบติดลบหลายหมื่นล้าน ทวงถามวิธีแก้ไข

(20 ก.ค.66) ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณารับทราบรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม ปี 2564 ถามผู้บริหารถึงปัญหารายได้เฉลี่ยกองทุนประกันสังคมติดลบหลายหมื่นล้านจะมีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร และจะบริหารกองทุนอย่างให้โปร่งใสมั่นคงและผู้จ่ายเงินสมทบสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายได้

1. กองทุนประกันสังคมถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันและความมั่นคงให้ผู้ใช้แรงงาน โดยเป็นความไว้วางใจที่ภาคแรงงานมีให้กับภาครัฐ แต่สถานการณ์ปัจจุบัน มีคำถามจากผู้ประกันตนที่ต้องจ่ายเงินสมทบว่า กองทุนประกันสังคมนี้ยังเป็นหลักประกัน ยังมีความมั่นคงและความไว้วางใจที่มีให้กับกองทุนนี้อยู่หรือไม่

2. ความท้าทายปัญหาของกองทุนประกันสังคม มี 2 ประการคือ 1. ช่วงสถานการณ์โควิด รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เอาเงินจากกองทุนประกันสังคมไปเยียวยาผู้ตกงานจำนวนมหาศาล จนเกิดคำถามว่าขณะนี้กองทุนเหลือเงินอยู่เท่าใด และ 2. สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในอนาคตอันใกล้ต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อดูแลเป็นบำเหน็จบำนาญและค่ารักษาพยาบาล กองทุนนี้จะมีเงินทุนเพียงพอหรือไม่

3. แรงงานผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเดือนละ 5 เปอร์เซ็นต์ สูงสุด 750 บาท ซึ่งถือว่าน้อยมากไม่พอจะเป็นเงินออมในอนาคต แต่ขณะเดียวกันก็เป็นภาระหนักของพี่น้องที่ต้องจ่ายเงินในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ แต่กองทุนประกันสังคมต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ว่า เงินก้อนนี้จะเป็นหลักประกันในอนาคตให้เขาได้จริงๆ สำนักงานประกันสังคมต้องบริหารงานให้โปร่งใสและตรวจสอบได้

4. กองทุนประกันสังคม มียอดรายได้เฉลี่ยต่ำกว่ารายจ่ายอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะปี 2563 ติดลบ 6.5 พันล้าน ปี 2564 ติดลบ 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ามีปัญหาติดลบมากขึ้นทุกปี แต่ไม่มีคำตอบชัดเจนจากผู้บริหารกองทุนประกันสังคมว่า จะแก้ไขปัญหาอย่างไร

5. ประชาชนผู้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ต่างคาดหวังที่จะมีหลักประกันและความมั่นคงที่จะได้จากสำนักงานประกันสังคม และกองทุนประกันสังคม ดังนั้น จึงต้องขอให้กองทุนพิจารณาปรับเปลี่ยนการบริหารงาน เพื่อสร้างความมั่นคง สร้างหลักประกันให้สมกับความไว้วางใจ ที่ภาคแรงงานภาคเอกชนที่มีให้กับภาครัฐต่อไป 

‘อี้ แทนคุณ’ ย้อนถาม “จะให้เลือกตั้งทำไม ถ้าคุณยังถือหุ้นสื่ออยู่” ชี้ ‘พิธา’ ชวดนายกฯ ควรโทษตัวเองหยุดปลุกปั่นสร้างแตกแยก

(20 ก.ค. 66) ดร.แทนคุณ จิตต์อิสระ รักษาการประธานคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และความเสมอภาคระหว่างเพศ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมรัฐสภาที่ถกกันกว่า 7 ชั่วโมงโดยผลโหวตไม่สามารถเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้ง และหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7:2 รับคดีที่ กกต.ร้องให้วินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส.นั้น เกิดจากเหตุเพราะนายพิธา ขาดธรรมาภิบาลในตัวเอง เป็นคน ‘ทุศีล’ มีมลทิน รู้ทั้งรู้ว่าห้ามถือหุ้นสื่อ ITV ที่ยังคงสถานะความเป็นหุ้นสื่ออยู่ แต่ก็จงใจฝ่าฝืนกฎหมาย 

