Thursday, 29 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

จับอีก!! APP เงินกู้จีนดอกเบี้ยโหด จ.ภูเก็ต พบลูกหนี้กว่า 20,000 ราย

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากลหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย  โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ศิลปคมณ์  เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปชก.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุม

นายเลี่ยวฯ อายุ 27 ปี สัญชาติจีน ในข้อหา “ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีไว้เพื่อนำออกซึ่งใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต”

สืบเนื่องจาก การขยายผลการจับกุมเครือข่ายปล่อยเงินกู้พื้นที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. และ ศปชก.สตม. ทำการสืบสวนขยายผลพบว่า เครือข่ายดังกล่าวย้ายไปอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และยังมีพฤติการณ์โทรทวงเงินพร้อมดอกเบี้ยโหดกับลูกหนี้ที่กู้เงินผ่านแอปพลิเคชั่นชื่อ “พลูตัส แค็ท โปร” (Plutus cat pro) ซึ่งแอปฯ ดังกล่าว ลักลอบเปิดสำนักงานอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต ชุดสืบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายค้นและเข้าค้นยังอาคารเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 พบนายเลี่ยว อายุ 27 ปี สัญชาติจีน โดยรับว่าเป็นผู้ควบคุม ดูแล จัดการ และจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงาน ระหว่างการเข้าค้น พบพนักงานจำนวน 19 คน และทำการตรวจยึดทรัพย์สินและเอกสารที่น่าเชื่อว่ามีไว้ใช้หรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น สมุดบันทึกรายชื่อลูกหนี้, ซิมการ์ด, โทรศัพท์มือถือ และ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมจำนวน 43 รายการ จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนตัวของนายหลิวฯ พบรายชื่อลูกหนี้ กว่า 20,000 ราย สอบถามพนักงานให้การว่าจะต้องโทรทวงหนี้ให้ได้วันละ 10-15 ราย ซึ่งจะได้ค่าจ้างเดือนละ 10,000-15,000 บาท และค่าคอมมิชชั่น 8 บาท ต่อการทวงหนี้ได้ 1 ราย โดยจะให้ลูกหนี้ชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารที่นายเลี่ยวฯ จ้างเปิดบัญชีไว้ ชุดสืบสวน ศปชก.สตม. จึงดำเนินการจับกุมนายเลี่ยวฯ ส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

‘อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ’ รับมอบเตียงนอน (เด็กเล็ก) และขนม ให้กับ "สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า" จังหวัดนนทบุรี

วันที่ 19 สิงหาคม 2564 ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรี "นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ” อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย "นางสาวอมรศรี รัศมีทัต" ผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านเฟื่องฟ้า จังหวัดนนทบุรี  รับมอบเงิน และเตียงนอนสำหรับเด็กเล็ก จำนวน 50 เตียง / ขนมจำนวน 400 ห่อ จาก "คุณสุรีพร ไทยใหญ่" เจ้าของสถานประกอบการ พร้อมกับคณะญาติ เพื่อน ๆ ที่เห็นของความสำคัญที่จะมอบบริจาคเตียงนอนสำหรับเด็ก ไว้ใช้เพื่อเป็นประโยชน์โดยส่วนรวม

การพักผ่อนที่ดีที่สุด คือ การนอนหลับอย่างสนิท สบายตัว จะส่งผลให้สุขภาพพลานามัยของเด็ก ๆ มีความสุขได้ จึงได้ร่วมกันนำเตียงนอนดังกล่าว และขนมเพื่อมาร่วมสร้างบุญ สร้างกุศล เป็นผู้ให้ด้วยใจบริสุทธิ์ ร่วมด้วยช่วยกัน "คนละไม้ คนละมือ" และสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่

ในการนี้ “นายชัยพร ภูผารัตน์” ผอ.สำนักงานสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย และ “นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล” นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย ได้เป็นเกียรติเข้าร่วมกิจกรรม และจัดซื้อขนมมาร่วมบริจาคในครั้งนี้ด้วย

โฉมใหม่ “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” พร้อมเปิดให้บริการกันยายนปี 65 ขยายพื้นที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 5 เท่า พร้อมรับผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 100,000 คนต่อวัน ตอกย้ำการเป็นศูนย์ประชุมใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มุ่งเป้าสู่การเป็น The Ultimate Inspiri

บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ประกาศรุกตลาดธุรกิจไมซ์ (MICE) ประเทศไทยครั้งใหม่หลังความสำเร็จในอดีตตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ของการเปิดให้บริการศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมทุ่มงบกว่า 15,000 ล้านบาท เดินหน้าพัฒนาสุดยอดศูนย์ประชุมใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เพิ่มศักยภาพของโครงการด้วยการขยายพื้นที่มากขึ้นถึง 5 เท่า พร้อมเพิ่มพื้นที่รีเทลเพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ โดยรักษาชื่อ “‎ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ซึ่งเป็นที่รู้จักและยอมรับในธุรกิจไมซ์ระดับนานาชาติ มั่นใจการพัฒนาปรับปรุงศูนย์ฯ สิริกิติ์ ครั้งนี้ จะสามารถรองรับการจัดงานประชุมหรืออิเวนต์ระดับเวิลด์คลาสได้ทุกรูปแบบอย่างไร้ขีดจำกัด  

นายปณต สิริวัฒนภักดี กรรมการ บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่บริษัทฯ ยังเล็งเห็นความสำคัญในการเดินหน้าพัฒนาโครงการ “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” (Queen Sirikit National Convention Center หรือ QSNCC)  ให้เสร็จสมบูรณ์ตามแผนที่วางไว้ สอดคล้องกับแผนการลงทุนระยะยาวของบริษัทฯ ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการศูนย์ประชุมระดับเวิลด์คลาสแห่งใหม่ของเอเชีย บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของประเทศไทย ที่มีจุดแข็งหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าของภูมิภาค การมีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคที่ครบครัน พร้อมด้วยกลุ่มคู่ค้าทางธุรกิจและซัพพลายเออร์ที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังมีศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ และมีการสืบสาน รักษา ต่อยอดให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน จึงทำให้บริษัทฯ มั่นใจว่า ศูนย์ฯ สิริกิติ์ จะเป็น The Ultimate Inspiring World Class Event Platform for All ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้านานาชาติ และจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินเข้ามาในประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นได้อย่างแน่นอน”

นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือเป็นหัวใจของการเริ่มต้นอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ฯ สิริกิติ์ เป็นสถานที่ที่บันทึกเรื่องราวความทรงจำของงานประชุมและอิเวนต์สำคัญๆ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติกว่า 20,000 งาน ด้วยประสบการณ์มากกว่า 3 ทศวรรษ กอปรกับบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญ และมีความเป็นมืออาชีพ เราเชื่อมั่นว่าศูนย์ฯ สิริกิติ์ โฉมใหม่ จะสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า และรองรับการจัดงานได้ในทุกรูปแบบได้อย่างแน่นอน”

ศูนย์ฯ สิริกิติ์ โฉมใหม่ มีพื้นที่รองรับการจัดการประชุมและนิทรรศการมากถึง 78,500 ตารางเมตร ประกอบไปด้วยฮอลล์สำหรับการจัดนิทรรศการขนาดใหญ่ 2 ฮอลล์ พื้นที่รวมมากกว่า 45,000 ตารางเมตร ห้องสำหรับจัดประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ 2 ห้อง พื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางเมตร และห้องประชุมย่อยที่สามารถรองรับการประชุมได้กว่า 50 ห้อง นอกจากนี้ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ยังเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และมีที่จอดรถภายในอาคารรองรับได้มากกว่า 2,700 คัน อำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงาน  ขณะนี้ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ได้เริ่มเปิดจองพื้นที่และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้จัดงานเป็นอย่างมาก

ข้อมูลโครงการ (Fact)

ชื่อโครงการ:      ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Queen Sirikit National Convention Center หรือ QSNCC)

มูลค่าโครงการ:  15,000 ล้านบาท

ขนาดที่ดิน:        53 ไร่

พื้นที่โครงการ:   280,000 ตารางเมตร

พื้นที่จัดงาน:      78,500 ตารางเมตร

ที่จอดรถ:          2,700 คัน

ที่ตั้งโครงการ:    ถนนรัชดาภิเษก เชื่อมต่อแยกพระราม 4-รัชดา

การเดินทาง:      เข้าออกได้จาก 4 ถนนสำคัญของกรุงเทพ ถนนพระราม 4 ถนนสุขุมวิท ถนนรัชดาภิเษก และถนนดวงพิทักษ์ และเชื่อมตรงรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทำเลโดยรอบ:    เชื่อมต่อสวนเบญจกิติ-สวนลุมพินี และโครงการศักยภาพของย่านพระราม 4 อาทิ

