Tuesday, 4 August 2026
THE STATES TIMES TEAM

นิพนธ์ รุดติดตามเหตุไฟไหม้ โรงงานหมิงตี้ เคมีคอล ร่วมถกด่วน “ปภ.-ผู้ว่าฯ ปากน้ำ-ทีมผู้เชี่ยวชาญ” ระดมสรรพกำลังหนุนดับไฟ สั่งฮ.2 ลำบินดับเพลิงทางอากาศ

มูลนิธิร่วมกตัญญู ถนนกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ด่วนติดตามสถานการณ์กรณีโรงงานกรณีไฟไหม้โรงงานบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโฟม และเม็ดพลาสติก ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 ถนนกิ่งแก้ว ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการไฟไหม้ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเดียวกัน

นายนิพนธ์ กล่าวว่า "กระทรวงมหาดไทยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์ โดยได้ประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งเครื่องจักรกลสนับสนุนการดับเพลิงไหม้โรงงานพลาสติกกิ่งแก้ว พร้อมด้วยเครื่องจักรกลสาธารณภัยสนับสนุนการดับเพลิงฯ ประกอบด้วย รถหอน้ำ รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว รถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิง รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยเพื่อขนโฟมดับเพลิง เฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ ซึ่งจนท.นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินโปรยโฟมเพื่อดับเพลิงทางอากาศไปแล้ว 3 รอบ โดยจะวางแผนและประเมินสถานการณ์การขึ้นบินเป็นระยะ ซึ่งนักบินขอปรับแผนเป็นเทโฟม 300 ลิตรผสมน้ำ 3,000 ลิตร โปรยโฟมแบบเต็มพื้นที่ พร้อมสนธิกำลังภาคพื้นดิน สถานการณ์โดยรอบยังมีเพลิงลุกไหม้และมีกลุ่มควันดำหนาแน่น เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าปฏิบัติ เนื่องจากจะต้องทำการบินระดับต่ำ และประเมินเหตุระเบิดซ้ำจากถังสารเคมีที่กระจัดกระจาย ขณะเดียวกันได้สั่งประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงโรงงานดังกล่าวในรัศมี 5 กิโลเมต รอพยพด่วน เนื่องจากยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ และหวั่นไฟลามไปติดถังสารเคมี 20,000 ลิตรที่อยู่ใกล้เคียง"

สำหรับการดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดูแลการเบิกจ่ายงบประมาณการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เป็นไปตามระเบียบการดูแลสถานการณ์ในการเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ และขอให้ปฎิบัติตามกลไกลในการดูแลอย่างรวดเร็วที่สุด” นายนิพนธ์ กล่าว

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 16.15 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แถลงรายงานความคืบหน้าเหตุไฟไหม้โรงงานบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด โดยยืนยัน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว 1 บ่อ แต่ยังมีอีก 1 บ่อที่จะต้องใช้อากาศยานเข้าไประงับเหตุ ก่อนจะใช้ทีมภาคพื้นดินเข้าตามไป เบื้องต้นหากเป็นไปตามแผน คาดจะสามารถทำให้เพลิงสงบได้ในระยะเวลาไม่นานนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้โฟมผสมน้ำในการรักษาอุณหภูมิจุดที่เกิดเพลิงไหม้ และระดมทีมกู้ภัยจากหลายหน่วยงาน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูอย่างใกล้ชิด

 

ตม.มุกดาหาร สกัดเดือดอดีตแก๊งรถตู้ขนแรงงานเถื่อน ผันตัวขนยานรก ค้นรถพบยาบ้าเกือบ 3 หมื่นเม็ด เตรียมส่งมหาสารคาม

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.เอกมนต์ พรชูเกียรติ รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.วีรยศ การุณยธร รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว รอง ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้

ตม.จว.มุกดาหาร ได้ทำการสืบสวนจับกุมนายอภิสิทธิ์ อายุ 35 ปี ซึ่งเคยต้องโทษกรณีลักลอบขนคนต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 9 คน หลบหนีเข้าเมือง ศาลพิพากษาถึงที่สุดให้รับโทษ จำคุก 3 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ขณะขับรถตู้ขนยายาบ้าจำนวน 29,965 เม็ด มุ่ง จ.มหาสารคาม

