Wednesday, 10 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ชลบุรี - เมืองพัทยาพร้อมรับ! นทท. หลังเปิดลงทะเบียนเข้าไทยแบบ Test&Go และ Sandbox จะทำให้ยอดท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น!!

จากที่ ศบค. มีมติขยาย Sandbox ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี อ.บางละมุง เมืองพัทยา อ.ศรีราชา อ.เกาะสีชัง อ.สัตหีบ เฉพาะ ต.นาจอมเทียน ต.บางเสร่ และเกาะช้าง จังหวัดตราด และเห็นชอบให้เปิดลงทะเบียนเข้าไทยแบบ Test&Go โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.65 นี้เป็นต้นไป

นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า หลังจากที่ ศบค. มีมติให้ขยาย Sandbox ในพื้นที่ อ.บางละมุง เมืองพัทยา อ.ศรีราชา อ.เกาะสีชัง อ.สัตหีบ เฉพาะ ต.นาจอมเทียน ต.บางเสร่ จะส่งผลให้พื้นที่ธุรกิจการท่องเที่ยวเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น โดยเราสามารถกำหนดพื้นที่ที่เป็น Sandbox และมีมาตรการที่ได้เสนอต่อ ศบค. ไปแล้วนั้น ทั้งในเรื่องการติดตามนักท่องเที่ยวเข้ามาเพื่อที่จะทำให้การดำเนินการตามโครงการ Sandbox  เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้พื้นที่จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่ธุรกิจท่องเที่ยว รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศได้กระเตื้องขึ้น ทำให้เศรษฐกิจท่องเที่ยวฟื้นตัว โดยใช้  Sandbox เข้ามา หลังจากที่มีการเปิดลงทะเบียนเข้าไทยแบบ Test&Go และโครงการอื่นไว้แล้ว ซึ่งเป็นโอกาสที่ดี ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

สุดเศร้า! "คุณปู่ป่าละอู" ช้างป่าแก่งกระจาน ล้มแล้วจากพิษกระสุนปืน หลัง 'หมอล็อต' ระดมทีมสัตวแพทย์ช่วยยื้อชีวิตนาน 2 สัปดาห์ พร้อมเร่งหาตัวคนใจโหดยิงช้างนับร้อยนัด!!

พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นายอำเภอแก่งกระจาน ทีมสัตวแพทย์ เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดกรณีช้างพลายงาด้วนชื่อ “คุณปู่ป่าละอู” อายุ 60 ปี หนักกว่า 5 ตัน ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลบริเวณลำตัวหลายจุดจากการต่อสู้และถูกยิงหลายแห่ง หลังจากทีมสัตวแพทย์ได้เข้าช่วยเหลือรักษาอาการนานกว่า 2 สัปดาห์ “คุณปู่ป่าละอู”ได้เสียชีวิตลงบริเวณอ่างเก็บน้ำกระหร่าง 3 หมู่ 3 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา จากการตรวจบาดแผลนอกเหนือบาดแผลจากการต่อสู้กับช้างด้วยกันแล้ว พบบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซอง ปืนขนาด .38 และปืนขนาด.22 ถึง 186 นัด ฝังอยู่บริเวณผิวหนังก่อนทางอุทยานฯได้แจ้งความไว้เพื่อหาตัวคนยิง

“ช้างตัวดังกล่าวเป็นช้างที่มีอายุมากแล้วไม่สามารถเข้าฝูงกับช้างหนุ่มได้ จึงถูกช้างงาไล่แทงขับออกจากฝูงและออกมาหากินพืชผลของชาวบ้านในชุมชน ก่อนถูกชาวไร่ใช้ปืนยิงขับไล่ ซึ่งบาดแผลจากถูกกระสุนปืนบางนัดทำให้เกิดอักเสบ บวกกับบาดแผลที่ชนกันเองติดเชื้อเป็นหนองรุนแรงจนเสียชีวิต จากการตรวจสอบกระสุนปืนฝังที่ตัวช้างมาหลายปีแล้วอีกทั้งแก่งกระจานก็มีพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมหลายอำเภอทั้งเพชรบุรี-ประจวบฯ ขณะนี้ได้มอบกระสุนทั้งหมดให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัด(พฐ.)เพชรบุรี นำไปตรวจเปรียบเทียบหาอาวุธปืนว่าใครเป็นผู้ครอบครองเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” 

กาฬสินธุ์ - ผู้ว่าฯ ลุย!ตรวจตลาด ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาช่วงตรุษจีน!!

