Wednesday, 15 July 2026
LITE

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ✨ประจำวันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2566

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
✨ประจำวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566
 

‘จั๊ก ชวิน’ อัปเดตอาการป่วย หลังสู้ ‘วัณโรค’ เผย น้ำหนักลด-ตาพร่ามัว ลุ้นตรวจปริมาณเชื้ออาทิตย์หน้า หากเชื้อลดลงสามารถกลับบ้านได้

หลังจากที่ไม่นานนี้ นักร้องเสียงนุ่ม ‘จั๊ก ชวิน’ หลังจากออกมาบอกเผยว่า เข้ารับการรักษาอาการป่วยด้วยอาการติดเชื้อวัณโรคจากเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้ว

ล่าสุดเจ้าตัวออกมาอัปเดตว่า ตอนนี้น้ำหนักลดฮวบ ตาพร่ามัว พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจ อีกทั้งเจ้าตัวยังชูสองนิ้วยิ้มได้ เรียกว่ากำลังใจดีเกินร้อย ส่งกำลังใจให้นักร้องเสียงดี ‘จั๊ก ชวิน จิตรสมบูรณ์’ นักร้องน้ำเสียงคุณภาพ เจ้าของบทเพลง ‘เธอสวย’, ‘ตัวจริง...ของเธอ’ หลังเจ้าตัวโพสต์อาการป่วยของตัวเองผ่านทางไอจีส่วนตัว โดยได้แจ้งว่าติดเชื้อวัณโรคจากเพื่อน

โดยเมื่อวันที่  30 ก.ย. ที่ผ่านมาเป็นวันคล้ายวันเกิดของ ‘จั๊ก ชวิน’ อายุครบ 45 ปี เจ้าตัวก็ได้มาโพสต์ภาพ พร้อมอัปเดตอาการให้ฟังว่า…

“ขอบคุณทุกคำอวยพรและทุกกำลังใจที่มอบให้นะครับ ตอนนี้อาการก็ค่อยๆ ดีขึ้นเป็นลำดับครับ ที่ไม่ได้ Update อะไรทาง Social เพราะสายตาพร่ามัวมากครับ ผลจากยาที่กินอยู่ พอพยายามเพ่งดูก็จะปวดหัว น้ำหนักลงไป 8 กิโล เรี่ยวแรงหายไปเลย พยายามกินเยอะๆ เพื่อเพิ่มน้ำหนักอยู่ครับ สัปดาห์หน้ามีนัดตรวจอีกทีว่าหมดเชื้อหรือยัง ถ้าหมดแล้วจะได้ออกนอกบ้านได้เสียที ยังไงจะมา Update อีกทีนะครับ ขอบคุณมากครับ…

หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปบรรดาแฟนๆ เพื่อนร่วมวงการต่างเข้ามาร่วมให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม พร้อมอวยพรขอหายไวไว จะได้กลับมาร้องเพลงเพราะๆ ให้แฟนๆ เพลงฟังกันในเร็ววัน

1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ

วันนี้ เมื่อ 155 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ประสูติ เมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 ทรงพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามกุฎ บุรุษรัตนราชรวิวงศ์ วรุตมพงศ์บริพัตร ศิริวัฒนราชกุมาร 

ทรงได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าฟ้าต่างกรม มีพระนามกรมว่า กรมหมื่นพิฆเนศวร สุรสังกาศ หลังจากทรงผนวชเป็นสามเณรทรงได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ฯ กรมขุนพินิตประชานาถ ทรงเป็นพระราชปิโยรสที่สมเด็จพระบรมชนกนาถโปรดให้เสด็จอยู่ใกล้ชิดติดพระองค์เสมอเพื่อให้มีโอกาสแนะนำสั่งสอนวิชาการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชารัฏฐาภิบาล ราชประเพณีและโบราณคดี นอกจากนั้นยังทรงศึกษาภาษามคธ ภาษาอังกฤษ การยิงปืนไฟ กระบี่กระบอง มวยปล้ำ รวมทั้งการบังคับช้างอีกด้วย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้รับการกราบบังคมทูลเชิญขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์สืบต่อจากสมเด็จพระบรมราชชนกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 ด้วยพระชนมายุเพียง 15 พรรษา ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2411 โดยมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จนหลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 เมื่อพระชนมายุ 20 พรรษา ในวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2416 จึงทรงปกครองแผ่นดินด้วยพระองค์เองอย่างสมบูรณ์ ทรงครองราชย์อยู่เป็นเวลายาวนานถึง 42 ปี และได้ทรงพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศทุกวิถีทาง

ในบั้นปลายพระชนม์ชีพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยไม่สมบูรณ์นัก หลังจากเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 แล้ว พระอาการก็ค่อยทรุดลงเป็นลำดับ และเสด็จสวรรคตด้วยพระโรคพระวักกะพิการเมื่อเวลา 2 ยาม 45 นาที ของวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 สิริพระชนมายุ 58 พรรษา ทรงครองสิริราชสมบัติ 42 ปี ทรงมีพระราชโอรส พระราชธิดารวมทั้งสิ้น 77 พระองค์ ด้วยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อไพร่ฟ้าประชาชนอย่างหาที่สุดมิได้มาตลอดรัชกาลอันยาวนาน ประชาชนจึงพร้อมใจกันถวายพระบรมราชสมัญญานาม ว่า สมเด็จพระปิยมหาราช อันมีความหมายว่า พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน และถือวันที่ 23 ตุลาคม เป็นวันปิยมหาราชมาจนตราบเท่าทุกวันนี้

‘ซงจุงกิ’ ตัดสินใจแสดงภาพยนตร์ Hopeless แบบไม่รับค่าตัว เหตุเพราะชอบตัวบท และกังวลหากรับจะกระทบต้นทุนการผลิต

(30 ก.ย.66) ‘ซงจุงกิ’ ตัดสินใจแสดงในภาพยนตร์ Hopeless โดยไม่รับค่าตัว เพราะว่าชอบตัวบท แต่เขาก็เองมีความกังวลว่าถ้าหากเขาคิดค่าตัวแสดงจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นได้

ซึ่งถ้าหากต้นทุนการผลิตสูง ความน่าดึงดูดของผลงานอาจจะลดลง เนื่องจากแง่มุมในเชิงพาณิชย์ เขาก็เลยตัดสินใจที่จะไม่คิดค่าตัว เพราะเชื่อว่าการรักษาเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้เป็นสิ่งสำคัญ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นที่น่าจับตามองแห่งปี เนื่องจากได้รับเชิญให้เข้าฉายใน งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 76 ซึ่งได้กระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยผลงานนี้จ่อคิวเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทย 19 ตุลาคมนี้

‘ดีเจปูเป้’ เล่ารายละเอียดโชว์ ‘ลิซ่า’ เซ็กซี่เต็มสิบไม่หัก แถมได้เจอ ‘จีซู-โรเซ่-เฟรเดริก’ และเหล่าคนดังเพียบ!!