ตม.จว.มุกดาหาร ได้ออกตรวจสืบสวนหาข่าวขบวนการลักลอบขนคนต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร พบรถตู้ โตโยต้า สีบรอนซ์ ขับขี่มาด้วยความเร็ว ซึ่งเป็นคันเดียวกับที่ถูก ตม.จว.นครราชสีมา จับกุมที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในความผิดฐาน “ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งรู้ว่าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม” พร้อมกับคนลาวอีก 9 คน ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วนั้น เป็นสมาชิกอยู่ในกลุ่มขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมือง โดยได้แวะเข้าไปพักที่ปั๊มน้ำมัน ชุดสืบสวนจึงได้เข้าไปสะกดรอย เฝ้าคอยติดตามรถตู้คันดังกล่าว ต่อมา รถตู้คันดังกล่าวได้เคลื่อนตัวออกจากปั๊มเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ออกติดตามโดยใช้รถยนต์สะกดรอยทั้งหมด 2 คัน ติดตามไป แต่เนื่องจากรถตู้คันดังกล่าวได้ใช้ความเร็วประมาณ 140 กม./ซม. มุ่งหน้า อ.คำชะอี เพื่อเข้ากรุงเทพมหานคร จึงน่าเชื่อว่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายหรือน่าเชื่อว่าได้กระทำผิด จึงได้นำรถตรวจการณ์อัจฉริยะออกติดตาม จนสามารถติดตามจนถึงตัว อ.คำชะอี จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คำชะอี สกัด

และร่วมตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบอุปกรณ์เสพยาเสพติด จึงได้ตรวจค้นพบกล่องพัสดุ ระบุหน้ากล่องว่า “ขวดสเปรย์ TOA จำนวน 2 ขวด” เมื่อเปิดออกมาพบห่อยาเสพติดจำนวน 5 มัด เป็นยาบ้าจำนวน 29,965 เม็ด จากการสอบถาม นายอภิสิทธิ์รับว่า ตนได้รับการติดต่อทาง Facebook ให้ไปรับพัสดุจากร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อนำส่งไปยัง จ.มหาสารคาม จนกระทั่งมาถูกจับกุมในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมนำตัวส่ง พงส.สภ.คำชะอี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆรวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตราย ต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178  หรือที่ www.immigration.go.th

ตม.หนองคาย บุกทลายร้านคาราโอเกะบังหน้า ค้ากามเด็กสาวลาวอายุต่ำกว่า 18 ปี

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.เอกมนต์ พรชูเกียรติ รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.วีรยศ การุณยธร รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.ปรีชา กองแก้ว รอง ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.ธานินทร์ อินทพรต ผกก.ตม.จว.หนองคาย ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้

ตม.จว.หนองคาย ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จับกุมนายสงกรานต์ อายุ 49 ปี เจ้าของร้านคาราโอเกะ พร้อมคนต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 3 ราย ที่ห้องพักรีสอร์ท ใน อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ในความผิดฐาน “เป็นผู้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลและเด็ก โดยแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี, เป็นธุระจัดหาหรือชักพาไปซึ่งเด็กที่มีอายุกว่า 15 แต่ยังไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี, เป็นผู้ดูแลหรือจัดการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี และเป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิง” พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาให้หญิงต่างด้าวสัญชาติลาว ทราบว่า “เป็นคนเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต”

ตม.จว.หนองคาย ได้ทำการสืบสวนคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อหาปลายทางการลักลอบว่ามีเป้าหมายไปยังที่ใด ทำงานประเภทใด จนทราบว่า กลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติลาวบางส่วน มักจะลักลอบเข้ามาทำงานขายบริการ ณ ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.หนองคาย ซึ่งมีการลักลอบรับคนต่างด้าวสัญชาติลาวเข้าทำงานโดยผิดกฎหมายและพบว่ามีการลักลอบค้าประเวณีแอบแฝง ซึ่งทางร้านได้ลักลอบเปิดให้นักท่องเที่ยวขาประจำมาใช้บริการกินดื่มและซื้อบริการทางเพศ โดยใช้วิธีปิดไฟภายในร้าน เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ให้หลงเชื่อว่าร้านดังกล่าวไม่ได้เปิดบริการ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีการนำเอาหญิงชาวลาวอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้บริการอยู่ภายในร้านด้วย

