Tuesday, 4 August 2026
THE STATES TIMES TEAM

พิจิตร – สาธารณสุขและฝ่ายปกครองเมืองพิจิตร กวาดต้อนแรงงานก่อสร้าง1,389 ราย จับตรวจหาเชื้อโควิด

โควิดระบาดกรุงเทพและปริมณฑลรัฐบาลสั่งล็อกดาวน์รวมถึงพื้นที่ต่าง ๆ ในเมืองใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยวก็ล้วนหากินยากลำบากส่งผลแรงงานก่อสร้างและชาวพิจิตรที่ไปทำมาหากินต่างถิ่นแห่กลับบ้านนับรวมจาก12อำเภอของพิจิตร1,389ราย ล่าสุดสาธารณสุขจับมือฝ่ายปกครอง ให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม.ระดมกวาดต้อนจับตรวจหาเชื้อโควิดปฏิบัติการเชิงรุก

วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2564 ที่โรงพยาบาลพิจิตร นายแพทย์กมล กัญญาประสิทธิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร,นายแพทย์สุรชัย แก้วหิรัญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิจิตร ,นายแพทย์โสภณ โฆษิตวานิชย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิจิตร พร้อมด้วย นายไชยา สมถวิล นายอำเภอเมืองพิจิตร ได้ร่วมกันปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อโควิดที่เป็นกลุ่มแรงงานก่อสร้างและผู้ประกอบอาชีพสาขาอื่นที่ไปทำงานในกรุงเทพฯและปริมณฑลรวมถึงจังหวัดใหญ่ ๆ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวแต่หลังจากที่รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ไซต์งานก่อสร้างและกิจการร้านอาหารและสถานบันเทิง ส่งผลให้ชาวพิจิตรที่ไปทำงานยังที่ต่างๆ ต่างเดินทางกลับบ้านเกิดเมืองพิจิตรกันเป็นจำนวนมาก โดยมีสถิติของฝ่ายปกครองและสาธารณสุขแจ้งจำนวนผู้เข้ามาในพิจิตรเมื่อ 29 มิ.ย. 64  พบว่าจากพื้นที่ 12 อำเภอของพิจิตรมีผู้เดินทางเข้ามา 1,388 ราย และเป็นผู้ที่มาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจำนวน 550 คน  กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี  สมุทรปราการ และมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด 11 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตรัง นครปฐม ปัตตานี เพชรบุรี สงขลา สมุทรสาคร สระบุรี ยะลา นราธิวาส  อีกจำนวน 391 ราย  รวมถึงมาจากพื้นที่ควบคุม 9 จังหวัด 177 ราย  พื้นที่เฝ้าระวัง 53 จังหวัด 271 ราย

โดยในวันนี้ นายไชยา สมถวิล นายอำเภอเมืองพิจิตร ได้ให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านและ อสม.เมืองพิจิตร ไปทำการค้นหาตัวและกวาดต้อนชุดแรกจำนวน 41 คน มาทำการ Swap หาเชื้อโควิดและวันพรุ่งนี้ก็จะนำพามาอีก 35 คน เช่นเดียวกับอำเภออื่น ๆ ก็ดำเนินการด้วยวิธีแบบนี้ด้วยเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ นายสมชาย (นามสมมุติ) เล่าว่าตนเองเป็นชาวบ้านอยู่  ต.บ้านบุ่ง อ.เมืองพิจิตร ไปขี่วินมอเตอร์ไซด์รับจ้างอยู่ที่จังหวัดระยองให้บริการคนงานก่อสร้างและผู้ใช้บริการทั่วไป ขณะนี้แคมป์คนงานก่อสร้างสั่งหยุดงานกิจการร้านค้า  ร้านอาหาร ก็ต้องปิดกิจการไปตาม ๆ กัน ทำให้ไม่มีผู้ใช้บริการจึงทำให้ขาดรายได้ ฝืนอยู่ที่ จ.ระยอง บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ รายได้ก็ไม่พอกิน จึงตัดสินใจพาตัวเองและภรรยากลับพิจิตรบ้านเกิด แต่ก่อนที่จะเดินทางมาก็โทรประสานงานกับผู้ใหญ่บ้านทุกระยะและเมื่อกลับมาก็ปฏิบัติตามนโยบายของทางราชการไม่ได้ไปมั่วสุมกับใคร วันนี้ อสม.-ผู้ใหญ่บ้าน ชี้แจงชักชวนให้มา Swapหาเชื้อโควิดตนเองก็เต็มใจมาทั้งนี้เพื่อจะได้นำผลตรวจไปแสดงให้เพื่อนบ้านและญาติพี่น้องได้รู้ได้เห็นแล้วจะได้สบายใจ ซึ่งถือว่านโยบายของจังหวัดพิจิตรดูแลชาวพิจิตรได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