(30 ก.ย.66) ยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่องสำหรับการโชว์บนเวที Crazy Horse ของ ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ หรือ ‘ลิซ่า BlackPink’ ที่ล่าสุด ‘ดีเจปูเป้ ภาธีตา กันตามระ’ จากคลื่น MET107 FM. ที่มีโอกาสได้ไปชมการแสดงรอบแรกของไอดอลสาวชาวไทย ก็ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดคร่าวๆ ถึงการแสดงที่เกิดขึ้นภายในโรงละคร โดย ‘ดีเจปูเป้’ ได้ต่อสายตรงไปยังรายการวิทยุของคลื่น MET 107 เข้าไปพูดคุยถึงรายละเอียดของโชว์ที่เกิดขึ้นส่งตรงจากประเทศฝรั่งเศส ที่เจ้าตัวยอมรับว่าหลังจบโชว์ก็ถึงขั้นนอนไม่หลับ เพราะยังตื่นตาตื่นใจไม่หาย

“ตอนแรกไม่รู้ว่าเขาให้นั่งที่ไหนเพราะไม่ได้บอก ก็เลยต้องไปที่นั่นประมาณ 4 โมงเย็น จริงๆแล้วโชว์เริ่ม 1 ทุ่มครึ่ง ก็เลยเดินไปถามบอดี้การ์ดว่า เราต้องมาเข้าแถวกี่โมง แล้วที่นั่งจัดสรรยังไง First Come First Serve ใครไปถึงก่อนได้นั่งก่อนหรือเปล่า? การ์ดก็บอกว่าประมาณนั้น เราก็เลยโอเค ฉันต้องเข้าทางไหนอะไรยังไง ก็เลยไป survey ดูช่องทางก่อน แล้วไปถึงอีกทีประมาณ 6 โมงนิดๆ เขาบอกว่าจริงๆมา 6 โมงครึ่งก็ได้ แต่เราไม่เอา เกิดได้ไปอยู่ข้างหลังใช่ไหม ซึ่งจริงๆก็มีคนมาตั้งแถวแล้วนิดๆ เขาก็จะมีคอกกั้น แล้วก็จะมีโซนวีไอพี มีปาปารัสซีมารออยู่ ก็เลยคิดในใจว่า ต้องมีคนสำคัญมาเพราะไม่งั้นคงจะไม่มีปาปารัสซีมาตั้งกล้องเป็นแนว แล้วก็มีช่องวีไอพี ก็แอบคิดเยอะว่า ‘อุ๊ย ถ้า BlackPink เมมเบอร์คนอื่นมามันจะเลิศมากเลยนะ เฟรเดริก จะมาไหม’ นี่คือความคิดในใจ”

“พี่ไปรอต่อแถว ก็พยายามเซลฟี่ แล้วก็มีผู้หญิงเป็นคนเอเชีย มาช่วยถ่ายรูปให้ก็คุยภาษาอังกฤษกัน ไปๆ มาๆ เป็นคนไทยจ้า ปรากฏว่าคนไทยอยู่ข้างหลัง เป็นคนไทยค่อนข้างเยอะ แล้วก็จะมีกลุ่มพี่น้องคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนจีน คนเกาหลีใต้ก็มา ก็เลยเข้าไปแล้วก็บอกกับคนไทยคนนั้นว่าเดี๋ยวเราไปนั่งด้วยกันนะ แล้วก็มีสไตลิสต์ฝรั่งเศสอีกคนหนึ่ง คือเราก็ผูกสัมพันธ์กับคนที่ต่อแถว เรา 3 คนก็เลยไปนั่งด้วยกัน พอเข้าไปข้างใน คือพี่ต้องบอกก่อนว่า พี่ได้ยินข่าวว่ามีพวกที่เอาบัตรไปรีเซลราคาหลักล้านจริงหรือเปล่า? จะบอกว่าใครคิดจะรีเซลเป็นไปไม่ได้ คือ หนึ่ง ตอนคุณซื้อบัตร คุณต้องระบุชื่อ - นามสกุลอยู่แล้ว นึกออกไหม? แล้วก็ในบาร์โค้ดเนี่ย ไปถึงปุ๊บเขาสแกนปั๊บแล้วก็จะขึ้นชื่อ - นามสกุล เขาก็จะขอดูเอกสารประจำตัว ก็เอาเอกสารให้เขาดู คนที่ซื้อต่อบอกเลยว่าคุณจะเสียเงินเปล่า เพราะว่ามันไม่ได้ และที่สำคัญ เขามีตั๋วอีกอัน เขาปรินต์เป็นปรินต์สีให้เรา แยกออกมาอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นบอกเลยคุณจะมาโกง จะมาโฟโต้ช็อปมันเป็นไปไม่ได้เลย”

“พอเราผ่านตรงนั้น เนื่องจากว่าเพื่อนๆ ใหม่ที่เราเพิ่งจะมาผูกมิตรกันเขาบอก เออ เดี๋ยวเรา 3 คนนั่งด้วยกันได้ไหม คือเขาก็จะจิ้มหน้าจอเหมือนกับร้านอาหาร เราก็ลุ้นว่าเขาจะพาเราไปนั่งข้างหลังหรือเปล่า ปรากฏว่าได้นั่งแถวที่ 4 ทางขวาจากเวที ซึ่งก็ไม่ได้ใกล้แต่แถวหน้ายังว่าง แต่หันไปข้างหลังเห็นมีโซฟาแล้วก็จะมีแชมเปญ ซึ่งมันให้ความหรูหรา มันให้ความรู้สึกกับเราว่ามันต้องมีคนสำคัญมานั่งตรงนี้แน่ๆเลย ไอ้เราก็คิดว่า ใครจะมาๆ เดี๋ยวลุ้นกัน แต่สักพักหนึ่งก็จะมีผู้ชายมาร้องเพลงเหมือนกับเพลงคลาสสิกโบราณ แล้วก็เอนเตอร์เทนคนตามแถวที่นั่ง แล้วก็ได้ยินเสียงกรี๊ด ฉันก็หันไปมอง อ้าว ผมทอง จะเป็นใครไปไม่ได้เลย ‘โรเซ่’ ก็เดินเข้ามา แล้วก็มีผู้หญิงใส่หน้ากากอนามัยสีดำ ใครก็ไม่รู้เราก็นึกว่าเป็นผู้จัดการโรเซ่หรืออะไร พอเขานั่งปุ๊บ ถอดหน้ากากออกมาเป็น ‘จีซู’ นั่งใกล้กันมาก”