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ ลงสำรวจตลาดสดทุ่งนาทอง เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าในช่วงตรุษจีน ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคา และกำชับให้ปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 มกราคม 2565 นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายศิริพงษ์ วิวัฒน์เกษมชัย พาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตลาดสดทุ่งนาทอง ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อตรวจติดตามการจำหน่ายราคาสินค้า โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะถึง โดยได้สำรวจการจำหน่ายไข่ไก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ กุ้งก้ามกราม ปลา ผัก ผลไม้

นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่สำรวจตลาดในครั้งนี้ เนื่องด้วยสถานการณ์เนื้อหมูที่มีราคาแพงขึ้น ทางหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานพาณิชย์ จ.กาฬสินธุ์ ได้มีมาตรการช่วยเหลือด้วยการจำหน่ายเนื้อหมูราคาถูกกิโลกรัมละ 150 บาท จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2565 และได้กำชับ พ่อค้า แม่ค้า ให้จำหน่ายในราคาที่เป็นไปตามกลไกการตลาด ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีน ทั้งนี้ ได้ขอพ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการแสดงป้ายราคาให้เห็นเป็นที่ชัดเจน และตรวจดูในเรื่องของเครื่องชั่งให้เป็นไปตามมาตรฐาน

 

ประจวบคีรีขันธ์ - ครบรอบ 135 ปี วันสถาปนา กรมทหารราบที่ 13 มอบโล่ประกาศเกียรติคุณผู้ที่ให้การสนับสนุน

พ.อ.จักรพงษ์ โพธิ์นาแค ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 13 พร้อมด้วยข้าราชการ และพนักงาน ร่วมกันจัดงานเนื่องในวันสถาปนา กรมทหารราบที่ 13 ครบรอบ 135 ปี โดยมี พล.ต.ณรงค์ สวนแก้ว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 เป็นประธานในพิธีฯ ซึ่งในการจัดงานพิธีเนื่องในวันสถาปนา กรมทหารราบที่ 13 ในครั้งนี้ ได้มีการบวงสรวงถวายสักการะบูรพกษัตรย์, การประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน , การมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ/หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนภารกิจของ กรมทหารราบที่ 13 มาอย่างต่อเนื่อง

โดยมีแขกผู้มีเกียรติ มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งอดีต ผู้บังคับบัญชาของหน่วย , อดีตข้าราชการของหน่วย, นักธุรกิจจังหวัดอุดรธานี และส่วนราชการต่าง ๆ มาร่วมงานจำนวนมาก ทั้งนี้หน่วยได้ดำเนินการจัดพิธีฯ ตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด 

พล.ต.ณรงค์ สวนแก้ว ผบ.พล.ร.3 ได้พบปะพูดคุยสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของอดีตข้าราชการของหน่วย เพื่อพัฒนาสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนหาแนวทางให้การช่วยเหลือ เมื่อได้รับความเดือดร้อนในโอกาสต่อไป

“กรมทหารราบที่ 13” มีประวัติความเป็นมาดังนี้ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยมีเจ้าพระยามหาอำมาตย์ (ชื่น กัลยานมิต) เป็นแม่ทัพ จนเหตุการณ์สงบ เมื่อปี พ.ศ.2418 ต่อมาในปี พ.ศ. 2426 พวกฮ่อรุกรานเมืองหลวงพระบางอีก จึงโปรดให้พระยาพิชัย (มิ่ง) พระยาสุโขทัย (ครุธ) ยกกำลังไปปราบ แล้วให้พระยาราชวรานุกูล (เอก บุญยรัตนพันธุ์) เป็นแม่ทัพ จนถึงปี พ.ศ. 2428 แต่ไม่สำเร็จ จึงได้ถอนกำลังจากทุ่งเชียงคำกลับมายังเมืองหนองคาย เนื่องจากขาดเสบียงอาหารและแม่ทัพ คือ พระยาราชวรานุกูล ถูกฮ่อยิงบาดเจ็บ ดังนั้นในปี พ.ศ. 2428 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ ให้กรมทหารที่ได้รับการฝึกหัดตามแบบยุโรปขึ้นไปปราบฮ่อ