วัน แบงค็อก เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ เดอะ ปาร์ค และโรงพยาบาลเมดพาร์ค

บริษัทผู้พัฒนาโครงการ

เจ้าของโครงการ :                               บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด

ผู้พัฒนาโครงการ:                               บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ผู้รับเหมางานหลัก:                              บริษัท นันทวัน จำกัด

ผู้ออกแบบงานสถาปัตยกรรม:                บริษัท ดีไซน์ 103 อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ผู้ออกแบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง:          บริษัท เบคา (ไทยแลนด์) จำกัด

ผู้ออกแบบงานตกแต่งภายใน:                 บริษัท ออนเนี่ยน จำกัด

ผู้ออกแบบงานภูมิสถาปัตยกรรม:             บริษัท ฉมา จำกัด

ผู้ออกแบบงานแสงส่องสว่าง:                  บริษัท โบ สไตเบอร์ ไลท์ติ้ง ดีไซน์ (ประเทศไทย) จำกัด

ผู้ออกแบบงานป้ายและกราฟฟิก:             บริษัท บีอาวเฟรนด์ จำกัด

ที่ปรึกษาด้านอาคารประหยัดพลังงาน:       บริษัท แอฟริคัส จำกัด

ผู้บริหารโครงการ:                               บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน)

ผู้รับเหมางานเสาเข็มเจาะ:                     บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน)


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ธนาลัย เทียนเงิน

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร

บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด

โทรศัพท์: +66 (9) 8269 5356

อีเมล: [email protected], [email protected]

เว็บไซต์: www.qsncc.com

ชุมพร - พ่อเมืองชุมพร ลงพื้นที่ติดตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของล้งทุเรียน สร้างความเชื่อมั่นทุเรียนชุมพร

วันที่ 18 สิงหาคม 2564  14.30 น.  นายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นายแพทย์จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร นายพิทักษ์ พิศสิริวัฒนสุทธิ์ ปลัดจังหวัดชุมพร และหัวหน้าส่วนราชการ ลงพื้นที่อำเภอหลังสวน ตรวจติดตามและให้กำลังใจล้งทุเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และผู้ประกอบการ ในมาตรฐานความปลอดภัย และมาตรการป้องกันโควิด-19 ของทุเรียนชุมพร ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า จีนที่รับทุเรียนส่งออกจากประเทศไทย พบเชื้อโควิด-19 ในกล่องบรรจุทุเรียน ที่มาจากจังหวัดชุมพร จึงส่งผลกระทบต่อการรับซื้อทุเรียนในพื้นที่

นายแพทย์จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ในส่วนของล้งผลไม้ จังหวัดชุมพรมีการออกแบบในการทำความสะอาด เพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 ซึ่งทุกล้งผลไม้สามารถปฏิบัติได้ดี แต่มีผู้ที่เดินทางมาจากหลายจังหวัด ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงในการป้องกันการระบาดเช่นกัน ก็มีการพบการติดเชื้อในบางล้ง แต่ไม่มาก ส่วนจะเกิดจากการซื้อขายระหว่างบุคคล ได้ส่งเสริมให้ ทุกล้งใช้ ที่ตรวจ ATK เพื่อเฝ้าระวังคนงาน ในส่วนของผู้ที่จะเข้ามาซื้อขายก็จะมีขั้นตอนเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการระบาดอยู่แล้ว

ด้านนายอุดม ศรีสมทรง พาณิชย์จังหวัดชุมพร กล่าวว่า จากข่าวที่มีการพบเชื้อโควิด19ในกล่องบรรจุทุเรียน ทำให้ล้งทุเรียนในจังหวัดชุมพร ตระหนักถึงความปลอดภัย และความสะอาดมากยิ่งขึ้น มีการหยุดทำความสะอาด และปฏิบัติตามมาตรการ ตรงตามมาตรฐานมากยิ่งขึ้น โดยจากข่าวดังกล่าวทำให้ราคาตกลงบ้าง แต่ในขณะนี้ราคากลับขึ้นมาเป็นปกติแล้ว

