Sunday, 2 August 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชลบุรี - ‘ผู้บัญชาการทหารเรือ’ ตรวจเยี่ยมหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบ ‘พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข’ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ – นายทหารระดับ และกำลังพลกองทัพเรือให้การต้อนรับ

พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยในเวลา 10.00 น ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางถึงยังเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งจอดเทียบท่า ภายในท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการรวมถึง นายทหารระดับสูงตลอดจนกำลังพลกองทัพเรือในพื้นที่ภาคตะวันออก ให้การต้อนรับ

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือได้ขึ้นแท่นรับการยิงสลุตคำนับ โดยกองเรือยุทธการ ได้จัดเรือหลวงคีรีรัฐ ทำการยิงสลุตเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการทหารเรือจำนวน 19 นัด โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ให้โอวาทแก่กำลังพล โดยกล่าวว่าพื้นที่สัตหีบเป็นที่ตั้งของหน่วยกำลังหลักที่สำคัญของกองทัพเรือ ทั้งส่วนกำลังรบ และส่วนสนับสนุน ซึ่งมีความสำคัญยิ่งในการรักษาอธิปไตย ปกป้องผลประโยชน์ของชาติและช่วยเหลือประชาชนยามเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุตามนโยบายของกองทัพเรือ รวมทั้งภารกิจตามที่รัฐบาลมอบหมาย จากผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ทุกหน่วยได้ดำเนินการสำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แสดงให้เห็นถึงความสามารถของหน่วยที่มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่อย่างดีเยี่ยม  พร้อมทั้งเน้นย้ำกำลังพลทุกนายว่า

"ขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ดังเช่นที่ผ่านมา ด้วยความจงรักภักดี ความรัก ความสามัคคี มีความวิริยะอุตสาหะ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต สมัครสมานสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ ยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น ประสานงานซึ่งกันและกัน เพื่อพัฒนาขีดความสามารถให้สูงขึ้น ถือประโยชน์ของกองทัพเรือเป็นที่ตั้ง โดยยึดนโยบายกองทัพเรือ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ 2565 เป็นกรอบทิศทางหลักและแนวทางปฏิบัติงานที่สำคัญที่จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2565 เพื่อร่วมกันเสริมสร้างและพัฒนากองทัพเรืออันเป็นที่รักยิ่งของเราให้มีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคงสืบไป"

 

กระบี่ - ‘ลุงตู่’ ขอบคุณชาวกระบี่ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การประชุมครม.สัญจร นัดแรกของปีนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการแผนงานระยะสั้น 7 โครงการ เร่งด่วน งบ 494 ล้านบาท

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ครม.สัญจร ณ โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ ครม. ทุกคนแต่งกายด้วยเสื้อสีสันสดใสเป็นลายผ้าบาติก ผ้าประจำจังหวัดกระบี่ ซึ่งก่อนการประชุมเริ่ม นายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จากนั้นเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ร่วมกับผู้ว่าราชการ 6 จังหวัด ต่อด้วยการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ ที่ถือเป็นนัดแรกในปีนี้

ขณะที่วาระการประชุม ครม. วันนี้ กลุ่ม 6 จังหวัด จังหวัดอันดามัน มีการของบประมาณ 17 โครงการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยว วงเงินกว่า 2,128 ล้านบาท เช่น โครงการภูเก็ตเฮลท์แซนด์บ็อกซ์ ที่เป็นโครงการบริหารจัดการสุขภาพของจังหวัดภูเก็ตทั้งระบบ โครงการนำสายไฟฟ้าลงดินที่เทศบาลเมือง ช่วงตลาดเก่าของจังหวัดภูเก็ต โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือท่าเลน โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือโดยสารเรือท่องเที่ยวป่าคลองจิหลาด โครงการกิจกรรมเทศกาลการท่องเที่ยวและกิจกรรมกีฬาเชิงการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัด

 

สุโขทัย - ขนส่งสุโขทัย ทำพิธี 'ปลุกเสกป้ายทะเบียนเลขสวย' ในวันมงคล เสริมพุธคุณ การงานก้าวหน้า การค้าทวีคูณ

