Wednesday, 15 July 2026
LITE

‘ยวน แบลร์’ ลูกชายอดีตนายกฯ อังกฤษ เศรษฐีพันล้านจากการสร้าง ‘Multiverse’

ลูกชายหมายเลขหนึ่งหลายคน ที่กลายเป็นจุดสนใจของสังคมตั้งแต่เด็ก อาจเกิดมามีชีวิตที่ล้มเหลว จากความกดดัน หรือความคาดหวังของคนจำนวนมาก แต่ไม่ใช่ ยวน แบลร์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ที่โตขึ้นมาประสบความสำเร็จเป็นมหาเศรษฐี แถมยังได้รับพระราชทานเครื่องราชชั้นเอ็มบีอี จากสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ ที่ 2 ตั้งแต่อายุยังน้อย

ยวน แบลร์ กลายเป็นข่าวพาดหัวอย่างรวดเร็ว หลังจากที่สร้างสรรค์แพลตฟอร์ม มัลติเวิร์ส เทคโนโลยีการเรียนรู้ออนไลน์ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีภายในเวลาไม่กี่เดือน

ก่อนหน้านี้ ในวัย 16 ยวน เคยเป็นข่าวพาดหัวตอนที่ออกมาขอโทษสังคม เรื่องเมาแล้วขับ ที่ย่านเวสต์เอ็น กรุงลอนดอน แต่ 20 กว่าปีต่อมา กลายเป็นพาดหัวในเรื่องดีๆ ในฐานะอัจฉริยะแห่งยุคมิลเลนเนียน ด้วยแพลตฟอร์มของเขา ทำให้เด็ก ๆ สามารถหางานที่ดี ๆ ทำได้ โดยไม่ต้องเรียนจบระดับมหาวิทยาลัย

มหาเศรษฐีระดับเจ้าของบริษัทและซีอีโอหลายคนดรอปหรือเลิกเรียนหนังสือกลางคัน แต่ไม่ใช่ ยวน ที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์ยุโรปโบราณจากมหาวิทยาลัยบริสตอล รวมทั้ง ปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยเยล

นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์ฝึกงานที่รัฐสภาของสหรัฐฯ ก่อนจะไปเขาเรียนด้านการเงินของมอร์แกน สแตนลีย์ ในปี 2008 เขาให้สัมภาษณ์ว่า จริง ๆ พอโตแล้วก็ขี้เกียจเรียนหนังสือ แต่ต้องเรียน เพราะเห็นว่า คือหนทางเดียวที่จะมีอาชีพการงานที่ดี

แม้ว่า ยวน แบลร์ จะเติบโตมาบนกองเงินกองทองอยู่แล้ว แต่ความร่ำรวยเป็นเศรษฐีพันล้านของเขา มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองโดยแท้ ในการสร้างสรรค์ มัลติเวิร์ส ที่เป็นสตาร์ตอัปการเรียนรู้ ที่ช่วยจับคู่สมาชิกรุ่นเยาว์ของเว็บไซต์เข้ากับงานการในบริษัทชั้นนำ อย่างกูเกิลและบลูมเบิร์ก ฯลฯ

ไอเดียของยวน เกิดขึ้นหลังจากที่เขาเริ่มตระหนักว่า ที่เรียนมาด้านประวัติศาสตร์ยุโรปโบราณจากบริสตอลนั้น ไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่ มัลติเวิร์ส ยังไม่สุกงอม จนกระทั่งเขาได้พบกับ โซฟี อะเดลแมน ที่มอร์แกน สแตนลีย์ และทั้งคู่ก็ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทชื่อ ไวท์แฮท

แพลตฟอร์มดังกล่าว เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับที่ โทนี พ่อของเขาเคยประกาศเป็นนโยบายของอังกฤษ เรื่องการสนับสนุนให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย โดยในปี 1999 ที่โทนี แบลร์ เป็นนายกรัฐมนตรี เขาทำได้อย่างที่พูดเพียง 50% เท่านั้น เป้าหมายของเขาสำเร็จในปี 2019 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่เขาลงจากตำแหน่งไปนานถึง 12 ปี

25 มิถุนายน พ.ศ. 2459 สถานีรถไฟหัวลำโพง เปิดใช้งานวันแรก มรดกทรงคุณค่าจากในหลวง รัชกาลที่ 5

สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือที่นิยมเรียกกันว่า สถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นสถานีรถไฟหลักของประเทศไทย และเป็นสถานีที่เก่าแก่ที่สุด สร้างในสมัย รัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2453 สร้างเสร็จและเริ่มใช้งาน วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2459 ในช่วงรัชสมัย ร.6 

