Tuesday, 14 July 2026
ECONBIZ

ครม. อนุมัติ 32,000 ล้าน ช่วยค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของศธ.-อว.ภาคเรียน ที่ 1 /2564

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แลถงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม.โครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภาคการเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2564 วงเงิน 32,000 ล้านบาท โดยให้ กระทรวงศึกษาธิการ 22,000 ล้านบาท และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 10,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง มีรายละเอียดดังนี้ 1.การใช้จ่ายของกระทรวงศธ. เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้นักเรียนนักศึกษา ทุกคนทุกกลุ่มในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนทั้งในและนอก 2,000 บาทต่อคน จำนวน 10,952,960 คน วงเงิน 22,000 ล้านบาท  โดยใช้จ่ายจากพ.ร.ก. เงินกู้ ฯและสนับสนุนสถานศึกษาในการจัดการเรียนการสอนและแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรควิด-19 ให้โรงเรียนละไม่เกิน 10,000 บาท จำนวน 34,887 แห่ง เป็นสถานศึกษาของรัฐ 30,879 แห่ง สถานศึกษาเอกชน ที่รับเงินอุดหนุนจากรัฐ อีก 4,008 แห่ง วงเงิน 94.08 ล้านบาท โดยให้ใช้เงินจากงบประมาณแทน เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขการใช้เงินกู้

2. โครงการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยนิสิต นักศึกษา กลุ่มเป้าหมายจำนวน  1,788,522 คน เป็นนิสิต นักศึกษาของสถาบันฯของรัฐในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา ฯ  จำนวน 1,458,978 คน และนิสิต นักศึกษาของสถาบันฯภาคเอกชนในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯจำนวน 285,000 คน  และนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐ นอกสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯจำนวน 44,544 คน  โดยช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐจำนวน 100 แห่ง ตั้งแต่ระดับต่ำกว่าปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาทั้งภาคปกติ ภาคพิเศษ และภาคสมทบ โดยลดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา ที่ต้องจ่ายในส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ช่วยเหลือในอัตราร้อยละ 50 ส่วนตั้งแต่ 50,001–100,000 บาท ช่วยเหลืออัตราร้อยละ 30 และตั้งแต่ 100,001 บาทขึ้นไปช่วยเหลือในอัตราร้อยละ 10โดยรัฐบาลและสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐจะร่วมกันช่วยเหลือเยียวยาในสัดส่วน 6:4 นอกจากนั้นช่วยค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาภาคเอกชน จำนวน 72 แห่ง เยียวยาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา คนละ 5,000 บาท และช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาอื่น เช่น การให้ทุนศึกษา ขยายเวลาการชําระ ค่าธรรมเนียมการศึกษา ผ่อนจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา ขยายเวลาสําเร็จการศึกษา ลดและคืนค่าหอพัก รวมทั้งการจ้างงาน ส่งเสริมรายได้ให้กับนักศึกษา เป็นต้น 

นายอนุชา กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาทั้งของกระทรวงศึกษาฯและกระทรวงการอุดมศึกษาฯมุ่งช่วยเหลือผู้ปกครองนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ให้บุตรหลานยังสามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้ต่อไปได้ ขณะเดียวกันยังลดภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนให้กับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้  ส่วนกรณีสถานศึกษาที่อยู่ภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครม.ขอให้พิจารณาใช้แหล่งเงินอุดหนุนขององค์กรกปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นลำดับแรกก่อน

สภาผู้ส่งออก หวังส่งออกยังพอโตต่อไปได้แม้เจอโควิด-19

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท. คงคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 2564 เติบโต 10% โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ ทั้ง สหรัฐ จีน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น, ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าใกล้เคียง 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องถึงระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลจากแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐฯ ที่เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ในหลายพื้นที่ รวมถึงจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่ทั่วโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง 

ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญในปี 64 คือ สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่มีความรุนแรงในประเทศ โดยจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด–19 ภายในประเทศยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถควบคุมและลดการแพร่ระบาดได้อาจจะกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะภาคการส่งออกซึ่งถือเครื่องจักรตัวสุดท้ายที่ยังขับเคลื่อน เช่นเดียวกับ กรณีการติดเชื้อในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเริ่มแพร่กระจายมากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อกำลังการผลิต และการส่งมอบสินค้า ทำให้การส่งออกเติบโตได้เพียง 10% จากที่คาดว่ามีโอกาสเติบโตได้ถึง 15% ประกอบกับมาตรการ Bubble & Seal ซึ่งโรงงานขนาด SMEs ส่วนใหญ่ อาจไม่สามารถดำเนินการได้และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องปริมาณความต้องการตู้สินค้ายังไม่เข้าสู่ภาวะสมดุล ปริมาณการหมุนเวียนของตู้สินค้ายังไม่เพียงพอ ประกอบกับค่าระวางเรือยังคงปรับตัวอยู่ในทิศทางขาขึ้น  รวมไปถึงปัญหาแรงงานขาดแคลน เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทำให้ความต้องการแรงงานในกระบวนการผลิตเพิ่มขึ้น แต่แรงงานต่างด้าวเดินทางกลับประเทศและยังไม่ได้เดินทางกลับเข้ามา ประกอบกับยังไม่สามารถจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้เพียงพอกับจำนวนแรงงานในภาคการผลิต ซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนแรงงานให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น และ ปัจจัยการผลิตมีปริมาณไม่เพียงพอ ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น  

ครม.เตรียมเยียวยาต่อเนื่อง ลูกจ้าง – นายจ้าง ประกันสังคม 16 จังหวัด

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ประชุมเตรียมพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เตรียมเสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน กลุ่มแรงงาน และผู้ประกอบการอันเนื่องมาจากข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 30) เพื่อช่วยเหลือลูกจ้าง และนายจ้างใน 9 กลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากประกาศฉบับนี้ เพิ่มเติมอีก 16 จังหวัดที่เป็นสีแดงเข้ม 

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยา ลูกจ้างและนายจ้างจะได้รับเงินเยียวยาจากทางรัฐบาลในลักษณะเดียวกับ 13 จังหวัดก่อนหน้านี้ แบ่งเป็นแรงงาน ตามมาตรา 33 จะได้รับเงินเยียวยารายละ 2,500 บาท ส่วนแรงงาน ตามมาตรา 39 และมาตรา 40 จะได้รับเยียวยารายละ 5,000 บาท จำนวน 1 เดือน ขณะที่นายจ้างจะได้รับชดเชย แรงงานหัวละ 3,000 บาท สถานประกอบการละไม่เกิน 200 คน หรือสูงสุดไม่เกิน 6 แสนบาท โดย สศช.เตรียมเสนอการขยายกรอบวงเงินที่จะใช้ในการเยียวยาครั้งนี้ เพิ่มเติมจากเดิมที่เคยเสนอขอไว้แล้ว 3 หมื่นล้านบาท

ส่วนวาระอื่น ๆ กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอร่างกฎกระทรวงยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องเสียง วีดิทัศน์ และเครื่องใช้ อิเล็กทรอนิกส์ที่คล้ายกัน : คุณลักษณะที่ต้องการด้านความปลอดภัยต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ.2564 พ.ศ. .... กระทรวงดิจิทัลฯ เสนอ ร่างประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่องหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ของผู้ให้บริการ พ.ศ. ....

สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอการขับเคลื่อนการให้บริการประชาชนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-service) ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 รวมทั้งมีการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณี ฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อดำเนินงานโครงการอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพในภาคเกษตรกรรม และรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทย (Universal Periodic Review : UPR ) รอบที่ 3 และโครงการทุนอุดหนุนนักเรียนดีมีความสามารถในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

“ศักดิ์สยาม” ขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน โดยมีนายกฯ เป็นประธาน ผ่านระบบออนไลน์

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการเดินรถโครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิตและบางซื่อ-ตลิ่งชัน ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล และสถานีกลางบางซื่อ (ผ่านระบบ Video Conference) ให้ประชาชนทดลองใช้ฟรี ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเชิงพาณิชย์ ปลายปี 2564 

