Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

จนท.ตรวจพื้นที่อนุญาตดูดทรายแม่น้ำโขง พบคลาดเคลื่อนผิดเงื่อนไขทั้งหมด ซ้ำใช้ไม้ไผ่ปักหลักเล็ง

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม2564 นายปิติพัฒน์ สุธีรัตน์วัฒนา เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดมุกดาหาร ดาบตำรวจพร้อมพงษ์ มาพงษ์ รองหัวหน้ากลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. จังหวัดมุกดาหาร และองค์การบริหารส่วนตำบลบางทรายน้อย ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบการดูดทรายของผู้ประกอบการท่าทรายที่ได้รับอนุญาตให้ดูดทรายในพื้นที่ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่าผู้ประกอบการท่าทรายได้ทำการดูดทรายนอกพื้นที่ได้รับอนุญาต จนทำให้ระบบนิเวศน์เสียหาย ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมงเดือดร้อน และก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอย่างมากมายมหาศาล   

โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดมุกดาหาร ได้ทำการนำเครื่องมือรับสัญญาณดาวเทียมแบบจลน์โดยโครงข่ายดาวเทียม RTK GNSS Network ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทันสมัยมีค่าความผิดเพี้ยนน้อยมาก มาใช้หาค่าพิกัดพื้นที่ได้อนุญาตให้ดูดทรายของผู้ประกอบการรวม 4 ราย ประกอบด้วย  หจก.เอ พี แมชชีนเนอรี่ คอนสตั้คชั่น หจก.ท่าทรายโชคบริบูรณ์ หจก.ป.มุกดาหาร และ น.ส.วาสนา กำยาน

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการบางรายไม่ได้จัดทำหมุดหลักฐานแผนที่ด้วยการปักหลักคอนกรีตบนฝั่งพื้นดินด้านซ้ายและขวาให้มีความคงทนถาวรโดยใช้เพียงลำไม้ไผ่มาปัก และมีการเคลื่อนย้ายจากตำแหน่งเดิมไปปักที่ใหม่ เมื่อเจ้าหน้าที่นำเครื่องมือรับสัญญาณดาวเทียมตรวจสอบค่าพิกัดปรากฏว่าไม่ตรงกับค่าพิกัดตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตให้ดูดทรายของผู้ประกอบการทั้ง 4 ราย โดยมีค่าพิกัดที่ทำการตรวจสอบกับหลักหมุดในเบื้องต้นผิดเพี้ยนไปจากตำแหน่งที่ได้รับอนุญาตประมาณ 20 ถึง 600 เมตร ซึ่งอาจส่งผลทำให้มีผู้ประกอบการดูดทรายนอกพื้นที่ได้รับอนุญาต อันเป็นการผิดเงื่อนไขการอนุญาตให้ดูดทรายเนื่องจากไม่ได้ดูดทรายแต่เฉพาะในบริเวณพื้นที่ได้รับอนุญาต อันอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้ทันที

นายปิติพัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบตำแหน่งหลักเล็งพื้นที่ได้รับอนุญาตให้ดูดทรายของผู้ประกอบการทั้ง 4 ราย พบว่ามีความคลาดเคลื่อนลงมาทางทิศใต้ในแนวทางเดียวกันทุกแปลง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะนำค่าพิกัดที่วัดได้ในวันนี้ไปดำเนินการหาค่าความคลาดเคลื่อนโดยละเอียดบนแผนที่อีกครั้ง โดยหากพบว่ามีการคลาดเคลื่อนหรือหลุดไปจากพื้นที่ได้รับอนุญาตมาก ก็จะต้องสั่งให้ผู้ประกอบการหยุดดูดทรายเป็นเวลา 3 วัน โดยจะเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการจัดทำหลักเล็งใหม่ให้ถูกต้องตรงกับพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ดูดทรายทุกหลักต่อไป