ภาพ/ข่าว  สิทธิพจน์  พิจิตร

รมช.แรงงาน เดินหน้าปรับปรุงแผนการดำเนินงานด้านพัฒนากำลังคนของประเทศ รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve รับสถานการณ์โควิด-19

วันที่ 30 มิถุนายน 2564 ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ครั้งที่ 3/2564 โดยมีหม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมประชุม และนางสาวจิราภรณ์ ปุญญฤทธิ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ทำหน้าที่เลขานุการ ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 10 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ เป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน ตามแผนการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve เพื่อให้เกิดการผลิตและพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศอย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก การรวบรวมแผนงานโครงการด้านการผลิตและพัฒนาแรงงาน การวิเคราะห์ตำแหน่งงานและความต้องการแรงงาน และการจับคู่ระหว่างแผนโครงการและความต้องการแรงงาน เพื่อหาช่องว่างของการพัฒนา นำไปสู่แผนงานโครงการในอนาคต นอกจากนี้ยังได้มีการปรับแผนปฏิบัติงาน เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้งดจัดการประชุม และห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของบุคคลจำนวนรวมกันมากกว่า 20 คน ทำให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานไม่สามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้ได้ โดยในที่ประชุมได้เสนอให้มีการประชุมกลุ่มย่อยแต่ละอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น ประสานข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน รวมถึงให้รายงานความก้าวหน้าในทุกสัปดาห์ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากที่สุด

รมช.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ทบทวนและเพิ่มเติมแผนงานโครงการในปี พ.ศ. 2564-2471 ให้เป็นปัจจุบันมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้วิเคราะห์ตำแหน่งงานและความต้องการแรงงานเชิงปริมาณในอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ประกอบด้วย ข้อมูลทักษะเพื่ออนาคตและตำแหน่งงานที่เป็นที่ต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม ข้อมูลความต้องการแรงงานใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายปี พ.ศ. 2563 ซึ่งขณะนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดทำร่าง 2nd Function Map โดยได้หารือร่วมกับผู้แทนกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อพิจารณาร่างแผนตำแหน่งงานและความต้องการแรงงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“แม้ว่าในช่วงนี้สถานการณ์โควิด-19 ยังระบาดอย่างอย่างต่อเนื่อง แต่ภารกิจในการเตรียมแรงงานให้มีความพร้อมในอุตสาหกรรม S-Curve ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยต้องปรับรูปแบบและแนวทางการดำเนินงานให้สอดรับกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม เพื่อให้แรงงานมีทักษะ มีความรู้ความสามารถ และแข่งขันในตลาดแรงงานได้ ” รมช. แรงงงาน กล่าวทิ้งท้าย

มุกดาหาร - แถลงข่าวการจัดงานมหัศจรรย์มุกดาหาร 3 พิภพ ณ วัดรอยพระพุทธบาทภู โดยงานมหัศจรรย์มุกดาหาร 3 พิภพ Miracle Mukdahan จะจัดขึ้น 3 แห่ง คือ ลานกิจกรรมแก่งกะเบา, ลานกิจกรรมสะพานมิตรภาพไทย-ลาว, และวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 เวลา 18.30 น นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้ร่วมแถลงข่าวจัดงานมหัศจรรย์มุกดาหาร 3 พิภพ พร้อมผู้ร่วมแถลงข่าว พระราชรัตนโมลี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร นายศศิพงศา จันทรสาขา รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร และนายกสมาคมเครือข่ายมุกดาหาร เมืองสามธรรม นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม และประชาชนชาวมุกดาหารเกือบ 200 คน ทั้งนี้ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม นาฏยนาคีศรีมุกดา การแสดงศิลปวัฒนธรรมรำมวยโบราณ และฟ้อนหางนกยูง เพื่อแสดงถึงวัฒนธรรมที่สวยงามของจังหวัดมุกดาหารอีกด้วย

สำหรับการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวเมืองสามธรรม "ย้อนตำนาน พญานาคราชออนซอนกลุ่มชาติพันธุ์ลุ่มน้ำโขงจังหวัดมุกดาหาร" และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการพัฒนาการท่องเที่ยว เมืองสามธรรมในวิถีชีวิตลุ่มน้ำโขงจังหวัดมุกดาหารสู่ความยั่งยืน ก่อให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยวที่หลากหลาย สำหรับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป ที่มีความเชื่อความศรัทธา เรื่องพญานาคในลุ่มแม่น้ำโขงเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 รวมทั้งรุ่งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการพัฒนาการท่องเที่ยวเมือง 3 ธรรม (ธรรมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม) ในวิถีชีวิตลุ่มน้ำโขงจังหวัดมุกดาหารสู่ความยั่งยืนสืบไป


ภาพ/ข่าว  ชุด ฉก.พญาอินทรีย์ / เดวิท โชคชัย จ.มุกดาหาร

ตำรวจชุดสืบเมือง ร่วมตำรวจดงหลวงและตำรวจป่าไม้ นำกำลังบุกปิดล้อมสวนยางพาราจับกุมแก๊งมอดไม้ลักลอบเข้าไปตัดไม้หวงห้ามขนาดใหญ่ อายุประมาณ 100 ปีจำนวน 4 ต้น 35 ท่อน ซึ่งมีมูลค่า 1.5ล้านบาท ในที่ดิน ส.ป.ก. ได้ผู้ต้องหา รวมจำนวน 5 ราย

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน 2564 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สรรธาน อินทรจักร ผบก.ตำรวจภูธร จ.มุกดาหาร สั่งการให้ พ.ต.อ.ธนิต ดวงกลาง ผกก.สภ ดงหลวง ประสาน หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มห.2 (ดงหลวง) จ.มุกดาหาร นำกำลังร่วมเข้าตรวจยึดท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่มีแก๊งมอดไม้ลักลอบเข้าไปตัดโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ในที่ดิน ส.ป.ก.4-01 เพื่อลำเลียงท่อนไม้ประดู่ขนาดใหญ่จำนวน 35 ท่อน ของกลางออกจากป่านำส่ง สภ.ดงหลวง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 พล.ต.ต.สรรธาน อินทรจักร ได้รับแจ้งจากจากสายหลับว่ามีแก๊งมอดไม้ลักลอบตัดไม้อยู่ในที่ดิน ส.ป.ก.4-01 อยู่บริเวณป่าสวนยางพาราทางทิศเหนือของ หมู่บ้าน โนนทัน ม.2 ต.ชะโนดน้อย อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ชุด สืบ สภ.เมืองมุกดาหาร ร่วมกับตำรวจ สภ.ดงหลวง นำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าวตรวจสอบพบกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 5 คน กำลังเร่งชักลากท่อนไม้ออกจากป่า เจ้าหน้าที่สั่งให้ชายทั้งหมดหยุดอยู่กับที่แล้วเข้าควบคุมตัวชายทั้ง 5 ทราบชื่อคือ

1.นายดาวเรือง ซุยพวง อายุ 54 ปีอยู่บ้านเลขที่180 ม.1ต.หนองบัว อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร

2.นายเดชา เชื้อเมืองแสน อายุ 52 ปีอยู่บ้านเลขที่32 ม.2 ต.หนองแคน อ.ดงหลาง จ.มุกดาหาร