“คือโชว์นี้บอกเลยว่าไม่เสียดายเงินเลย 9,500 บาท มันคุ้มเงินมาก แล้วแต่นานาจิตตัง แต่จะบอกว่าที่นั่งประมาณร้อยกว่าที่ มันเล็ก มันใกล้เวทีมาก มันทั่วถึงกัน เรามีความรู้สึกว่าเหมือนเราเป็นผองเพื่อนกับ โรเซ่, จีซู แล้วแค่นั้นไม่พอจ้ะ ไคอา เกอร์เบอร์ ลูกสาว ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด เธอเป็นนางแบบ Celine กับ ลิซ่า มากับแฟนก็คือ ออสติน บัทเลอร์ มาด้วยกัน 2 คนมาปุ๊บก็ทักทาย จีซู, โรเซ่ แล้วก็มานั่งโซฟาอีกตัวหนึ่ง ฉันหันไปก็เจอ 4 คนเลย มันคือฝันที่ไม่กล้าฝันนึกออกไหม แล้วสักพักหนึ่ง โชว์กำลังจะเริ่มในอีก 15 นาที ฉันก็เห็นน่าจะใช่ เฟรเดริก หรือเปล่า? ปรากฏว่า ใช่! แล้วไม่ใช่แค่เฟรเดริก แต่ทีนี้จะไม่ฟันธงอะไรนะ แต่จะมาเล่าว่า ถ้าเขาเป็นแค่เพื่อนกันก็ถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีและสนิทระดับหนึ่งเพราะ เฟรเดริก ไม่ได้มาคนเดียว แต่มาทั้ง พ่อ คุณพ่อของเขา คุณ เบอร์นาร์ด อาร์โนลด์ ที่รวยที่สุดในโลกน่ะมา แม่มา น้องชายชื่อ ฌอน ก็มา แล้วก็มานั่งตรงหลังดิฉันที่เป็นโซฟาอลังการ และความลัลล้าของเรา เราก็เลยหยิบแก้วไวน์แล้วหันไปยกทักทาย เฟรเดริก ก็ยิ้มให้ เป็นอะไรที่น่ารักดี เป็นอะไรที่เผาขนมาก แล้วสักพัก โรซาเลีย นักร้องสเปนก็มา ต้องบอกว่าเมื่อคืน ( 28 ก.ย. ) เป็นอะไรที่ ว้าว เกินฝันมาก”

“ในส่วนของโชว์ ต้องบอกว่า นี่คือคาบาเรต์สำหรับผู้ใหญ่นะคะ เราจะไม่มาโลกสวยยูนิคอร์น อะไรที่เป็น BlackPink ก็อยู่ในกรอบของเขา แต่อันนี้คือคาบาเรต์คุณต้องเข้าใจมันคืองานศิลปะการเต้น แต่ว่า ลิซ่า ไม่ได้เปลือยอก ย้ำ! ใครที่มาเขียนคอมเมนต์ค่อนข้างจะไปในทางลามกจกเปรตขอให้คุณแก้ความคิดนั้นใหม่นะคะ อันนี้คือการเต้นแบบมีศิลปะ แดนเซอร์ทุกคนคือเตะขา เท้านี่เลยหัวขึ้นมาเลยนะ มีทักษะกายกรรม ส่วน ลิซ่า ก็คือแต่งตัวเซ็กซี่กว่าการขึ้นเวที BlackPink ก็ต้องบอกว่า กางเกงในคือกางเกงใน ข้างหลังเป็นจีสตริงเป็นตองก็คือเข้าง่ามไปเลยจ้ะ แต่เราไม่ได้มองตรงนั้นเพราะว่ามันคือโชว์ที่ทุกคนแต่งแบบนั้น คนอื่นเปลือยอกด้วยซ้ำ”

“ลิซ่า ตอนแรกโผล่หน้ามาจากหน้าม่านนิดหนึ่ง แล้วก็คนกรี๊ด ทางแดนเซอร์ของ Crazy Horse ก็จะเต้นไป แต่หลักๆ ลิซ่า จะโชว์เต็มๆ 2 เพลงด้วยกันก็คือ ‘But I am a good girl’ ในหนัง Burlesque ที่ คริสตินา อากีเลร่า เคยแสดง กับ แชร์ น้องก็ลิปซิงค์ เพลงนั้น แล้วก็มีอีกเพลงหนึ่ง Crisis? What Crisis! ก็เป็นเหมือนสาวทำงาน เจอภาวะตลาดหุ้นดิ่งแล้วก็เครียด นั่งพิมพ์ดีด แล้วก็ปาแว่นออกไป เป็นนักบัญชี เสร็จแล้วก็ถอดเสื้อ แล้วก็วาดลวดลายความเซ็กซี่ มันดี มันใช่ ความจัดเต็มอะนะคือ เราจะไม่มาวิพากษ์วิจารณ์อะไร ถ้าคุณบอกว่า ‘โอ๊ย ไม่เหมาะกับน้อง น้องควรจะอ่อนใส’ อันนั้นแล้วแต่ความคิดของคุณ แต่นี่มันคือสถานที่ที่มันเหมาะ และที่สำคัญ โทรศัพท์มือถือเขาให้เราใส่ในซองที่มันล็อกจนเปิดไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนไม่มีสิทธิ์ที่จะไปถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปแต่ก็เห็นมีบัญชี TikTok จีนหรืออะไรที่แอบเอาไปถ่าย อันนั้นอะน่าเกลียด แต่ก็เอาเป็นว่าเซ็กซี่เผ็ดเบอร์สิบ แล้วคือความสวย ความน่ารัก ความมั่นใจ ฉันขอบอกเลยว่าถ้าถึงแม้ ลิซ่า ไม่ได้โชว์ แค่มาดู Crazy Horse อย่างเดียวก็คุ้ม เพราะว่ามันใกล้ชิดมาก เวทีอาจจะเล็ก มันคล้ายๆกับเวทีคณะนิเทศอะไรอย่างนี้ มันไม่ใช่เวทีใหญ่ มันเวทีระดับมหาวิทยาลัย แต่ว่า แสง สี เสียง เขาอลังการ แล้วก็การเต้น การอะไร เขาพร้อมเพรียง แล้วมันดู ว้าว แล้วคือมันออกมาเป็นความคิดที่มันสร้างสรรค์ แปลกใหม่ ฉันเลยเข้าใจได้ว่า การที่ไม่ให้คนไปถ่ายคลิปเพราะว่าเดี๋ยวคนก็ไปดูดไอเดีย ไปขโมยเขา ไปก็อปโชว์อะไรแบบนี้ แต่ของ ลิซ่า มันดีมาก และพี่ไม่เคยไปดูคอนเสิร์ต BlackPink เลย นี่คืองานแรกที่ได้เห็นศักยภาพของน้อง มัน Bravo! มากระหว่างที่ดูฉันก็ต้องแอบหันไปเช็คว่าหน้าตาแต่ละคนเป็นยังไง ก็มีแอบยกแก้วหยอกเอิน เขาจะยกกลับหรือไม่ก็ไม่เป็นไร ฉันก็เฟี้ยวฟ้าวอะไรไป ฉันก็เห็นความสุขบนหน้าของบรรดาแขกวีไอพีที่มา จีซู ก็ยิ้มๆ ปรบมือ ทุกคนดูแฮปปี้ มันคือความสุข มันคือความบันเทิง”