ดาบตำรวจพร้อมพงษ์ กล่าวว่า ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหารได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบว่าผู้ประกอบการได้ทำการดูดทรายนอกพื้นที่ได้รับอนุญาตตามที่ถูกร้องเรียนจริงหรือไม่ ในเบื้องต้นเมื่อผู้ประกอบการทราบว่าหลักเล็งพื้นที่ดูดทรายมีความคลาดไปจากพื้นที่ได้รับอนุญาตก็ได้รับปากที่จะไปดำเนินการของรังวัดสอบเขตเพื่อปักหลักเล็งใหม่ให้มีความถูกต้องตรงตามพิกัด ขณะที่ผู้นำหมู่บ้านก็จะช่วยทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งหากมีการจัดทำหลักเล็งพื้นที่อนุญาตดูดทรายใหม่ถูกต้องก็จะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย ทั้งยังสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้โดยง่ายอีกด้วย ทั้งนี้ ความคลาดเคลื่อนของหลักเล็งอาจเกิดจากความผิดพลาดทางด้านเทคนิคหรือการรางวัดในขณะที่ดำเนินการปักหลักโดยอาจเป็นการทำโดยไม่มีเจตนาที่จะกระทำผิด ซึ่งเมื่อตรวจพบว่ามีความบกพร่องก็ต้องดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป

อนึ่ง ที่ผ่านมามีชาวบ้านออกมาร้องเรียนทั้งเป็นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร หน่วยงานราชการและผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่ามีการลักลอบดูดทรายในแม่น้ำโขงและดูดทรายนอกพื้นที่ได้รับอนุญาตเป็นจำนวนมากแต่แทบจะไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาตรวจสอบหรือจับกุมดำเนินคดี โดยมักจะอ้างว่าอาจเป็นการดูดในเขตประเทศลาวทั้งที่ยังไม่ได้ออกมาตรวจสอบ จนทำให้มีนายทุนนำเรือมาดูดทรายในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเพิ่มมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในจังหวัดอื่นที่มีพื้นติดแม่น้ำโขงมีการตรวจสอบจับกุมดำเนินคดีอย่างเข้มงวด


ภาพ/ข่าว  ชุดฉก.พญาอินทรีย์ / เดวิท โชคชัย

กองกำลังไม่ทราบฝ่าย ยิงปืน ค.3 ลูก ตกลงพื้นที่บ้านท่าตาฝั่งของไทย สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ปลอดภัย และทำหนังสือประท้วงแจ้ง TBC ไทย-เมียนมา จ.แม่ฮ่องสอน

กรณีมี ได้มีการยิงกระสุนปืน ค. ตกลงมายังฝั่งไทย บ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน  3 ลูก ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นของฝ่ายได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอพยพประชาชนบ้านท่าตาฝั่งไปอยู่พื้นที่ปลอดภัย ด้าน ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 แม่ฮ่องสอน เร่งส่ง ค.120 มม.เข้าพื้นที่เพื่อปกป้องอธิปไตย

พ.อ.สุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหาราบ ที่ 7 เปิดเผย ว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ได้มีการอพยพราษฎรบ้านท่าตาฝั่ง หลังจากได้มีกระสุนปืน ค. จำนวน 3 ลูก ของกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ตกมายังพื้นที่ทางเหนือของบ้านท่าตาฝั่ง ประมาณ 2 กิโลเมตร  ซึ่งทาง ฉก.ร.7 ได้ทำหนังสือประท้วงไปยัง คณะกรรมการส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา หรือ TBC เนื่องจากพื้นที่ตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง มีฐานทหารเมียนมา ตั้งอยู่ และยังมีกองกำลังทหารกะเหรี่ยง KNU ด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงยังต้องพิสูจน์ทราบว่าเป็นฝ่ายใด และทางการไทยต้องดูแลความเรียบร้อยพื้นที่ชายแดนอย่างเต็มที่ จึงได้ให้ประชาชนบ้านท่าตาฝั่ง อพยพไปในที่ปลอดภัยแล้ว  