3.นายสุกัน วงค์ แก้ว อายุ 44 ปีอยู่บ้านเลขที่40 ม.ม.10ต.พระชอง อ.นาแก จ.นครพนม

4.นายณรงค์ โสมสา อายุ 50 ปีอยู่บ้านเลขที่146  ม.6 ต.พลกรัง อ.เมืองนครราชสีมา และ

5.นายวีระศักดิ์  นวน บุรี อายุ 30 ปีอยู่บ้านเลขที่132 ม.2 ต.อุ่มเม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุสีฟ้าหมายเลขทะเบียน 85-3498 นครราชสีมา ตรวจสอบพบไม้ประดู่ขนาดใหญ่ความยาว 5 เมตร จำนวนหนึ่งอยู่บนกระบะหลัง และรถบรรทุก 6 ล้อสีขาว ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 80-4436 นครพนม อีก 1 คัน จอดอยู่ในที่เกิดเหตุตรวจสอบไม้ประดู่ถูกตัดโค่นลงรวมจำนวน 4 ต้นซึ่งของกลางทั้งหมดไม่สามารถนำออกมาได้เนื่องจากฝนตกดินทางออกเป็นโคลน รถไม่สามารถเอาออกมาได้จนถึงช่วงบ่ายของวันที่29 มิถุนายน ฝนหยุดตกเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าไปลำเลียงของกลางออกมาพร้อมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดงหลวงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายในข้อหาผิด พรบ.ป่าไม้ตัดโค่นต้นไม้หวงห้ามในที่ดิน ส.ป.ก. 4-01ผิดกฎหมาย


ภาพ/ข่าว  ชุด ฉก.พญาอินทรีย์ / เดวิท โชคชัย จ.มุกดาหาร

สุรินทร์ - แถลงข่าวและประมูลทุเรียนเมืองช้างการกุศล สบทบทุนจัดซื้อรถยนต์รับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่

ที่ห้องประชุมช้างใหญ่ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ นายสุวพงศ์ กิตติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นางจันทร์เพ็ญ กิตติภัทย์พิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ และแพทย์หญิงดวงแก้ว  ตัณฑประภา รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ ร่วมกันแถลงข่าว กิจกรรมสาธารณกุศล การประมูลทุเรียนเมืองช้าง โดยจังหวัดสุรินทร์ได้จัดขึ้น เพื่อสมทบทุนจัดซื้อรถยนต์รับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ มอบให้แก่โรงพยาบาลสุรินทร์ โดยทุเรียนที่จะนำมาประมูลเป็นทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์เป็นต้นแรก ๆ

ในขณะเดียวกันจังหวัดสุรินทร์ ได้ขับเคลื่อนโครงการ สุรินทร์รุ่งเรือง เมืองเกษตรอินทรีย์  และกิจกรรมอีกโครงการที่สำคัญคือ การส่งเสริมการปลูกทุเรียนเมืองช้าง โดยจังหวัดสุรินทร์เริ่มมีเกษตรกรปลุกทุเรียนครั้งแรกในพื้นที่อำเภอบัวเชด มาเป็นเวลากว่า 20 ปี และปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ปลูกในพื้นที่ 13 อำเภอ ส่วนใหญ่จะปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง และพันธุ์ก้านยาว ซึ่งทุเรียนเมืองช้างของจังหวัดสุรินทร์จะมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “สีนวลดั่งงาช้าง รสสัมผัส หอมเย็น หวานละมุน

