Saturday, 31 October 2026
THE STATES TIMES TEAM

ประจวบคีรีขันธ์ - “หัวหิน” คึกคัก นทท.เต็มชายหาด พร้อมเปิดรับต่างชาติเดือน ต.ค.นี้

วันที่ 20 ก.ย. นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน มอบหมายให้ นายมนตรี ชูภู่ นางสาวบุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมผู้บริหารและ สท. ดูแลประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ของเทศบาลเมืองหัวหินรอบสุดท้ายอีก 4,000 คน ที่ รพ.หัวหิน ตามที่เทศบาลเมืองหัวหินใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท จัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้กับประชาชนในพื้นที่จำนวน 27,500 คน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเมืองหัวหินและสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว สถานประกอบการและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปิดเมืองหัวหินในเดือน ต.ค.นี้

นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน เปิดเผยว่าจากกระแสการเปิดเมืองหัวหินรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่ต้องกักตัวตามโครงการหัวหินรีชาร์ท ล่าสุดมีการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้มีนักท่องเที่ยวจาก กทม. จังหวัดปริมณฑล เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนตากอากาศที่ อ.หัวหินช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชายหาดหัวหินตลอดแนวตั้งแต่หน้าโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ไปทางหมู่บ้านเขาตะเกียบ มีนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ เดินเล่นชายหาดอยู่เต็ม ส่งผลดีทำให้ธุรกิจม้าเช่าชายหาด ร้านอาหารซีฟู้ดทางลงชายหาดมีบรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวอื่น เช่นตลาดโต้รุ่งหัวหิน เริ่มมีนักท่องเที่ยวจับจ่ายซื้อของ การจราจรบนถนสายหลักมีรถหนาแน่น เป็นสัญญาณที่ดีในการท่องเที่ยวก่อนถึงช่วงไฮซีซั่น

แม้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวจะมีข้อจำกัดจากการกำหนดเคอร์ฟิวก็ตาม สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดเมืองหัวหิน นอกจากวัคซีนแล้ว เทศบาลได้รับนโยบายให้ทำโครงการสมาร์ทซิตี้ ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดความคมชัดสูงแล้ว 118 จุด จำนวน 486 ตัวในพื้นที่ 86 ตารางกิโลเมตร พร้อมระบบควบคุม 24 ชม. กล้องวงจรปิดสามารถติดตามใบหน้าบุคคลที่มีข้อมูลพื้นฐานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงป้อนเข้าระบบ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวหรือติดตามการเดินทางประชาชนในพื้นที่

ตราด - ตำรวจท่องเที่ยวตราด พร้อมดูแลนักท่องเที่ยว ขานรับโครงการ “เกาะช้างทูเก็ตเตอร์”

วันที่ 20 ก.ย. 64 พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศิริเจริญนำ สว.ส.ทท.6 กก.2 บก.ทท.1(ตำรวจท่องเที่ยวตราด) เปิดเผยว่า ตามที่ภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องของ จ.ตราด ได้กำหนดเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั่วไป ตามโครงการเปิดการท่องเที่ยวรูปแบบพิเศษ ที่มีมาตรการในเรื่องความปลอดภัยการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ควบคู่กันไปด้วย ภายใต้ชื่อ เกาะช้างทูเก็ตเตอร์ “KOH CHANG TOGETHER” โดยใช้แหล่งท่องเที่ยวเกาะช้างเป็นพื้นที่นำร่อง เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือน ต.ค.64 เป็นต้นไป และก็เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ ให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนในพื้นที่เกาะช้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของตำรวจท่องเที่ยวตราด ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ แก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ 

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์’ ทรงกรุณาประทานยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร แด่เรือนจำกลางเชียงใหม่ 100,000 เม็ด

วันที่ 20 กันยายน 2564 หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ทรงกรุณาให้ นางสาวชญาณิศา ฐาณิชณาณัณ กรรมการผู้จัดการบริษัท เดอะไบบูรี่ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเชิญยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรประทาน ให้ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ เพื่อใช้ช่วยเหลือบรรเทาภัยเบื้องต้นในสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโคโรน่าไวรัส (โควิด-19) ที่กำลังแพร่ะบาดในเรือนจำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ในเรือนจำ ผู้ต้องขังในเรือนจำกลาง และเรือนจำในเครือข่าย โดยมี พันตำรวจตรีชัยรัตน์ กิจงาม เป็นผู้อ่านหมายหนังสือประทานยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรทุกหมู่เหล่า

นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย เลขานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า โดยแต่เดิม หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ทรงมีความห่วงใยต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเสมอมา ทรงจัดหาสิ่งของต่าง ๆ ที่พอจะช่วยเหลือ บรรเทาภัย และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้า และผู้ประสบภัยจากโรคระบาด โควิด-19 มาโดยตลอด ซึ่งตลอดช่วงเวลา 2 ปี ของการแพร่เชื้อโรคระบาดนี้ พระองค์ท่านมีรับสั่งให้คณะทำงานในส่วนพระองค์ แบ่งสายงานหาทางให้ความช่วยเหลือประชาชนทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑล รวมทั้งต่างจังหวัดมาโดยตลอด

ตำรวจเตือน! บุคคลนำคลิปหรือภาพลามกของตน ไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อแลกเงิน เสี่ยงถูกดำเนินคดี

วันที่ 20 ก.ย.2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่มีบุคคลที่เรียกตัวเองว่า เซ็กซ์ครีเอเตอร์(Sex Creator) หรือพอร์นฮับเบอร์(Porn hubber)นำภาพหรือคลิปของตนเองในลักษณะลามกอนาจาร เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผ่าน เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น OnlyFans หรือเว็บไซต์อื่นที่มีลักษณะเดียวกัน รวมถึงกลุ่มลับต่าง ๆ ที่เปิดรับสมาชิกและมีการเรียกเก็บค่าเข้ากลุ่ม เพื่อรับชมคลิปหรือภาพลามกอนาจาร โดยผู้ที่ปรากฏในคลิป ผู้ผลิต หรือ ผู้นำคลิปไปเผยแพร่ ได้รับประโยชน์ใด ๆ จากผู้อื่นเป็นค่าตอบแทนจากการกระทำดังกล่าวนั้น ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวมาโดยตลอด

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ฯ กล่าวว่าแม้พฤติการณ์ดังกล่าวในหลายประเทศอาจถือว่าไม่เป็นความผิด แต่สำหรับประเทศไทย กฎหมายได้บัญญัติไว้เป็นความผิดอย่างชัดเจน จึงขอให้เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการบังคับใช้กฎหมายด้วย และขอเรียนชี้แจ้งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ดังนี้

กรณีผู้ที่ปรากฏในสื่อลามกเป็นผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป)

- เพื่อประสงค์แห่งการค้าฯ นำเข้า ผลิต  เผยแพร่สื่อลามกอนาจารฯ  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ป.อาญา มาตรา 287(1)

- นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(4) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

- “ครอบครอง” สื่อลามกที่บุคคลในสื่อลามกอายุ 18 ปีขึ้นไปไม่ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย ยกเว้น ครอบครองสื่อลามกเด็ก หรือ Child Pornography (บุคคลในสื่อลามกอายุต่ำกว่า18ปี)ฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ป.อาญา มาตรา 287/1

ฝากถึงพี่น้องประชาชน เซกซ์ครีเอเตอร์ และพอร์นฮับเบอร์ หรือผู้ที่คิดอยากทำเนื้อหาที่มีลักษณะลามก(Sex content)ที่จะนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ขอให้ตระหนักถึงผลกระทบด้านอื่น นอกเหนือจากในแง่ของกฎหมาย เนื่องจากเนื้อหาที่ถูกเผยแพร่ดังกล่าว ไม่สามารถถูกทำให้หายไปได้ แต่จะยังคงวนเวียนอยู่ในโลกออนไลน์ วันหนึ่งท่านต้องมีครอบครัว วันหนึ่งท่านต้องออกจากวงการไปมีวิถีชีวิต หรือมีหน้าที่การงานอย่างอื่นที่อยู่นอกวงการนี้ ท่านและคนรอบตัวของท่าน คือคนที่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งนี้โดยตรง ขออย่าให้เห็นแก่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า เพราะค่าตอบแทนเม็ดงามในวันนี้เป็นเพียงยาพิษเคลือบน้ำตาล ที่จะตามส่งผลร้ายแรงในอนาคตต่อไป

ทั้งนี้ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว กรุณาแจ้งเบาะแสไปยังสายด่วน 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผบช.ปส ตรวจยึดกัญชา 20 กิโลกรัม ส่งทางพัสดุ!! พร้อมของกลางรวมกว่า 1 ล้านบ้าน ที่โกดังบริษัทพัสดุแห่งหนึ่ง ในจว.พระนครศรีอยุธยา