สถานีรถไฟหัวลำโพง  เป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่เชื่อมต่อหัวเมืองต่าง ๆ ทำให้การขนส่งสินค้าและการเดินทางของผู้คนสะดวกรวดเร็ว สถานีกรุงเทพ จึงมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายตั้งแต่ ประวัติความเป็นมา อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตผู้คนที่ผูกพันกับหัวลำโพงตลอดมา ผ่านยุคสมัย นำมาซึ่งผู้คนที่เริ่มเดินทางเข้ามาตั้งรกรากถิ่นฐานมากมายจากทุกทิศทั่วไทย มีส่วนทำให้ชุมชนเมืองของกรุงเทพฯ ขยายตัวและเจริญยิ่งขึ้น เปรียบเป็นสถานีชุมทางเศรษฐกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน และเป็นต้นทางในการนำความเจริญออกไปทั่วประเทศไทยในทุกทิศ จากภาคกลาง สู่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ตามเส้นทางรถไฟสายต่าง ๆ ที่สร้างครอบคลุมทั่วประเทศไทย ที่มาจากจุดกำเนิดเดียวกัน คือ สถานีกรุงเทพ 

แม้ปัจจุบันเส้นทางถนนและรถยนต์จะเจริญมากขึ้นและแบ่งความเจริญไปบนเส้นทางถนนจำนวนหนึ่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ การเดินทางของประชาชนจำนวนมากก็ยังต้องพึ่งพาการเดินทางด้วยรถไฟอยู่ตลอดมา ตามบทบาทและตามสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนไปจนถึงยุคปัจจุบัน ถึงแม้ว่าในอนาคตการรถไฟแห่งประเทศไทยจะพัฒนาไปสู่ยุครถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง อาจทำให้สถานีกรุงเทพไม่เพียงพอที่จะรองรับการเดินทางของประชาชนในอนาคต แต่สถานีกรุงเทพ ยังคงมีความสำคัญในฐานะประวัติศาสตร์ของการเดินทางอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ที่ให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้จุดกำเนิดของการขนส่งระบบรางต่อไปในอนาคต และยังคงต้องอยู่กับคนไทย ไปอีกตราบนานเท่านาน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการคมนาคมทางรถไฟเพื่อให้เกิดความเจริญแก่บ้านเมืองเป็นสำคัญ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการเป็นสัญลักษณ์แห่งการนำพาสยามสู่ยุคแห่งการพัฒนาประเทศ เพื่อสร้างความเจริญเท่าเทียมนานาอารยประเทศ อันนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เปิดเดินขบวนรถไฟหลวงสายแรกในราชอาณาจักรไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2439 และได้ดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟสายต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้สถานีรถไฟกรุงเทพแห่งแรกที่อยู่บริเวณหลังอาคารกรมรถไฟหลวง ไม่สามารถรองรับการให้บริการของประชาชนได้อย่างเพียงพอ กรมรถไฟหลวง จึงริเริ่มที่จะสร้างสถานีรถไฟกรุงเทพที่มีความทันสมัย สวยงามเป็นศรีสง่าแก่พระนคร โดยมีคุณค่าในด้านต่าง ๆ กล่าวคือ 

‘เด็กอัสสัมชัญ’ คว้าแชมป์โลกสร้างดาวเทียมจำลองจิ๋ว ในงาน Annual CANSAT Competition 2022

ภาคภูมิใจเด็กไทยเก่งไม่แพ้ใคร คณะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพมหานครได้รับรางวัลชนะเลิศ คว้าแชมป์โลกจากการแข่งขันโครงการ Annual Cansat Competition 2022 สร้างดาวเทียมจำลองจิ๋ว ณ สถาบันโพลีเทคนิค และมหาวิทยาลัยรัฐเวอร์จิเนีย รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา

ล่าสุด เมื่อวันที่ (19 มิ.ย. 65) ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ ในฐานะนายกสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย พร้อมคณะครู ตัวแทนคณะกรรมการสมาคมอัสสัมชัญ รวมทั้งผู้ปกครองเดินทางไปรับทีม Descendere ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ส่วนทีม Gravity ได้อันดับ 7 จะบินกลับมาประเทศไทยในวันอังคารที่จะถึงนี้

ทาง American Astronautical Society (AAS) ได้จัดการแข่งขันออกแบบและสร้างในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับอวกาศสำหรับนักเรียนประจำปี โดยโครงการ Annual Cansat Competition 2022 เป็นการแข่งขันสร้างดาวเทียมจำลองระดับนานาชาติที่มีขนาดเล็กจิ๋วเท่ากระป๋องเครื่องดื่มหรือที่เรียกว่า ‘Cansat’ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายตั้งแต่วันที่ (9 - 12 มิถุนายน 2565)

ภารกิจในปี 2022 นี้ คือ การติดตั้ง Tethered Payload หรือ อุปกรณ์ที่จะดีดตัวออกมาจากภาชนะทรงกระบอก (CANSAT) พร้อมเชือกยาว 10 เมตร ไปกับจรวดที่บินขึ้นสู่ท้องฟ้าไปที่ระดับความสูง 700 เมตร จากพื้นโลก ด้วยความเร็วเสียง (346 เมตรต่อวินาที) การติดตั้งระบบให้สามารถปล่อยเชือกความยาวขนาดนี้ไว้ใน CANSAT ที่มีพื้นที่ที่จำกัดมาก ๆ

โดยมีทีมตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ จากทั้งสิ้น 23 ทีม เข้ารอบชิงชนะเลิศ จาก 11 ประเทศทั่วโลก เพื่อคัดเลือกหาผู้ชนะเลิศซึ่งนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขัน Thailand Cansat Rocket Competition 2022 ซึ่งจัดโดยสทป. และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และ สทป. ได้สนับสนุนบุคลากร เครื่องมือและอุปกรณ์ทดสอบที่มีอยู่ในการทดสอบจำลองสภาพแวดล้อม (Environmental Test) ตามกติกาการแข่งขันรวมถึงทดสอบการทำงานของดาวเทียมขนาดเล็ก (Cansat)

24 มิถุนายน พ.ศ.2475 วันเปลี่ยนการปกครองประเทศไทย ครบ 90 ปี การอภิวัฒน์สยาม สู่ ประชาธิปไตย

วันที่ (24 มิถุนายน พ.ศ. 2475) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของประเทศไทย เพราะเป็นวันที่คณะราษฎรได้ทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเช่นทุกวันนี้

สำหรับกลุ่มที่ทำการยึดอำนาจและเปลี่ยนการปกครอง หรือ คณะราษฎรนั้น เกิดจากการประชุมของคณะผู้ก่อการ ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและนักเรียนทหารที่ศึกษางานที่ทวีปยุโรป ที่หลายคนคุ้นชื่อก็จะมี ปรีดี พนมยงค์ ,ประยูร ภมรมนตรี ,แปลก ขีตตะสังคะ ทั้งหมดได้วางแผน ร่วมมือกันเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลง โดยตกลงว่าจะใช้วิธีการ ยึดอำนาจโดยฉับพลัน หลีกเลี่ยงการนองเลือดแบบที่เคยเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศส 

วันที่ (24 มิถุนายน 2475) แผนการก็ได้เริ่มขึ้น คณะราษฎรได้นำกองกำลังทหารบก ทหารเรือ มารวมตัวกันบริเวณรอบพระที่นั่งอนันตสมาคม โดยอ้างว่าเป็นการสวนสนาม หลังจากนั้นให้ พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา อ่านคำประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 

โดยเนื้อหาหลักก็เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ประโยคหนึ่งที่เรามักเห็นตามข่าวบ่อย ๆ ก็มาจากเหตุการณ์นี้ ประโยคนั้นคือ

 “ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่หลอกลวง”

โดยใจความหลักก็เป็นการอธิบายถึงหลักการของคณะราษฎรในครั้งนี้ ว่าทำเพื่ออยากให้บ้านเมืองดีขึ้น และให้บ้านเมืองบรรลุเป้าหมาย 6 ประการได้แก่

1. จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
.
2. จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก

3. จะต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก

4. จะต้องให้ราษฎรได้มีสิทธิเสมอภาคกัน ไม่ใช่ให้พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่

5. จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก 4 ประการดังกล่าวข้างต้น

6. จะต้องให้มีการศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

23 มิถุนายน พ.ศ. 2529 เกิดจลาจลเผา รง.แทนทาลัม ที่ จ.ภูเก็ต จุดเปลี่ยนสำคัญจากพึ่งพาเหมืองแร่สู่การท่องเที่ยว

วันนี้ในอดีต (23 มิ.ย. 2529) ได้เกิดเหตุจลาจลขึ้นที่ จ.ภูเก็ต จากการที่ผู้ชุมนุมประท้วงจุดไฟเผาโรงงานแทนทาลัมจนวอดวาย ไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ตามกำหนด สุดท้ายต้องย้ายไปสร้างที่อื่น

ตั้งแต่สมัยโบราณมา ‘แร่ดีบุก' นับเป็นทรัพยากรสำคัญที่สร้างรายได้หลักให้กับภูเก็ตมาตลอด แต่ตั้งแต่ปี 2524 ราคาดีบุกในตลาดโลกเริ่มต่ำลง การค้าดีบุกจึงซบเซาพร้อม ๆ กับปริมาณ ‘ดีบุก' ที่มีการขุดพบลดลง

ในระหว่างที่อุตสาหกรรมการผลิตและการค้าดีบุกชะลอตัว ก่อนหน้านั้นชาวภูเก็ต ได้รับรู้และพบว่า 'ขี้ตะกรันดีบุก' หรือ ‘สะแหลกดีบุก' เป็นแร่ที่สามารถขายได้ในราคาดี เพราะมีแร่โคลัมไบต์–แทนทาไลต์ ซึ่งเป็นแร่ยุทธปัจจัยใช้สำหรับทำยานอวกาศหรือหัวจรวดนำวิถีและขีปนาวุธต่าง ๆ ทั้งนี้เพราะมีคุณสมบัติพิเศษที่ทนต่อความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้เสียดสีของอากาศได้สูงมาก แร่โคลัมไบต์–แทนทาไลต์ มีราคากิโลกรัมละ 60–70 บาทและเมื่อนำมาผ่านกระบวนการสกัดต่อจนได้ ‘แร่แทนทาลัม'จะมีราคาสูงกว่าแร่แทนทาไลต์หรือขี้ตะกรันดีบุกประมาณ 40-50 เท่า