ขณะที่ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา ด้านจ.แม่ฮ่องงสอน สรุปสถานการณ์เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 พ.ค.64 ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564​ เวลา 09.30 น. กองกำลังชนกลุ่มน้อยกลุ่มกะเหรี่ยง KNU มีการปฏิบัติการทางทหาร ต่อฐานด๊ากวิน ของทหารเมียนมา ด้านตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง อำเภอแม่  สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยการยิงเครื่องยิงลูกระเบิด  ปืนกล และปืนเล็กยาว (ไม่ทราบการสูญเสีย) และปัจจุบันยังคงไม่มีการปฏิบัติการทางอากาศในฝั่งประเทศเมียนมา เป็นระยะเวลา 20 วัน ในส่วนการพิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย เนื่องจากผู้ประกอบการส่งออกสินค้าได้ยื่นเรื่องขอให้ จังหวัดแม่ฮ่องสอนพิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านแม่สามแลบซึ่งคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ได้ประชุมพิจารณาหารือประเด็นการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ  โดยประเมินสถานการณ์การสู้รบรวมถึงปัจจัยต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ถึงแม้ว่าปัจจุบันไม่มีสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมาและกองกำลังชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง KNU ที่รุนแรง แต่เพื่อความปลอดภัย คณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทย – เมียนมา ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงมีมติให้ประเมินสถานการณ์การสู้รบ และปัจจัยอื่นอีกเป็นระยะเวลา 10 วัน เพื่อประกอบการพิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ

ทั้งนี้หากสถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ หรือไม่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จะได้พิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านแม่สามแลบต่อไป ซึ่งตลอดระยะเวลาการเกิดความไม่สงบชายแดนไทย-เมียนมา ริมฝั่งลำน้ำสาละวิน ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 64 ถึง ปัจจุบันมีราษฎรชาวเมียนมาที่เดินทางข้ามมายังประเทศไทยจากเหตุความไม่สงบในเมียนมาพักในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวจำนวน 4 แห่ง รวม 1,775คน


ภาพ/ข่าว  สุกัลยา / ถาร  อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจสอบคฤหาสน์หรู ก่อนเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม ด้านทนายเผย วอนฟังข้อเท็จจริง

จากกรณีเกิดเหตุชาวจีนก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปราบปรามคนร้ายข้ามชาติภาค 2 ขณะนำหมายค้นเข้าตรวจสอบ จนได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ทราบชื่อคือ ร.ต.อ.พันเทพ ศรีบุญนาค และ ด.ต.กรีฑา ทิพย์เนตร ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาตัว เหตุเกิดที่คฤหาสน์หรู บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่ ในสนามกอล์ฟพื้นที่สภ.ห้วยใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐาน ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา​ 13.30​ น.​ วันที่ 20​ พฤษภาคม 2564 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์​  รอง​ ผบ.ตร.​ พล.ต.ต.ชัยพต์พจน สุวรรณรักษ์​ รอง​ ผบช.ภาค​ 2​  พล.ต.ต.ธิติ​ แสงสว่าง​ รรท.​ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี​  เดินทางเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุภายบ้านเลขที่​ 113 /76  ม.9​  ต.ห้วยใหญ่​ อ.บางละมุง​ จ.ชลบุรี​  ซึ่งตั้งอยู่ภายในสนามกอล์ฟฟิกนิก​อีกครั้ง โดยไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปข้างในบ้าน ซึ่งใช้เวลาตรวจสอบภายในบ้านประมาณ​ 1​ ชม. ก่อนที่จะเดิน​ออกมา โดยแจ้งว่า ขอไปประชุมเพื่อฟังรายงานเรื่องดังกล่าวก่อน ที่ห้องประชุมชั้น​ 3​ ของ​ สภ.ห้วยใหญ่ โดยมีเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้ารายงานเรื่องดังกล่าว ซึ่งก็ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าฟังแต่อย่างใด พร้อมแจ้งว่าเสร็จประชุมแล้วจะออกมาให้ข้อมูลภายหลัง