ซึ่งทางเจ้าของร้านจะให้เด็กหญิงภายในร้าน ชักชวนลูกค้าที่มานั่งดื่มเสนอขายบริการทางเพศคิดค่าบริการครั้งละ 1,500-2,000 บาท โดยเจ้าของร้านจะคอยควบคุมและสั่งให้เด็กมาบริการแขก และหากมีการขายบริการทางเพศเจ้าของร้านจะได้ส่วนแบ่งจากการขายบริการ ครั้งละ 300 บาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมวางแผนให้สายลับเข้าไปใช้บริการในร้านดังกล่าว โดยได้ให้สายลับพรางตัวเข้าไปใช้บริการ โดยต่อมาหญิงชาวลาวได้ชักชวนสายลับเพื่อให้ซื้อบริการทางเพศกับหญิงบริการภายในร้านคาราโอเกะดังกล่าว พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณร้านคาราโอเกะ และบริเวณหน้ารีสอร์ท ที่จะมีการพาหญิงสาวไปเข้าพักเพื่อค้าบริการทางเพศ ต่อมา ทางร้านได้ส่งหญิงชาวลาวคือ ด.ญ.ดาว อายุ 15 ปี ไปให้บริการทางเพศกับสายลับที่รีสอร์ท เมื่อสายลับพา ด.ญ.ดาว เข้าพักที่รีสอร์ทแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม

จากการสอบถามทราบว่า ด.ญ.ดาว ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยพร้อมพี่สาว ทางช่องทางธรรมชาติ เมื่อประมาณเดือน มี.ค.64 จากนั้นได้มารับจ้างทำงานที่ร้านดังกล่าวเรื่อยมาพร้อมทั้งมีการขายบริการทางเพศให้กับนักท่องเที่ยวจริง โดยจะคิดเงินค่าบริการครั้งละ 1,500 บาท เมื่อเสร็จภารกิจจะนำเงินจำนวน 300 บาท มาให้กับเจ้าของร้านเพื่อเป็นส่วนแบ่ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเข้าจับกุมนายสงกรานต์ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานค้ามนุษย์ พร้อมนำตัวส่ง พงส.สภ.โพนพิสัย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆรวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตราย ต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือ www.immigration.go.th

ปทุมธานี – ผู้ป่วยโควิด 500 คนรอเตียง บิ๊กแจ๊สจับมือสาธารณสุขเพิ่มรพ. สนาม สู้วิกฤตโรคระบาด

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 เวลา 15:00 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายแพทย์อภิชน จีนเสวก รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ผู้บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ของจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ดูสถานที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 500 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่รอคอยเตียงเพื่อรับการดูแลรักษาจำนวนกว่า 500 คน

จากสถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดปทุมธานีวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 448 ราย มีผู้ป่วยสะสม 9,656 ราย รักษาหายแล้วกลับบ้านจำนวน 5,233 ราย อยู่ระหว่างการดูแลรักษาจำนวน 4,356 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสมจำนวน 67 ราย จากจำนวนที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันที่มีจำนวนมาก ทำให้จำนวนเตียงดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่โรงพยาบาลภาครัฐ และโรงพยาบาลสนามเต็ม จึงทำให้มีผู้ป่วยที่รอคอยรับการรักษาอยู่ที่บ้านกว่า 500 คน จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องเปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่ม ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ได้เห็นว่าวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี มีอาคารที่มีความเหมาะสมที่สามารถจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามได้เพื่อรอรับผู้ป่วยมาดูแลรักษา ดีกว่าที่จะให้รอคอยอยู่ที่บ้าน ป้องกันการแพร่ระบาดในชุมชน

ด้าน นายแพทย์อภิชน จีนเสวก รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ผู้บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ของจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดปทุมธานีมีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นและมีอัตราการ รอคอยเตียงกว่า 500 คน บางส่วนต้องใช้การดูแลแบบ Home Isolation แต่บางส่วนจำเป็นจะต้องเข้าโรงพยาบาลสนามในกลุ่มที่ไม่พร้อมดูแลตัวเองที่บ้านในช่วงเบื้องต้น ระหว่างการรอคอยเตียง หากเรามีโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้น จะทำให้ลดจำนวนผู้ป่วยที่รอคอยที่บ้านให้เข้ามาสู่กระบวนการรักษาในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ในกลุ่มที่มีโอกาสที่จะทำให้โรคลุกลามเร็วขึ้น เมื่อมาอยู่ใกล้ชิดหมอจะทำให้เขาปลอดภัยขึ้น จังหวัดปทุมธานีจึงต้องเร่งหาโรงพยาบาลสนาม เพื่อเพิ่มจำนวนเตียงให้มากขึ้น เนื่องจากเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ

ส่วน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดปทุมธานีค่อนข้างวิกฤตแล้ว โดยเฉพาะเกิดคลัสเตอร์ใหม่ที่ตลาดไท ปัจจุบันจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเท่าไรก็เต็มหมด โรงพยาบาลภาครับก็เต็ม เมื่อมาสำรวจที่ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ทาง อบจ.พร้อมที่จะสนับสนุนในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามที่นี่ โดยมีการประชุมทำแผนจัดตั้งโรงพยาบาลมา หากไม่ใช้สถานที่ของราชการแล้ว จะไปทำให้สถานที่ภายในหมู่บ้านชุมชน พี่น้องประชาชนมีความตื่นตระหนก จึงต้องมีการดำเนินการที่เร่งด่วน เพื่อให้ที่สถานที่ให้ผู้ป่วยพักรักษา จะให้เขาอยู่กับบ้านแล้วไม่ดูแลเขาไม่ได้ ทั้งนี้ อบจ.ในแต่ละวันมีการตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยการเจาะเลือดแรปบิทเทสวันละกว่า 1,500 คน นอกจากนี้ยังมีการออกหน่วยตรวจคัดกรองประชาชนจุดละกว่า 1,000 คน พี่น้องประชาชนมีการตื่นตัวที่จะดูแลตัวเอง แต่จำนวนผู้ติดเชื้อยังมีจำนวนเพิ่มขึ้น ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนประมาท การ์ดอย่าตก และช่วยดูแลตัวเองและครอบครัวของท่านให้ดี นอกจากนี้ทาง อบจ.พยายามที่จะหายา และวัคซีน หวังว่าปทุมธานีจะผ่านวิกฤตครั้งที่ไปด้วยกันให้ได้ทั้งจังหวัด


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ รายงาน

นครนายก - มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบอุปกรณ์การเรียน หน้ากากอนามัย และข้าวสารอาหารแห้งให้กับวัดและสำนักสงฆ์

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2564 นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานที่ปรึกษา มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ นางอนัญญา กรีธาพล รองกรรมการผู้จัดการบริษัทคอมมิวนิเคขชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) บริสุทธิ์ และดร. พัชรางสุ์ ชัยวรมุขกุล อัยการจังหวัด สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิ หัวใจบริสุทธิ์ ร่วมมอบอุปกรณ์เครื่องเขียน ของเล่นเด็ก และหน้ากากอนามัย แด่หลวงพ่อประทวน จารุธัมโม เจ้าอาวาสวัดสบกเขียว ต.ศรีนาวา อ.เมือง จ.นครนายก 

เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ผู้เดือดร้อนต่อไป นอกจากนี้ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ประธานที่ปรึกษาและที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ยังได้ร่วมมอบข้าวสารอาหารแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับศูนย์ปฎิบัติธรรม วิริยะธรรมโม เขตนิมิตรใหม่ กทม. ด้วย

ทั้งนี้ฯ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้ตระหนักและพร้อมที่จะช่วยเหลือสังคม ประชาชน และศาสนา ตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้ทุกผ่านส่วน ได้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

นครพนม - องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ ผ้าไตร พระราชทาน ถวายแด่ "พระราชมงคลวัชโรดม" พระเกจิเมืองนครพนม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ ผ้าไตร พระราชทาน ถวายแด่พระราชมงคลวัชโรดม พระเกจิอายุ 101 ปี

วันที่ 4 กรกฎาคม 2564  ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านโพนตูม หมู่ที่ 4 ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร พระราชทาน ถวายแด่พระราชมงคลวัชโรดม หรือ หลวงปู่แสง จันทวังโส อายุ 101 ปี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดนครพนม โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ ชัยธันยาภัทร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม พลตรี สามารถ จินตสมิทธิ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 พลตำรวจตรี ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และคณะหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชุมชนท้องถิ่นร่วมประกอบพิธี