“ถ้ารายละเอียดเยอะๆเดี๋ยวจะขออนุญาตไปเล่าในเพจของตนเอง อาจจะทำเป็นนิยายภาพ เพราะว่ามันจะมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พอเราเล่ามันก็อาจจะนึกภาพไม่ค่อยออก เดี๋ยวจะพยายามหาภาพมาประกอบ แต่เอาเป็นว่าทักษะของน้องจากการฝึก ไม่รู้ว่าฝึกล่วงหน้ากี่วัน แต่ก็ถือว่า เป๊ะ! แล้วก็การที่ ชุดมันอาจจะ แรง! สำหรับบางคนที่แบบ ‘อู้หู! อย่างนี้เลยเหรอ? จีสตริงเลยเหรอ? แบบ ว้าว’ ซึ่งมันก็จะมีท่อนบนในชุดที่นางนั่งเป็นเลขา นางก็จะค่อยๆ Strip Strip Strip ( ถอดๆๆ ) แล้วมันก็จะเหลือเป็น Lingerie ชุดชั้นในแบบฝรั่งเศส ที่มันจะเต็มตัวแล้วค่อยถอดคอร์เซ็ตออกมา โยนคอร์เซ็ตออกไป ก็จะเป็นยกทรงที่ซีทรูแต่ว่าก็จะปิดจุกเอาไว้ มันก็เซ็กซี่แต่มันก็ไม่ได้ อี๋ อนาจาร จ้ำบ๊ะ มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย กรุณาเปิดใจ รับไม่ได้ก็ไม่ต้องดู ฉันพูดแค่นี้ มันดูมีความเย้ายวน”

“พี่ว่าการแสดงนี้เก่งมาก คือเขาเลือกร่างกาย เราควรมีความสุขกับร่างกาย โดยเฉพาะเพศหญิงร่างกายเราสวย คือนักเต้นทุกคนไม่จำเป็นต้องอึ๋ม ไม่ต้อง คือทุกคน อย่างน้อยเป็นแดนเซอร์ก็ไม่ควรต้องมีหน้าท้องแต่ว่าเขามีหลากหลายสีผิว หลากหลายไซส์ของหน้าอก มันอยู่ที่ความฉลาดในการเต้น แล้วมันไม่ง่าย บางคนมาห้อยหัวบนถาดหมุน จะก้าวขา ก้าวอะไรให้ดูสวย สง่า มันต้องฝึก มันเหมือนกับนักกายกรรม เพราะฉะนั้นอันนี้ถ้าใครจะมาปรามาสว่า ‘อุ๊ย ไม่โอเค ชั้นต่ำ’ อะไรแบบนี้ กรุณากลับบ้านแล้วไปตบหน้าตามอายุตัวเองเลยนะจ้ะ เพราะว่ามันหยามมาก นี่มันคือโชว์ที่จะมาเล่นเองไม่ได้ คุณต้องผ่านการทำการบ้านมาอย่างหนัก แล้วต้องบอกเลยว่า ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ”

“พอโชว์จบ แขกวีไอพีก็เข้าไปหลังเวทีเพื่อแสดงความยินดี ส่วนเราก็มารออยู่ด้านหน้า ลิซ่า ออกมาสุดท้าย มาแจกลายเซ็นแฟนคลับ มารับดอกไม้ แล้วก็ขึ้นรถกลับ”

ส่วนงานนี้ใครอยากจะซึมซับบรรยากาศอย่างละเอียด ก็รอติดตามได้ที่เพจ ‘DJ ปูเป้ สาวเซ็กซี่สะบึมอารมณ์’ ที่เตรียมจะเล่าถึงโชว์ Crazy Horse ของ ลิซ่า แบบจัดหนักจัดเต็มในเร็วๆนี้ได้เลย

30 กันยายน พ.ศ. 2511 ยกเลิก 'รถราง' ในกรุงเทพมหานคร หลังได้รับความนิยมลดลง

วันนี้เมื่อ 55 ปีก่อน เป็นวันสุดท้ายของการให้บริการรถรางในกรุงเทพมหานคร หลังได้รับความนิยมลดลง จากการที่ประชาชนมีตัวเลือกในการเดินทางมากยิ่งขึ้น

กิจการเดินรถราง เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยนายจอห์น ลอฟตัส ชาวเดนมาร์ก ของพระบรมราชานุญาตเดินรถราง จนเปิดการเดินรถครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน ปี พ.ศ. 2431 โดยใช้ม้าลากไปตามราง ถือเป็นระบบขนส่งมวลชนแรกสุดในกรุงเทพฯ และเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในเวลาต่อมา รถรางถูกพัฒนาจากการใช้ม้าลาก เป็นการใช้ไฟฟ้าลาก ซึ่งก็ถือเป็นรถรางระบบไฟฟ้าชาติแรกในเอเชียอีกด้วย กิจการรถรางถูกเปลี่ยนมือหลายครั้งระหว่างการเปิดให้บริการ จนกระทั่งถูกโอนเป็นกิจการของบริษัท ไฟฟ้าสยาม จำกัด และมีเส้นทางเดินรถรางทั่วกรุงเทพฯ 11 สาย

แต่อย่างไรก็ตาม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาชนมีตัวเลือกในการเดินทางมากขึ้น รถรางเสื่อมความนิยม ทางการจึงค่อย ๆ ยกเลิกรถรางทีละสาย จนยกเลิกทั้งหมดในวันที่ 30 กันยายน ปี พ.ศ. 2511

เกิดอะไรขึ้น? ‘เก๋ไก๋ สไลเดอร์’ ลบคลิปคู่ ‘แน็ก ชาลี’ เกลี้ยง พร้อมทิ้งข้อความ “ขอให้โชคดี” ทำชาวเน็ตจับตาความสัมพันธ์

มีเรื่องดรามาอีกจนได้ สำหรับคู่รัก ‘แน็ก ชาลี’ กับ ‘เก๋ไก๋ ณัฐธิชา นามวงษ์’ หรือ ‘เก๋ไก๋ สไลเดอร์’ หลังฝ่ายหญิงไม่มีคลิปและรูปภาพที่เคยถ่ายคู่กันแล้ว ในโลกโซเชียลต่างคาดเดาต่างๆ นานา ว่าเกิดปัญหา ทั้งคู่เลิกกันจริง หรือแค่งอนจึงซ่อนคลิปภาพไว้ไม่ได้ลบออก หรือเพิ่งรับงานละครเป็นครั้งแรก อยากโฟกัสเรื่องงาน

ขณะที่ใน TikTok วิพากษ์วิจารณ์กันจนแฟนคลับว้าวุ่นไปหมด โดยมีคนแคปข้อความที่ ‘เก๋ไก๋’ ได้เข้าไปคอมเมนต์ใน TikTok ของ แฟนหนุ่มไว้ว่า…

“พี่แน็กเป็นคนเก่ง มีความรู้ ความสามารถ ทัศนคติดี ไปงานไหนๆ ก็มีสติในการตอบคำถามมากๆ ขอให้พี่โชคดีอย่างที่อวยพรให้เก๋ไก๋ แล้วขอให้พี่มีความสุขมากๆ ค่ะ”