ด้านนายอนิรุจน์ คงทรัพย์ ทนายส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ยังไม่ได้พูดคุยรายละเอียดกับตัวผู้ก่อเหตุ แต่ได้พูดคุยบุคคลในบ้านทราบว่ายังไม่เห็นตรงนั้น ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุนั้นมีธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ทำมาแล้วประมาณ 2-3 ปี ในส่วนของยาเสพติดนั้นตนเองเท่าที่ทราบไม่มีประวัติ ตอนนี้ขอให้รอฟังขอเท็จจริงก่อน ตามที่มีการนำเสนอไปนั้นค่อนข้างรุนแรงเกี่ยวกับผู้ต้องหา อยากให้มองว่าการเข้าตรวจค้นของตำรวจถูกต้องมั้ย วิธีการในการทำที่เกิดขึ้นโดยมีการปะทะกันเกิดเหตุอะไร ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนสำคัญของคดี ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นการซื้อในรูปแบบบริษัท ส่วนกรณีที่มีการขู่อุ้มนั้นโดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่ามีชาวต่างประเทศถูกปล้น ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุก็เป็นชาวต่างชาติ จึงคาดว่าอาจเกิดความกลัว เมื่อมีคนเข้าบ้านไปโดยที่ไม่ทราบว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร และมาในชุดนอกเครื่องแบบ และเมื่อมีการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ ในส่วนของอาวุธปืนนั้นเท่าที่ทราบน่าจะถูกต้อง ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็ยังอยู่ในอาการตกใจ

 

เชียงใหม่ – จัดกิจกรรมคลายร้อน เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ส่งเสริมสุขภาพสัตว์ พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยว รับชมกิจกรรมผ่านช่องทาง Live ในช่วงการปิดให้บริการชั่วคราว

สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน ) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมคลายร้อน และทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายและใจให้กับสมาชิกสัตว์ พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมรับชมการดูแลสมาชิกสัตว์อย่างใกล้ชิดผ่านกิจกรรม Live ในช่องทาง Facebook : เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari ลุ้นรับรางวัลสุด Exclusive เป็นประจำทุกสัปดาห์

นายเบญจพล นาคประเสริฐ กรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดเผยว่า ในช่วงการปิดให้บริการชั่วคราวนี้ นอกจากการดำเนินการด้านมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 แล้ว ยังมีการดูแลสวัสดิภาพสัตว์เป็นอย่างดี  ทั้งด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ มีการฉีดวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรค การเสริมวิตามิน การดูแลด้านโภชนาการ รวมทั้งการจัดกิจกรรมผ่อนคลายให้กับสัตว์  โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่สภาพอากาศมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น และการไม่ได้ทำกิจกรรมเหมือนในช่วงการเปิดให้บริการตามปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้สัตว์เกิดความเครียดได้ ดังนั้นจึงได้จัดกิจกรรมคลายร้อนให้กับสัตว์ชนิดต่าง ๆ และจัดกิจกรรมเพื่อให้สัตว์ได้ออกกำลังกาย เช่น การฉีดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเสือโคร่ง

การจัดกิจกรรมผ่อนคลายและส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้กับสัตว์ที่อยู่ในส่วนแสดง Night Predator โดยทำกิจกรรมออกกำลังตามพฤติกรรมธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิด เช่น การว่ายน้ำจับปลาเป็นอาหารของนาคเล็กเล็บสั้น การล่าเหยื่อของสิงโต การปีนป่ายไต่เชือกกินอาหารของหมีขอ การกระโดดปีนต้นไม้ล่าเหยื่อของเสือโคร่งขาว และการว่ายน้ำของเสือโคร่ง เป็นต้น  นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 อย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งดำเนินการให้บุคคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกคนฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ครบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการอีกครั้ง 

ทั้งนี้ ในช่วงการปิดให้บริการชั่วคราว เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ได้จัดกิจกรรมให้บริการนักท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ และการจัดกิจกรรม Live ใน Facebook : เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี Chiang Mai Night Safari เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับชมกิจกรรมการดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด พร้อมลุ้นรับของที่ระลึกพิเศษ เป็นประจำทุกสัปดาห์

และในวันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม นี้ เวลา 15.30 น. จะพานักท่องเที่ยวชมกิจกรรมการดูแลสัตว์ในส่วนแสดง Night Predator กับกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพตามพฤติกรรมธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิด ซึ่งนักท่องเที่ยว


ภาพ/ข่าว  นภาพร เชียงใหม่

เชียงใหม่ - มทบ.33 จัดทำโครงการปันน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน จัดรถครัวสนามทำอาหารปรุงสดให้แก่ประชาชน สู้โควิด-19

มทบ.33 จัดทำโครงการปันน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน จัดรถครัวสนามทำอาหารปรุงสด , แจกจ่ายหน้ากากอนามัย และพืชผลทางการเกษตร ให้แก่ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19

เมื่อ 20 พ.ค. 64 เวลา 10.00-12.00 มทบ.33  จัดรถครัวสนามทำอาหารปรุงสดใหม่  จำนวน 400 กล่อง พร้อมน้ำดื่ม และหน้ากากอนามัย บรรทุกหลังรถจักรยานยนต์(เดลิเวอรี่) จำนวน  10 คัน บริการส่งอาหารกล่อง ปรุงสดใหม่ ถึงบ้าน ประชาชน ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง และจัดรถพุ่มพวง แจกจ่ายผลผลิตทางการเกษตร (ผักกาด ,ผักบุ้ง, แตงกวาญี่ปุ่น, มะนาว ,พริก ,ไข่ไก่  และมะม่วง ) แจกจ่ายให้กับประชาชน เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของ ประชาชนชุมชนรอบค่ายที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิค - 19 ณ ชุมชนต้นขาม ต.ท่าศาลา อ.เมือง จว.ช.ม. โดยได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19  อย่างเคร่งครัด ซึ่งได้สร้างความประทับใจและความพึงพอใจต่อประชาชนในพื้นที่ เป็นอย่างดี


ภาพ/ข่าว  นภาพร / เชียงใหม่

นนทบุรี - นิพนธ์ มอบน้ำดื่ม ”ปาป้า-กปน.” ให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19

ที่รพ.ศรีธัญญา และ รพ.จุดฉีดวัคซีน ในเขต กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ ตามโครงการ “กปน. มอบน้ำดื่มแทนน้ำใจร่วมต้านภัย Covid-19”
วันที่ 20 พฤษภาคม 2564  ที่อาคารผู้ป่วยจิตเวชชาย (อาคาร 9 ชั้น) ชั้น 1 โรงพยาบาลศรีธัญญา จังหวัดนนทบุรี  นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มท.)พร้อมด้วย นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์ นายวีรวัฒน์ ยมจินดา กรรมการ กปน. นายกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน. และผู้บริหาร กปน. ร่วมมอบน้ำดื่มบรรจุขวดพร้อมดื่มให้ บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19  โดยมี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต และ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีธัญญา เป็นผู้รับมอบ 


นายนิพนธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า การประปานครหลวง ได้ส่งมอบน้ำดื่มปาป้าให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานสนับสนุนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ตามโครงการ กปน. มอบน้ำดื่มแทนน้ำใจร่วมต้านภัย Covid-19 มาอย่างต่อเนื่อง รวมแล้วกว่า 40,000 ขวด เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงมอบให้พี่น้องประชาชนผู้เข้ารับการฉีดวัคซีน เพราะการดื่มน้ำสะอาดช่วยลดความเสี่ยงจากอาการไม่พึงประสงค์ หลังการฉีดวัคซีนป้องกันโคสิด-19 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงมหาดไทย ในการร่วมบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน พร้อมกันนี้นายนิพนธ์ยังได้เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่ามาร่วมลงทะเบียนฉีดวัคซีน สร้างภูมิคุ้มกันไวรัสโควิด-19 เพื่อให้คนไทยมีภูมิคุ้มกันหมู่และกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด"

ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีธัญญา กล่าวว่า การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ นอกจากจะช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย และขับของเสียออกจากร่างกายแล้ว การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอก่อนและหลังฉีดวัคซีน จะช่วยลดความเสี่ยงจากอาการไม่พึงประสงค์และควรเตรียมความพร้อมก่อนฉีดวัคซีน  ด้วยการทำความเข้าใจข้อมูลของวัคซีน  พักผ่อนให้เพียงพอ  ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามบุคลากรก่อนรับการฉีด


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา
 

กาฬสินธุ์ - รณรงค์อสม.สร้างความเข้าใจชาวบ้าน เร่งฉีดวัคซีนบุคลากรด่านหน้า

“วันเพ็ญ เศรษฐรักษา” ที่ปรึกษารมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินสายนำ อสม.เคาะประตูบ้านรณรงค์ให้ความรู้และเชิญชวนประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอยางตลาดเร่งฉีดวัคซีนบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ที่หอประชุมเทศบาลตำบลโคกศรี อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์  นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประจักษ์ ภูแลขำ นายกเทศมนตรีตำบลโคกศรี นายสุวิทย์ ภูมิ่งศรี นายกเทศมนตรีตำบลอุ่มเม่า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอยางตลาด ลงพื้นที่ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 กับอสม.และร่วมกันเดินเคาะประตูบ้านประชาชนใน ต.โคกศรี ซึ่งมีทั้งผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และประชาชนทั่วไป เพื่อรณรงค์เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ พร้อมระดมแรงศรัทธาจากหลายภาคส่วนจัดผ้าป่ารับมอบประกันภัยโควิดให้กับอสม.ในพื้นที่ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน

จากนั้นนางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสันติ จัตุพันธ์ นายอำเภอยางตลาด นายประสิทธิชัย กัลยาสนธิ สาธารณสุขอำเภอยางตลาด เข้าเยี่ยมการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า ทั้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ รพ.สต.เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 250 คน พร้อมมอบอาหาร และน้ำดื่มให้กับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่คอยอำนวยความสะดวกในการฉีดวัคซีน ที่หอประชุม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์

นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ร่วมกับ อสม.มาอย่างต่อเนื่องหลายตำบลใน อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย และอ.ร่องคำ พบว่า อสม.และประชาชนมีความเข้าใจในประโยชน์ของการฉีดวัคซีน รับทราบถึงความปลอดภัย มีความตื่นตัวต้องการที่จะลงทะเบียนฉีดวัคซีนมากขึ้น หลายคนพร้อมที่จะฉีด เพื่อป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19ให้กับตนเอง ซึ่งตนเองพร้อมคณะ รวมทั้งอสม.จะยังคงลงพื้นที่เคาะประตูบ้านรณรงค์กับประชาชนให้ครบทุกตำบลและหมู่บ้านต่อไป เพื่อให้ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนมากที่สุด ตามนโยบายของรัฐบาล และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ด้านนายสันติ จัตุพันธ์ นายอำเภอยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า และมีส่วนสำคัญในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ อ.ยางตลาด จำนวน 250 คน โดยการฉีดวัคซีนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชนทุกครัวเรือน ร่วมลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อตัวเรา ชุมชนของเรา และประเทศไทยให้รอดพ้นจากสถานการณ์โควิด-19ในครั้งนี้

ขณะที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ล่าสุดวันนี้ (20 พ.ค. 64) ศูนย์อำนวยการต้านโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จ.กาฬสินธุ์ รายงานสถานการณ์พบผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย  รวมมีผู้ป่วยสะสม 102 ราย หายป่วยสะสม 68 ราย ยังคงรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 33 ราย และเสียชีวิต 1 ราย


ภาพ/ข่าว  ณัฐพงษ์ ประชากูล จ.กาฬสินธุ์

กรุงเทพฯ - พลตำรวจเอก ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมการดำเนินการของโรงพยาบาลตำรวจ ในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับข้าราชการตำรวจ ณ สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่