พระราชมงคลวัชโรดม (แสง จันทวังโส) เป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัด เปี่ยมด้วยคุณธรรมและเมตตา เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน อุทิศตนรับใช้พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีอายุ 101 ปี 80 พรรษา มีนามเดิมว่า นายแสงวงศ์ วงษ์ตาผา เกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2463 แรม 6 ค่ำ เดือน 4 ปีมะแม ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 บิดาชื่อนายบุญจันทร์ มารดาชื่อนางสิงห์ เป็นชาวบ้านโพนตูม ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก

ท่านได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ด้วยการบรรพชาเป็นสามเณรหน้าไฟเพื่ออุทิศส่วนกุศลและส่งดวงวิญญาณให้กับคุณตาที่ล่วงลับ เมื่ออายุ 19 ปี ที่วัดศรีสำราญจิต บ้านดอนโทน หมู่ที่ 5 ตำบลก้านเหลือง มีพระครูนาครธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดศรีสำราญจิตเป็นพระอุปัชฌาย์ และเมื่อเสร็จพิธีอุทิศส่วนกุศลและส่งดวงวิญญาณแล้ว เจ้าอาวาสไม่ยอมให้ลาสิกขาและพาเดินธุดงค์ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ตามจังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด จนถึงจังหวัดอุบลราชธานี และได้เข้าจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านแก้ง อำเภอเขมราฐเรื่อยมา

กระทั่งวันที่ 3 ตุลาคม 2482 ท่านอายุได้ 22 ปี จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ มีพระครูบริหารเกษมรัฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระอุย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระดม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยหลังอุปสมบทได้มุ่งมั่นเล่าเรียนด้วยปฏิภาณไหวพริบที่ดีเลิศจนสำเร็จการศึกษาแผนกธรรม นักธรรมชั้นตรี–โท–เอก ตามลำดับ ทั้งยังได้เล่าเรียนอักขระเลขยันต์และวิทยาคมต่าง ๆ จนเชี่ยวชาญ

ท่านเป็นพระภิกษุผู้ปฏิบัติชอบตามพระธรรมวินัย คอยเทศนาธรรมโวหารโปรดญาติโยมและชาวบ้านในละแวกนั้น

หลายปีต่อมาจึงได้กลับบ้านเกิด มาจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านโพนตูม และด้วยเป็นพระที่มีความสมถะ ปฏิบัติดี มีความรู้ลึกซึ้งแตกฉาน ในช่วงที่มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ชุกชุม ได้นำสมุนไพรที่อยู่ในป่าลึกภูดงน้อย ตำบลก้านเหลือง มาช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับชาวบ้านจนหายป่วย จึงมีชาวบ้านและลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาจำนวนมาก แวะเวียนมากราบไหว้และทำบุญไม่ขาดสาย

ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและดูแลการเจ็บป่วยของชาวบ้าน จึงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร นามพระครูอุดมรังสี และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย รวมทั้งเป็นเจ้าคณะตำบลก้านเหลือง

และในครั้งนี้ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "พระราชมงคลวัชโรดม พุทธาคม ธรรมพิสิฐ มหาศณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี" พระราชาคณะชั้นราช มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 และพระครูใบฎีกา 1


ภาพ/ข่าว  สุเทพ หันจรัส ผสข.นครพนม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยการล่วงละเมิดทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังแพร่ระบาด ว่าในปัจจุบันที่ทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ได้ง่ายขึ้น นอกจากจะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาลแล้ว ในทางกลับกันก็มีเหล่ามิจฉาชีพ ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการกระทำความผิด และเกิดขึ้นมากในแอพพลิเคชั่นหาคู่ ซึ่งเหยื่อมักจะเป็นเด็กและเยาวชน ที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยรูปแบบของการกระทำความผิดมักจะเป็นการสร้างโปรไฟล์ปลอมขึ้นมาให้เป็นบุคคลที่หน้าตาดี ฐานะดี และเข้ามาพูดคุยกับเหยื่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นจะล่อลวงโดยบอกว่าจะมอบเงินหรือสิ่งของให้  แลกกับการถ่ายภาพหรือวิดีโอเปลือย หรือในบางรายถึงขั้นล่อลวงไปมีเพศสัมพันธ์และแอบถ่ายไว้ จากนั้นก็จะนำภาพหรือวิดิโอมาข่มขู่ ให้เหยื่อส่งเงินมาให้หรือให้ส่งภาพมาเพิ่ม ไม่เช่นนั้นจะปล่อยลงสื่อสังคมออนไลน์ และเหล่ามิจฉาชีพก็จะนำภาพหรือวิดีโอดังกล่าวไปหาประโยชน์ เช่น การนำไปขายต่อ การสร้างกลุ่มให้คนเข้ามาดูโดยเก็บค่าเข้ากลุ่ม เป็นต้น

