Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

โรนัลโด้ เอฟเฟ็กต์! หุ้น ‘โค้ก’ ร่วง 3 วันติด มูลค่าวูบกว่า 2 แสนลบ.

ยังคงส่งผลอย่างต่อเนื่อง กรณีที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงตัวเก่งกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่สร้างปรากฎการณ์ ขยับขวด โคคา-โคล่า ออกระหว่างการแถลงข่าว จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก

ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวทำให้ส่งผลเสียเชิงลบต่อแบรนด์ โคคา-โคล่า ทันที จากการรายงานของ มาร์ก้า สื่อยักษ์ใหญ่แดนสเปน โดยสื่อเจ้าดังอ้างว่าหลังคลิปดังกล่าว ได้มีการนำเสนอไปทั่วโลกเพียงแค่ 30 นาที ราคาหุ้นของ โคคา-โคล่า ก็ตกฮวบอย่างน่าใจหาย

โดยมาร์ก้า ระบุว่า ทันทีที่ตลาดหุ้นในยุโรปเปิดตัวในเวลา 15.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) หุ้นของบริษัท โคคา-โคล่า ในตลาด ลดลงมากถึง 1.6% จากราคาปิดตลาดวันก่อน ทำให้ส่งผลให้มูลค่าบริษัท (มาร์เก็ตแคป) จาก 242,000 ล้านเหรียญ ลดลงเหลือ 238,000 ล้านเหรียญ มูลค่าหายไปถึง 4 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 1.25 แสนล้านบาท)

แม้ว่าในระหว่างวันซื้อขายราคาหุ้นจะขยับขึ้นมาปิดตลาดได้ติดลบน้อยลง แต่ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 14-16 มิถุนายน ที่ผ่านมาหุ้นของบริษัท โคคา-โคล่า ยังร่วงต่อเนื่องรวมแล้วกว่า 2.65% เหลือมูลค่า 235.7 พันล้านเหรียญ ( 7.37 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็นมูลค่าที่หายไปถึง 6.4 พันล้านเหรียญ คิดเป็นเงินไทยกว่า 2 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ตลาดเงินตลาดทุน ตั้งแต่ต้นปีนี้ หุ้นของบริษัท โคคา-โคลา ขยับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จาก 48 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น ขึ้นมาเป็น 56.48 เหรียญต่อหุ้น ทำจุดสูงสุดในรอบปี เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนที่ราคาหุ้นจะค่อยๆ ย่อลงมา เนื่องจากความกังวลของตลาดหุ้น เกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจจะมาเร็วกว่าที่คาดไว้ ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงติดต่อกันหลายวัน ประจวบเหมาะกับซุปเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีส กระทำดังกล่าวยิ่งทำให้ราคาหุ้นร่วงเร็วขึ้น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา โรนัลโด้ เคยออกมาพูดถึงการไม่ชอบเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่มีน้ำตาล โดยเผยว่ามักมีปัญหากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จูเนียร์ ลูกชายคนโตของเขา "บางครั้งผมก็มีปัญหากับเขา เพราะเขาชอบดื่มน้ำอัดลม ผมทะเลาะกับเขาตอนที่กินมันฝรั่งทอด ซึ่งเขารู้ว่าผมไม่ชอบมัน"ด้าน โคคา-โคล่า แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของโลก ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับท่าทางของ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของตัวสินค้า แต่เชื่อว่าพวกเขาไม่น่าจะมีความสุขกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพวกเขาถือเป็นสปอนเซอร์หลักในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมาตั้งแต่ปี 1988 เลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อย ที่ตั้งแง่กับ โรนัลโด้ เป็นพวกปากว่าตาขยิบ เพราะเขา เคยเป็นพรีเซนเตอร์ ให้กับเครื่องดื่มและอาหารที่เขามองว่า ‘ไม่ดีต่อสุขภาพ’ ทั้ง โคคา-โคลา และไก่ทอดเคเอฟซี แต่พอได้ดีก็ลืมเพื่อนเก่าซะอย่างงั้น