เมื่อชาวบ้านทราบว่า 'ขี้ตะกรัน' เป็นของมีราคาจึงแตกตื่น ส่งผลให้บรรดานายทุนต่าง ๆ ยื่นประมูลต่อทางการขอขุดถนนเก่า ๆ ทุกสายในตัวเมืองภูเก็ต โดยมีข้อตกลงว่า เมื่อขุดเสร็จแล้วจะสร้างถนนใหม่ทดแทน ส่วนบ้านที่ปลูกสร้างอยู่บนเตาถลุงที่มีขี้ตะกรันฝังอยู่มาก ๆ ก็จะถูกรื้อหรือทุบพื้นทิ้งเพื่อขุดเอาขี้ตะกรันดังกล่าวขึ้นมา ในขณะนั้นคนภูเก็ตสามารถทำรายได้จากการขุดขาย 'ขี้ตะกรันดีบุก'  หรือรับจ้างขุด สูงถึงวันละ 180 บาท 

ผลจากการตื่นตัวใน 'แร่แทนทาลัม' ส่งผลให้เกิดแนวคิดที่จะสร้าง 'โรงงานถลุงแทนทาลัม' ขึ้น โดยในวันที่ (28 ธ.ค. 2522) บริษัท ไทยแลนด์ แทนทาลัม อินดัสตรี จำกัด ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัท โดยมีโครงการก่อสร้างโรงงานที่อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ต่อมาได้รับใบอนุญาตให้สร้างโรงงานในปี 2526 จนก่อสร้างแล้วเสร็จ และคาดว่าจะเปิดดำเนินการตั้งแต่ต้นปี 2529 แต่โรงงานไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เพราะประสบปัญหาการคัดค้านจากหลายภาคส่วนทั้งในระดับจังหวัดและประเทศอย่างรุนแรง เนื่องจากชาวภูเก็ตได้รับข้อมูลจากฝ่ายคัดค้านการเปิดโรงงานว่า โรงงานแทนทาลัมจะก่อให้เกิดมลพิษต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมของภูเก็ต จนนำมาสู่ความขัดแย้งแผ่ขยายตัว

Whoscall ออกแคมเปญตัดจบแก๊งคอลเซ็นเตอร์! ไม่ต้องรู้มุก คนไทยก็ ‘รู้ทัน’ตั้งแต่เห็นเบอร์

หลากสายแปลกที่โทรเข้ามาแทบจะครบเวลาหลังอาหาร 3 มื้อของคุณ ๆ ท่าน ๆ ผ่านเบอร์แปลกของบรรดามิจฉาชีพใต้เงาที่เราเรียกว่า ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ นั้น มักสร้างความวิตกกังวลสำหรับคนที่ ‘ไม่รู้ทัน’ 


พอรับไปพลัน ก็จะเจอเนื้อหาที่ทำให้ต้องแอบหวั่น ว่าฉันไปทำอะไรผิดไว้ ต้องจ่ายค่าบริการอะไร ต้องเสียค่าปรับหรอ ทำไมต้องจ่าย จ่าย และ จ่าย 

ฟังดูเหมือนเรื่อง ‘ขำ’ แต่บทนำที่ทำให้ขำแห้ง คือ ดันมีคนไทยที่ ‘หลงเชื่อ’ และถูกหลอกไปแล้วกว่า 6.4 ล้านครั้ง คิดเป็นเงินสูญเสีย ก็เบาะ ๆ แค่ 1,600 ล้านบาทเองในปีที่ผ่านมา 

แน่นอนว่า แม้ทุกวันนี้ ข่าว ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ จะเริ่มปล่อยออกมาให้คน ‘รู้ทัน’ กันมากขึ้น เพราะมันมีสไตล์ที่หลากหลายออกมาไม่เว้นแต่ละวัน ภายใต้มุกใหม่ ๆ ที่ตามทันบ้าง ตามไม่ทันบ้าง แต่หลายคนเริ่มจับทางได้!!

แต่คำถาม คือ เราเริ่มชินจริง ๆ ใช่ไหม? 
ใช่!! เราเริ่มชิน 
แต่…เราก็เริ่ม ‘รำคาญ’
และเมื่อเราเริ่มรำคาญ เราก็อยากหาทางออก!!

เพราะถึงแม้จะเริ่มมีคนรู้ทัน แต่สายแปลก ๆ จากบรรดา ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ ที่หลุดเข้ามา แบบหน้าด้าน ๆ ทั้งวี่ทั้งวัน มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะไป ‘รู้ทัน’ ได้ง่าย ๆ สุดท้ายก็ต้องเผลอไปรับให้รำคาญใจทุกทีไป เพราะหากมีสายสำคัญจริง ๆ โทรเข้ามา แล้วเราเลือกไม่รับเลย เดี๋ยวจะงานงอก!! 

จากปัญหา ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่การหลอกลวงเพื่อปลดทรัพย์ แต่กลับพ่วงไปด้วยความน่ารำคาญของสายแปลกจาก ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ ก็ไป ‘ปะทุ’ จนเกิดเป็น ‘ไอเดีย’ ให้ผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อย่าง Whoscall ต้องออกโรงมาแอกติ้งแบบจริงจัง!!