นายธีระ อนันตเสรีวิทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จังหวัดชุมพรช่วงนี้เป็นฤดูกาลผลไม้ และอยู่ในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ทางจังหวัดชุมพร ได้ออกมาตรการ และคำแนะนำ พร้อมประชาสัมพันธ์ถึงการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคโควิด -19 มาโดยตลอด และจากกรณีที่มีข่าวว่าพบเชื้อโควิด-19 จากทุเรียนที่ส่งไปจากอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร แต่พบที่กล่องบรรจุ ไม่ได้พบที่ตัวทุเรียนซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่า เป็นการติดเชื้อจากไหน อาจเป็นช่วงของการขนส่ง จากเมืองไทยไปยังประเทศจีน  จึงเชื่อมั่นได้ว่า ทุเรียนจากจังหวัดชุมพรไม่มีการติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด ขอให้มั่นใจได้ ทั้งชาวไทยและชาวจีนว่า ทุเรียนของจังหวัดชุมพร มีมาตรฐานสูงในการรักษาความปลอดภัยทั้งจากเชื้อโควิด-19 หรือเชื้ออื่น ๆ อีกทั้งล้งผลไม้ส่วนใหญ่ ที่ส่งออกไปยังประเทศจีน ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการส่งออกในระดับสากล ทั้งการทำความสะอาด ทางด้านตัวพนักงานเอง หรือสถานที่ บางล้งหยุดรับซื้อ เพื่อทำความสะอาด บางล้งทำความสะอาดพร้อมกับรับซื้อ โดยการลงพื้นที่มาตรวจในครั้งนี้ พบว่ามาตรฐานดีทุกล้ง ปฏิบัติตามมาตรการที่ทางจังหวัดได้กำหนดไว้ จึงขอให้มั่นใจได้


ภาพ/ข่าว  ธนากร โกศลเมธี รายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร

"พรรคไทยธรรม" เป็นห่วงพี่น้องด่านหน้า ลุยแจกชุดอุปกรณ์ป้องกันตนเอง (PPE) ให้พี่น้องแพทย์ พยาบาล และอาสาสมัครกู้ภัย

15 สิงหาคม 2564 ดร.อโณทัย ดวงดารา หัวหน้าพรรคไทยธรรม อ.รัตติกาล โสวะภาส , อ.อรุณชัย ยะพันธ์ชัย , นายณรงค์  เพิ่มพูล , นายศุกติชา ( มดแดง ) ตันเจริญ และนายชานน อ้นไชยะ กรรมการบริหารพรรค ได้ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง (PPE) ให้กับบุคลากรด่านหน้า แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสากู้ภัย ที่กำลังต่อสู้กับวิกฤตโรคไวรัสโควิด-19 อยู่ในขณะนี้

โดยได้ส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันตนเอง (PPE) ให้กับโรงพยาบาลสนามชัยเขต อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา และจุดกู้ภัยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ จุดกู้ภัยอำเภอพนมสารคาม , จุดกู้ภัยอำเภอบางคล้า , จุดกู้ภัยอำเภอบ้านโพธิ์ และจุดกู้ภัยอำเภอสนามชัยเขต

โดยในครั้งนี้ ดร.อโณทัย ดวงดารา ได้ลงพบปะกล่าวแสดงความขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนที่บุคลากรทุกท่านได้ทำงานเหน็ดเหนื่อยเสี่ยงภัยต่อสู้ในยามวิกฤตนี้ เป็นบุคลากรกลุ่มแรกที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง "พรรคไทยธรรม" ขอร่วมส่งแรงใจให้พี่น้องประชาชนทุกท่าน รอดพ้นจากไวรัสโควิด-19 นี้ไปด้วยกัน พรรคไทยธรรม พร้อมอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน "พรรคไทยธรรม" ประชาชน เพื่อประชาชน

กรุงเทพฯ - ทัพเรือภาคที่ 1 จัดอาหารกล่อง From The Sea ครัวเรือรบ ต้านภัยโควิด พร้อมน้ำดื่ม สนับสนุนให้แก่ครัวสนามในโครงการ “กองทัพเรือ เพื่อประชน ร่วมใจต้านภัย COVID-19” ถวายเป็นพระราชกุศล