 


โปรเด็ด! เทหมดตัว มาสด้า 2 และ นิสสันอัลเมร่า ทักเลย! ตอบไว! แอดเลย @TheShopsTimes

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ’ ร่วม ‘กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์’ และมูลนิธิมิราเคิลฯ จัดโครงการ น้ำพระทัยพระราชทาน ทำอาหารเลี้ยงประชาชน ที่เดือดร้อน

สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  และมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ จัดแถลงข่าวพิธีเปิดครัวโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน จัดเลี้ยงอาหารให้แก่ประชาชน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทั่วประเทศในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน 2564

โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการสลากการกุศล เพื่อนำไปมอบให้แก่ประชาชนในพื้นที่และชุมชนต่างๆ ที่กำลังเดือดร้อน ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งมี แพทย์หญิงสุวณี รักธรรม รองประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวถึงโครงการน้ำพระทัยพระราชทานและความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขณะที่ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ร่วมกล่าวขอบคุณ

ทั้งนี้ภายในงาน นำโดยแพทย์หญิงสุวณี รักธรรม รองประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ, นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ร้อยตำรวจโท ดร. มนัส โนนุช ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์, นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะกรรมการอำนวยการสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยตัวแทนจาก Idol Exchange และศิลปินวงWisdomได้ร่วมพิธีเปิดและประกอบอาหารเมื่อวันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 13.00 น. ณ  บริเวณกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

โดยในส่วนของตัวแทนจาก Idol Exchange นั้นประกอบไปด้วย…

- กุ้ง-ศรุดา นิ่มพิทักษ์พงศ์

- เหม่เหม-จุฑาภัส จำปาวัน

- เนย-ส.ท.หญิงอาธิติยา แก้วเงิน

- โดนัท-เบญจรัตน์ ไตรยวงศ์

และศิลปินวง Wisdom ประกอบไปด้วย

- นิธินันท์ บัณฑูรประยุกต์

- โชติกา เพียรพัฒนาวิทย์

- พิยดา จังสิริมงคล

- จิราวรรณ แสงจันทร์

- กิตติกา ชละเอม

คุมตัวมือจี้ธนาคารเชียงของทำแผน หลังมอบตัวเช้ามืดและออกหมายจับวันเดียว

ตำรวจเชียงของ นำตัวผู้จัดการฝ่ายชายรถยนต์ มือจี้ชิงทรัพย์ ธนาคาร ในห้าง อ.เชียงของ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพหลังทนแรงกดันไม่ไหวมอบตัวแล้วหลังถูกออกหมายจับเพียง 1 วัน

เวลา 09.45 น.วันที่ 17 มิ.ย. 64 ที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาเชียงของ จ.เชียงราย  พ.ต.อ.ชัยยุทธ ฉิมพลี ผกก.สภ.เชียงของ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงของ นำตัว นายอุทิศ เสกสันติสกุล อายุ 32 ปี ชาว ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพการจี้ชิงเงินสดที่ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาโลตัสเชียงของ  หลังจากเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.ที่ผ่านมา  โดยมีประชาชนพากันมามุงดูดเป็นจำนวนมาก

โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.อ.ชัยยุทธ ฉิมพลี ผกก.สภ.เชียงของ ได้รับการประสานจากผู้ใหญ่บ้านเวียงหมอก หมู่ 10 ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่อนำนายอุทิศ เสกสันติสกุล อายุ 32 ปี เข้ามอบตัว ซึ่งนายอุทิศ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเทิง ที่ 84/2564 ในข้อหาชิงทรัพย์ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส อ.เชียงของ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมเงินสดประมาณ 100,000 บาทโดยนายอุทิศ ได้นำเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ และของกลางต่าง ๆ ที่ใช้ มามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อเปรียบเทียบกับภาพจากกล้องวงจรปิดและการชี้ตัวของพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ 