 



โดย Whoscall เป็นแอปพลิเคชันมือถือระบุสายโทรเข้าที่ไม่รู้จัก เป็นแอปที่ใช้งานง่าย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย แถมยังดาวน์โหลดได้ฟรีที่ : https://whoscallthailand.onelink.me/1Ffj/prGetApp นั้น มีความตั้งใจที่จะช่วยคนไทย ให้เอาชนะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพได้ตั้งแต่เห็นเบอร์ 

22 มิถุนายน พ.ศ.2415 ครบรอบ 150 ปี วันมรณภาพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)

วันนี้ในอดีต (22 มิ.ย.2415) สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) (นามเดิม: โต) หรือนามที่นิยมเรียก ‘สมเด็จโต’ ‘หลวงปู่โต’ หรือ ‘ขรัวโต’ พระเกจิอาจารย์รูปสำคัญแห่งต้นสมัยรัตนโกสินทร์ มรณภาพ สิริอายุรวม 84ปี

สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำ ปีวอก จุลศักราช 1150 เวลาพระบิณฑบาต (ตรงกับวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331) ณ บ้านไก่จ้น (บ้านท่าหลวง) อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

มารดาบิดาของท่านเป็นใครไม่ทราบแน่ชัด มีผู้กล่าวประวัติของท่านในส่วนนี้แตกต่างกันไปหลายฉบับ เช่น ฉบับของพระยาทิพโกษา กล่าวว่า มารดาของท่านชื่อนางงุด บุตรของนายผลกับนางลา ชาวนาเมืองกำแพงเพชร หรือฉบับของพระครูกัลยาณานุกูล (เฮง อิฏฐาจาโร) กล่าวว่า มารดาของท่านชื่อเกตุ คนท่าอิฐ อำเภอบางโพ อย่างไรก็ดีมารดาของท่านเป็นชาวเมืองเหนือ (คำเรียกในสมัยอยุธยา) เพราะทุกแหล่งอ้างอิงกล่าวตรงกันว่ามารดาของท่านเป็นชาวเมืองเหนือแต่ได้ลงมาทำมาหากินแถบภาคกลางในช่วงหลัง

สำหรับบิดาของท่านนั้น ฉบับของพระยาทิพโกษา กล่าวว่าท่านเป็นโอรสนอกเศวตฉัตรของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ครั้งทรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าพระยาจักรี ส่วนฉบับของพระครูกัลยาณานุกูล และฉบับของตรียัมปวายกล่าวว่าท่านเป็นโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และแม้ในฉบับของตรียัมปวายจะมีข้อสันนิษฐานเพื่อยืนยันหลายข้อ แต่อย่างไรก็ตาม ประวัติทั้งสองฉบับกล่าวตรงกันเพียงว่า ข้อสันนิษฐานว่าด้วยบิดาของท่านนั้นเป็นเพียงเรื่องเล่าซึ่งชาวบ้านในสมัยนั้นกล่าวและเชื่อกันโดยทั่วไป

เมื่อถึงวัยพอสมควรแล้ว ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อ พ.ศ. 2343 ต่อมาปรากฏว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดและเมตตาสามเณรโตเป็นอย่างยิ่ง ครั้นอายุครบอุปสมบทปี พ.ศ. 2350 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนาคหลวง อุปสมบท ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีสมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร) เป็นพระอุปัชฌาย์ มีฉายานามในพุทธศาสนาว่า "พฺรหฺมรํสี" เนื่องจากเป็นเปรียญธรรมจึงเรียกว่า "พระมหาโต" มานับแต่นั้น ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้โปรดเกล้าฯ ให้รับพระมหาโตไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์

21 มิถุนายน พ.ศ. 2510 วันเกิด ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นคนเชียงใหม่แต่กำเนิด เป็นบุตรคนสุดท้องของ "นายเลิศ ชินวัตร และ นางยินดี ระมิงค์วงศ์ " จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อเป็น "สิงห์ขาว" รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเมื่อจบการศึกษาได้เดินทางไปเรียนต่อปริญญาโท ด้านรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ที่ประเทศอเมริกาจนจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเคนตักกี้สเตท

เมื่อจบการศึกษาได้เริ่มทำงานในบริษัทครอบครัวที่บริษัทชินวัตร ไดเร็กทอรี่ส์ จำกัด ธุรกิจเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ฐานข้อมูลและการสื่อสาร ในฝ่ายการขายและการตลาด และช่วยงานในบริษัทของครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง และได้เข้าสู่แวดวงธุรกิจเครือข่ายโทรศัพท์และการสื่อสาร ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และรองกรรมการผู้อำนวยการสายงานตลาดของเอไอเอส และประธานกรรมการบริหารบริษัทในตำแหน่งสุดท้าย ถือว่าเป็นน้องสาวที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้ความไว้วางใจในการบริหารธุรกิจในครอบครัวมากที่สุดคนหนึ่ง จนเมื่อกลุ่มเทมาเส็ก โฮลด์ดิงส์เข้ามาซื้อหุ้นเธอจึงลาออกจากตำแหน่ง