หรือเป็นเพราะเชื่อกุนซือด้านกฎหมายคนเดียวกันที่เคยแนะนำนายธนาธร จนเป็นเหตุให้เจริญรอยตามกันใช่หรือไม่? ทั้งการสิ้นสมาชิกภาพ ถูกตัดสิทธิและถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 151 อันเป็นวิบากกรรม ที่นายพิธา ทำตัวเองล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับใครคนอื่นเลย 

หากจะโทษจงโทษตัวเองที่ไม่รอบคอบพอและตีความกฎหมายตามใจตนเอง และควรหยุดนำมาสร้างวาทกรรมโจมตี ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังกันในหมู่ประชาชน เกลียดชังองค์กรอิสระและเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ที่ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยควรให้สติให้ปัญญาในการเคารพกฎหมายไม่ใช่เป็นฝ่ายออกกฎหมายแต่กลับทำลายกฎหมายเสียเอง  

ขอย้ำประเทศไทยเป็น ‘นิติรัฐ’ ไม่ใช่ ‘นิติด้อมส้ม’ มีกฎหมายไม่ใช่กฎหมู่ และประชาชนตาสว่างเยอะแล้วหลังจับโป๊ะ เครือข่ายก้าวไกลและพวกใช้ IO หรือปฎิบัติการทางข้อมูลข่าวสารคุกคามกระบวนการยุติธรรม ศาล กกต. ส.ว.และคนเห็นต่างแบบล่าแม่มด

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นวิบากกรรมที่นายพิธา หลอกตัวเองมาตลอดว่าตนไม่ผิด 

“ผมจึงขอเตือนสตินายพิธาว่า ควรใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ กลับใจสำนึกในความผิดที่ตนก่อไว้อย่าสร้างกรรมเพิ่มและสำนึกในบุญคุณประเทศชาติบ้านเมืองทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพกฎหมายไม่ด้อยค่าประเทศ ไม่ด้อยค่าสถาบันหลักของชาติ หยุด ‘โทษคนอื่น’ ให้คนเข้าใจผิดเพื่อสร้างความแตกแยกในสังคม และพิจารณาตนเองว่าคุณทำผิดอะไรบ้าง รู้ทั้งรู้ว่าคุณทำในสิ่งที่กฎหมายหัามไว้ แล้วจะให้มีเลือกตั้งไปทำไม คุณมีการไปรับรองผู้สมัคร ส.ส.ในฐานะหัวหน้าพรรคทำไม ให้ต้องเสียเวลาสภาสองวันทำไม และสุดท้ายโทษคนอื่นทำไม ทั้งหมดนี้ หากเกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองคือต้นทุนที่แท้จริงที่นายพิธาและพรรคก้าวไกลต้องจ่าย” ดร.แทนคุณ กล่าว

‘เสก โลโซ’ ลั่น!! การเมืองมันห่วยแตก ขอมอบเพลง ‘เคยรักฉันบ้างไหม’ ให้คนที่อกหักทางการเมือง

เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ค.66 ที่สถานบันเทิงโรงเหล้ามิตรภาพโคราช ศิลปินร็อกรุ่นใหญ่ 'เสก โลโซ' หรือนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย ขึ้นแสดงบนเวทีคอนเสิร์ต โดยมีผู้มารอรับชมจำนวนมาก

โดยช่วงก่อนจบการแสดง ร็อกสตาร์ชื่อดังได้กล่าวกับผู้ชมหลากหลายสถานะจำนวนหลาย 100 คนว่า...