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายอุทิศ เป็นผู้จัดการขายรถยนต์อยู่ใน จ.เชียงใหม่ แต่ประสบปัญหาทางการเงินจึงได้ลงมือก่อเหตุ หลังจากนั้นได้ได้หลบหนีไปอยู่ที่บ้านญาติภายในชุมชนห้วยปลากั้ง อ.เมืองเชียงราย แต่ทางญาติทราบข่าวการออกหมายจับ จึงได้เดินทางมาที่บ้านเวียงหมอกตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมาเพื่อไปหา ภรรยาและผู้ใหญ่บ้านเพื่อให้พาไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่


ภาพ/ข่าว  ณัฐวัตร ลาพิงค์ / เชียงราย

นราธิวาส – รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบรถเข็นวีลแชร์ ให้แก่ผู้ป่วยและผู้พิการในพื้นที่

พันเอกนายแพทย์ โชคชัย ขวัญพิชิต รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ อำเภอสุไหงปาดีและอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ พร้อมมอบรถเข็นวีลแชร์ ให้แก่ผู้ป่วยและผู้พิการในพื้นที่ จำนวน 6 ราย ได้แก่

1. นางเอียด ปิ่นพรม อยู่บ้านเลขที่ 63 ม.6 ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส 2 น.ส.สาลีนา เจะอับดุลเลาะ อยู่บ้านเลขที่ 171 ม.5 ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส 3 นางเจ๊ะเต๊าะ เจ๊ะโซะ อยู่บ้านเลขที่ 36/2 ม.1 ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส 4 นายมะอาสมี มือลี อยู่บ้านเลขที่ 75 ม.1 ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส 5 นายไหล คงรังษี อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.2 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 6 นางนุ้ย คงแสง อยู่บ้านเลขที่ 23 ม.2 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เป็นผู้ป่วยโรคพาร์กินสันซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากโฆษกชาวบ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

พันเอกนายแพทย์ โชคชัย ขวัญพิชิต รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นภารกิจของศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทำงานและประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีความยากลำบากในการใช้ชีวิต เป็นผู้ป่วยผู้พิการที่ต้องการกายอุปกรณ์เพื่อให้การดำเนินชีวิตมีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการสำรวจความต้องการ ความลำบากของผู้ป่วยผู้พิการในแต่ละชุมชน เพื่อมาเยี่ยมเยียนรวมถึงมอบอุปกรณ์ที่จำเป็นให้

ซึ่งผู้ป่วยและผู้พิการที่ได้รับมอบรถเข็นวีลแชร์ในวันนี้ต่างรู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากที่ทางหน่วยงานภาครัฐไม่ทอดทิ้งประชาชน


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

16 พม่าเถื่อน มุดลวดหนามช่องทางธรรมชาติ หลบหนีเข้าประจวบฯ

วันที่ 16 มิถุนายน นายภิรมย์ เรืองโรจน์ ผู้ใหญ่บ้านหนองเป็ดหงส์ หมู่ 11 ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งจากชาวบ้านที่ไปหาปลา บริเวณอ่างเก็บน้ำพบต่างด้าวชาวพม่าชาย-หญิง 16 คนพร้อมกระเป๋าสัมภาระ หลบซ่อนตัวห่างจากแนวเทือกเขาตะนาวศรี ชายแดนไทยพม่าประมาณ 10 กิโลเมตร หลังรับแจ้งจึงสนธิกำลังผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ ชรบ.พื้นที่หมู่บ้านชายแดน ร่วมกันตรวจสอบ พร้อมรายงานให้ฝ่ายปกครองอำเภอรับทราบ จากนั้นร่วมกันจับกุมแรงงานเถื่อน ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.อ่าวน้อย โดยประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 มีเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ติดตามข้อมูลการจับกุมที่โรงพัก ก่อนส่งชาวพม่าทั้งหมดไปกักตัว 14 วันที่กองร้อย ตชด.146 ด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองฯ

ตรวจสอบชาวพม่าหลบหนีเข้าเมือง มีชาย 9 ราย หญิง 7 ราย อายุระหว่าง 20-40 ปี ส่วนผู้นำพาเป็นชาวพม่า 2 ราย วิ่งหลบหนีไปได้พร้อมกับแรงงานเถื่อนอีกกว่า 20 คน สำหรับผู้ถูกจับกุมทั้งหมดสารภาพว่าเดินทางมาจากประเทศพม่า ทั้งเมืองย่างกุ้ง เมืองตะแว เมาะลำไย เมียวดี และ มะริด อาศัยจังหวะหลบหนีเข้าไทยในวันหวยออก เนื่องจากเชื่อว่าการป้องกันพื้นที่ชายแดนหละหลวม ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตชด. เดินลาดตระเวน โดยก่อนหน้านี้ไปพักรวมพลที่บริเวณโรงน้ำแข็ง บ้านมูด่อง ก่อนเดินเท้าฝ่ารั้วลวดหนาม 3 ชั้น ข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติมาฝั่งไทย เพื่อไปทำงานที่แพกุ้ง โรงงานปลากระป๋อง จ้างทำงานก่อสร้างที่ จ.สมุทรสาคร เสียค่าเดินทางให้กับนายหน้าค้าแรงงานเถื่อนตามระยะทางถึงชายแดน ตั้งแต่ 15,000 - 20,000 บาท บางรายจ่ายค่าเดินทางให้นายหน้าพม่าที่ด่านสิงขร หรือจ่ายส่วยเมื่อไปถึงโรงงานปลายทาง ขณะที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการจับกุมแรงงานด่างด้าวเถื่อนในรอบ 3 เดือน ไม่มีการขยายผลเพื่อจับกุมนายหน้าคนไทยและชาวพม่าแม้แต่รายเดียว


ภาพ/ข่าว  นิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์ / 4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ชลบุรี - ฐานทัพเรือสัตหีบ นำกำลังพลพร้อมอุปกรณ์ ขุดลอกคูคลองเปิดทางระบายน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณโรงสิงห์สมุทร

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.64 พลเรือโท อนุชาติ อินทรเสน ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ การปฎิบัติงานของกำลังพล ซึ่งได้ร่วมกันนำอุปกรณ์ ขุดลอกคูคลองบริเวณโรงเรียนสิงห์สมุทร หลังปั้มน้ำมันบางจากแยกสัตหีบ เนื่องจากมีเศษกิ่งไม้ ใบหญ้า และวัชพืชขึ้นรกทำให้ทางระบายน้ำไม่สะดวก เกิดน้ำท่วมขังบริเวณทางเข้าโรงเรียนสิงห์สมทุร หลังกิจการสถานีบริการยานยนต์ (ปั๊มน้ำมันบางจาก)

โดยทางฐานทัพเรือสัตหีบ จัดกำลังพลพร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์ ได้แก่ รถแบ็คโฮ รถบรรทุก ดำเนินการขุดลอกคูคลอง ทางระบายน้ำ กำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเป็นการเปิดทางระบายน้ำให้ไหลออกจากพื้นที่บริเวณโรงเรียนสิงห์สมุทรซึ่งเป็นเขตต่อเนื่องระหว่าง ฐานทัพเรือสัตหีบ และหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังซึ่งเกิดจากการระบายน้ำไม่ทันในช่วงฤดูฝน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการคมนาคมของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนข้าราชการ นักเรียนโรงเรียนสิงห์สมุทร บริเวณพื้นที่แยกสัตหีบ ถนนสุขุมวิท และเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ฤดูฝน และการเปิดภาคเรียนของโรงเรียนสิงห์สมุทร