ในวันที่ 18 สิงหาคม 2564 เวลา 11.00 น. พลเรือโท โกวิท  อินทร์พรหม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 มอบหมายให้ พลเรือตรี อภิชัย  สมพลกรัง รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมด้วย พลเรือตรี ชวิน เวียงวิเศษ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ ช่วยปฏิบัติราชการทัพเรือภาคที่ 1 เดินทางไปส่งมอบอาหารกล่อง From The Sea ครัวเรือรบ ต้านภัยโควิด พร้อมน้ำดื่ม จำนวน 690 ชุด สนับสนุนให้แก่ครัวสนามในโครงการ “กองทัพเรือ เพื่อประชน ร่วมใจต้านภัย COVID-19” ถวายเป็นพระราชกุศล ณ ลานจอดรถอาคารนันทอุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยในวันนี้มีผู้แทนชุมชนได้แก่ ชุมชนวัดมะลิ 1 ชุมชนวัดมะลิ 2 เขตบางกอกน้อย และ ชุมชนแก้วฟ้า ชุมชนจรัล 4 เขตบางกอกใหญ่ รวมทั้งสิ้นจำนวน 4 ชุมชน เดินทางมารับมอบเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่พี่น้องประชาชนในชุมชนดังกล่าว ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ที่กำลังทวีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ทัพเรือภาคที่ 1 จะยังคงจัดอาหารกล่อง From The Sea ครัวเรือรบ ต้านภัยโควิด พร้อมน้ำดื่ม สนับสนุนให้แก่โครงการ “กองทัพเรือ เพื่อประชาชน ร่วมใจต้านภัย COVID-19” เช่นนี้ จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2564


ภาพ/ข่าว  กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1

นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

จันทบุรี – เหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี มอบบ้านตามโครงการ "บ้านรัฐร่วมราษฎร์ กาชาดร่วมใจ" เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บ่ายวันนี้ ( 18 ส.ค.64 ) ที่บ้านเลขที่ 54/11 หมู่ที่ 1 ต.เขาแก้ว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย นางสุนิชฌาน์ ทองแย้ม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีได้นำคณะกรรมการเหล่ากาชาด นายอำเภอท่าใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบบ้าน ตามโครงการ "บ้านรัฐร่วมราษฎร์กาชาดร่วมใจ" เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประจำปี 2564

ให้แก่ นายไพเลิศ ฐิตะรัตน์ อายุ 74 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ปัจจุบันอาศัยอยู่กับ นางทองอิน ฐิตะรัตน์  ( ภรรยา) อายุ 62 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก และได้รับการรักษา โดยการฉายรังสี และนายกฤษฎา ฐิตะรัตน์ ลูกชาย  อายุ 34 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจร่างกายไม่แข็งแรงและไม่ได้รับการรักษา ในด้านที่พักอาศัย บ้านหลังเดิมมีสภาพชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ซึ่งการสร้างบ้านตามโครงการ "บ้านรัฐร่วมราษฎร์ กาชาดร่วมใจ"เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หลังนี้ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรีสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้าง รวม 200,000 บาท / คุณอิงบุญ ศรีพรหมมา กรรมการเหล่ากาชาด อ.ท่าใหม่ สมทบระบบไฟฟ้า 5,000 บาท / กำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลเขาแก้ว สมทบระบบไฟฟ้า 5,000 บาท

โอกาสนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี และ อำเภอท่าใหม่ได้จัดถุงยังชีพมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ต.เขาแก้ว ที่กักตัวเองและผู้ยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดมอบผ่านผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่จำนวน 50 ชุด


ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา จ.จันทบุรี

พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กรุงเทพฯ - กองทัพเรือ โดยโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID – 19 ให้แก่ประชาชน พร้อมเปิดจองวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็ก 7 กลุ่มโรคเสี่ยง ที่เป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาล

วันนี้ (18 สิงหาคม 2564 ) กองทัพเรือ โดยโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID – 19  ในการนี้กำลังพลจิตอาสา 904 สังกัดกองทัพเรือ ได้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเข้ารับการฉีดวัคซีน ป้องกัน COVID – 19 ณ อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ โดยประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีน ป้องกัน COVID – 19 ในครั้งนี้ เป็นผู้อาศัยในพื้นที่เขตบางกอกน้อย บางกอกใหญ่ และเขตธนบุรี ซึ่งมีโรคประจำตัว รวมถึงสตรีมีครรภ์ ที่อายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ พระภิกษุสงฆ์ และผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป

ในขณะที่ หมอพลอย แพทย์จีน ปรียาดา บัวสมบุญ ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ขอเชิญผู้ป่วยของโรงพยาบาล อายุระหว่าง 12 ถึง 18 ปีที่มี 7 กลุ่มโรคเสี่ยง ลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีน ไฟเซอร์ เข็มที่ 1 โดยสามารถโทรศัพท์ ลงทะเบียน เพื่อจองคิว ได้ที่ Call Center วัคซีนโควิด หมายเลขโทรศัพท์ 02 460 0216 9 ตั้งแต่วันที่ 19-20 สิงหาคม เวลา 09.00 นถึง 15.00 น จนกว่าคิวจะเต็ม  ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า จะ จัดให้มีการฉีดวัคซีน ให้แก่ผู้ที่ลงทะเบียนในวันอังคารที่ 24 และ วันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม  256 4 ระหว่างเวลา 08.00 น. ถึง 12.00 น.

ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ กล่าวต่อไปว่า วัคซีนไฟเซอร์ ดังกล่าวมีจำนวนจำกัด ในกรณีเด็กป่วยต้องมีโรคตรงตามข้อกำหนดเท่านั้น โดยกลุ่มโรคเสี่ยง ที่กำหนดประกอบด้วย

1.โรคอ้วน หรือเด็กอ้วนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น

2. โรคทางเดินหายใจเรื้อรังหรือโรคหอบหืด

3. โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง

4. โรคไตวายเรื้อรัง

5.โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ

6. โรคเบาหวาน

7.กลุ่มโรคพันธุกรรมรวมทั้งกลุ่มอาการดาวน์และภาวะบกพร่องทางระบบประสาทอย่างรุนแรง

 

สุโขทัย - อบจ.สุโขทัย มอบชุดอุปกรณ์ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ แก่สสจ.สุโขทัย และกู้ภัยทั้งจังหวัด เพื่อป้องกันโควิด-19

วันที่ 18 สิงหาคม 2564 นายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยเอกเทียนชัย ทองวินิชศิลป นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ รองนายก อบจ.สุโขทัย นายธรรมศักดิ์ สายฤทธิ์ และนายเชนท์ ผาสุก สมาชิกสภา อบจ.สุโขทัย อำเภอเมืองสุโขทัย สมาชิกสภาฯ คณะผู้บริหาร และบุคลากรในสังกัด อบจ.สุโขทัย ร่มกันมอบเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับป้องกันและควบคุมโรคโควิด–19 ให้กับสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย และเจ้าหน้าที่หน่วยหน้า(เครือข่ายกู้ชีพ กู้ภัย) เพื่อสนับสนุนหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ประกอบด้วยถุงแยกขยะติดเชื้อ(ถุงแดง) จำนวน 2,000 ถุง  น้ำยาฆ่าเชื้อโรค จำนวน 190 ขวด ชุดอุปกรณ์ฉีดพ่น (แบบแบตเตอรี่) จำนวน 38 ถัง

โดยมีดร.นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย นำคณะบุคลากรและเจ้าหน้าที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย และเจ้าหน้าที่จากเครือข่ายกู้ชีพ กู้ภัยในพื้นที่ทั้ง 9 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย และบุคลากรสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย มารับมอบและร่วมพิธีรับมอบในครั้งนี้ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย

นอกจากนี้ นายกมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ. กล่าวขอบคุณ บุคลากรทางด้านสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และเจ้าหน้าที่หน่วยหน้า เครือข่าย กู้ชีพ กู้ภัยทุกท่าน ที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อเนื่องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนสำคัญในการป้องกันและบรรเทาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดสุโขทัย เพื่อออกปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านแทนประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัย

ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย กล่าวขอบคุณคณะ นายก และผู้บริหาร อบจ.สุโขทัย ที่ให้การสนับสนุนเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกัน และสิ่งของจำเป็นต่างๆในการป้องกันและดูแลประชาชนในจังหวัดสุโขทัยที่ประสบปัญหาและได้รับผลกระทบจากโรคโควิด–19 มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้ง แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า รวมทั้ง(เครือข่ายกู้ชีพ กู้ภัย) ที่ปฏิบัติงานกันอย่างหนักในช่วงเวลานี้ ซึ่งทาง อบจ.และนายก อบจ.ได้ให้การส่งเสริมสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ และจังหวัดสุโขทัย 