“วันนี้เราจะเมานะครับเพื่อน อุทิศให้กับการเมืองที่มันห่วยแตกครับเพื่อน ๆ ครับ พูดมากไม่ได้ เดี๋ยวเขาจับไปขังอีก”

“ผมมีเรื่องที่จะพูดเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ถ้าพูดไปก็จะขัดความสนุกของเพื่อน ๆ เปล่า ๆ จะบอกว่า 14 ล้านเสียงของเรานั้น ไม่มีเหตุผลเลย ใช่ไหมครับ 14 ล้านเสียงคือประชาชน พูดต่อไปแม่งก็การเมืองมันห่วยแตก กินส้มตำใส่ปลาแดกเวิร์กกว่า (เป็นทำนองเพลง) จะร้องเพลงนี้ให้กับคนที่อกหักในการเมืองในวันนี้นะครับ เคยรักฉันบ้างไหม เพื่อน ๆ ครับ”

ท่ามกลางเสียงตบมือเป่าปากที่ 'เสก โลโซ' ได้สะท้อนความรู้สึกในภาวะการเมืองที่ไม่ปกติ

‘ณัฐวุฒิ’ ยัน!! สถานะ ‘พิธา’ ครบถ้วนทุกประการ จ่อเสนอชื่อชิงเก้าอี้นายกฯ อีกรอบ

(20 ก.ค.66) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ ถึงคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สั่งให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดในคดีที่ถูกตรวจสอบว่าขาดคุณสมบัติ กรณีถือครองหุ้นสื่อหรือไม่ ทำให้ขณะนี้มี ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ จำนวน 499 คน

จากนั้น นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกหารือต่อประชุม ว่า นายพิธา ประกาศต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ว่า รับทราบ แต่ไม่ยอมรับ ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่อ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น ถือว่าไม่มีผลกระทบต่อการถูกเสนอชื่อฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคก้าวไกล ดังนั้น นายพิธา จึงมีสถานะครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ ดังนั้น จึงมีโอกาส มีสิทธิ ถูกเสนอชื่อให้ต่อสู้ฐานะแคนดิเดตนายกฯ และลงมติเห็นชอบให้นายพิธาเป็นนายกฯ ได้

“การให้ความเห็นชอบประเด็นเสนอชื่อนายพิธาให้เป็นนั้น หากให้ผมยืนยันอาจจะเร็วไป แต่สิ่งที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่พยายามจะพูดกับที่ประชุมรัฐสภา เมื่อ19 กรกฎาคม แต่ไม่มีโอกาส คือ ข้อบังคับการประชุมข้อ 41 วรรคท้าย กำหนดให้ ประธานรัฐสภาพิจารณาต่อได้ หากมีสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ผมขอยืนยันความสมบูรณ์ครบถ้วนต่อสภา ว่า นายพิธา สามารถเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ของประเทศไทย คนไทยทุกคนไม่เฉพาะคนที่เลือกพรรคก้าวไกลเท่านั้น” นายณัฐวุฒิ อภิปราย

นายณัฐวุฒิ อภิปรายย้ำด้วยว่า กรณีของศาลรัฐธรรมนูญต่อกรณีของนายพิธานั้น ยังไม่มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่า นายพิธา นั้นกระทำผิด หรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ตามหลักการของกฎหมาย ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ขณะเดียวกัน ศาลจะวินิจฉัยอย่างไร ไม่มีใครทราบ ซึ่งการเลือกนายกฯ นั้นรัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 และมาตรา 272 ดังนั้นนายพิธาจึงมีสถานะและความสมบูรณ์ที่จะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ ต่อรัฐสภา

‘อรรถกร’ วอนกรมชลฯ แก้ปัญหาผักตบชวาล้นแม่น้ำบางปะกง ลดความเดือดร้อนประกอบอาชีพในลำน้ำของประชาชน .

(20 ก.ค. 66) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ กล่าวหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องจังหวัดฉะเชิงเทราในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความไม่สะดวกในการสัญจรไปมา โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน บนทางหลวงหมายเลข 3076 เส้นพนมสารคาม บ้านซ่า โดยเฉพาะในช่วง จากตำบลหนองยาว อำเภอพนมสารคาม ไปถึงช่วงตำบลดงน้อย อำเภอราชสาน ว่าในช่วงเวลากลางคืนแสงสว่างไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดความไม่สะดวก และเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม ขอให้ติดตั้งไฟส่องสว่างเป็นช่วง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน 