โดยในการประมูลจะจัดขึ้นจำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นการประมูลย่อยจัดขึ้นในวันนี้ (29 มิ.ย. 64) ที่ห้องประชุมช้างใหญ่ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ โดยมีผลทุเรียนมาจาก 5 สวน  เข้าร่วมประมูลจำนวนทั้งสิ้น 13 ลูก ซึ่งสามารถประมูลลูกทุเรียนได้ในราคาตั้งแต่ลูกละ 25,000 – 110,000 บาท ได้เงินเข้าการกุศลในครั้งนี้รวมเป็นเงินกว่า 498,000 บาท โดยทุเรียนที่ประมูลได้ราคาสูงที่สุดคือ ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง จากสวน นางฉลอม  จุดาบุตร บ้านโคกกะลัน ตำบลปาสารททนง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ประมูลได้ในราคา 110,000 บาท และจะมีการประมูลทุเรียนเมืองช้างอีกครั้ง โดยจะมีการประมูลครั้งใหญ่ในงานเปิดตัวทุเรียนเมืองช้าง ในวันที่ 15 กรกฏาคม 2564 ที่บริเวณปราสาทศีขรภูมิ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์  โดยจะมีกิจกรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านสุรินทร์  การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ของชุมชน และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การประมูลทุเรียนเมืองช้าง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนเมืองช้าง และที่เป็นไฮไลท์ของงานคือการแข่งขัน ปอกทุเรียนลีลา สร้างความสนุกสนาน และให้ทุกคนรู้จักกับทุเรียนเมืองช้างในครั้งนี้ด้วย


ภาพ/ข่าว  ปุรุศักดิ์ แสนกล้า 

 

พก.จับมือ KEAD ร่วมลงนาม MOU เพื่อต่อยอดโอกาสการจ้างงานคนพิการ

วันนี้ (29 มิ.ย. 64) เวลา 13.00 น. ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร 60 ปี บ้านราชวิถี กรุงเทพฯ นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MEMORANDUM OF UNDERSTANDING) ระหว่างสำนักงานเพื่อการจ้างงานคนพิการ สาธารณรัฐเกาหลี (Korea Employment Agency for Persons with Disabilities: KEAD) ภายใต้สังกัดกระทรวงแรงงานและการจ้างงาน สาธารณรัฐเกาหลี และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ภายใต้สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประเทศไทย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเตรียมขอบข่ายงานด้านความร่วมมือระหว่าง KEAD และ พก. ในการแลกเปลี่ยนทักษะและความรู้ด้านนโยบายการจ้างงานคนพิการเพื่อต่อยอดถึงโอกาสการจ้างงานคนพิการที่ดีมากยิ่งขึ้นในอนาคต พร้อมแลกเปลี่ยนและประสานความร่วมมือในการส่งเสริมคนพิการ การแลกเปลี่ยนนโยบายการจ้างงานคนพิการ และความร่วมมือด้านการสร้างระบบการจ้างงานคนพิการ โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พก. และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบออนไลน์ Zoom cloud Meeting

#ข่าวสารพก #กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

ติดตามข่าวสาร พก.ได้ที่

เว็บไซต์ : http://www.dep.go.th/

Facebook : https://www.facebook.com/dep.go.th

Twitter : shorturl.at/kEQX6

Youtube : shorturl.at/tvIM6

Instagram : https://instagram.com/depmsdhs?r=nametag

กองบัญชาการตำรวจนครบาลรายงานผลการจับกุม ”แหล่งผลิตกัญชาออร์แกนิก”

ตามนโยบายของรัฐบาลให้เจ้าหน้าที่ของภาครัฐปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายเนื่องจากการแพร่ระบาดของยาเสพติดซึ่งเป็นภัยคุกคามและอาชญากรรมต่าง ๆ

ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันได้สร้างผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งรัดติดตามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., เป็นผู้ควบคุมสั่งการ

พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร.(สบ 8) ปฏิบัติราชการ บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา รอง ผบก.น.3, พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สส.บก.น.3 ได้เดินทางตรวจสอบอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.3 สืบทราบและเข้าตรวจค้น พบเป็นสถานที่เพาะปลูกกัญชาออร์แกนิคบริเวณชั้น 3-4 พร้อมทั้งมีอุปกรณ์การผลิตน้ำมันกัญชา บริเวณชั้น 5 โดยจำหน่ายให้กับลูกค้าทางออนไลน์ ในราคาขวดละ 500 บาท (5 ซีซี) และส่งสินค้าทางบริษัทขนส่งพัสดุ มูลค่าของกลางในที่เกิดเหตุรวมกว่า 8 แสนบาท โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน"ผลิต นำเข้า ส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 โดยไม่ได้รับอนุญาต" ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป             