ภาพ/ข่าว  สุริยา ด้วงมา จ.สุโขทัย

ขอนแก่น - “ธีระศักดิ์” ผุดไอเดียขอนแก่นโมเดล เร่งฉีดวัคซีนทางเลือกและวัคซีนจัดสรร มั่นใจคนขอนแก่นร่วมมือกันและกลับสู่ภาวะปกติได้สำเร็จ

เร่งฉีดวัคซีนทางเลือกและวัคซีนจัดสรร ให้ได้ร้อยละ 70 เสนอจังหวัดขอเปิดเทอมและผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิด มั่นใจคนขอนแก่นร่วมมือกันและกลับสู่ภาวะปกติแบบนิวนอมอลได้สำเร็จ พร้อมระบุจุดฉีดวัคซีนทางเลือกมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและกำกับทุกขั้นตอน ไม่มีคุณยายรับวัคซีน 2 เข็มแบบบางจังหวัดอย่างแน่นอน

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 18 ส.ค.2564 ที่หน่วยบริการฉีดวัคซีน รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า จ.ขอนแก่น นายธีระศักดิ์  ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น นำคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาฯ รวมทั้งผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจคณะทำงานด้านวัคซีนของ รพ.ศรีนครินทร์ และ คณะทำงานของเทศบาลนครขอนแก่น รวมทั้งพบปะประชาชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่ทยอยเดินทางเข้ารับการฉีดวัคซีนทางเลือกชิโนฟาร์ม ตามแผนการฉีดวัคซีนทางเลือกชิโนฟาร์ม วันนี้ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ของรอบแรกในการฉีดวัคซีนกลุ่มเป้าหมาย 17,000 คน โดยมีประชาชนที่ได้รับการยืนยันการฉีดวัคซีนทางเลือกชิโนฟาร์มตามที่เทศบาลนครขอนแก่นได้ทำการจัดหาจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่กำหนดการฉีดรอบแรกสัปดาห์แรกระหว่างวันที่ 14-19 ส.ค.ทยอยเดินทางเข้ารับการฉีดวัคซีนตามรอบเวลาที่กำหนดอย่างต่อเนื่องท่ามกลางมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า วันที่ 3 ของการให้บริการวัคซีนทางเลือกตามที่เทศบาลฯได้จัดหามานั้นในภาพรวมยังคงเป็นไปอย่างเรียบร้อย ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด คือรอบแรก 17,000 คน ที่มีกำหนดการฉีดวัคซีน 2 ช่วงเวลาคือ 16-19 ส.ค. และ 23-25 ส.ค.ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. จำกัดวันละ 15 รอบ แยกเป็นรอบช้า 6 รอบ และรอบบ่าย 9 รอบ รอบละ 350 คน ซึ่งหน่วยฉีดวัคซีนจุดนี้จะสามารถให้บริการได้วันละ 2,650 คน ซึ่ง 2 วันที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ที่ไม่มาฉีดวัคซีนอยู่ที่ประมาณวันละ 10% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ที่ไม่สะดวกเดินทางมา รวมทั้งผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเทศบาลฯกำหนดแผนที่จะให้บริการเชิงรุกแบบถึงบ้าน รวมไปถึงการจัดลำดับสำรองที่เตรียมไว้ทุกกลุ่มหากมีคนสละสิทธิ์การรับวัคซีนชิโนฟาร์ม ก็จะเลือกลำดับสำรองมาเข้ารับการฉีดวัคซีนในวันที่ 24-25 ส.ค.เป็นลำดับต่อไป ขณะเดียวกันการบริหารจัดการพื้นที่ ที่มีการกำหนดช่อฉีดวัคซีนมากถึง 25 ช่อง ซึ่งแสดงถึงการเว้นระยะห่างและการให้บริการที่รวดเร็ว ลดการรวมตัวและกำหนดในเรื่องของการเว้นระยะห่างได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งการจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกประจำจุดต่างๆ ทุกจุดอย่างรัดกุมและรอบคอบดังนั้นกรณีที่เกิดขึ้นในบางจังหวัดที่คุณยายได้รับวัคซีน 2 เข็ม จะไม่มีเกิดขึ้นที่ขอนแก่นอย่างแน่นอน