นายอรรถกร ยังกล่าวต่อถึงปัญหาจากประชาชนที่อาศัยอยู่ช่วงถนนสายบางปะอิน หมู่ที่ 6 ตำบลบางกระเจ็ด ว่าในบางช่วงของการใช้ไฟฟ้ามีเหตุการณ์เกิดไฟตกทำให้การใช้ชีวิตภายในบ้านไม่ปกติ หลายครั้ง เครื่องใช้ไฟฟ้าก็เสียหาย่ จึงขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ช่วยขยายเฟสไฟใน ช่วงหมู่ที่6 ตำบลบางกระเจ็ดจาก 2 เฟสเป็น 3 เฟสทั้งหมดด้วย จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้เยอะ

“ส่วนเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วนอีกเรื่อง เนื่องจากในขณะนี้แม่น้ำบางประกง ในช่วงของตำบลกลางตลาด ช่วงตำบลบางขนาด และในบริเวณอำเภอคลองเขื่อน และที่เขตบางปะกง มีปัญหาผักตบชวาล้น ต้องเรียกว่า ‘มวลมหาผักตบชวา’ ก็เป็นไปได้ สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่มีวิถีชีวิตประมงในลำน้ำเพื่อมาเลี้ยงชีพ รวมถึงปัญหาของการสัญจรไปมาในริมคลองแม่น้ำ ซึ่งเป็นปัญหาทุกปี

ซึ่งในอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้รับความช่วยเหลือจากกรมชลประทาน องค์กรจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมไปถึงอำเภอกำนันผู้ใหญ่บ้าน อบต และพี่น้องประชาชนช่วยกันป้องกันปัญหาผักตบชวาที่ต้องจัดการ โดยการต้องเรี่ยไรเงิน ที่จะนำไปแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ผมขอให้กรมชลประทานช่วยระดมกำลังเครื่องไม้เครื่องมือมาแก้ไขอย่างต่อเนื่อง” นายอรรถกร กล่าว

'อัครเดช' แนะ 'ก้าวไกล' ทบทวนถอยนโยบายแก้ ม.112 เดี๋ยวอาสาขอเสียง ส.ส.หนุน 'พิธา' ขึ้นนายกฯ เอง

(20 ก.ค.66) ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ตนขอแนะนำให้พรรคก้าวไกล ยอมทบทวนนโยบายแก้ไขมาตรา 112 เพื่อให้เป็นสถานการณ์ใหม่ และสามารถเสนอชื่อนายพิธา กลับเข้ามาให้รัฐสภาพิจารณาเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ได้ในสมัยการประชุมถัดไป โดยตนจะอาสาไปทำความเข้าใจ ส.ส.ฝั่งที่ไม่สนับสนุนนายพิธา และพร้อมสนับสนุนพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ จึงขอให้พรรคก้าวไกลทบทวนในเรื่องนี้  

หากพรรคก้าวไกลยอมถอนมาตรา 112 ตนมั่นใจว่า เหตุการณ์การประชุมรัฐสภา 19 ก.ค.จะไม่เกิดขึ้น และสามารถโหวตนายพิธาได้ เนื่องจากพรรคก้าวไกล ไม่ยอมถอยมาตรา 112 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้นายพิธา ไม่ได้รับการลงมติให้เป็นนายกฯ และเชื่อว่า พรรคก้าวไกลยังมีโอกาสเป็นรัฐบาลด้วยการทบทวนการแก้ไขมาตรา 112 และคิดถึงประชาชนจำนวนมาก ที่สนับสนุนให้เข้ามาบริหารประเทศ ไม่ต้องการให้แตะมาตรา 112 ที่มีผลกระทบต่อสถาบัน

เมื่อถามว่า แนวทางของพรรค รทสช. ในการเสนอนายกรัฐมนตรีในการประชุมรัฐสภาวันที่ 27 ก.ค.นี้ จะเป็นอย่างไรนั้น นายอัครเดช กล่าวว่า ตนเป็นเพียงโฆษกพรรคไม่สามารถตอบได้ เพราะจะต้องรอให้พรรคมีการพิจารณา เพื่อมีข้อสรุปออกมาเป็นมติพรรคก่อน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top