ในการนี้ นาย คงเดช โชติจำลอง ผู้อำนวยการโรงเรียนสิงห์สมุทร ซึ่งได้เดินทางมาให้การต้อนรับพร้อมคณะครูโรงเรียนสิงห์สมุทร กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่ตรงบริเวณนี้มีขยะ เศษไม้ และวัชพืชทับถมมาเป็นเวลานานหลายปี จึงทำให้เกิดการอุดตัน กีดขวาง ทางระบายน้ำ น้ำระบายไม่ทัน เวลาฝนตกจึงทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง จึงขอขอบคุณฐานทัพเรือสัตหีบ โดย พลเรือโท อนุชาติ อินทรเสน ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ที่จัดกำลังพลพร้อมด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ มาร่วมพัฒนา ขุดลอกคูคลอง เปิดทางระบายน้ำ จะทำให้แก้ปัญหาน้ำท่วมได้ต่อไป


ภาพ/ข่าว สมนึก เชื้อสนุก

ยังมีเวลา! คนละครึ่ง เฟส 3 ลงทะเบียนรับสิทธ์แล้วกว่า 24 ล้านคน

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ของประชาชน ว่า จากการเปิดลงทะเบียน 2 วันแรก มีประชาชนลงทะเบียนแล้วจำนวน 24.14 ล้านคน โดยประชาชนยังสามารถลงทะเบียนได้อย่างต่อเนื่องทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. จนกว่าจะครบ 31 ล้านคน โดยผู้ที่เคยรับสิทธิโครงการของรัฐสามารถลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือจะลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com และสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการของรัฐเลยสามารถลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง .com

สำหรับการลงทะเบียนร้านค้าคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ประกอบการร้านค้าใหม่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 51,221 ราย และร้านค้าเดิมที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 และ 2 ที่คาดว่าจะยืนยันเข้าร่วมโครงการครั้งนี้จำนวน 1.2 ล้านราย 

ทั้งนี้รัฐบาลได้เปิดให้ร้านค้าที่คุณสมบัติเป็นไปตามที่โครงการกำหนด ได้แก่ ร้านค้าทั่วไป ผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำผม ทำเล็บ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยไม่เป็นนิติบุคคลและไม่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ ผู้ประกอบการของกองทุนหมู่บ้านหรือชุมชนเมืองหรือวิสาหกิจชุมชน ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และผู้ให้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ สนใจเข้าร่วมลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป เวลา 06.00 น.-22.00 น. โดยผู้ที่เคยเข้าร่วมมาตรการ/โครงการอื่นของรัฐที่มีแอปพลิเคชัน ถุงเงินแล้ว สามารถกดปุ่มเข้าร่วมโครงการได้ผ่านแอปฯ ถุงเงิน ส่วนผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมมาตรการ/โครงการอื่นให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือลงทะเบียนผ่านทางสาขา หรือจุดรับลงทะเบียนของธนาคารกรุงไทย 

พิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการอำนวยความสะดวก และให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

วันนี้ (16 มิ.ย. 2564) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในฐานะโฆษกของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้เปิดเผยว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้จัดให้มีการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว (แบบออนไลน์) ณ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้อาสาสมัครเหล่านี้มาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยวดูแลนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ และในโอกาสนี้ กองบัญชาการตำรวจตำรวจท่องเที่ยวได้รับเกียรติจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา มาเป็นประธานเปิดพิธีด้วย

​โดยก่อนการเปิดฝึกอบรมอย่างเป็นทางการนั้น พล.ต.ท.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้กล่าวรายงานว่า เพื่อให้การอำนวยความสะดวก การคุ้มครอง การรักษาชีวิตและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องต่อนโยบายขององค์การการท่องเที่ยวโลก อันเป็นการเตรียมการในช่วงเวลาแห่งการซ่อมและสร้าง เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัวกลับมาในอนาคต จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกำลังพลภาคประชาชนที่มีทัศนคติที่ดีต่อการท่องเที่ยว และมีจิตใจอาสามาช่วยตำรวจท่องเที่ยวดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้คัดเลือกผู้ที่มีความประพฤติดีและมีจิตอาสาที่จะช่วยเหลือประเทศทั้งชาวไทยและต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 2,000 คน ครอบคลุมทั่วทุกจังหวัดของประเทศไทยมาเข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้