โดยรถไฟสายดังกล่าวเป็นการเชื่อมโยงระบบขนส่งทางรางกับระบบขนส่งอื่น ๆ ของประเทศอย่างเป็นระบบครบวงจรทั้งบางบก อากาศ และทางถนน เพื่อให้ประชาชนเดินทางออกสู่ภูมิภาคและเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และแก้ปัญหาการจราจรติดขัด โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น ร่วมเป็นสักขีพยานครั้งนี้ด้วย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวรู้สึกยินดีที่ได้ทำพิธีเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ทั้งช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดให้บริการประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ ในเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางราง ซึ่งเป็นรูปแบบการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจึงได้ส่งเสริมผลักดันให้ระบบคมนาคมทางรางเป็นรูปแบบการเดินทางหลักของประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางรางในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตเมือง เพื่อช่วยยกระดับการเดินทางของประชาชนสะดวก รวดเร็ว ยิ่งขึ้น ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล บรรเทาปัญหาการจราจร รวมถึงพัฒนารถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเดินทาง ขนส่ง และโลจิสติกส์ ในการเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค ขณะเดียวกันก็รักษาสภาวะแวดล้อมของโลกในเรื่องของการลดการใช้พลังงานที่ทำให้เกิดมลพิษด้วย

สำหรับสถานีกลางบางซื่อ และโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง นอกจากจะเป็นทางเลือกให้ประชาชนสามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ปริมณฑล ได้โดยสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยแล้ว ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมถึงสนับสนุนการขยายตัวของเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจตลอดแนวเส้นทาง นอกจากนี้ ในระยะยาวจะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมและการขนส่งทางรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนควบคู่กันไปอย่างยั่งยืน นับเป็นก้าวย่างสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของการพัฒนาระบบรางและการพัฒนาประเทศตามเป้าหมายของรัฐบาล ซึ่งต่อไปจะมีการเร่งรัดการดำเนินการในพื้นที่ต่าง ๆ ในแต่ละภูมิภาคอีกด้วย

ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้เร่งรัดการดำเนินโครงการให้มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ประชาชนได้ใช้บริการสถานีกลางบางซื่อและรถไฟชานเมืองสายสีแดงในวันนี้ ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในเดือนพฤศจิกายน 2564 และเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

เดินหน้า “บิ๊กตู่” เป็นประธานเปิดเดินรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บางซื่อ-รังสิตและบางซื่อ-ตลิ่งชัน ยกระดับการเดินทาง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพขนส่งเชื่อมต่อโลจิสติกส์ระหว่างภูมิภาค ทดลองบริการฟรีก่อนเปิดบริการเต็มรูปแบบ พ.ย.นี้

ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดให้ประชาชนใช้บริการเดินรถโครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิตและบางซื่อ-ตลิ่งชัน ผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เข้าร่วม

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ทั้งช่วงบางซื่อ-รังสิตและช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดให้บริการประชาชนอย่างเต็มรูปแบบในเดือนพ.ย. 2564 นี้ จากการที่รัฐบาลได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี 2561-2580 ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตเมือง เพื่อช่วยยกระดับการเดินทางให้ประชาชนมีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล บรรเทาปัญหาการจราจร รวมทั้งพัฒนารถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางขนส่งและโลจิสติกส์มีการเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาค ขณะเดียวกันรักษาสภาวะแวดล้อมของโลกไปด้วย ควบคู่กันไปอย่างยั่งยืนรับเป็นก้าวย่างสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ในการพัฒนาระบบรางและการพัฒนาประเทศตามเป้าหมายของรัฐบาล ซึ่งต่อไปจะมีการเร่งรัดการดำเนินการในพื้นที่ต่างๆในแต่ละภูมิภาค 

สำหรับรถไฟชานเมืองสายสีแดง เปิดให้บริการเส้นทางสายเหนือช่วงบางซื่อ-รังสิต มีจำนวน 10 สถานี ระยะทาง 26 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทาง 25 นาที สายตะวันตกช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน มีจำนวน 3 สถานี ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทาง 15 นาที ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย มอบหมายให้รฟท.จำกัดซึ่งเป็นบริษัทลูกเป็นผู้ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง เปิดให้ประชาชนให้บริการฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไปจนถึงประมาณปลายปี 2564 ซึ่งจะเป็นการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ 

ทั้งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 06.00 น -20.00 น และในช่วงเวลาเร่งด่วนจะมีการเดินรถในเวลาทุกๆ 15 นาที ในเวลาปกติเดินรถทุก 30 นาที โดยท่ามกลางการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการจัดให้บริการจำกัดจำนวนผู้โดยสารทุกประเภทไม่เกินร้อยละ 50 ตามมาตรการรักษาระยะห่างนอกจากนี้ยังมีการบูรณาการร่วมกับการเดินทางอื่นๆเพื่อเพิ่มความสะดวกและการเข้าถึงของประชาชนและมีการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆ

สำนักงบฯ แนะทุกหน่วยงานใช้งบต้องคิดถึงผลกระทบโควิดรุนแรง

สำนักงบประมาณได้รายงานรายงานผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 64 ในช่วงไตรมาสที่ 3  โดยจากวงเงินรวม 3.2 ล้านล้านบาท มีการเบิกจ่ายแล้วประมาณ 2.28 ล้านล้านบาท คิดเป็น 69.49%  มีการก่อหนี้แล้วจำนวน 2.46 ล้านล้านบาท คิดเป็น 75.03% โดยในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การลงทุนทั้งในมิติของพื้นที่และการดำเนินชีวิตของประชาชน ซึ่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐซึ่งมีการก่อหนี้สูงกว่าเป้าหมายอย่างมากในปีนี้  

ทั้งนี้เพื่อให้การเบิกจ่ายและจัดสรรงบประมาณในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ (ก.ค. - ก.ย.) มีประสิทธิภาพสำนักงบประมาณจัดทำข้อเสนอข้อให้หน่วยงานราชการใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ คือหน่วยรับงบประมาณควรเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ และการบริหารงบประมาณที่ได้รับ การจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดผลกระทบหรือกระทบต่อการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างเหมาะสม และให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หน่วยรับงบประมาณควรพิจารณากำหนดทิศทางหรือแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ในส่วนช่องงบประมาณที่เป็นรายจ่ายประจำส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ควรมีการวางแผนอย่างเหมาะสม เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศโดยรวม 

ผู้บริหารเอกชนหวั่นโควิดกระจายกระทบภาคการผลิต

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI เดือนก.ค. 2564 เรื่อง การจัดการปัญหาแรงงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. จำนวน 166 คน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 75 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มองว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อแรงงานในภาคอุตสาหกรรมทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงานอุตสาหกรรม 

รวมทั้ง ปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่มีการใช้แรงงานเข้มข้น จนส่งผลทำให้กำลังการผลิตลดลงและกระทบต่อการส่งออกของไทย ดังนั้นจึงเสนอให้ภาครัฐเร่งฉีดวัคซีนให้แก่แรงงาน ม.33 เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19 ในสถานประกอบการ รวมทั้ง รักษาศักยภาพในการผลิตและการส่งออกของประเทศ 

ทั้งนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. ยังมองว่ามาตรการที่ภาคเอกชนมีความพร้อมและสามารถที่จะดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในสถานประกอบการได้ พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่ การมีระบบคัดกรองแรงงานก่อนเข้าโรงงาน และการเฝ้าระวังผู้ปฏิบัติงานที่เป็นกลุ่มเสี่ยงตามมาตรการ Bubble & Seal คิดเป็น 83.1% รองลงมา การจัดหาวัคซีนทางเลือกให้แก่แรงงานในสถานประกอบการ คิดเป็น 68.1% และการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด คิดเป็น 65.7%

รัฐบาล เร่ง แก้ปัญหาราคามังคุดตกฮวบ ด้านพณ.ช่วยค่าส่งผลไม้ฟรีผ่านไปรษณีย์ไทย- อุดหนุนเกษตรกรรายย่อย

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนมังคุดภาคใต้และภาคตะวันออก ที่ผลผลิตปีนี้มีจำนวนมากจนล้นตลาด ราคาตก ได้รับผลกระทบไม่สามารถส่งผลผลิตไปขายพื้นที่ต่างๆหรือส่งข้ามพรมแดนได้ช้า โดยกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รณรงค์ให้บริโภคผลไม้ไทยและช่วยกระจายสินค้าผ่านหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน โดยมีมาตรการช่วยเหลือเกี่ยวข้องกับการขนส่งที่ล่าช้า การข้ามพรมแดนไปจีน เนื่องจากขนส่งทางรถผ่านด่านโหยวอี้กวนและด่านโม่ฮานติดขัดมาก ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์หมุนกลับมาภาคใต้ไม่ทัน ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน รวมถึงปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าพื้นที่