วันที่ 19 ก.ย. 64 พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง ผบก.ปส.3 พร้อมด้วยชุดจับกุม นปส.เพลินจิต กก.1 บก.ปส.3 ร่วมกับ ปป.7 สปป.ป.ป.ส., ฝขว.ศปก.ทบ. ได้ทำการสืบสวนกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดทางโซเชียล ส่งทางพัสดุไปรษณีย์โดยขยายผลจากเมื่อวันที่  18 ก.ย.64 ชุดจับกุม ได้ทำการตรวจยึดกัญชา น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ที่โกดังบริษัทพัสดุแห่งหนึ่ง จว.พระนครศรีอยุธยา   

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการขับเคลื่อนตามนโยบายดังกล่าวภายใต้การอำนวยการ ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.,พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผช.ผบ.ตร.

ผบ.ตร. - แถลงข่าวจับกุม ผู้ต้องหา 8 คน ยาบ้า จำนวน 7,500,000 เม็ด กัญชา จำนวน 1,480 กิโลกรัม

วันที่ 19 ก.ย.64 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส., พล.ท.ธนณัฐ ยังเฟื่องมนต์ ผอ.ศปป.2 กอ.รมน., นายอุดมชัย โลหณุต ผอ.สปป. สำนักงาน ป.ป.ส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.สกส.,  พล.ต.ต.สมบัติ ชูชัยยะ ผบก.อก.บช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี ผู้ต้องหา 8 คน ของกลาง ยาบ้า จำนวน 7,500,000 เม็ด กัญชา จำนวน 1,480 กิโลกรัม

ตามนโยบายรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ปราบปรามแหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด มุ่งเน้นเครือข่ายรายสำคัญและบุคคลที่หลบหนีหมายจับคดียาเสพติด อีกทั้งให้เน้นการขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินรวมทั้งการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปประเทศที่ 3 โดยผ่านระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ ตลอดจนทำลายเครือข่ายกลุ่มนักค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.64 เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ นปส.อุดรธานี กก.3 บก.ปส.2 บช.ปส. ร่วมกับ ศวข.บก.ขส.บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ทำการจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 1 คน ดังนี้  

นายเจด็จ สะดีวงค์ อายุ 45 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 5 ต.หนองข่า  อ.ปทุมราชวงศา จว.อำนาจเจริญ พร้อมของกลาง จำนวน 3 รายการ คือ

1. กัญชาแห้งอัดแท่ง จำนวนประมาณ 620 แท่ง/กก.

2. รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบอร์น หมายเลขทะเบียน 1ฒก 4907 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน 

3. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย สถานที่เกิดเหตุ บริเวณถนนบ้านม่วง - สว่างแดนดิน (ถนนหมายเลข 2091) สี่แยกไฟแดงสว่างแดนดิน หมู่ที่ 11 ต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จว.สกลนคร

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปส.3 และ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 1 คน นางกลิ่นนภา หรือกลิ่น  สมรฤทธิ์  อายุ 45 ปี  ที่อยู่ 161 หมู่ 9 ต.นาคำ อ.ศรีสงคราม จว.นครพนม  พร้อมของกลาง จำนวน 3 รายการ 1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ฝิ่นสุก) จำนวนประมาณ 3 กิโลกรัม 2. ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) จำนวนประมาณ 861 กิโลกรัม 3. รถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน (นางกลิ่นนภาฯ ผตห.ขับ 1 คัน, จอดทิ้งที่เกิดแหตุ 1 คัน) โดยกล่าวหาว่า  "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ฝิ่นสุก) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต" ที่เกิดเหตุ/ตรวจยึด บริเวณริมถนนพระยาพายัพพิริยะกิจ ต.ตลาด อ.พระประแดง จว.สมุทรปราการ ต่อเนื่องหลายพื้นที่หลายจังหวัดริมถนนซอยนวนคร 1 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี   

 

มุกดาหาร - กอ.รมน.จว. ม.ห. ลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ช่วยเหลือประชาชน และรักษาสถานะภาคีเครือข่ายรู้เท่าทันปัญหาการค้ามนุษย์

กอ.รมน.มุกดาหาร ในฐานะหน่วยงานความมั่นคง มีบทบาทหน้าที่บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มวลชน และประชาชน เพื่อมีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ให้เกิดความสงบสุขแก่ประชาชน กอ.รมน.มุกดาหาร จึงลงพื้นที่ผนึกกำลังใจคนไทยไม่ทิ้งกัน มอบถุงยังชีพจำนวน 200 ถุงให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส covid-19