“ประชาชนในเขตเทศบาลนครขอนแกน มีประมาณ 110,000 คน ซึ่งวัคซีนทางเลือกชิโรฟาร์มที่เทศบาลฯได้รับการจัดสรรตามที่เทศบาลฯได้ดำเนินการจัดซื้อจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งได้รับรอบแรก 17,000  คนและ รอบที่ 38,000 คน ซึ่งหากได้รับครบทุกคนจะทำให้เขตเทศบาลฯของเรานั้นมีประชากรได้รับวัคซีนถึง 55,000 คนหรืออยู่ที่ร้อยละ 50 ของจำนวนประชากรในเขตเทศบาลฯ และในเดือน ต.ค.หากนับรวมวัคซีนที่รัฐจัดสรรและทำให้เขตเทศบาลฯมีประชากรได้รับวัคซีนถึงร้อยละ 70  ก็จะมีการพิจารณารูปแบบการผ่อนคลายมาตรการหรือการเปิดเมือง ซึ่งคงไม่ถึงการเป็นขอนแกนแซนบอค แต่จะมีการหารือและแนวทางการทำงานร่วมกันกับผู้ประกอบการด้านธุรกิจเอกชนต่าง ๆ ทุกองค์กร ที่จะเดินต่อไปถึงแผนการฟื้นฟูเมืองในภาพรวม ที่ทุกคนจะร่วมมือกันและเข้าสู่ระบบมาตรฐานความปลอดภัยในระดับประเทศจากหน่วยงานที่รับผิดชอบที่จะมาตรวจและประเมินเมือง ดังนั้นในเดือน ต.ค.จะมีการประเมินอีกว่าเมื่อเขตเทศบาลฯได้รับวัคซีนไปแล้วกว่าร้อยละ 70 การเปิดเมืองนั้นจะออกมาในรูปแบบใด รวมไปถึงการเปิดเรียนในส่วนของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลฯ ที่จะมีการหารือกันว่าเมื่อคณะครู บุคลากรทางการศึกษา ชุมชน และผู้ปกครองได้รับวัคซีนครบกว่า 70% แล้ว โรงเรียนในสังกัดเทศบาล 11 แห่งจะสามารถเปิดเรียนในเทอมที่ 2 แบบนิวนอมอลได้หรือไม่”

นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่าในการให้บริการวัคซีนทางเลือกชิโนฟาร์ม ในรอบที่ 2 รวม 38,000 คน ที่จะกำหนดฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ส.ค. ต่อเนื่องไปจนถึง กลางเดือน ก.ย. โดยขณะนี้เทศบาลฯได้กำหนดจุดฉีดวัคซีน  5 จุด ประกอบด้วย รพ.ศรีนครินทร์ จุดฉีดที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแห่งนี้ รวมทั้ง รพ.ขอนแก่น,ศุนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น,รพ.ราชพฤกษ์ และ รพ.กรุงเทพขอนแก่น ที่จะร่วมมือกันระดมการฉีดวัคซีนให้ครบตามเป้าหมายและจำนวนที่กำหนด ควบคู่กับการให้บริการเชิงรุกแบบฉีดถึงบ้านในส่วนของกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วนติดเตียง และการตามหากลุ่มคนเร่ร่อนในเขตเมืองอีกกว่า 100 คน อย่างไรก็ตามในรอบที่ 2 ที่กำหนดฉีดอีก 38,000 คนนั้น จะมีการจัดทำรูปแบบของครอบครัว คือนอกจากบุคคลที่ได้รับการยืนยันการฉีดวัคซีนจากเทศบาลฯแล้ว หากครอบครัวประสงค์ที่จะฉีดและพาคุณพ่อ คุณแม่ คุณตา คุณยาย มารับบริการการฉีดวัคซีน เทศบาลจะกำหนดให้คนในครอบครัวได้รับวัคซีนชิโนฟาร์มตามที่เทศบาลฯได้จัดหามานั้นฉีดให้กับคนในครอบครัวด้วยเพราะถือเป็นครอบครัวที่มีภูมิคุ้มกันหมู่ที่ครบถ้วนและสมบูรณ์แบบ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวจะมีการประเมินกันอีกครั้ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top