น.ส.รัชดา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทย ส่งเสริมการขายผ่านระบบออนไลน์ ช่วยเกษตรรายย่อยส่งผลไม้ฟรีทั่วประเทศถึงมือผู้บริโภค โดยกระทรวงฯจะสนับสนุนค่าขนส่ง ค่ากล่องไปรษณีย์ จำนวน 2แสนกล่อง บรรจุผลไม้น้ำหนัก 10 กิโลกรัม ตั้งเป้าช่วยกระจายผลไม้ 2พันตัน และมีมาตรการเร่งกระจายมังคุดออกนอกแหล่งผลิต โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการแก่ศูนย์กระจายในจังหวัดแหล่งผลิต กิโลกรัมละ 3 บาท เพื่อกระจายมังคุด 1.7 หมื่นตัน

ส่วนปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ส่งสินค้าไปจีน ได้หารือกับสมาคมผู้ประกอบการค้าผลไม้ ซึ่งภายในเดือนส.ค.นี้ ปัญหาจะคลี่คลาย ขณะที่ปัญหาขาดแรงงาน กระทรวงมหาดไทย จะผ่อนผันให้ล้งและแรงงานเคลื่อนย้ายไปซื้อมังคุดที่จ.จันทบุรี นครศรีธรรมราช ชุมพร และจังหวัดอื่นๆในภาคใต้ได้ภายใต้มาตรการควบคุการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด  ทั้งนี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคามังคุดตกต่ำ โดยนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามการดำเนินการของทุกหน่วยงานอยู่ตลอด และรับทราบถึงการบูรณาการของทุกกระทรวงเป็นอย่างดี เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในเร็วๆนี้

เร่งกระจายมังคุดส่งไปรษณีย์ช่วยแก้ล้นตลาด

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมังคุดเกิดภาวะล้นตลาด-ราคาตกต่ำ ว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย ส่งเสริมการขายผ่านระบบออนไลน์ โดยส่งผลไม้ฟรีทั่วประเทศถึงมือผู้บริโภค โดยกระทรวงฯ จะสนับสนุนค่าขนส่ง ค่ากล่องไปรษณีย์ จำนวน 2 แสนกล่อง แต่ละกล่องบรรจุผลไม้รับน้ำหนักได้ 10 กิโลกรัม เป้าหมายช่วยกระจายผลไม้ 2,000 ตัน พร้อมมีมาตรการเร่งกระจายมังคุดออกนอกแหล่งผลิต โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการแก่ศูนย์กระจายในจังหวัดแหล่งผลิต กิโลกรัมละ 3 บาท เพื่อกระจายมังคุด 1.7 หมื่นตัน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในส่วนของปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งสินค้าไปจีน ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้หารือกับสมาคมผู้ประกอบการค้าผลไม้ ซึ่งมีการรายงานว่าในเดือนส.ค.นี้ ปัญหาจะคลี่คลาย ขณะที่การขาดแคลนแรงงาน ทางกระทรวงมหาดไทยได้เข้ามาอำนวยความสะดวก โดยจะผ่อนผันให้ล้งและแรงงานเคลื่อนย้ายไปซื้อมังคุดที่จังหวัดจันทบุรี นครศรีธรรมราช ชุมพร และจังหวัดอื่นๆในภาคใต้ได้ ซึ่งจะอยู่ภายใต้มาตรการควบคุการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

“รัฐบาลได้เร่งเข้าแก้ปัญหาราคามังคุดตกต่ำ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ติดตามการดำเนินการของทุกหน่วยงานอยู่ตลอด และได้รับทราบถึงการบูรณาการของทุกกระทรวงเป็นอย่างดี เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในเร็ว ๆ นี้”

นายจ้าง ลูกจ้าง ม.33 ใน 3 จังหวัด เฮ!! ได้เงินเยียวยา 9 สิงหาคมนี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการตามมาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เห็นชอบขยายพื้นที่เยียวยาผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการโควิด-19 จาก 10 จังหวัด เป็น 13 จังหวัด เพิ่ม จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา ใน 9 ประเภทกิจการ ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมบริการด้านอาหาร กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขาขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ สาขากิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน สาขากิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ และสาขาข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร โดยให้มีอัตราการจ่ายและวิธีการจ่ายเงินเช่นเดิมนั้นว่า ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้สั่งการให้ผมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเร่งรัดให้สำนักงานประกันสังคมเร่งจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและลูกจ้าง  