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2564 เวลา 09.00 น ภายใต้การอำนวยการของ พันเอก วิระ  สอนถม รอง ผอ.รมน.จังหวัด มุกดาหาร (ท) มอบหมายให้ พ.อ.สุรัช  จันทร์พวง หน.กนผ./ขว.กอ.รมน. ,พ.ท.ตระกูล  ตระกูลสม  หน.ขุดชุมชนสัมพันธ์ กอ.รมน. , จนท.กอ.รมน.มุกดาหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มวลชน ลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ช่วยเหลือประชาชน และรักษาสถานะภาคีเครือข่ายรู้เท่าทันปัญหาการค้ามนุษย์ โดย ศปป.2 กอ.รมน. เป้าหมายคือประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า-2019 (COVID-19) ในพื้นที่ชุมชนตำบลมุกดาหาร จำนวน 3 เขต (16 ชุมชน) โดยมอบถุงยังชีพ จำนวน 200 ถุง ได้แก่ เขต 1 ณ วัดแจ้งนาโป ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จำนวน 74 คน ,เขต 2 ณ วัดศรีมงคลเหนือ ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จำนวน 61 และ เขต 3 ณ วัดคำสายทอง ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จำนวน 75 คน รวมทั้งสิ้น 200 คน ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

จีนเดินหน้าสร้างชาติ 'เจริญร่วมกัน' หวังลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ให้สังคม | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

จีนเดินหน้ายุทธศาสตร์​ 'ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน' (Common Prosperity) หวังลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ให้สังคม

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ​ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
.

.
 

ไทยสมายล์บัส นำขบวน แพลตฟอร์ม รถบัสพลังงานไฟฟ้า เตรียมเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชน รถ-เรือ-ราง ทั่วกรุง ด้วยแอปพลิเคชั่น ทีเอสบี โก (TSB GO)

ไทยสมายล์บัส จำกัด หรือ “TSB” ผู้นำระบบแพลตฟอร์ม การให้บริการรถบัสพลังงานไฟฟ้า หรือ E-Bus ซึ่งเป็นนวัตกรรม ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบขนส่งมวลชนด้วยแอปพลิเคชั่น ทีเอสบี โก (TSB GO) ซึ่งสามารถติดตามพิกัด การเดินทางของรถประจำทาง เพื่อพลิกโฉมรถโดยสารในระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ที่ทันสมัย สะอาด สะดวกสบาย ปลอดภัย และไร้ PM2.5 เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยเป็นรายแรก สนับสนุนภารกิจลดภาวะโลกร้อน เตรียมพร้อมที่จะเชื่อมต่อการเดินทาง “รถ-เรือ-ราง” แบบครบวงจร ช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายเดินทางเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน

บริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด หรือ “TSB” ได้จัดพิธีเปิดการให้บริการรถบัสโดยสารพลังงานไฟฟ้า    Thai Smile Bus “The Way for your smiles” เดินทางด้วยรอยยิ้ม ใส่ใจสิ่งแวดล้อมขึ้น โดยมี นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง  ไทยสมายล์บัส (TSB) ให้การต้อนรับ นายธีรพล นพรัมภา อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ท่านสมัคร สุนทรเวช)แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนอย่างอบอุ่น พร้อมกับนำรถบัสพลังงานไฟฟ้า มาแสดงให้แขกผู้มีเกียรติ และผู้สนใจเยี่ยมชม สร้างประสบการณ์ใหม่ที่ประทับใจ สมกับการรอคอย

 นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้ง  ไทยสมายล์บัส (TSB) กล่าวว่า “เราได้ทำการศึกษาแล้วพบว่า ประชาชนในกรุงเทพฯ มีการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะถึง 2.72 ล้านคน จึงได้เตรียมการลงทุนและพัฒนาระบบต่างๆ จนในวันนี้ TSB มีความพร้อมแล้ว ที่จะนำแพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ และเทคโนโลยีมาใช้เป็นหัวใจหลักในการบริการแก่ประชาชนด้วยคุณภาพ ความปลอดภัย และราคาประหยัด  

สระชุบราชแสงศาตรา 'พระนเรศฯ' น้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเศียร | MEET THE STATES TIMES EP.22

???? ล้วงลับ 'วัดตูม' !! ย้อนตำนาน สระชุบราชแสงศาตรา แห่งพระนเรศฯ 
???? น้ำศักดิ์สิทธิแห่งพระเศียร “หลวงพ่อสุขสัมฤทธิ์” อำนาจอภินิหาร รักษาโรค – บรรเทาทุกข์ เมื่อดื่มอาบ!!

???? ในรายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน

???? ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top