โดย ‘แน็ก ชาลี’ ก็ได้มาตอบกลับว่า…

“พิมพ์แปลกจัง ใครบอกให้พิมพ์ กับกลับมาเปิดคลิปจัสตินหรอครับ ปิดแล้วไม่ต้องเปิดอีกก็ได้นะ ส่วนผมก็ตอบตามสิ่งที่ผมคิดจริงๆ แค่นั้นเอง ขอบคุณครับ”

ทั้งนี้ยิ่งทำเอาสงสัยกันหนัก ว่าเกิดอะไรขึ้น หลายคนก็บอกให้รอฟังจากปากของ ‘แน็ก’ และ ‘เก๋ไก๋’ ก่อนดีกว่า ล่าสุดเหมือนจะมีการง้อกันหรือเปล่า? เก๋ไก๋โพสต์คลิปหน้าเศร้าคัฟเวอร์ลงสตอรี่ ติ๊กต็อกมีการแชร์คลิปพร้อมข้อความว่า…

“สตอรี่ง้อที่รักมาแล้ว แอดจัดให้พร้อมซับไม่ต้องไปหาแปล #เก๋ไก๋ #เก๋ไก๋สไลเดอร์ #เก๋ไก๋แฟนแน็ก #แน็กชาลี #charliepotjes”

ด้านแฟนๆ ก็เข้ามาแสดงความเห็นหายว้าวุ่นแล้ว เก๋ไก๋มาง้อแน็กแล้ว อาทิ

- “ยัยน้อง ง้อเอง นักเลงพอ พี่ชาใจอ่อนได้แล้วนะ แฟนมาง้อแล้ว”

- “คนพี่ก็มาๆ มาใจอ่อนเร็วๆ แฟนคลับจะได้เลิกตีกัน”

- “หายน้อยใจได้แล้วนะชาลี น้องเก๋ตาช้ำหมดแล้ว รักกัน มีรอยยิ้มให้กันดีกว่า”

ขณะที่ก็มีคอมเมนต์อีกส่วนหนึ่งดรามาถล่ม เก๋ไก๋ ว่าไม่รู้จักโต ดูทรงท่าจะไม่รอด อาทิ

- “แค่ทะเลาะก็ลบคลิปเลย บางทีความคิดเก๋ดูเด็กไปนะ หรือต้องการเลิกจริงๆ”

- “ดูทรงแล้วไม่น่าจะรอด เก๋ดูเด็กน้อยไป”

- “เก๋ดูไม่โต ติดเด็ก เวลาพูดก็พูดไปเรื่อยๆ เหมือนคลิปนึงเก๋พูดจนเพื่อนต้องห้าม เพราะติดพูดๆ ไปเรื่อย ทฤษฎีนั่นนี้ จนลืมว่าตัวเองต้องโตนะ แยกแยะให้ออก”

- “ตอนใหม่ๆ ก็ง้อได้หรอกถ้าทำบ่อยๆ ทะเลาะกันทีซ่อนคลิปที ทำให้คนอื่นรู้ว่าทะเลาะกันนานๆ ไปผู้ชายจะเบื่อ ทำตัวเป็นเด็กไป ทะเลาะกันคุยกันเคลียร์กันสองคนก็พอ”

ด้านแฟนๆ อีกส่วนหนึ่งก็ปรามดรามา อาทิ

- “เราว่า ชาวเน็ตไม่ควรไปตัดสินแทนชีวิตคู่เขาอะ อย่าไปสร้างปมให้ใครอีก ให้ 2 คนเรียนรู้กันไป ทำอย่างกับพวกเธอไม่เคยทะเลาะกับผัว กว่าจะลงตัวมันใช้เวลา”

- “ทุกคนบอกแน็กชัดเจน แล้วเก๋ไม่ชัดเจนตรงไหน แถมเป็นฝ่ายลงคลิปเปิดตัวก่อนด้วยซ้ำ แน็กกับเก๋ยังต้องปรับตัวกันอีกเยอะ ปรับไม่ได้ก็ต่างคนต่างไป ไม่ผิดนะ”

- “อย่าทะเลาะกันบ่อยนะ แฟนคลับใจไม่ดี”

‘RedLife’ ได้รับเลือกเข้าประกวดในหมวด ‘Asian Future’ พร้อมฉายรอบเวิลด์พรีเมียร์ในเทศกาลหนังนานาชาติโตเกียว

นับเป็นข่าวดีของวงการภาพยนตร์ไทยที่ไปสร้างชื่อบนเวทีรางวัลระดับโลกอีกครั้ง เมื่อภาพยนตร์เรื่อง ‘RedLife เรดไลฟ์’ ผลงานดราม่า-ทริลเลอร์ โดยผู้กำกับ ลักญ เอกลักญ กรรณศรณ์ จากสตูดิโอ BrandThink Cinema ได้รับเลือกเข้าประกวดในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียวครั้งที่ 36 #TIFF (Tokyo International Film Festival 2023) ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม - 11 พฤศจิกายนนี้

โดยล่าสุด ได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์จากทั่วโลกที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมประกวดในสายต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นข่าวดีของวงการภาพยนตร์ไทยอีกครั้ง เมื่อภาพยนตร์เรื่อง ‘RedLife เรดไลฟ์’ ได้รับเลือกเข้าประกวดในสาย ‘Asian Future’ ซึ่งเป็นสายประกวดของผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่จากเอเชีย นับเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเลือกให้เข้าประกวดในสายนี้นับตั้งแต่ปี 2560 

ไม่เพียงเท่านี้ RedLife ยังได้รับเกียรติให้จัดฉายรอบเวิลด์พรีเมียร์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียวครั้งนี้ เป็นรอบแรกของโลกอีกด้วย

‘RedLife เรดไลฟ์’ บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครวัยรุ่นไร้ทางเลือกที่จะมาตั้งคำถามกับคนดูว่าคุณอยากเป็นคนที่ ‘ถูกรัก’ หรือ ‘ถูกทิ้ง’ นอกจากนี้ ยังได้เห็นการปรากฏตัวของทีมนักแสดงรุ่นใหม่ฝีมือแรงครบทีม นำโดย แบงค์ ธิติ, ซิดนีย์ สุพิชชา, จ๋อมแจ๋ม กานต์พิชชา, บิ๊ก ดีเจอร์ราร์ด และฝ้าย สุพิชชา ร่วมดัวยนักแสดงฝีมือประจักษ์อย่าง มานพ มีจำรัส และกรองทอง รัชตะวรรณ

ชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจให้หนังรักฟีลแบดเรื่องนี้บนเวทีเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียวครั้งที่ 36 (Tokyo International Film Festival 2023) และพิสูจน์อีกรสชาติของภาพยนตร์รักที่จะอยู่ในความทรงจำ ‘RedLife เรดไลฟ์’ กำหนดเข้าฉายในไทย 2 พฤศจิกายน 2566

เปิดเบื้องหลังการเชิญ 'ลิซ่า' มาแสดงในไนต์คลับดัง Crazy Horse Paris ช่วยสะท้อนความภาคภูมิใจ อิสรภาพ ความอยากรู้อยากเห็นของผู้หญิง

(29 ก.ย.66) เพจ 'ข่าวสารบันเทิงจีน' ได้เผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ผู้เกี่ยวข้องกับการเชิญลิซ่ามาแสดงคาราบาเรต์โชว์ในไนต์คลับสุดไอคอนนิกอย่าง Crazy Horse Paris ได้เปิดเผยเบื้องหลังการที่ลิซ่ามาแสดงโชว์ที่นี้ลงใน นิตยสาร ELLE ว่า...