ศาลาการเปรียญวัดวังเงิน อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย นายภูสิทธิ์ อนันทวัฒน์ ขนส่งจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยหัวหน้าฝ่ายทะเบียนรถ และคณะบุคลากรสำนักงานขนส่งจังหวัดสุโขทัย ส่วนราชการ ผู้ประกอบการ ประชาชนทั่วไป ร่วมพิธีปลุกเสกเลขทะเบียนรถสวยเพื่อเป็นสิริมงคล แก่ผู้ที่ชนะการประมูลป้าย โดยมีหลวงพ่อราม ปรักกโม เจ้าอาวาสวัดวังเงิน เกจิดังของจังหวัดสุโขทัยประธานปลุกเสกเดี่ยวในพิธี 

สำหรับรถยนต์หมวดอักษร กท “การงานก้าวหน้า การค้าทวีคูณ” ของจังหวัดสุโขทัย วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินรายได้สมทบเข้ากองทุนสำหรับใช้ในกิจการความปลอดภัยทางถนน ผู้สนใจเลขทะเบียนมงคล ออกแบบกราฟิกรูปแบบที่สวยงามที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของผู้ที่สะสมป้ายทะเบียนรถยนต์หมวดอักษรและเลขสวย ได้เปิดเริ่มลงทะเบียนพร้อมประมูลได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  ปิดประมูลวันที่ 30 มกราคม 2565

ด้านนายภูสิทธิ์ อนันทวัฒน์ ขนส่งจังหวัดสุโขทัย คาดว่าจะได้รับความสนใจและมีผู้ร่วมประมูลป้ายทะเบียนในหมวดอักษร กท “การงานก้าวหน้า การค้าทวีคูณ” ของจังหวัดสุโขทัยจำนวนมาก สำหรับการประมูลในครั้งนี้ ถือเป็นการประมูลในรูปแบบใหม่ผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว และซึ่งถือเป็นวิถีใหม่แห่งการประมูล (NEW NORMAL Auction) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อความสะดวก และความปลอดภัย ของผู้สนใจร่วมประมูลเลขทะเบียนรถสวย ของป้ายจังหวัดสุโขทัยในครั้งนี้ หมวดอักษร กท สำหรับรถเก่ง รถกระบะ 4 ประตู และรถแวน 7 ที่นั่ง ของสำนักงานขนส่งจังหวัดสุโขทัย

 

พังงา - ‘จุรินทร์’ ควง 3 รัฐมนตรีพรรคประชาธิปัติย์ลงพื้นที่พังงา เตรียมเสนอโครงการ 6 จังหวัดอันดามันกว่า 2,000 ล้านเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร

อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนท้ายเหมืองวิทยา อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน และเป็นประธานในพิธีมอบเช็คชำระหนี้และมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแก่เกษตรกรจังหวัดพังงา โดยมีนายบุญเติม เรณุมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยกลุ่มเกษตรกร อสม.พี่น้องประชาชนร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและชูป้ายให้กำลังใจเชียร์ให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวว่า วันนี้มาทำภารกิจ 3 เรื่อง

1.คณะรัฐมนตรีมอบให้ตนเป็นผู้ช่วยกลั่นกรองโครงการสำคัญของ 6 จังหวัดอันดามัน (ระนอง พังงา ภูเก็ต  กระบี่ ตรังและสตูล) ได้โครงการสำคัญ 16 โครงการ รวมงบประมาณ 2,128 ล้านบาท สำหรับจังหวัดพังงามี 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.สนามบินพังงา 2.โครงการสร้างตึกอุบัติเหตุฉุกเฉินหลังใหม่ของโรงพยาบาลพังงาและโรงพยาบาลตะกั่วป่า 3.โครงการพัฒนาริมทะเลเขาหลักและท้ายเหมือง เป็นแหล่งท่องเที่ยว

2.ในฐานะที่ตนเองเป็นประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินที่เกิดจากการทำการเกษตร ไม่ให้ที่ดินตกเป็นของธนาคารหรือสถาบันการเงิน จนสูญเสียที่ดินทำกิน โดยการรับโอนหนี้จากสถาบันการเงินมาเป็นหนี้กองทุนฯและชำระกับกองทุนฯแทน แบบไม่มีดอกเบี้ย และไม่มีการยึดที่ดินทำกิน ในวันนี้มามอบโฉนดคืนและมอบเกียรติบัตรให้กับผู้ที่ผ่อนชำระหนี้กองทุนครบแล้ว และมอบงบฟื้นฟูและพัฒนาชีวิตเกษตรกร พร้อมกันนี้ได้มีการมอบเช็คเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรจำนวน 7 องค์กร 7 โครงการ จำนวนเงิน 3,435,000 บาท มอบโฉนดที่ดินและเกียรติบัตรจำนวน 12 คน และมอบใบรับรองการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรจำนวน 58 องค์กร จำนวนสมาชิก 5,409 คน