โดยจัดเป็นสองกองทัพคือกองทัพฝ่ายเหนือ มีนายพันเอก เจ้าหมื่นไวยวรนาถ (เจิม แสงชูโต)  เป็นแม่ทัพยกไปปราบฮ่อ ในแคว้นหัวพันห้าทั้งหกและแคว้นสิบสองจุไท กองทัพฝ่ายใต้  มีนายพันเอกพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นแม่ทัพ ยกไปปราบฮ่อในแคว้นเมืองพวน และได้ตั้งกองบัญชาการกองทัพอยู่ที่เมืองหนองคาย แล้วให้ พระอมรวิไสยสรเดช (โต บุนนาค) เป็นทัพหน้าเข้าตีค่ายฮ่อที่ทุ่งเชียงคำ จนกระทั่ง พ.ศ. 2429  สามารถปราบฮ่อได้ราบคาบ จึงยกกำลังส่วนหนึ่งกลับถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2540 และคงกำลังส่วนหนึ่งไว้ในบังคับบัญชาของ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม

และนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของหน่วยทหารของ กรมทหารราบที่ 13 โดยมี พันเอกพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นผู้บังคับหน่วยคนแรก และต่อมา ในปี พ.ศ.2434 ได้จัดตั้งเป็นมณฑลลาวพวน โดยกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลลาวพวน มีกองบัญชาการมณฑลที่เมืองหนองคาย ภายหลังการปราบปรามฮ่อสงบแล้ว ไทยมีกรณีพิพาทกับฝรั่งเศสเรียกว่า “กรณีพิพาท ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436)” ด้วยพระปรีชาญาณของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ทรงยอมเสียสละส่วนน้อย เพื่อรักษาประเทศไว้  จึงทรงสละดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ให้แก่ฝรั่งเศส และปฏิบัติตามสนธิสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ โดยห้ามประเทศสยามตั้งกองทหาร และป้อมปราการอยู่ในรัศมี 25 กิโลเมตรของฝั่งแม่น้ำโขง

ดังนั้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2436 จึงได้เคลื่อนย้าย มณฑลลาวพวน ลงมาทางใต้เข้าที่ตั้งบริเวณบ้านหมากแข้งริมหนองนาเกลือ (หนองประจักษ์) กระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2443 ได้เปลี่ยนนามหน่วยจากมณฑลลาวพวน เป็น มณฑลอุดร ต่อมาในปี พ.ศ. 2450 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้มีกระแสพระบรมราชโองการให้จัดตั้งเมืองอุดรธานีอยู่ในเขตการปกครองของ มณฑลอุดร ขึ้นที่บ้านหมากแข้งโดยให้ย้ายกำลังทหารจากหนองนาเกลือ มาตั้งอยู่ที่ ริมหนองขอนกว้าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายประจักษ์ศิลปาคมในปัจจุบัน กำลังทหารในขณะนั้นมี 2 หน่วยคือ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 และกรมทหารราบที่ 7 

ปี พ.ศ.2451 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 ได้เปลี่ยนชื่อหน่วยใหม่เป็น กองทหารปืนใหญ่ที่ 10  และเปลี่ยนชื่อ กรมทหารราบที่ 7 เป็น กรมทหารราบที่ 20 ทั้ง 2 หน่วยขึ้นการบังคับบัญชากับ กองพลที่ 10 ปี พ.ศ.2454 กองทหารปืนใหญ่ที่ 10  ย้ายไปตั้งที่จังหวัดอุบลราชธานี ส่วนกรมทหารราบที่ 20  ย้ายไปตั้งที่จังหวัดร้อยเอ็ด  โดยต่อมาในปี พ.ศ. 2456 จึงได้จัดตั้งกรมทหารม้าขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี เรียกชื่อว่า กรมทหารม้าที่ 10 ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ.2459 ยุบเลิก และเปลี่ยนเป็น กรมทหารราบในกองพลทหารบกที่ 10

ปี พ.ศ.2460 กรมทหารราบในกองพลทหารบกที่ 10 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น กรมทหารพรานในกองพลทหารบกที่ 9 ครั้นถึงปี พ.ศ.2462  กรมทหารพรานในกองพลทหารบกที่ 9 ก็เปลี่ยนชื่อเป็น  กรมทหารพรานในกองพลทหารบกที่ 10 ต่อมากรมนี้ได้ถูกยุบเมื่อปี พ.ศ.2470  เนื่องจากกองทัพบกได้ปรับปรุงกองทัพใหม่ แล้วตั้งเป็น กองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 15