​และหลังจากที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับคำกล่าวรายงานจากผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวแล้ว ได้กล่าวเปิดพิธีการฝึกอบรมอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ และกล่าวขอบคุณกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและอาสาสมัครทุกคนที่จะเป็นกลไกที่สำคัญยิ่งต่อการเตรียมการและการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปิดให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วเดินทางเข้ามาเที่ยวจังหวัดภูเก็ตที่จะเริ่มในวันที่ 1 กรกฎาคม จนถึง 30 กันยายน 2564 นี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ตำรวจท่องเที่ยวและอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวทุกคนจะร่วมเป็นกำลังใจ และเป็นกำลังสำคัญส่งเสริมสนับสนุนให้การเปิดประเทศที่เริ่มต้นที่จังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จ นำร่องการเปิดประเทศของจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ ต่อไป

รัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬาฯ ยังกล่าวอีกด้วยว่า การท่องเที่ยวเป็นแหล่งผลิตรายได้ที่สำคัญอย่างยิ่งของประเทศ โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่สามารถนำการท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จสูงสุดได้ หากไม่ได้รับความร่วมมืออย่างพร้อมเพรียงกันและไปในทิศทางเดียวกันจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนทุกฝ่ายแบบบูรณาการ และด้วยการทำงานแบบมืออาชีพของตำรวจท่องเที่ยว และอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวทุกคนที่ผ่านการฝึกอบรมในครั้งนี้ เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้การท่องเที่ยวไทยกลับมาเป็น Top of Mind ของโลกในที่สุด

​โครงการฝึกอบรมอาสาสมัครครั้งนี้อัดแน่นไปด้วยความรู้ทั่วไปของการท่องเที่ยว กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การบริการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพ บทบาทและหน้าที่ของอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว รวมไปถึงการช่วยเหลือรักษาพยาบาลเบื้องต้นให้กับนักท่องเที่ยว โดยวิทยากรที่มีประสบการณ์และความรู้ที่มาบรรยายให้กับอาสาสมัครทุกคน

ผบ.ตร.เข้ม!! สั่งจัดตั้งสถานีส่วนย่อยโค้งดงตาล หาดจอมเทียน หลังนักท่องเที่ยวหนาแน่น และมีชุมชนขนาดใหญ่มาก แต่ห่างไกลจากโรงพักหลัก

ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม “สถานีตำรวจสาขาย่อยโค้งดงตาล หาดจอมเทียน” ตามโครงการจัดตั้งสถานีส่วนแยก เพื่อบริการประชาชนอย่างทั่วถึง และลดความแออัด​ ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ไม่นานมานี้​ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบนโยบายให้แก่ คณะทำงานนโยบายการพัฒนางานป้องกันและปราบปราม โดยมี พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน และ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ให้ดำเนินการโครงการจัดตั้งสถานีย่อยส่วนแยก เพื่อกระจายการบริการสู่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อลดความแออัดของสถานีตำรวจหลัก ในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชนอย่างทั่วถึง และเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นจะเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว

ด้าน​ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2564 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปตรวจเยี่ยมและตรวจสอบความพร้อมการเปิดให้บริการ 'สถานีตำรวจภูธรย่อยโค้งดงตาล'​ ถนนเลียบชายหาดจอมเทียน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโครงการนำร่องแห่งที่ 2 โดยมี พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ร่วมรับฟังบรรยายสรุปวัตถุประสงค์ของโครงการ