บช.น. ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเคร่งครัด หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่

ตม.1 รวบฝรั่งแดนกังหันลม อยู่เกินนับ 10 ปี ค้ารถเถื่อนยังชีพ

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.ศุภณัฎฐ์ เจริญเรืองสกุล, พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, พ.ต.อ.ยศเอก  รักษาสุวรรณ รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์  ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 นำโดย พ.ต.อ.กีรติศักดิ์  ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1, พ.ต.ท.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ รอง ผกก.สส.บก.ตม.1 พ.ต.ท.ทรงพันธุ์ กุลดิลก, พ.ต.ท.ปัฐน์ แสนอินอำนาจ สว.กก.สส.บก.ตม.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันจับกุม MR.STANLEY หรือนายสแตนลีย์ อายุ 35 ปี สัญชาติเนเธอร์แลนด์ พร้อมด้วยของกลาง  รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สีดำ, รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กรุงเทพมหานคร สีขาว

โดยกล่าวหา  ผู้ถูกจับกุม ฐานความผิดตาม ป.อาญา ม.264, ม.265, ม.268 และ ม.81 พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” และ “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุด”

พฤติการณ์ในการจับกุม ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีเพจใน facebook ชื่อ car planet…ซึ่งเป็นเพจเกี่ยวกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนรถยนต์ คาดว่ามีคนต่างชาติเป็นแอดมินเพจ และในเพจดังกล่าว มีรถใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมจำนวนหลายคัน  เมื่อเจ้าหน้าที่ฯได้รับข้อมูลจึงได้เช้าไปตรวจสอบในเพจดังกล่าว พบว่า มีบุคคลใช้ชื่อว่า Stanley เป็นแอดมินเพจ  จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯได้เดินทางไปตรวจสอบภายในบริเวณ ซ.รามคำแหง72 ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในเพจ เพื่อตรวจสอบสังเกตการณ์ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฯ พบรถยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น แอคคอร์ด สีดำ สวมแผ่นป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอม แต่ไม่พบตัว Stanley ซึ่งเป็นแอดมินเพจตามข้อมูลที่ได้รับ เจ้าหน้าที่ฯเชื่อว่า Stanley ต้องมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับรถใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมอย่างแน่นอน แต่เมื่อยังไม่พบตัวเจ้าหน้าที่ฯ จึงได้จัดกำลังซุ่มดูภายในบริเวณดังกล่าวอีกหลายครั้ง  รอจนกระทั่งได้พบกับนายสแตนลีย์ฯ  เจ้าหน้าที่ฯจึงได้แสดงตัวและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว แต่นายสแตนลีย์อ้างว่า หนังสือเดินทางหายไปนานแล้ว เจ้าหน้าที่ฯจึงได้ตรวจสอบข้อมูลในระบบจัดเก็บข้อมูล Biometrics (ลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า) พบข้อมูลของนายสแตนลีย์ฯ อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดมาแล้ว 3,765 วัน (10 ปี 115 วัน) เจ้าหน้าที่ฯได้สอบถามนายสแตนลีย์ฯ เกี่ยวกับรถยนต์ที่ใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมว่าเป็นรถยนต์ของใคร นายสแตนลีย์ฯ แจ้งว่าเป็นรถยนต์ที่ซื้อต่อมาจากเพื่อนชาวต่างชาติที่พัทยาเนื่องจากเพื่อนคนดังกล่าวผ่อนไฟแนนซ์ไม่ไหว  โดยตนจะสั่งป้ายทะเบียนปลอมมาจากทางอินเตอร์เน็ตแล้วใช้สวมกับรถที่รับซื้อต่อมา เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่กับไฟแนนซ์ และจะนำไปจำหน่ายต่ออีกทอดนึง ซึ่งตนได้ทำอย่างนี้มาแล้วหลายครั้ง นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฯ ยังได้ตรวจพบรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น วีออส สวมแผ่นป้ายกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอมอีกเช่นกัน  สอบถามนายสแตนลี่ย์ฯให้การรับสารภาพว่า เป็นรถยนต์ที่ได้มาในลักษณะเดียวกับรถแอ๊คคอร์ด เจ้าหน้าที่ฯจึงได้แจ้งกับนายสแตนลี่ย์ฯว่า กระทำความผิดในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักโดยการอนุญาตสิ้นสุด”, “ปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารราชการปลอม” และนำตัวนายสแตนลี่นำตัวส่ง พงส.สน.หัวหมากเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สตม. จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดต่าง ๆ  รวมทั้งการดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหรือ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