วันนี้ 20 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.00 น. ที่สโมสรตำรวจ พลตำรวจเอก ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี วัชรินทร์ พิภพมงคล นายแพทย์(สบ ๗)โรงพยาบาลตำรวจ พลตำรวจตรี สมนึก น้อยคง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรี วิบูลย์ สีสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล พลตำรวจตรี สุรชัย เจ็ดพี่น้องร่วมใจ ผู้บังคับการกองสวัสดิการ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินการของโรงพยาบาลตำรวจ ในการจัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้แก่ข้าราชการตำรวจ

สืบเนื่องจาก พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ห่วงใยในสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีภารกิจและหน้าที่โดยตรงและต้องสัมผัสกับประชาชนจำนวนมาก มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันโรค จึงมอบหมายให้ พลตำรวจเอก ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และ พลตำรวจโท โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ควบคุมกำกับดูแลเพื่อให้การดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ข้าราชการตำรวจ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ดังนั้น เพื่อเป็นการลดความแออัด ลดการรวมกลุ่ม ตลอดจนเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ข้าราชการตำรวจ จึงได้กำหนดแบ่งกลุ่มเข้ารับการฉีดวัคซีนของข้าราชการตำรวจ เป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่ม 1  ข้าราชการตำรวจรับวัคซีนป้องกันโควิด เข็มแรก จะเข้ารับการฉีดวัคซีน ณ อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ

กลุ่ม 2 ข้าราชการตำรวจรับวัคซีนป้องกันโควิด เข็มที่สอง จะเข้ารับการฉีดวัคซีน ณ สโมสรตำรวจ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ทั้งนี้สำหรับการเข้ารับวัคซีน ณ สโมสรตำรวจ สามารถดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับข้าราชการตำรวจ จำนวนวันละ 1,000 นาย โดยแบ่งกลุ่มตามสังกัด ซึ่งหน่วยต้นสังกัดจะมีการแจ้งรายชื่อให้ตำรวจทุกนายทราบและเดินทางมาเข้ารับการฉีดวัคซีนตามวันเวลาที่กำหนด โดยมีทีมบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ คอยอำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลพร้อมแนะนำการปฏิบัติในทุกขั้นตอน ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามมาตรการทางด้านสาธารณสุขที่กำหนด เช่น การคัดกรอง การเว้นระยะห่าง การกำหนดวงรอบการเข้ารับการวัคซีนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 20 นาย นอกจากนี้ยังมีการกำหนดและแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน พื้นที่พักคอย พื้นที่ให้บริการ มีวงดนตรีจากกองสวัสดิการคอยให้บริการ รวมทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนมาร่วมสนับสนุน อาหารและน้ำดื่มอีกด้วย

พลตำรวจเอก ปิยะฯ กล่าวว่า “จากการตรวจสอบการบริหารจัดการฉีดวัคซีนของโรงพยาบาลตำรวจ พบว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานทางด้านสาธารณสุขอย่างดีเยี่ยมและครบถ้วน ขอให้ตำรวจทุกนายได้มั่นใจ และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและเพื่อนข้าราชการตำรวจ เข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ครับ”

ปทุมธานี - ปฏิบัติการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ในตลาดสี่มุมเมือง และพื้นที่ชุมชนใกล้เคียง

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ที่วัดประยูรธรรมาราม ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พระราชสุทธิธรรมจารย์ เจ้าอาวาสวัดประยูรธรรมาราม ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ร่วมกับเทศบาลเมืองคูคตและบริษัทวายพีพี จำหน่ายเครื่องตัดหญ้า โดยมีนายวีรพจน์ ปานนุ่ม รองนายกเทศมนตรีเมืองคูคต ,นายอำนาจ หอกรอง อดีตประธานสภาเทศบาลเมืองคูคตและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองคูคต

ด้านนายวีรพจน์ ปานนุ่ม รองนายกเทศมนตรีเมืองคูคต ได้ให้รายละเอียดกับผู้สื่อข่าวว่า จากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ซึ่งนางสุภารมย์ โลทะกะ นายกเทศมนตรีเมืองคูคต ท่านได้เห็นเล็งเห็นถึงความสำคัญ เรื่องสุขภาพของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองคูคต วันนี้จึงนำเจ้าหน้าที่จากกองสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อมชุดปฏิบัติการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ในตลาดสี่มุมเมืองและพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงบริเวณรอบตลาดสี่มุมเมือง เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชน และพ่อค้า-แม่ค้า ให้ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันโรค

คณะกรรมการโรคติดต่อส่วนกลาง และส่วนจังหวัด ได้ออกคำสั่งอย่างเคร่งครัดโดยการสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่จะเดินทางออกไปนอกบ้านรวมถึงเรื่องการทำความสะอาดมือหลังจากได้ไปสัมผัสสิ่งของหรือวัสดุต่าง ๆ นอกบ้าน โดยหมั่นทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงเดินทางไปยังบริเวณพื้นที่ที่มีผู้คนจำนวนมากถ้าไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปนอกบ้านก็ขอให้ท่านอยู่แต่ในบ้านเพื่อเป็นการป่องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ด้วยความปรารถนาดีจากเทศบาลเมืองคูคต


ภาพ/ข่าว วะจะนะชัย วาจาพารวย/รายงาน

สงขลา - แม่ทัพภาคที่ 4 นำทีมให้กำลังใจประชาชน เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน พร้อมนำรถครัวสนาม และพืชผลทางการเกษตร จากโครงการทหารพันธุ์ดี แจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน บรรเทาความเดือดร้อน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19

วันนี้ 20 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานเทศบาลตำบลคลองแงะ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ พบปะ เยี่ยมเยียนให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 โดยได้ร่วมประกอบอาหารปรุงสุก จากรถครัวสนาม ที่จัดโดยกองพลพัฒนาที่ 4 และได้รับการสนับสนุน วัตถุดิบ สิ่งของอุปกรณ์ ในการนำมาประกอบอาหาร จากดร.สุธาสินี นิติสาครินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟิล์ม มาสเตอร์จำกัด นอกจากนี้ได้นำผลผลิตทางการเกษตรจากโครงการทหารพันธุ์ดี กองพลพัฒนาที่ 4 ค่ายรัตนพล  มาประกอบอาหาร และแจกจ่ายเป็นวัตถุดิบสด เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก ภาครัฐ และเอกชน ผู้ประกอบการ และนักธุรกิจในพื้นที่ให้การสนับสนุน โดยมี พลตรี ธิรา แดหวา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4  ส่วนหน้า พร้อมด้วย  พลตรี สิรภพ ศุภวานิช ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 4 และส่วนราชการหน่วยงานในพื้นที่ร่วมในครั้งนี้

พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า ในวันนี้เดินทางมาเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ของอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 รวมทั้งมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เน้นย้ำนโยบายการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และมาตรการป้องกันตนเองของเจ้าหน้าที่ โดยผู้บัญชาการทหารบกได้มีนโยบาย ในการดูแล ช่วยเหลือ และสนับสนุน ทั้งยุทโธปกรณ์ และกำลังพล ให้พร้อมรับมือต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ที่เกิดขึ้นให้กับทางจังหวัดอย่างต่อเนื่อง  จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รวมทั้งได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นในหน่วยทหาร เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ  สำหรับวันนี้เป็นภารกิจของการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอีกหนึ่งภารกิจ 

โดยได้จัดบริการรถครัวสนาม จัดทำอาหารปรุงสุกจากผลิตผลของโครงการทหารพันธุ์ดี และบางส่วนนำมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ด้วย เราจะเห็นถึงความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจของคนไทย ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตการณ์ใด คนไทยจะไม่ทิ้งกัน อย่างไรก็ตามทางกองทัพบก พร้อมที่จะดูแล และสนับสนุน ในทุก ๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง ฝากส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนในการเดินหน้า เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ไปพร้อมกัน ให้ทุกคนเชื่อมั่น และมั่นใจ ในมาตรการที่ทางรัฐบาลได้เตรียมการไว้ให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งมาตรการป้องกัน ควบคุมต่าง ๆ รวมทั้งการฉีดวัคซีน "หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพื่อคนที่เรารัก" จับมือผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน


ภาพ/ข่าว  นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top