"เดิมก่อนที่ลิซ่าจะมาแสดงที่นี้ เธอเคยมาดูโชว์ของ Crazy Horse หลายครั้ง ในช่วงที่แบล็คพิ้งค์มาทัวร์คอนเสิร์ตที่ปารีส และเธอประทับใจในโชว์มาก เธอได้มาเยี่ยมชมเหล่านักแสดงที่หลังเวที และเธอก็ตอบรับการมาแสดงอย่างไม่คาดคิด แน่นอนว่าไม่ใช่เธอขาดแคลนเงิน แต่เธอคิดว่าการแสดงของที่นี้มันน่าสนใจ

"หลังจากนั้นลิซ่าก็เป็นผู้นำในการวางแผนการแสดงทั้งหมด โดยไม่ได้จัดเวทีใหม่ แต่ทำเวทีเดิมให้เสร็จเรียบร้อย และบอกว่าลิซ่ารับหน้าที่ดูแลการแสดงของเธอที่ Crazy Horse เธออยู่ที่ปารีสและมาที่นี่เพื่อฝึกซ้อมครั้งแล้วครั้งเล่า เธอเป็นเหมือนมืออาชีพและทำงานได้ดีมาก เธอยังมาที่นี่เพื่อฝึกซ้อมตอนที่เตรียมตัวด้วย

นอกจากนี้เขายังเผยอีกว่าเหตุผลที่เชิญลิซ่ามา ก็เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าหญิงสาวให้กลายมาเป็นลูกค้าใหม่ “ท้ายที่สุดแล้วพวกเธอคือ ผู้ชมของเราในอนาคต เพราะการแสดง Crazy Horse ของเราเป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจ อิสรภาพ และความอยากรู้อยากเห็นของผู้หญิง โดยการแสดงครั้งนี้ฉันคิดว่า ลิซ่าก็โชว์สัญลักษณ์นั้นด้วย”

29 กันยายน ตรงกับ ‘วันหัวใจโลก’ หวังให้คนตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจ

วันที่ 29 กันยายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น ‘วันหัวใจโลก’ จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและความรุนแรงของโรคหัวใจ

วันหัวใจโลก (World Heart Day) ตรงกับวันที่ 29 กันยายน ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและความรุนแรงของโรคหัวใจ เนื่องจากสถานการณ์ของโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรโลก จึงควรรณรงค์ให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญในการดูแลและป้องกัน 

สำหรับปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ภาวะอ้วน การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ขาดการออกกำลังกาย ความเครียด และพันธุกรรม ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม จึงร่วมรณรงค์ให้ทุกคนดูแลหัวใจตนเองให้แข็งแรง

ทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่า ‘หัวใจ’ เป็นอวัยวะสำคัญ ที่ทำหน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่สิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนอาจละเลยไป คือการดูแลรักษามัน ขณะเดียวกันมีกิจกรรมหลายอย่างในชีวิตประจำวันที่เป็นการทำร้ายหัวใจโดยที่ไม่ได้คาดคิด ยกตัวอย่างเช่น การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารแบบผิด ๆ การไม่ออกกำลังกาย หรือการคิดมากจนทำให้เกิดความเครียด เป็นต้น

‘อุ้ม ลักขณา’ เปิดใจทั้งน้ำตา วินาทีตัดสินใจหย่า ‘บอล กฤษณะ’ เผย ไม่มีอะไรที่ยั่งยืน ตอนนี้ขอกลับมารักตัวเอง-เดินหน้าต่อเพื่อลูก

(28 ก.ย. 66) หลังจาก ‘อุ้ม ลักขณา’ ตัดสินใจหย่ากับอดีตสามี บอล กฤษณะ ที่คบหากันมากว่า 7 ปี เจ้าตัวก็ได้มาเปิดใจในรายการ ‘WOODY FM’ เผยรู้สึกชีวิตเหมือนตกจากสวรรค์ ตอนนี้ขอกลับมารักตัวเอง ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองด้วยวัย 40 เดินหน้าต่อเพื่อลูกในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม ทำให้เรียนรู้ว่าไม่มีอะไรที่ยั่งยืน

อุ้มบอกว่ากับเรื่องนี้สิ่งที่ได้เรียนรู้คือไม่มีอะไรที่ยั่งยืน

“คือเราฝากชีวิตไว้กับเขา แล้วคิดว่าอุ้มทิ้งทุกอย่างเลยนะ ทิ้งตั้งแต่ทำงานวงการ เพื่อที่จะมาใช้ชีวิตอยู่กับเขา ทิ้งครอบครัว ทิ้งเพื่อน สังคมทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขาคนเดียว จนกระทั่งมีลูก แล้วมันก็เลยทำให้เราตัดหนทางการทำงานของตัวเองไปเลย เหมือนตัดโอกาสตัวเองไปด้วย”

แต่แฮปปี้เพราะมีลูก รู้สึกว่าความสุขของเราคือลูก แล้วก็คิดว่าฝากฝังชีวิตเราไว้กับคนๆ นี้

“ก็เหมือนเป็นพวกเพ้อฝันในอดีตที่ผ่านมาว่าเป็นคนโลกสวยอยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากจะมีสามีที่ดี เพราะเห็นพ่อเราเป็นตัวอย่างเป็นต้นแบบของคนที่เป็นสามีของครอบครัว เราก็อยากจะมีมุมๆนั้น และในวันหนึ่งที่เราได้แต่งงานได้ใช้ชีวิตจริงๆ”

อุ้มเล่าต่ออีกว่า “เราก็รู้สึกเหมือนอยู่บนสวรรค์เลยเนอะ ก็ยังพูดกับเขา อุ้มเคยกราบเท้าเขาในวันพ่อเมื่อปีที่แล้วก่อนที่จะมีเรื่อง แล้วก็พาลูกๆไปกราบ ต้องทำให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง ก็เอาพวงมาลัยไปกราบเท้า แล้วบอกเขาว่า ขอบคุณ (น้ำตาคลอ) ที่เป็นพ่อที่ดี ที่ดูแลอุ้ม และเคยบอกเขาว่า เราโชคดีเนอะที่มีสามีที่ดีมากๆ ทุกคนจะบอกกับอุ้มตลอดว่า เหมือนกับเป็นผู้หญิงที่ถูกหวยรางวัลที่ 1 ที่มีผู้ชายที่ดูแลเราดีมาก รักเรามากๆ ก็เลยทำให้เราไม่ได้คิดระแวดระวังหรือสงสัย เพราะทุกอย่างมันดีจริงๆ”

ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเรื่องราวมากมายที่พยายามปรับตัวกันเยอะ แต่พอสุดท้าย มาเจอเรื่องที่ทำให้เหมือนตกมาจากสวรรค์

“เพราะเราไม่เคยคิด ไม่เคยมีในหัวอุ้มแม้แต่วินาทีเดียวเลยที่จะไม่มีผู้ชายคนนี้ในชีวิต ณ วันนั้นนะคะ วันที่เราพาลูกๆไปกราบเท้าเขา ยังบอกเขาว่าเราแก่ไปด้วยกันนะ ดูลูกเติบโตไปด้วยกัน (ร้องไห้) เพราะคิดว่าเขาคือคนสุดท้ายในชีวิตเราแล้ว แต่แล้วมันก็ไม่ได้เป็นแบบที่ฝันไว้”

กับการเปลี่ยนมาเป็นซิงเกิลมัม เธอบอกว่า เป็นแม่ที่ดูแลลูกเองมาตลอดอยู่แล้ว ตั้งแต่ลูกสาวเกิด เป็นคุณแม่เต็มตัวที่ทิ้งทุกอย่าง ไม่ได้ทำงาน รู้ทุกขั้นกระบวนการของลูก เพราะฉะนั้น ณ การดูแลลูกไม่มีอะไรเปลี่ยน

“มันเป็นอุ้มคนเดิมอยู่แล้วที่ดูแลเขา แต่สิ่งที่เราได้เห็นคือเขาเป็นเด็กที่ฉลาดมากเลยค่ะ 4 ขวบแต่เข้าใจ ดิสนีย์เขารู้ เขาสัมผัสได้ทุกอย่าง แค่อุ้มนั่งนิ่งๆ เขาก็จะแบบ หม่าม้าร้องไห้ทำไม หม่าม้าเศร้าเหรอ ไปเอาดอกไม้มาให้อะไรแบบนี้ค่ะ หม่าม้าดิสนีย์เป็นกำลังใจให้นะ ดิสโตขึ้นจะทำงานหาเงินดูแลม้านะ โดยที่ไม่เคยสอน เพราะไม่ได้อยากคาดหวังว่าลูกโตขึ้นต้องเลี้ยงเราหรือต้องมาให้อะไรตอบแทนแค่เขามีความสุขในแบบที่เขาเป็น แค่ 4 ขวบสามารถพูดและแสดงออกมากๆ เลยว่าเข้าใจหัวอกของเรา ถ้าเมื่อไหร่ที่อุ้มอ่อนแอ เขาจะรู้ทันที เลยทำให้รู้ว่าต้องเริ่มที่ตัวเรา คือต้องรักตัวเองก่อนในเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว เพราะเชื่อว่าเราทำดีที่สุด”

“สิ่งหนึ่งที่อุ้มจะไม่สอนลูกเลยคือ ไม่สอนให้ลูกตัวเองรับรู้ถึงปัญหาว่าพ่อกับแม่มีปัญหาอะไรกัน หรือเขาจะไม่ภูมิใจในตัวพ่อเขา อุ้มจะบอกเขาเสมอว่า ป๊ะป๋ารักดีสนีย์มากและหม่าม้าก็รักดีสนีย์มาก ในวันนี้หม่าม้ากับป๊ะป๋าเป็นเพื่อนกัน ครั้งแรกเขาไม่เข้าใจ เขาบอกว่าเป็นเพื่อนได้ยังไงแต่งงานกันก็ต้องเป็นสามีภรรยาสิ”

“คราวนี้เราต้องย้ายกลับมาอยู่กรุงเทพฯ ใช่ไหมคะ เขาเกิดที่เชียงใหม่ เขาก็พูดว่าบ้านเขาอยู่เชียงใหม่ เพื่อนเขาอยู่เชียงใหม่ ทำไมหม่าม้าต้องย้ายบ้าน เราก็ตอบว่าบ้านพังป๊ะป๋าต้องอยู่ซ่อมบ้าน ก็เลยเปิดคลิปวิดีโอที่เป็นบ้านพังถล่มให้เขาดู แล้วก็บอกกับพ่อเขาให้เราพูดไปในทางเดียวกัน ว่าป๊ะป๋าต้องอยู่ซ่อมบ้านเดี๋ยวลูกกลับมาอยู่กรุงเทพฯ กับหม่าม้า อากง เฮียก้า น้านิว ซึ่งเขาก็แฮปปี้”

จากเรื่องราวที่ผู้หญิงคนนี้เจอก็ทำให้มีคนเข้ามาขอคำปรึกษาเยอะ บ้างก็บอกว่า ทำไมถึงใจเด็ดจังครั้งเดียวแล้วไปเลย อุ้มบอกว่า…

“หนทางที่มันเดินทางร่วมกันมาจะบอกเขาเสมอว่าทุกๆ เรื่องคุยกันได้ปรับกันได้ แต่ถ้ามันเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีบรรทัดฐานไม่เท่ากัน ซึ่งอุ้มมีบรรทัดฐานของอุ้มอยู่ที่จุดนี้ แต่เขาไม่เคยแตะมาถึงจุดนี้ มันให้อภัยกันได้ คุยกันได้ แต่เมื่อไหร่ที่เขาแตะอันนี้ ไม่ได้”

บางคนที่ไม่กล้าออกจากความสัมพันธ์ สำหรับ อุ้มแล้วเธอมองว่า คนอาจจะคิดว่าไม่มีใครแทนที่คนๆ นี้ได้หรือเปล่า

“เป็นความคิดมโนไปเองว่า ไม่มีใครรักเราเท่านี้หรอก เราจะออกไปหาใครได้ อายุขนาดนี้แล้ว ออกไปทำอะไรที่มันไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเจออะไร เราก็เลยย้อนกลับไปว่า แล้วทำไมเราถึงต้องเลือกที่จะอยู่ในจุดที่มันไม่มีความสุขแล้วไปต่อไม่ได้ แล้วมันก็เป็นการตกลงคุยกันทั้งสองฝ่ายแล้วว่าเขาเลือกทางนี้ เราเลือกทางนี้ แต่เรามีทางตรงกลางเพื่อลูก แค่นั้นก็คือจบแล้ว”

เธอบอกอีกว่า ให้กลับมารักตัวเอง ทุกคนมันต้องมีทางไป และอุ้มก็เชื่อกับ นิวเคลียร์ เสมอเลยจะพูดกันตลอดอะไรเกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ สิ่งศักดิ์สิทธิ์เขาคงประทานมาให้เราได้เห็น ได้รู้ ไม่ตามืดตามัว

“แม่ของอุ้มจะพูดตลอดว่าเธอคือ ‘อุ้ม ลักขณา’ ลักขณาฆ่าไม่ตายหม่าม้าบอกแล้วใช่ไหม เราดูแลตัวเองมาดีขนาดนี้ ออกกำลังกายอย่างหนัก ดูแลตัวเองให้อายุ 40 แล้วยังดูสวยอยู่ แล้วสวยกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำ แล้วทำไมเธอถึงต้องด้อยค่าตัวเอง ก็อยากจะเป็นกำลังใจให้กับสาวๆ  คนที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเหมือนกัน เราไปได้ โดยเฉพาะเรามองหน้าลูก เรานอนกอดเขา เห็นหน้าเขา มันมีพลังมหาศาลมากมาย ซึ่งทำให้เราแพ้ไม่ได้ ยอมไม่ได้ต้องเป็นคนที่ดีกว่าเดิม ต้องดีกว่าเดิมให้ได้มากกว่าเดิมด้วยเพื่อลูกของเรา”