สำหรับ สถานีตำรวจภูธรย่อยโค้งดงตาล เป็นสถานีตำรวจส่วนแยกของสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา พิจารณาการเลือกพื้นที่ที่มีประชากรและนักท่องเที่ยวหนาแน่น เป็นชุมชนขนาดใหญ่ และห่างไกลจากโรงพักหลักพอสมควร หากมีเหตุฉุกเฉินตำรวจจะใช้เวลานานกว่าจะเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งสถานีตำรวจภูธรย่อยดงตาล เป็นการเพิ่มกำลังการให้บริการประชาชนครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด มีตำรวจให้บริการ แบบครบวงจร ทั้งฝ่ายสอบสวน ฝ่ายป้องกันและปราบปราม ฝ่ายสืบสวน ห้องควบคุมผู้ต้องหา

โดย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังให้คำแนะนำในการติดตั้งอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อควบคุมพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการป้องกันอาชญากรรม สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ยังอยู่ระหว่างหารือกับเมืองพัทยาและทดลองระบบ ในการวางแนวทางจัดทำ Smart City และ Safety Zone เพื่อให้การป้องกันปราบปราม การดูแลนักท่องเที่ยวเกิดประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นใจในการเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศมากขึ้นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างตรวจเยี่ยม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังให้คำแนะนำในการสรรหาอาสาสมัครตำรวจที่มีมาตรฐาน เพื่อมาช่วยงานตำรวจ โดยกำหนดมาตรฐานทั้งในเรื่องการทำงานร่วมกับตำรวจ การกำหนดเครื่องแบบ เครื่องอุปกรณ์ ให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงาน และเพิ่มปริมาณบุคลากรที่ช่วยเหลืองานตำรวจที่ได้ทั้งปริมาณ และคุณภาพที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการจัดตั้งสถานีส่วนแยก จะได้ขยายการดำเนินการไปในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อการให้การบริการ และการควบคุมสถานการณ์ด้านอาชญากรรมที่ครอบคลุม เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในด้านการป้องกันและการปราบปรามอาชญากรรม

 

ร้องผู้ว่าฯ ช่วยเหลือชาวบ้านเดินทางยื่นหนังสือ ถูกฝูงช้างป่าทำลายพืชสวน นับวันจะทวีความรุนแรง

ชาวบ้านตำบลสาริกากว่า 20 คน เดินทางยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เพื่อหาทางช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกฝูงช้างป่าบุกทำลายพืชสวนเสียหาย เกรงว่าจะทำร้ายชาวบ้านที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น

ที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดนครายก ชาวบ้านจากหมู่ที่ 3 ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก กว่า 20 คน ที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากถูกฝูงช้างจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่บุกทำลายพืชสวนที่กำลังให้ผลผลิตเสียหายเป็นจำนวนมาก เกรงว่าในอนาคตอันใกล้นี้นอกจากจะทำลายพืชสวนผลไม้ แล้วจะทำลายชีวิตชาวบ้าน จึงอยากให้ทางจังหวัดนครนายก เร่งดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนการดำเนินการ และหาทางเยียวยาค่าเสียหายที่เกิดจากกระทำของฝูงช้างดังกล่าว

เนื่องจากชาวบ้านได้รับผลกระทบที่สร้างความเดือดร้อนมาเป็นเวลานาน ยังไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใด ๆ ในการยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกครั้งนี้ ได้มีนายอำนาจ แย้มศิริ ปลัดจังหวัดนครนายก เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว โดยมีนายพชร  ศศิชาชยามร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครนายก นายวิชัย บุญมีนายอำเภอเมืองนครนายก นายบุญชัยอโนดาษ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาริกาและหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครนายก ได้ร่วมรับทราบปัญหาของชาวบ้าน โดยนายอำนาจ แย้มศิริ ปลัดจังหวัดนครนายก จะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและเร่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาร่วมกันวางแผนร่วมกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อผ่อนคลายปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อไป


ภาพ/ข่าว  สมบัติ เนินใหม่ / รัชชานนท์ เนินใหม่ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top