 

มัลดีฟส์ - การแข่งขันระดับภูมิภาค! เพื่อโอกาสในการลงทุนใน “มัลดีฟส์”

มัลดีฟส์เป็นความทะเยอทะยานของประเทศในภูมิภาคหลัก ๆ ที่แข่งขันกันเพื่อแย่งชิงอิทธิพล โดยเฉพาะอินเดียและจีน

ปักกิ่งลงทุนหลายล้านดอลลาร์ในภูมิภาคนี้ระหว่างการปกครองของ Abdulla Yameen อดีตผู้นำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (BRI) ของจีน ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงการค้าทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม จีนถูกวิจารณ์อย่างหนัก ส่วนใหญ่มาจากประเทศตะวันตก ที่เรียกเก็บเงินจากประเทศกำลังพัฒนาที่มีหนี้สินที่ไม่ยั่งยืนซึ่งพวกเขาไม่มีความหวังในการชำระคืน

ในขณะเดียวกัน จีนตอบว่าเงินกู้ของตนได้รับการต้อนรับและมีความจำเป็นอย่างมาก โดยชี้ให้เห็นว่าจีนไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเบื้องต้นทางการเมืองใด ๆ และให้เงินทุนแก่สถานที่ที่ผู้บริจาคชาวตะวันตกละเลย

สำหรับผู้เชี่ยวชาญ การลงทุนของจีนก่อให้เกิดประโยชน์มากมายแก่ประเทศเหล่านี้ Maya Majueran K. ผู้อำนวยการ BRISL กล่าวว่า BRI ได้นำประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมมากมายมาสู่ประเทศที่เข้าร่วม นอกจากนี้ ท่าเรือโคลัมโบ CICT-Terminal ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีนยังเป็นประโยชน์ต่อศรีลังกาอย่างมาก

“ในปี 2564 CICT-Terminal เป็นท่าเทียบเรือตู้สินค้าที่ดีที่สุดในเอเชียที่มีขนาดไม่เกิน 40 ล้าน TEU และนี่เป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่ปี 2017 และฉันมั่นใจว่า CM Port ของจีนได้นำความรู้ด้านเทคโนโลยีมาสู่ท่าเรือ Colombo เช่นเดียวกับท่าเรือ Hambanthota และ โครงการเมืองท่าเรือโคลัมโบ” Majueran K. กล่าว

Shiraz Yoonus สภาที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร กล่าวถึงเหตุผลที่มัลดีฟส์ย้ายออกจากการลงทุนจากประเทศจีน มาเป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2015 โดยการมีส่วนร่วมของอินเดีย “โดยส่วนใหญ่ ปัจจัยด้านสงครามก็คือมีการสนับสนุนจากอินเดียของเรา และปากีสถานอยู่ที่นั่น”

เธอยังตั้งคำถามเกี่ยวกับการลงทุนว่า “เป็นกับดักแบบนุ่มนวลระดับภูมิภาคอีกแบบหนึ่งหรือไม่? ฉันจะเรียกมันว่าจักรวรรดินิยมสมัยใหม่”

“ดร.ยงยุทธ” สส.สมุทรปราการ พร้อมด้วย “ผู้การวิชิต” อ่างทอง ตัดริบบิ้นแสดงความยินดีกับครอบครัว ‘จิตต์สงวน’ ถือฤกษ์ดี! เปิดร้าน ตรอ.สาขา 7

ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.จ.อ่างทอง ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานตัดริบบิ้นและร่วมแสดงความยินดีกับทางด้าน พ.ต.อ.สาโรช จิตต์สงวน ร.ต.ต.หญิงพวงผกา  จิตต์สงวน เนื่องในโอกาสทำบุญเปิดร้านตรวจสภาพรถมังกร ออโต้ คาร์ (สาขา 7) ตรอ. ตั้งอยู่ภายในซอยวัดหลวงพ่อโต  ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยมี ข้าราชการระดับสูง ผู้ประกอบการร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก แบบ New Normal