หลังจากนั้น ยิ่งลักษณ์เข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารเอสซี แอสเสท ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว ก่อนที่จะเดินเข้าสู่เส้นทางการเมือง หลังจากเหตุชุมนุมทางการเมืองปี 2552 - 2553 ในปี 2554 รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศยุบสภาในเดือนพฤษภาคม เมื่อมีสัญญาณการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยต้องการแม่ทัพที่จะนำสู้ศึกเลือกตั้ง ชื่อของยิ่งลักษณ์ ชินวัตรปรากฏในหน้าสื่ออีกครั้งในฐานะผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

20 มิถุนายน พ.ศ. 2309 รำลึกวีรกรรมชาวบ้าน ‘ค่ายบางระจัน’ ถูกกองทัพพม่าตีแตก ก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2

วันนี้ เมื่อ 256 ปี ก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 ‘ค่ายบางระจัน’ ของชาวบ้านถูกตีแตกโดยกองทัพพม่า หลังต้านทานการเข้าตีได้หลายครั้ง 

‘ค่ายบางระจัน’ เป็นค่ายป้องกันตัวเองของชาวบ้านเมืองสิงห์บุรีและเมืองต่าง ๆ ที่พากันมาหลบภัยจากกองทัพพม่าที่บางระจัน ก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 สามารถต้านทานการเข้าตีของกองทัพพม่าได้หลายครั้ง และมีกิตติศัพท์เลื่องลือในด้านวีรกรรมความกล้าหาญในประวัติศาสตร์ไทย

ปี 2307 กองทัพพม่าภายใต้การนำของเนเมียวสีหบดียกเข้ามาในขอบคัณธสีมาด้านด่านระแหงแขวงเมืองตาก โดยกวาดต้อนผู้คนตัดกำลังของกรุงศรีอยุธยาทางหัวเมืองเหนือ ในขณะที่มังมหานรธา ตีเข้ามาทางหัวเมืองใต้ สกัดกำลังจากชายทะเลทิศใต้ โดยหมายใจบรรจบเข้าที่กรุงศรีอยุธยา

ต้นเดือนมกราคม 2308 กองทัพของเนเมียวสีหบดีได้มาหยุดอยู่ที่เมืองวิเศษชัยชาญ และจัดให้ทหารพม่ากองหนึ่งเที่ยวกวาดต้อนทรัพย์สินและผู้คนทางเมืองวิเศษชัยชาญ ราษฎรต่างพากันโกรธแค้นต่อการกดขี่ข่มเหงของทหารพม่า จึงแอบคบคิดกันเพื่อลุกขึ้นต่อสู้

ในเดือน 3 พวกชาวเมืองวิเศษชัยชาญ เมืองสิงห์บุรี เมืองสรรคบุรี และชาวบ้านใกล้เคียงพากันคบคิดอุบายเพื่อล่อลวงทหารพม่า ทั้งรวบรวมผู้คนไว้เพื่อทำการต่อไป ในบรรดาชาวบ้านที่ร่วมกันอยู่นี้มีหัวหน้าที่สำคัญคือ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง ซึ่งได้หลอกลวงทหารพม่านำไปหาทรัพย์สิ่งของที่ต้องการ ทหารพม่าหลงเชื่อตามไป ก็ถูกนายโชติและพรรคพวกซุ่มอยู่บุกเข้ามาฆ่าฟันพม่าตายประมาณ 20 คน แล้วจึงพากันหนีไปยังบางระจัน

เพศไหนก็คน!! เข้าใจ 'LGBTQIA' ให้มากขึ้น ผ่านมุมมองของ 'บุ๊ค-ธีรชยา'

สัมภาษณ์พิเศษ : “บุ๊ค-ธีรชยา พิมพ์กิติเดช” อดีตรองอันดับ 1 Miss Tiffany's Universe 2018

พอได้หรือยัง กับความ (ไม่) เท่าเทียม
เพศไหน “ก็คนเหมือนกัน” 

สวัสดีค่ะ บุ๊คนะคะ ธีรชยา พิมพ์กิติเดช ตอนนี้เป็น Senior Writer อยู่ที่ นิตยสาร Vogue Beauty Thailand 

1.) Love is Love คิดอย่างไรกับคำนี้? 
บุ๊ค : สำหรับตัวบุ๊คแล้วจริง ๆ วลีนี้ หรือประโยคนี้มันเกิดขึ้นช่วง Movement ของกลุ่ม LGBTQIA แต่จริง ๆ มันก็คือนิยายความรักของทุกคนเลยนะ ไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศเท่านั้น รักมันก็คือรักนั่นแหละ ไม่จำเป็นต้องจำกัดหรือไปนิยายแบบเจาะจงว่าคนนี้จะต้องคู่กับคนนี้ ก.ไก่ ต้องคู่กับ ข.ไข่ หรือเพศชายจะต้องคู่กับเพศหญิง แค่เรารู้สึกดีกับใคร เราก็สามารถอยู่กับเขาอย่างมีความสุขได้ ทำอะไรได้ แค่ต้องอยู่ในความถูกต้องของกฎหมาย เพราะคำว่า Love is Love มันก็แค่นี้จริง ๆ 
 