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับการจ่ายเงินเยียวยานายจ้าง ลูกจ้าง มาตรา33 ในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา มีผู้ประกันตนได้รับสิทธิจำนวน 272,746 คน นายจ้าง 19,213 ราย ใช้วงเงินทั้งสิ้น 1,522 ล้านบาท แยกเป็น นายจ้าง 841 ล้านบาท และลูกจ้าง 681 ล้านบาท โดยจะโอนเงินในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ให้ลูกจ้างผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น ส่วนนายจ้างบุคคลธรรมดา จะโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเช่นกัน และนายจ้างสถานะนิติบุคคล จะโอนเข้าบัญชีธนาคารตามชื่อนิติบุคคลนายจ้าง ทั้งนี้ ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถตรวจสอบสิทธิโครงการเยียวยาได้ที่ https://www.sso.go.th หรือโทรศัพท์ สายด่วนประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

2 ส.ค. นี้ เปิดทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ฟรี 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 ส.ค. 2564 นี้ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จะเริ่มเปิดทดลองให้บริการ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมใช้บริการฟรีในช่วงทดลองนี้เป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือน ส.ค.-ต.ค. ก่อนจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ ในเดือน พ.ย. 2564 เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ ในวันที่ 2 ส.ค. เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดในรูปแบบออนไลน์ ผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ จากตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมปล่อยรถขบวนปฐมฤกษ์จากสถานีกลางบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ในเวลา 10.29 น. และประชาชนจะใช้บริการขบวนถัดไปในเวลาประมาณ 11.00 น. ซึ่งจะปล่อยขบวนรถทั้งจากฝั่งบางซื่อ-รังสิต, บางซื่อ-ตลิ่งชัน, รังสิต-บางซื่อ และตลิ่งชัน-บางซื่อ

สำหรับการเปิดให้บริการครั้งนี้ จะจำกัดจำนวนผู้โดยสารไม่เกิน 50% ของความจุ หรือให้บริการ 550 คน/ขบวน จากความจุ100% ของ 1 ขบวน 4 โบกี้อยู่ที่1,100 คน/ขบวน โดยหากมีความต้องการใช้บริการสูงจะใช้รูปแบบการเพิ่มโบกี้ต่อไป  โดย แบ่งเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ สีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-รังสิตระยะทาง 26 กม. มี 10 สถานี ได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ,สถานีจตุจักร, สถานีวัดเสมียนนารี,สถานีบางเขน, สถานีทุ่งสองห้อง, สถานีหลักสี่, สถานีการเคหะ, สถานีดอนเมือง, สถานีหลักหก และสถานีรังสิต ใช้เวลาเดินทาง 25 นาที 

ส่วนสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กม. มี 3 สถานี ได้แก่ สถานีบางซ่อน, สถานีบางบำหรุ และสถานีตลิ่งชัน ใช้เวลาเดินทาง 15 นาที ซึ่งทั้ง 2 เส้นทางยังมีส่วนต่อขยายอีกในอนาคต 

นายกฯ ยืนยัน"ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ยังเดินหน้าต่อ แม้มีการยกระดับมาตรการฯ  สร้างความมั่นใจศักยภาพการท่องเที่ยวควบคู่กับเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความมั่นใจโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ยังคงเดินหน้าต่อ ภายใต้การยกระดับมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ควบคุมการเดินทาง และเคลื่อนย้ายแรงงานในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมการปิดสถานที่หรืองดกิจกรรมที่มีความเสี่ยง  มีผลตั้งแต่วันที่ 3-16 สิงหาคมนี้  เพื่อให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่  ทั้งนื้ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและประชาชนภูเก็ตทุกคน 

นายอนุชา ฯ กล่าวว่า จากการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) มาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-28 ก.ค. 2564 มีภาพรวมที่เป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจ  โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวน 12,395 คน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ  60,000 บาท/ทริป/คน สร้างรายได้แล้วประมาณ 749.95 ล้านบาท  ทั้งนี้ จากการประเมินของกรมควบคุมโรคทื่พบอัตราการติดเชื้อที่เกิดขึ้นในพื้นที่ค่อนข้างต่ำ โดยการติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากภายนอกหรือติดกันเอง โดยไม่มีการแพร่กระจายในพื้นที่ มองว่าโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ยังดำเนินไปได้ด้วยดี แม้สถานการณ์โลกและประเทศจะมีการแพร่ระบาดอยู่ก็ตาม 