อุทัยธานี - เจ้าอาวาสวัดสั่งปิดด่วน!! หลังชาวบ้านแห่มารักษา ลูบน้ำมันหลวงพ่อองค์ดำ รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ก่อนที่จะเกิดคลัสเตอร์ครั้งใหม่

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 64 เวลา 09.00.น.ณ วัดหายทรายงาม หมู่ 8 ต.ระบำ อ.ลานสัก โดยพระใบฏีกาประครอง สีลธมโม เจ้าอาวาสวัดหาดทรายงาม ได้เปิดเผย ว่าขณะนี้ได้มีการแพร่ระบาดขึ้นมาใหม่ ทำให้ประชาชนหวาดกลัวกับโรคระบาดของโควิด ครั้งล่าสุด ที่พบในเมืองไทย นอกจากนี้การที่พระสงฆ์ต้องรับกิจนิมนต์ต่าง ๆ เช่นในงานศพของผู้ป่วย ก็ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้พระติดเชื่อได้ง่าย เนื่องด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ทางวัดหาดทรายงาม จากการรักษาหลวงพ่อองค์ดำ ที่เล่าขานตามตำนาน และความเชื่อ ของพระพุทธเจ้าด้วยการใช้น้ำมันงา มาทาตรงที่เจ็บปวด จึงขอไม่ให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปกราบไหว้ เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายลง และจางลง ทั้งนี้ทางเจ้าอาวาสวัดหาดทรายงาม ได้ห่วงใยประชาชนในพื้นที่ และนอกพื้นที่

ทั้งนี้ทางวัดหาดทรายงาม ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และร่วมแนวทางมาตราการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด ส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ตลอดจนการดำรงชีพของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติดังกล่าว

ซึ่งก่อนนี้ ได้มีชาวบ้านต่างทั่วสารทิศ ได้เข้ามากราบไหว้หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ หรือพระพุทธเจ้าหมอยา  แห่งนาลันทา สร้างในสมัยพระเจ้าเทวาปาล ณ วัดหายทรายงาม โดยสร้างจากนิลดำทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 3.5 เมตร  ซึ่งชาวบ้านนับถือและศรัทธา ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บของพระพุทธเจ้าองค์ดำเป็นอย่างมาก เป็นความเชื่อ ความร่ำลือของชาวบ้านว่าหากชาวบ้านหรือผู้สูงอายุ เด็กเล็กหรือคนในครอบครัวเกิดเจ็บป่วย ก็จะนำน้ำมันเนยมาอฐิฐานจิตให้ท่านรักษาโรคแล้วนำน้ำมันมาทา และชโลมให้ทั่วองค์ท่านก่อน แล้วถึงจะมาลูบน้ำมันเนยนั้นกลับมาทาตัวเองหรือคนเจ็บ จะช่วยทำให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ กินข้าวได้ แข็งแรง และอ้วนท้วนสมบูรณ์ จึงถวายพระนามว่า หลวงพ่อน้ำมัน

(เสียงสัมภาษณ์ พระใบฏีกาประครอง สีลธมโม เจ้าอาวาสวัดหาดทรายงาม)


ภาพ/ข่าว  ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน  

 

"Shell" เป็นมากกว่า "สถานีบริการปั๊มน้ำมัน" เพราะเป็นจุดพักรถ พักคน และมอบความรู้แก่ "ผู้ใช้บริการ" ครบวงจร เพรียบพร้อมด้วย "อารยะสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล"