ปี พ.ศ.2471 กรมทหารราบที่ 15   ได้เปลี่ยนชื่อเป็น  กรมทหารราบที่ 6 โดยกองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 15  เดิมได้เปลี่ยนชื่อเป็น กองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 6  ส่วนจังหวัดทหารบกอุดร มีฐานะเป็นจังหวัดทหารบกชั้น  3  มีผู้บังคับกองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 6  เป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในด้านกิจการต่างๆ ของสายงานจังหวัดทหารบกอุดร คงใช้เจ้าหน้าที่ของหน่วยกำลังรบเป็นส่วนใหญ่ ปี พ.ศ.2475 เปลี่ยนชื่อ กองพันที่ 2 เป็น กองพันทหารราบที่ 18 ปี พ.ศ.2477 กองพันทหารราบที่ 18 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น กองพันทหารราบที่ 22 ปี พ.ศ.2486 กองพันทหารราบที่ 22 ได้แบ่งแยกกำลังส่วนหนึ่งจัดตั้งเป็น กรมทหารราบที่ 13 โดย กรมทหารราบที่ 13  มี พันโท มล.เอก อิศรางกูล เป็น ผู้บังคับการกรม และกองพันทหารราบที่ 22 มี พันโท รัตน์ นพตระกูล เป็นผู้บังคับกองพัน

ปี พ.ศ.2489 กองพันทหารราบที่ 22 เปลี่ยนชื่อเป็น  กองพันที่ 1 และกำหนดให้เป็นหน่วยขึ้นตรงของ กรมทหารราบที่ 13 โดยทั้ง กรมทหารราบที่ 13 และ กองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณเดียวกันตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา  และในปีเดียวกัน ร.พัน.21 ได้ย้ายที่ตั้งจากจังหวัดเพชรบูรณ์ มาตั้งที่หนองสำโรง โดยเปลี่ยนนามหน่วยเป็น กองพันที่ 2 เป็นหน่วยขึ้นตรงของกรมทหารราบที่ 13

เมื่อปี พ.ศ.2494 ได้รับพระราชทานนามค่ายว่า “ค่ายประจักษ์ศิลปาคม” เพื่อเป็นอนุสรณ์ และถวายพระเกียรติแก่ พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ในปี พ.ศ.2497 กองทัพบก ได้มีคำสั่ง ทบ. ที่ 28/4221 ลง 1 มีนาคม 2497  จัดตั้ง กองพันที่ 3 ให้เป็นหน่วยขึ้นตรงของ กรมทหารราบที่ 13 โดยมีที่ตั้งบริเวณฝั่งด้านทิศใต้ของหนองสำโรง ตำบลหมูม่น อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี  ร่วมกับกองพันที่ 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยจนถึงปัจจุบัน และต่อมาในปี พ.ศ.2498 กรมทหารราบที่ 13 แปรสภาพเป็น กรมผสมที่ 13 จนถึงปี พ.ศ.2510 โดยผู้บังคับการจังหวัดทหารบกอุดร และผู้บังคับการกรมผสมที่ 13 ซึ่งเดิมเป็นคนเดียวกัน ได้แยกกันอย่างเด็ดขาด และมีบทบาทหน้าที่โดยเฉพาะตามตำแหน่งที่ปฏิบัติงาน

 

ประจวบคีรีขันธ์ - พ่อเมืองประจวบฯ สั่งคุมเข้มราคาสินค้า ป้องกันเอาเปรียบผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามการดำเนินงานตามข้อสั่งการ "มอร์นิ่งบรี๊ฟ" ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด โดยกำชับให้หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน บูรณาการการทำงานออกตรวจติดตาม เฝ้าระวัง และกำกับดูแลการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะหมูเนื้อแดง ไข่ไก่ และสินค้าที่จำเป็นในดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งในช่วงนี้พี่น้องประชาชนได้ประสบปัญหาราคาสินค้าเนื้อหมูที่มีราคาสูงขึ้น เพื่อเป็นการควบคุมดูแลและแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคในการกักตุนเนื้อสุกรเพื่อนำออกมาจำหน่ายในราคาที่สูงขึ้น

พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ติดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้บริโภคใช้เป็นข้อมูลประกอบในการพิจารณาเลือกซื้อหรือใช้สินค้าได้เป็นธรรม รวมทั้งเพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลาง ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2565 เรื่องการแจ้งปริมาณ ราคา สถานที่เก็บ และจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร เนื้อสุกร ทั้งนี้ได้มอบแนวทางให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หารือร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อผลักดันให้มีการดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อาทิ กิจกรรมธงฟ้าราคาประหยัด และนำสินค้าราคาถูกมาจำหน่ายเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป

 

กาฬสินธุ์ - ผู้การกาฬสินธุ์ ตั้งโต๊ะขายไข่ขาดทุน! ราคาถูก - ช่วยลดค่าครองชีพช่วงของแพง!!