ทั้งนี้ เมื่อถึงเดือนตุลาคม เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว หากประเทศไทยสามารถสร้างความเชื่อมั่นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวโดยเน้นพื้นที่ปลอดภัยจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) สมุยพลัสโมเดล (เกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า) และเตรียมขยายต่อเนื่องต่อไปยังจังหวัดกระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เล) และจังหวัดพังงา (เขาหลัก เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่) ตามลำดับได้  เชื่อว่าจะส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ภายใต้แนวทางของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ในการสร้างความสมดุลระหว่างการเฝ้าระวังความปลอดภัยสุขภาพอนามัยและการส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพี่อคนไทยทุกคน จึงขอให้ช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดีเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว นอกจากนี้ Phuket Sandbox กำลังเป็นที่กล่าวถึงและเป็นที่จับตาของประเทศต่างๆทั่วโลก เพราะหากประสบความสำเร็จ จะถือว่าเป็นแนวทางในการที่ประเทศอื่นๆ จะนำไปเป็นต้นแบบในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในลักษณะเดียวกัน

“บิ๊กตู่” ได้ฤกษ์ปล่อยขบวนรถไฟฟ้าสายสีแดง “ช่วงบางซื่อ-รังสิต,บางซื่อ-ตลิ่งชัน” 2 ส.ค.นี้ชวน ปชช.ทดลองใช้บริการฟรี 3เดือน เผย 7 ปี ลงทุนไปแล้ว 1.5 ล้านล้านบาท       

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ในวันที่ 2 ส.ค. เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  จะเป็นประธานในพิธีเปิดรถไฟสายสีแดง จากสถานีกลางบางซื่อ ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ จากตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย(รฟท.) และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม จะเดินทางให้การต้อนรับประชาชน ที่สถานีกลางบางซื่อ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการลงทุนทางรางขนาดใหญ่ที่รัฐบาลผลักดันมาโดยต่อเนื่องเพื่อพัฒนาระบบคมนาคมทางรางให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ อำนวยความสะดวกประชาชนและกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ต่างๆของประเทศ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนร่วมใช้บริการฟรีในช่วงทดลองเป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือน ส.ค.-ต.ค. ก่อนจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ ในเดือนพ.ย. 2564 เป็นต้นไป โดยนายกฯจะปล่อยรถขบวนปฐมฤกษ์จากสถานีกลางบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ในเวลา 10.29 น. และประชาชนจะใช้บริการขบวนถัดไปในเวลาประมาณ 11.00 น. ซึ่งจะปล่อยขบวนรถทั้งจากฝั่งบางซื่อ-รังสิต, บางซื่อ-ตลิ่งชัน, รังสิต-บางซื่อ และตลิ่งชัน-บางซื่อ โดยการให้บริการช่วงทดลองร.ฟ.ท. จะดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด โดยจะจำกัดจำนวนผู้โดยสารไม่เกิน 50% ของความจุ หรือให้บริการ 550 คนต่อขบวน จากความจุ100% ของ 1 ขบวน 4 โบกี้อยู่ที่1,100 คนต่อขบวน โดยหากมีความต้องการใช้บริการสูงจะใช้รูปแบบการเพิ่มโบกี้ต่อไป โดยผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง เข้าใช้บริการได้เฉพาะประตู 1 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเท่านั้น เพื่อไม่ให้ปะปนกับประชาชนผู้มารับวัคซีนที่จะใช้บริการ ประตู 2,3 และ4 และเพื่อความสะดวกประชาชนสามารถใช้อุโมงค์ทางเชื่อมระหว่างสถานีกลางบางซื่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (MRT) 