28 กันยายน พ.ศ. 2549 สนามบินสุวรรณภูมิ เปิดให้บริการเป็นทางการครั้งแรก

วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ครั้งแรกอย่างเป็นทางการ หลังจากใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนาน 45 ปี

สนามบินสุวรรณภูมิ มีชื่อเดิมว่า สนามบินหนองงูเห่า ตั้งอยู่บน ถ.บางนา-ตราด ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ว่าจ้างบริษัท ลิชฟิลด์ มาศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2503 เนื่องจากต้องการให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศไทยแทนท่าอากาศยานดอนเมืองและตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางการบินในทวีปเอเชีย

สำหรับของสนามบินสุวรรณภูมิ มีความหมายว่า ‘แผ่นดินทอง’ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อให้เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2543 และเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2545 

‘ตั๊กแตน’ หอบไอโฟน-ทองเส้นโตเซอร์ไพรส์ ‘เอ ศุภชัย’ หลังครบรอบ 1 ปี ซื้อลิขสิทธิ์เพลงให้ได้ร้อง

(27 ก.ย.66) รักสุดหัวใจเลยก็ว่าได้อีกหนึ่งท่านผู้มีพระคุณของ ‘ตั๊กแตน ชลดา’ ที่ผู้จัดชื่อดังอย่าง ‘เอ ศุภชัย’ เซอร์ไพรส์ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์เพลงให้ตั๊กแตนร้องมาเป็นระยะ 1 ปีเต็ม ซึ่งสัญญาจะหมดลงในวันที่ 30 กันยายน 2566 แต่ก็มีแฟนเพลงผู้ใจดีได้ซื้อลิขสิทธิ์เพลงให้ตั๊กแตนได้ร้องต่ออีก 1 ปี 

บุญคุณนี้จะต้องทดแทน เมื่อ ‘ตั๊กแตน ชลดา’ และทีมงานบุกไปถึงบ้านของ เอ ศุภชัย ถึงบ้านที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่เพื่อเป็นการตอบแทนผู้มีพระคุณด้วยการมอบสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท และ ไอโฟน 15 ใหม่ล่าสุด พร้อมทั้งเผยคลิปสุดอบอุ่นในครั้งนี้ด้วย โดยระบุว่า…

“หนูขอบคุณแม่มากๆ นะคะ ครบรอบหนึ่งปี ที่แม่ซื้อลิขสิทธิ์ให้แตน วันนี้แตนตั้งใจจะมาร้องเพลงให้แม่ฟัง รักแม่นะคะ @a_supachai1 ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่ลูกมอบให้แม่”

พร้อมระบุข้อความเพิ่มเติมว่า…

“ไม่รู้จะให้อะไรแม่เป็นการตอบแทน กับความรักและความหวังดีที่แม่มีให้แตน แม่มีครบหมดแล้วทุกอย่าง แต่ก็อยากให้อะไรแม่บ้างอยู่ดี วันนี้แอบมาเซอร์ไพรส์ร้องเพลงให้แม่ฟังถึงบ้าน ที่นครศรีธรรมราชกับของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไอโฟน ไว้ให้แม่ถ่ายรูปสวยๆ ลงไอจี กับสร้อยคอทองคำให้แม่ 5 บาท ถึงแม่จะบอกว่าแค่แกงไตปลาสักถ้วย แม่ก็ชื่นใจแล้วก็เถอะ”

‘จ้าวลู่ซือ’ ประเดิมเมนูแรกหลังถึงไทย ซัดไข่ดาว 5 ฟอง 5 จานกินคนเดียว!!

(27 ก.ย.66) หลังจากสร้างปรากฏการณ์แฮชแท็ก #ประเทศไทยมีจ้าวลู่ซือแล้ว ครองเทรนด์ทวิตเตอร์ เมื่อนางเอกสาวสุดฮอตจากแดนมังกร ‘จ้าวลู่ซือ’ (Zhao Lusi) ลัดฟ้าถึงเมืองไทยเพื่อเตรียมมีกิจกรรมโปรโมตผลงานในไทยในวันพุธที่ 27 กันยายนนี้ กับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชื่อดัง 

ทันทีที่มาถึงสนามบิน นักแสดงสาวชาวจีน ก็แจกความน่ารักสดใสอีกทั้งยังโชว์พูดภาษาไทย ออกเสียงชัดเจน "ขอบคุณนะคะ" และ "รักนะคะ"

ไม่เพียงแค่นั้น ‘จ้าวลู่ซือ’ ยังประเดิมเมนูแรกในไทย โดยนางเอกสาวสุดฮอตเลือกเมนูไม่ธรรมดา เรียกว่าสร้างตำนานบทใหม่กันเลยทีเดียว เมื่อ ‘จ้าวลู่ซือ’ ได้โชว์ภาพคู่กับเมนูไข่ดาว ที่ไม่ใช่แค่ไข่ดาวฟองเดียว แต่มาด้วยกันถึง 5 ฟอง 5 จาน พร้อมโชว์กินไข่ดาวโดยกินคนเดียวเองทั้งหมดไม่แบ่งใคร

สำหรับ ‘จ้าวลู่ซือ’ นางเอกจีนคนดัง มีผลงานซีรีส์ชื่อดังมากมาย อาทิ ‘ข้านี่แหละองค์หญิงสาม’ (The Romance of Tiger and Rose), ‘เทียบท้าปฐพี’ (Who Rules The World), ‘ดาราจักรรักลำนำใจ’ (Love Like the Galaxy) และล่าสุด ‘แอบรักให้เธอรู้’ (Hidden Love)

‘ฌอห์ณ-เพชร’ เผยภาพแห่งมงคล ในวันเข้าพิธีรับพระราชทานน้ำสังข์ จากกรมสมเด็จพระเทพฯ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

(27 ก.ย.66) พระเอกหนุ่มมาดเข้มอย่าง ฌอห์ณ จินดาโชติ กับแฟนสาวคนเก่ง เพชร ภิพัชรา ดีไซเนอร์ และเจ้าของแบรนด์เครื่องหนัง PIPATCHARA ที่ตอนนี้พร้อมเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้เข้าพิธีรับพระราชทานน้ำสังข์ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

และล่าสุด ฌอห์ณ จินดาโชติ และ เพชร ภิพัชรา ได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว เผยภาพแห่งความเป็นสิริมงคลของชีวิตคู่ พร้อมข้อความว่า “๘ กันยายน ๒๕๖๖ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า นายฌอห์ณ จินดาโชติ และ นางสาวภิพัชรา แก้วจินดา"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top