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท, ความผิดฐานทำ ผลิต มีไว้ หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กด้วยวิธีใดๆ มีโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 30,000-200,000 บาท, ความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลใดๆ ที่มีลักษณะลามก มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(4) และความผิดฐานขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร  มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เห็นความสำคัญและตระหนักถึงพิษภัยของ การล่วงละเมิดทางเพศบนอินเตอร์เน็ต จึงมีนโยบายให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(บก.ปคม.), กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี(กก.ดส.), คณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต(TICAC) ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี  พ.ศ.2558 รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เฝ้าระวัง สืบสวน ปราบปรามผู้กระทำความผิดและขยายผลไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนอย่างจริงจังต่อเนื่อง และต้องมีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม รวมถึงเร่งสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชนทราบถึงพิษภัยและรูปแบบการกระทำความผิด เพื่อเป็นการจำกัดความเสียหายและตัดโอกาสในการกระทำความผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันหลีกเลี่ยงโดย ผู้ปกครองต้องปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้กับบุตรหลาน คอยแนะนำและสังเกตพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์  อย่างใกล้ชิด อย่าพูดคุยกับคนแปลกหน้าและอย่าให้ข้อมูลส่วนตัว รวมถึงภาพส่วนตัวกับใครในสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599  ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ชลบุรี - คนไทยไม่ทิ้งกัน IWRM เร่งส่งมอบน้ำดื่มช่วยโรงพยาบาลสนาม ผู้ป่วยโควิด-19

บริษัท อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีสอร์ท แมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM) โดย คุณธนวัฒน์ สันตินรนนท์  กรรมการผู้จัดการ คุณวิเชษฐ์ เกตุแก้ว กลุ่มช่วยกัน  ร่วมสนับสนุนน้ำดื่ม CHON WATER จำนวน 2,400 ขวด ให้แก่ โรงพยาบาลสนามค่ายพระมหาเจษฏาราชเจ้า กองพลนาวิกโยธิน  และโรงพยาบาลสนาม ศูนย์ฝึกทหารใหม่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ (เกล็ดแก้ว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

โดยมี นายแพทย์ สิทธิลักษณ์ วงษ์วันทนีย์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามผู้ป่วยโควิด-19 คุณเสาวณีย์  อุ่ยตระกูล ผู้จัดการโรงพยาบาลสนามและ ทีมแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลระยอง ร่วมรับมอบน้ำดื่ม เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยที่มาพักรักษาตัวจากโรคโควิด-19 ณ โรงพยาบาลสนามพลเรือน ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  เมื่อ 3 ก.ค.64 ที่ผ่านมา

ซึ่ง ทางโรงพยาบาลสนาม ฝากประชาสัมพันธ์  หากผู้ใดอยากจะบริจาคสิ่งของหรือน้ำดื่มสามารถมาบริจาคได้เลย แต่ถ้าหากถ้าเป็นอาหารประเภทข้าวกล่อง ให้แจ้งกับทาง รพ.สนามล่วงหน้าก่อน ซึ่งทางรพ.สนามจะได้มีการบริหารจัดการ ในเรื่องของปริมาณ อาหาร เพราะทางรพฯมีอาหารให้กับผู้ป่วย ทุกมื้อ  ฝากประชาสัมพันธ์ มาณ ที่นี้ 

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

ยะลา - ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจตามแนวชายแดน เน้นย้ำให้บูรณาการกับหน่วยกำลังในพื้นที่เพิ่มความเข้มแนวชายแดน ป้องกันลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย 