ซึ่งขณะนี้พร้อมเปิดให้บริการแล้ว ทั้งนี้ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงที่กำลังจะเปิดทดลองให้บริการนี้แบ่งเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ สีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-รังสิตระยะทาง 26 กม. มี 10 สถานี ได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ,สถานีจตุจักร, สถานีวัดเสมียนนารี,สถานีบางเขน, สถานีทุ่งสองห้อง, สถานีหลักสี่, สถานีการเคหะ, สถานีดอนเมือง, สถานีหลักหก และสถานีรังสิต ใช้เวลาเดินทาง 25 นาที และสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กม. มี 3 สถานี ได้แก่ สถานีบางซ่อน, สถานีบางบำหรุ และสถานีตลิ่งชัน ใช้เวลาเดินทาง 15 นาที ซึ่งทั้ง 2 เส้นทางยังมีส่วนต่อขยายอีกในอนาคต 

“รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้การขนส่งทางรางให้เป็นระบบการขนส่งหลักของประเทศ โดยในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาได้ลงทุนไปแล้วรวมกว่า 1.5 ล้านล้านบาท  ทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลและพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ รถไฟทางคู่และทางสายใหม่ และรถไฟความเร็วสูง  เฉพาะโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ได้เปิดบริการเพิ่มเป็น 9 เส้นทาง รวม 170.38 กม. จากก่อนปี 2557 ให้บริการอยู่ 4 เส้นทาง 85 กม. อยู่ระหว่างก่อสร้าง 6 เส้นทางรวม 131.76 กม. ซึ่งจะทยอยเปิดให้บริการประชาชนปีละ 30-40 กม.ในช่วงปี 2565-67 และ อยู่ระหว่างก่อสร้าง การประกวดราคา และศึกษาการลงทุนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน(พีพีพี)อีกหลายเส้นทาง” น.ส.ไตรศุลี กล่าว 

BizMAX THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้ EP.3/4 ตอน คำถามโลกแตก!! ‘คุณ’ ยังรักการอ่านอยู่ไหม?

BizMAX THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้  EP.3/4 ตอน คำถามโลกแตก!! ‘คุณ’ ยังรักการอ่านอยู่ไหม? 

พบกับ ‘ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา’ 
กรรมการผู้จัดการ บริษัท Cloud and Ground จำกัด 
ผู้ร่วมก่อตั้งสื่อน้ำดีที่ชื่อ ‘THE Cloud’

ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES 

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
- ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นายจ้าง ลูกจ้าง ม.33 พื้นที่ 10 จังหวัด 9 กิจการ เฮ!! สปส. โอนเงินเข้าพร้อมเพย์ 4 ส.ค.นี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการตามมาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ใน 9 ประเภทกิจการ ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมบริการด้านอาหาร กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ กิจกรรมบริการด้านอื่นๆ สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขาขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ สาขากิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน สาขากิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ สาขาข้อมูลข่าวสาร และการสื่อสาร นั้นว่า
          
ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงาน
และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเร่งรัดขยับเวลาการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนไม่ให้เกินวันที่
6 สิงหาคม โดยจะเริ่มทยอยจ่ายตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมนี้ ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะระบบการโอนผ่านพร้อมเพย์สามารถดำเนินการได้วันละ 1 ล้านบัญชีเท่านั้น โดยผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยามีจำนวน 2.87 ล้านคน จะต้องใช้เวลาถึง 3 วันจึงได้สามารถโอนได้ครบภายในกำหนดเวลาวันที่ 6 สิงหาคม ตามเจตนารมณ์
ของนายกรัฐมนตรี และจะทยอยโอนครั้งต่อไปให้กับนายจ้าง และผู้ประกันตนมาตรา 33 ทุก ๆ วันศุกร์ จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2564
          
ด้าน นางสาวลัดดา แซ่ลี้ รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า วิธีการจ่ายเงินเยียวยาสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับเยียวยาจากรัฐบาลคนละ 2,500 บาท จะโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น ส่วนนายจ้างจะได้รับการเยียวยา จากรัฐบาล ตามจำนวนลูกจ้าง หัวละ 3,000 บาท สูงสุดลูกจ้างไม่เกิน 200 คน โดยนายจ้างบุคคลธรรมดา จะโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ เลขประจำตัวประชาชนเช่นกัน และนายจ้างสถานะนิติบุคคล จะโอนเข้าบัญชีธนาคารตามที่แจ้งไว้กับสำนักงานประกันสังคม
          
รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และนายจ้างที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 3 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา นั้น สำนักงานประกันสังคมจะประชาสัมพันธ์วันจ่ายเงินให้ทราบในภายหลัง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top