2.) เรื่องที่สังคมมักจะเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับ “LGBTQIA+” คืออะไร? 
บุ๊ค : จริง ๆ แล้ว บุ๊คคิดว่าสังคมชอบคิดว่า กลุ่ม LGBTQIA เนี่ย ชอบเรียกร้องเป็นแบบ Sensitive ต้องการสิทธิพิเศษแต่จริง ๆ แล้วเปล่าเลย เราแค่เรียกร้องในสิ่งที่เราควรได้รับ โดยที่แทบไม่ต้องออกมาเรียกร้องด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นเรื่องขั้นพื้นฐานเลย และส่วนเรื่องของคาแรคเตอร์ บุคลิกลักษณะนิสัย ที่มันอาจจะมีภาพจำจากสังคมว่า “เหมารวม” อะไรแบบเนี่ยว่าเราจะต้องเป็นแบบวี้ดว้ายเสียงดังอะไรแบบนี้ คนก็อาจจะเข้าใจผิดอยู่ในกลุ่มบางกลุ่มเนอะ จริง ๆ บุ๊คคิดว่าไม่ว่าเป็นใคร ก็สามารถมีทั้ง Extrovert หรือ Introvert อยู่เหมือนกัน 

3.) จากการที่ ครม.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต แต่ก็มีกระแส พ.ร.บ.ชีวิตคู่ ไม่เท่ากับ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม มีความเห็นอย่างไรบ้าง? 
บุ๊ค : จริง ๆ ตอนนี้มันก็ไม่เท่ากันจริง ๆ เราเองก็เห็นหลายสื่อหลายสำนักเลยเนี่ย ที่เขาตีแผ่ออกมาให้ได้ดูเลยว่า อะไรที่เราได้ อะไรที่เราไม่ได้จริง ๆ ตรงนี้เนี่ย บุ๊คมองว่ามันเป็นก้าวแรกมากกว่า หลังจากที่เรามีการเรียกร้องกันมาเนิ่นนานมาก เลยอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือ แก้ไข อย่างน้อย ๆ ตรงนี้มันก็คือก้าวแรกที่เราได้รับชัยชนะ ถึงแม้อาจจะไม่ได้ชัยชนะแบบ 100% ถือว่าเป็นก้าวแรกที่จะมีการก้าวต่อไปเรื่อย ๆ จะไม่ใช่ก้าวแรกและก้าวสุดท้ายอย่างแน่นอน เราเองก็ยังต้องช่วยกันเรียกร้อง ช่วยกันอธิบายให้อีกหลากกลุ่มคนหรือคนที่มีอำนาจได้เข้าใจ ว่าอะไรที่เรายังขาดอยู่ 

19 มิถุนายน พ.ศ. 2446 ในหลวง ร.5 เสด็จฯ ทรงเปิดการเดินรถไฟ เส้นทาง ‘สถานีบางกอกน้อย-เพชรบุรี เป็นครั้งแรก

วันนี้ในอดีต วันที่ (19 มิถุนายน พ.ศ. 2446) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเปิดการเดินรถไฟ ในเส้นทางสายใต้ เป็นครั้งแรก ระหว่างสถานีบางกอกน้อย - เพชรบุรี ระยะทาง 150.49 กิโลเมตร

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง และขยายกิจการรถไฟ เพิ่มเติม โดยทรงมีพระราชดำริ ให้กระทรวงโยธาธิการ และกรมรถไฟ วางแผนงาน เพื่อสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเพชรบุรี เมื่อปี พ.ศ.2441 ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ (8 กรกฏาคม 2442) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างทางรถไฟสายนี้ เริ่มตั้งแต่ ปากคลองบางกอกน้อย ถึงเพชรบุรี เป็นทางกว้าง 1 เมตร ระยะทาง 150 กิโลเมตร แล้วเสร็จเปิดเดินรถได้ เมื่อวันที่ (19 มิถุนายน 2446)

ดังปรากฏในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 20 ร.ศ. 122  “ด้วยการที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กรมรถไฟจัดสร้างทางรถไฟหลวงตั้งแต่ปากคลองบางกอกน้อยไปเมืองเพชรบุรีนั้น บัดนี้การสร้างทางรถไฟสายนี้สำเร็จตลอดถึงเมืองเพชรบุรี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดการเปิดรถไฟสายนี้ เพื่อให้มหาชนโดยสารไปได้สะดวกต่อไป….”

ระดับนางงาม เพียง 2 กระปุก เอาอยู่!!