วันที่ 29 มิถุนายน 2564 ณ สถานีบริการปั๊มน้ำมัน "Shell" ตา-ยาย ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง นายกรทัศน์ นายกรวัชญ์ น.ส.กรรวี ครอบครัว "คุณาวุฒิ" (ผู้บริหาร) ให้การต้อนรับ นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย / นายภูชิชย์ พิมักษ์กรณ์ ที่ปรึกษานายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก และตำแหน่ง "ฑูตอารยะสถาปัตย์จังหวัดชลบุรี" / นางสาวภัสวรินทร์ กิตติโชคกุลพัทธ์ นายกสมาคมส่งเสริมและพัฒนาคนพิการไทย / นายณรงค์ พูลประดิษฐ์ ประธานคนพิการจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ตรวจสอบ "สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนพิการ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้อาจมีอาการเจ็บป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้รถวีลแชร์ " เช่น ที่จอดรถ ห้องน้ำ ทางลาดชัน จุดเชื่อมต่อในการใช้พื่นที่ในรอบ ๆ บริเวณสถานีบริการปั๊มน้ำมัน "Shell" ที่บรรจง ออกแบบ ดีไซน์ เพื่อเตรียมการรองรับกลุ่มผู้ใช้บริการที่มีความต้องการจำเป็นใช้พื่นที่พิเศษ โดยการลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้พบว่าเป็นสถานีบริการน้ำมันที่เอื้ออำนวยความสะดวกกับกลุ่มฯ นี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นมากกว่าสถานีบริการปั๊มน้ำมัน นั้นคือ เป็น "ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง น้อมนำพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9"

โดยการนำการเรียนรู้จาก "แหลมผักเบี้ย" จ.เพชรบุรี มาปฎิบัติใช้กับพื้นที่หลังบริเวณปั๊มน้ำมัน โดยน้ำที่ผู้ใช้บริการแล้ว เช่น ห้องสุขา ที่ล้างมือ ร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ มาผ่านกระบวนการกลั่นกรอง ดักไขมัน เศษอาหาร จนเป็นน้ำที่กึ่งดี ผสมผสานกับการใช้น้ำหมักชีวภาพ และหลักการ "คลองไส้ไก่" เพื่อใช้เวลา แสงแดด บำบัดเป็นน้ำสะอาด และสามารถนำกลับมาใช้ในการการเกษตรต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น สถานีบริการปั๊มน้ำมันแห่งนี้ยังใช้ "แหล่งพลังงานโซล่าเซลล์" (พลังงานแสงอาทิตย์) นำมาใช้กับอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าในร้านกาแฟ และยังมีการออกแบบที่รองรับกับสภาพอากาศโดยรอบ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศมาเป็นการสร้างความร่มเย็นให้กับผู้ใช้บริการ อีกด้วย และความใส่ใจที่มีต่อผู้ใช้บริการอีกมาก เช่น จัดทำห้อง "ละหมาด" เพื่อสำหรับพี่น้องชาว "มุสลิม" ที่มีความจำเป็นจะต้องปฏิบัติภารกิจทางศาสนา และมีการออกแบบโดยถูกต้องตามหลักศาสนาโดยได้การรับรองจาก "วัฒนธรรมจังหวัดระยอง"

และที่จะขาดมิได้เลยที่ต้องกล่าวชื่นชมสถานีบริการปั๊มน้ำมัน "Shell" แห่งนี้นั่นก็คือ การจัดเตรียมพื้นที่สำหรับคนรักสัตว์ มีพื้นที่ไว้สำหรับ สัตว์เลี้ยงขับถ่าย โดยการออกแบบที่มีความสะอาดถูกสุขอนามัย โดยไม่มีการคิดค่าใช้บริการกันแต่อย่างใด

สุดท้ายนี้ "คณะผู้นำคนพิการ" ยังได้กล่าวชื่นชมและขอขอบพระคุณทางผู้บริหารที่มีเจตคติที่ดี และมีแนวความคิดที่เอื้อเฟื้อต่อสังคม ในการสรรค์สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนทั้งมวล มา ณ โอกาส นี้ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top