โดยพิธีในช่วงเช้าวันนี้ทางครอบครัว “จิตต์สงวน” ถือฤกษ์ดีประกอบพิธีตั้งศาลเพื่อความเป็นศิริมงคล จากนั้น ในเวลาต่อมาทาง พ.ต.อ.สาโรช จิตต์สงวน ร.ต.ต.หญิงพวงผกา จิตต์สงวน พร้อมทั้งแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์วัดบางพลีใหญ่ใน (พระอารามหลวง) จำนวน 9 รูป พระสงฆ์ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมทั้งเจิมป้ายร้านเพื่อความเป็นศิริมงคลให้กับทางครอบครัวจิตต์สงวน อีกด้วย

จากนั้น ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สส.สมุทรปราการ พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.จ. อ่างทอง ให้เกียรติตัดริบบิ้นเปิดป้ายร้านตรวจสภาพรถมังกร ออโต้ คาร์ (สาขา 7) อย่างเป็นทางการ โดยมีแขกผู้มีเกียรติจำนวนมากร่วมตัดริบบิ้นและร่วมแสดงความยินดี

ด้าน ร.ต.ต.หญิงพวงผกา จิตต์สงวน ผู้บริหารร้านตรวจสภาพรถมังกร ออโต้ คาร์ กล่าวว่า สำหรับร้านตรวจสภาพรถมังกร ออโต้ คาร์ สาขา 7 แห่งนี้ ตั้งอยู่ริมถนนภายในซอยวัดหลวงพ่อโต อีกทั้ง ภายในสถานที่ให้บริการนั้นยังมีร้านอำนวยความสะดวกไว้สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการ อาทิ ร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ ร้านซ่อมรถยนต์ ร้านล้างทำความสะอาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และร้านอื่น ๆ อีกหลายร้าน

พังงา - “นิพนธ์ฯ” ย้ำ! ที่ดินคือชีวิต เพราะเป็นทั้งที่อยู่อาศัย – ที่ทำกิน และมรดกให้ลูกหลาน ก่อนมอบโฉนด 1,500 แปลง แก่ชาวจังหวัดพังงา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564  นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน ตำบลบ้านท้ายช้าง อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” โดยมี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น.รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เจ้าพนักงานที่ดิน ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมมอบโฉนดที่ดินครั้งนี้ด้วย

นายนิพนธ์ กล่าวว่า โครงการมอบโฉนดที่ดินทั่วไทยนี้ เกิดขึ้นภายใต้หลักคิด ที่ดินคือชีวิต เพราะเป็นทั้งที่อยู่อาศัยที่ทำกินและเป็นมรดกให้ลูกหลาน ซึ่งเป็นนโยบาย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจน ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจังหวัดพังงาขณะนี้สามารถดำเนินการไปแล้วจำนวน 1,500 กว่าแปลง ตนต้องการที่จะเร่งรัดในการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้แก่พี่น้องประชาชนที่ถือครองที่ดินอยู่ ทำประโยชน์ในที่ดินนั้นมายาวนาน และที่ดินนั้นไม่ใช่ที่ดินของรัฐ

การมีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง ถือว่าเป็นความมั่นคงในการถือครองที่ดิน คืนความสุขให้กับพี่น้องประชาชน สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในการเข้าถึงการใช้ทรัพยากรที่ดินของชาติ สร้างความมั่นใจ ประชาชนไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกที่ดินของทางราชการ สามารถนำโฉนดที่ดินไปประกอบการพัฒนาในอาชีพของตนเอง เพิ่มผลผลิตและรายได้ ซึ่งเป็นผลดีในทางเศรษฐกิจของตนเองได้ต่อไป ซึ่งเมื่อพี่น้องได้รับโฉนดที่ดินแล้วขอให้เก็บรักษาดูแลไว้ให้ดี ใช้ที่ดินทำกินให้เกิดประโยชน์ในการสร้างรายได้เลี้ยงชีพครอบครัว อย่ายกที่ดินให้คนอื่น ที่สำคัญให้ระมัดระวังเรื่องการทำนิติกรรมสัญญาใด ๆ เกี่ยวกับที่ดิน ขอให้รักษาที่ดินนี้ให้ดีเพื่อส่งมอบเป็นมรดกให้ลูกหลานของพี่น้องในรุ่นต่อไป นายนิพนธ์ กล่าว