ไหนใครย้อมสีผมแล้วเฟดเหลืองจนน่ารำคาญใจบ้าง ยกมือ! ✋🏻

จะมาบอกว่าเมื่อก่อนริต้าไม่อยากย้อมสีผมเลย เพราะกลัวผมเสีย กับเราชอบสระผมบ่อย กลัวสีเฟดแล้วสวยได้แค่แปปเดียว! เลยหาวิธีสารพัดที่จะรักษาผมเราได้แถมยังสวยอยู่ นั่งอ่านรีวิวเยอะมากกกกก แต่หลายคนก็ยังบอกว่า สุดท้ายก็เหลืองอยู่ดี เพราะรีวิวหน้าม้าทั้งนั้น 😭 เลยตัดสินใจลองด้วยตัวเอง ไม่ลองไม่รู้!!! สุดท้ายจบที่ตัวนี้!!! 

แชมพูม่วงลูกรักของริต้า “Schwarzkopf goodbye yellow shampoo” 💜 ไม่เหลืองเลย ริต้าสระผมบ่อยมาก เพราะใช้สเปรย์ผมแทบทุกวัน (แม้กระทั่งทำผมตรง) น้องเขาเอาอยู่จริง สมชื่อ Goodbye yellow เหมาะมากกับการทำสีผมสว่างๆ หรือที่ฟอกสีผมมา ซึ่งริต้าฟอกส่วนที่ไฮไลท์ไว้



คือเนื้อแชมพูจะออกน้ำเงินม่วงเข้มเลย สระทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วแต่อารมณ์แล้วแต่วัน5555555 ไม่มีซัลเฟต ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผมแห้ง เพราะไปทำลายเซลล์เส้นผม และมีค่า pH 4.5 

อะอย่างภาพริต้าย้อมผมมา 1 เดือนแล้ว ผมก็ยังไม่แห้ง แถมล็อกสีอยู่หมัดของจริง! 

ยังค่า ยังไม่จบเรื่องของผม มาป้ายยากันต่อนอกจากเรื่องการล็อกสีผมไม่ให้เหลืองแล้ว เรื่องการรักษาเส้นผมให้นุ่มสลวยอยู่นั้นก็สำคัญ!!

18 มิถุนายน พ.ศ.2507 วันเปิดเรียนวันแรกของ ‘มหาวิทยาลัยเชียงใหม่’ มหาวิทยาลัยแห่งแรกในส่วนภูมิภาคของไทย

วันนี้เมื่อปีพ.ศ. 2507  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเรียนวันแรก โดยมี 3 คณะเริ่มต้น ได้แก่ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคแห่งแรกของประเทศไทย

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทางราชการจัดตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ตามโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค พ.ศ.2501 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งอยู่ ณ ดินแดนล้านนา อันเป็นแหล่งสะสมวัฒนธรรมอันล้ำค่ามานานกว่า 700 ปี มีสภาพภูมิประเทศงดงามท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเป็นธรรมชาติ บริเวณเชิงดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

นับตั้งแต่มีการเรียกร้องให้ขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาออกสู่ภูมิภาค โดยขอให้รัฐบาลจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 ในที่สุดการเรียกร้องก็สัมฤทธิ์ผลก่อให้เกิดความภูมิใจและดีใจเป็นอย่างยิ่งแก่ชาวล้านนา

วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้น โดยกำหนดให้เปิดสอนในปีการศึกษา 2507 และให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ม.ล.ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการเตรียมการจัดตั้ง

17 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ในหลวง ร.9 - สมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีรับขวัญ ‘เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ’

วันนี้ เมื่อ 17 ปีที่แล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 - สมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ ‘เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ’ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ในพระราชวังดุสิต 

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2548 เวลา 14.30 น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน (ในขณะนั้นทรงดำรงพระอิสริยยศที่ ‘สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร’), สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี (ในขณะนั้นดำรงอิสริยยศที่ ‘พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ’) ไปในการพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ หรือ พระราชพิธีรับขวัญ ‘สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร’ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ในพระราชวังดุสิต

16 มิถุนายน พ.ศ. 2451 วันเกิด ‘จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์’ นายกรัฐมนตรี คนที่ 11 ของไทย

16 มิถุนายน พ.ศ. 2451 วันเกิดจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 11 และผู้นำจอมเผด็จการของไทย เจ้าของวลีเด็ด ‘ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว’

จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เกิดที่ย่านพาหุรัด กรุงเทพฯ จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก เริ่มประจำการที่กองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ในปี 2484 ได้เข้าร่วมสงครามมหาเอเชียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ 2) ได้เลื่อนยศเป็นพันเอกในปี 2495 และได้รับพระราชทานยศเป็นจอมพลในเวลาต่อมา 

จอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารยึดอำนาจ จอมพลถนอม กิตติขจร เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2501 (ซึ่งได้ตกลงกันไว้แล้ว) และขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2502 ในช่วงที่บริหารประเทศได้สร้างผลงานไว้มากมายได้แก่ การออกกฎหมายเลิกการเสพและจำหน่ายฝิ่นโดยเด็ดขาด, กฎหมายปราบปรามนักเลง อันธพาล, กฎหมายปรามการค้าประเวณี จัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศฉบับที่ 1และเป็นผู้ที่รื้อฟื้นกิจกรรมที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น จัดงานเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพ, การสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ และการประดับไฟบนถนนราชดำเนินในวันฉลองพระชนม์พรรษา 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top