เมื่อวันที่ 3 ก.ค.64 ที่สำนักงานด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม มอบนโยบายการปฏิบัติราชการและให้โอวาทกำลังพล ขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่และใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโคโรนา พร้อมมอบสิ่งของและชุดอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 เพื่อบำรุงขวัญเป็นกำลังใจ แก่ข้าราชการตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อำเภอเบตง โดยมี พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ผกก.สภ.เบตง พ.ต.ท.สมเจตน์ หนูชัยแก้ว สว.ตม.เบตง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจภูธรเบตง ตชด.445 นปพ.ยะลา32 ให้การต้อนรับ

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจดูที่บริเวณด่านพรมแดนเบตง พร้อมรับฟังปัญหาต่างๆในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยในพื้นที่อำเภอเบตง ทั้ง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจภูธร ตชด. นปพ. รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหาร ให้บูรณาการ ทั้งด้านการข่าว และในการปฏิบัติงานตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวตามช่องทางธรรมชาติให้มากขึ้น เพราะแรงงานเหล่านี้อาจจะนำเชื้อไวรัสโควิด19 มาแพร่ในประเทศมากขึ้น จึงได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้ม ให้เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม ยังขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ให้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ หากพบเห็นหรือทราบเบาะแส การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้รีบเข้าควบคุมตัวและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเร่งด่วน

ลำพูน - ร่วมส่งและให้กำลังใจ "นักรบชุดขาว" จังหวัดลำพูน ชุดที่ 4  เพื่อเดินทางไปร่วมปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ โรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี

วันนี้( 4 ก.ค. 64 ) ที่บริเวณสนามหน้าเสาธง โรงพยาบาลลำพูน เลขที่ 177 ถนนจามเทวี ตำบลต้นธง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน  เป็นประธานในพิธีส่งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข (นักรบชุดขาว) ชุดที่ 4  เพื่อไปปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยจะปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 5 ถึง 18 กรกฎาคม 2564  ณ โรงพยาบาลสนามสนามบุษราคัม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี  โดยมีนางปนัดดา เนาวรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน , บุคลากรทางการแพทย์ , เจ้าหน้าที่ฯ และประชาชน ร่วมให้กำลังใจส่งทีมนักรบชุดขาวหรือทีมบุคลากรทางการแพทย์ของจังหวัดลำพูนในครั้งนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน, นายแพทย์สาธารณสุข, หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด, ผู้บริหารบุคลากรทางการแพทย์ ยังได้มอบกระเป๋าสัมภาระให้แก่คณะบุคลากรการแพทย์ (นักรบชุดขาว ชุดที่ 4) และพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลลำพูน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ร่วมมอบดอกไม้ และของใช้ที่จำเป็น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่คณะฯอีกด้วย    

 สำหรับผู้ที่เดินทางไปยังโรงพยาบาลสนามบุษราคัมฯ ประกอบด้วย 
1. นายแพทย์วรวุฒิ วรวุฒิวิทยา นายแพทย์ชำนาญการ (หัวหน้าทีม) โรงพยาบาลลำพูน 
2. แพทย์หญิงกิ่งกาญจน์ ชมพูกลาง นายแพทย์ปฏิบัติการ โรงพยาบาลลำพูน
 3. นางสายสวาท พัฒนการุณย์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลลำพูน    
4. นางสาวปิยาภนณ์ ปินตาศรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลลำพูน   
5. นางสาวจุฑามาศ คำพฤกษ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลลำพูน 
6. นางสาวอังศนันท์ คุณจินระรุ่งเรือง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ โรงพยาบาลลำพูน  
7. นางสาวสุปรียา ปัญญาวงค์ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ โรงพยาบาลลำพูน
8. นางสาวณัฐพร วงค์อานา เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลลี้ 
9. นางการเกต รังรองธานินทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลแม่ทา   
10.นางสาวเกวลิน ปัญโญนันท์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) บ้านห้วยหละ  
11.นางสาวรจนา พวงรัตน์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ป่าเลา  
12.นางจินตนา เรืองอินทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ตะเคียนปม    
13.นางสาวบุษยา ธิฉลาดสืบ พยาบาลวิชาชีพปฏิติการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) บ้านห้วยอ้อ

กรรณิการ์  วิจิตรสกลการ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำพูน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top