 

สตูล - วางพานพุ่มดอกไม้สด ถวายราชสักการะน้อมรำลึก “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” ประจำปี 2564

ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศาลากลางจังหวัดสตูล นายทศพล สวัสดิสุข ปลัดจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะและกล่าวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2564 โดยมีนางปิยรัตน์ ลัภกิตโร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล พร้อมด้วยข้าราชการ และหน่วยงานส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธี ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19

โอกาสนี้ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล นำประธานในพิธีและผู้เข้าร่วม เดินชมนิทรรศการโครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง” ที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงค้นคว้าวิจัยร่วมกับคณะ จนสามารถนำฝนจากบนฟากฟ้าให้ตกลงสู่ผืนแผ่นดินให้พ้นจากภัยแล้ง แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ เปรียบดั่งสายฝนแห่งน้ำพระราชหฤทัยที่พระองค์ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของราษฎร และจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2545 เห็นชอบการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะทรงเป็นพระบิดาแห่งฝนหลวง

ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศาลากลางจังหวัดสตูล นายทศพล สวัสดิสุข ปลัดจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะและกล่าวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2564 โดยมีนางปิยรัตน์ ลัภกิตโร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล พร้อมด้วยข้าราชการ และหน่วยงานส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธี ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19

โอกาสนี้ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล นำประธานในพิธีและผู้เข้าร่วม เดินชมนิทรรศการโครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง” ที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงค้นคว้าวิจัยร่วมกับคณะ จนสามารถนำฝนจากบนฟากฟ้าให้ตกลงสู่ผืนแผ่นดินให้พ้นจากภัยแล้ง แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ เปรียบดั่งสายฝนแห่งน้ำพระราชหฤทัยที่พระองค์ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของราษฎร และจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2545 เห็นชอบการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะทรงเป็นพระบิดาแห่งฝนหลวง

 

ILINK ครองสถิติโตต่อเนื่อง!! รายได้ - กำไรพุ่งแรงทุกธุรกิจ ตุนกำไร 9 เดือนบวก 27.25%

ผลประกอบการไตรมาส 3/64 ของ ILINK ทำรายได้โต 16.61% แตะ 1,551.77 ล้านบาท พร้อมกำไร 78.85 ล้านบาท พุ่งแรง 44.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับไฮซีซั่น และการเติบโตของเทรนดิจิทัล มั่นใจโค้งสุดท้ายของปีพุ่งสู่เป้า New High 6,000 ล้านบาท

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสายสัญญาณที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และผู้นำเข้า และค้าส่งอุปกรณ์เครือข่ายส่งสัญญาณ เปิดเผยว่า “ผลประกอบการไตรมาส 3/64 มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,551.77 ล้านบาท เติบโต 16.61% จากทั้ง 3 ธุรกิจ เมื่อเทียบกับ 1,330.79 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกันมีกำไรสุทธิ (ส่วนที่มีอำนาจควบคุม) 78.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.55% เมื่อเทียบกับ 54.55 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้มั่นใจได้ว่า แนวโน้มรายได้และกำไรสุทธิปี 2564 นี้ มุ่งสู่จุดสูงสุดในรอบ 5 ปี”

ธุรกิจจัดจำหน่าย (Distribution) ไตรมาส 3/64 มีรายได้จากการขายรวม 597.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.99% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้ในงวดนี้ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจ เป็นผลมาจากการเติบโตของกระแสดิจิทัล รวมถึงการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวได้เป็นอย่างดี แม้จะประสบกับสถานการณ์ล็อกดาวน์ภายในประเทศจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง และกระทบต่อหลายธุรกิจทั่วโลก แต่สำหรับธุรกิจจัดจำหน่าย กลับสวนทางตอบรับปัจจัยการสนับสนุนและเติบโตจากเทรนเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อสื่อสารผ่านสายสัญญาณ และอุปกรณ์ส่งสัญญาณที่ได้มาตรฐานและมีเสถียรภาพสูงสุด จึงผลักดันให้ความต้องการในสินค้าของธุรกิจจัดจำหน่ายพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง

 

กระบี่ - 2 สามี-ภรรยา! บุกร้อง "แรมโบ้" ทวงคืน ที่ดินบรรพบุรุษหลังถูก จนท.ป่าชายเลน นำรถแบคโฮ ล้มต้นปาล์มกลางดึก ส่อพิรุธ! หลังเคยร้อง ผวจ.กระบี่ ตรวจสอบแต่เรื่องเงียบ

นายภพ สกุลสวน อายุ 55 ปี พร้อมด้วยนางสายใจ สกุลสวน อยู่บ้านเลขที่ 52/1 ม.5 ต.แหลมสัก อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมด้วยครอบครัว และตัวแทนสภาเกษตรกร จ.กระบี่ ได้เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีเจ้าหน้าที่ป่าชายเลนกระบี่ เข้ายึดพื้นที่โค่นทำลายต้นปาล์มน้ำมันในที่ดินทำกินที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ นับ 100 ปี รวมเนื้อที่ 17 ไร่เศษหลังทราบว่า นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเปิดศูนย์ดำรงธรรมสวนหน้ารับเรื่องร้องเรียน สนับสนุนภารกิจนายกรัฐมนตรี ในการประชุม ครม.สัญจร 15-16 นี้ หลังจากที่เคยยื่นเรื่องขอความเป็นธรรม จาก ผวจ.กระบี่ ไว้แล้ว แต่เรื่องเงียบ

นายภพ และนางสายใจ สองสามีภรรยา กล่าวว่า สำหรับที่ดินแปลงนี้ เดิมเป็นที่ดินมรดก ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ทำกินมา 3 อายุคน รวม กว่า 100 ปี กว่าจะตกทอดมาถึงตนสองคน ครั้งแรกที่จำความได้ที่ดินแปลงนี้มีการทำนา และต่อมาปลูกปาล์มน้ำมันจนหมดอายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 30 ปี และก็ได้โค่นทิ้ง และปลูกแทนใหม่ มีอายุ ได้ 13 ปี ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ป่าชายเลน เข้าไปปักป้าย ยึดที่ดินและนำรถแบคโฮ ทำลายต้นปาล์ม เมื่อเวลาประมาณ ตี 3 กลางดึก เสร็จประมาณ 7 โมงเช้า ของคืนวันที่ 20 พ.ค.64 ที่ผ่าน ซึ่งตนเองมองว่าผิดวิสัยของข้าราชการ ที่เข้าทำลายผลอาสินของชาวบ้านในยามวิกาล แล้วยังข่มขู่ห้ามไม่ให้แสดงตัว จึงได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรม ให้ระงับการดำเนินการและสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้เตรียมรวบรวมหลักฐาน ยื่นฟ้องศาลปกครอง ม.157 ต่อไป

จากการตรวจสอบข้อมูลการถือครองที่ดินของนายภพ สกุลสวน และนางสายใจ วหุลสวน 2 สามีภรรยา เดิมเป็นของนายเฟื่อง เนื้ออ่อน เป็นตาของภรรยา ซึ่งนายเฟื่อง เนื้ออ่อน ได้ครอบครองและทำประโยซนในที่ดินดังกล่าวมาก่อน พ.ศ.2485 ซึ่งเป็นการครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนที่จะมีประกาศของรัฐ ประกาศให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร ประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และประกาศให้เป็นเขตป่าขายเลน นายเฟือง ได้ทำประโยชน์ในที่ดินทำกินโดยการทำนามาอย่างต่อเนื่อง

และประมาณ พ.ศ.2530 จึงเปลี่ยนลักษณะการทำประโยชน์มาเป็นสวนปาล์ม น้ำมัน และได้ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นรายแรก ๆ ในจังหวัดกระบี่ ซึ่งผู้เสียหายได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อจากนายเฟื่องฯ และได้ชำระภาษีบำรุงท้องที่ รวมถึงได้จดทะเบียนเกษตรกร และทำกินในที่ดินตลอดมา จนถึงปัจจุบัน และไม่มีสภาพเป็นป่า นอกจากนี้ที่ดินติดกันล้อมที่ดินของผู้เสียหายมีที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง มีถนน และไฟฟ้า มีทะเบียนบ้าน เป็นชุมชนมีราษฎรอยู่อาศัยหลายครัวเรือนและทำกินกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่จนท.กลับดำเนินการเฉพาะที่ดินของผู้เสียหาย

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top