ผู้การฯกาฬสินธุ์ ควงประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งโต๊ะขาย “ไข่ไก่ผู้การโป้ง”เบอร์ 1 ราคาถูก แผงละ 80 บาท สด ๆ จากฟาร์มขายขาดทุนให้ครอบครัวตำรวจกาฬสินธุ์ครัวเรือนละ 2 แผง เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและลดค่าครองชีพในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด และช่วงไข่ไก่-เนื้อหมูราคาแพง

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 มกราคม 2565 พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ นางพรพรรณ มะลิ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ นำไข่ไก่เบอร์ 1 “ไข่ไก่ผู้การโป้ง” สด ๆ จากฟาร์มมาตั้งโต๊ะวางขายราคาถูกกว่าท้องตลาดและขายแบบขาดทุนแผงละ 80 บาท ให้กับตำรวจในสังกัดตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ โดยกำหนดให้ซื้อได้คนละ 2 แผง  เพื่อเป็นแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและลดค่าครองชีพให้กับครอบครัวตำรวจในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด และช่วงที่ราคาสินค้าต่างๆปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะไข่ไก่ และเนื้อหมูที่มีราคาแพง

พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวส่วนตัวได้ไปซื้อไข่ไก่สด ๆ เบอร์ 1 จากฟาร์มโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งซื้อได้ราคาแผงละ 90 บาทถูกกว่าท้องตลาดที่ทราบว่าปัจจุบันจำหน่ายอยู่ที่แผงละ 110 -120 บาท จำนวน 1,000 แผง แล้วนำมาขายให้กับตำรวจในสังกัดตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ โดยขายแผงละ 80 บาท  ซึ่งถูกกว่าท้องตลาด และเป็นการขายแบบขาดทุน กำหนดให้ซื้อได้คนละ 2 แผง

พล.ต.ต.วรวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมครั้งนี้หากคิดในด้านการค้า การขาย หรือธุรกิจเป็นเงินนั้นถือว่าขาดทุน แต่ส่วนตัวนั้นตนเห็นว่าได้กำไร คือการให้สวัสดิการกับตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชา และได้กำไรเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและลดค่าครองชีพให้กับครอบครัวตำรวจได้ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาสินค้าหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น เช่น ราคาไข่ไก่ และเนื้อหมู นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเหลือพี่น้องตำรวจ ในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกด้วย โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะมีโครงการดังกล่าวนำไข่ไก่มาขายเดือนละครั้ง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ตำรวจต่อไป

ประจวบคีรีขันธ์ - ทูตเบลเยียม พบผู้ว่าประจวบฯ หารือถึงสถานการณ์โควิด และปัญหาชายแดน!!

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ให้การต้อนรับ นางซีบิลล์ เดอ การ์ทิเย่ร์ ดีฟส์ (Mrs.Sibille de Cartier d’Yves) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยียม ประจำประเทศไทย ในโอกาสเดินทางมาเยือน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 23-24 มกราคม 65 พร้อมให้ข้อมูลที่สำคัญและปรึกษาหารือในประเด็นต่าง ๆ โดย นางซีบิลล์ มีความสนใจแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แผนและแนวทางการฟื้นฟูจังหวัดจากสถานการณ์โควิด รวมทั้งแผนการท่องเที่ยวแบบ Sandbox และกรณีปัญหาการอพยพของชาวเมียนมาซึ่งลักลอบเข้ามาตามแนวชายแดน

ซึ่งผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ได้นำเสนอข้อมูลในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดประจวบฯถือว่ายังสามารถควบคุมได้และมีอัตราการเสียชีวิตต่ำ ในส่วนแผนและแนวทางการฟื้นฟูจังหวัดจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ในด้านการท่องเที่ยว ถือเป็นด้านที่ต้องการฟื้นฟูมากที่สุด เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นรายได้หลักของจังหวัดประจวบฯ โดยมีแนวทางในการประชาสัมพันธ์แนะนำแหล่งท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ทราบถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามภายในจังหวัด

นอกจาก “หัวหิน” ที่เป็นเป้าหมายหลักสำหรับนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาจังหวัดประจวบฯแล้ว ภายในจังหวัดยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามและหน้าสนใจอีกหลายจุดรวมทั้งยังมีเส้นทางการท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลากหลายเช่น การท่องเที่ยวในเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยววิถีชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และกรณีการท่องเที่ยวแบบ Sandbox นั้นทางจังหวัดประจวบฯได้มีแผนที่จะทำในอนาคต แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเพื่อให้มีมาตรการที่ครอบคลุมปลอดภัย สำหรับผลกระทบในด้านการเกษตรหรืออุตสาหกรรมในจังหวัด ยังไม่ส่งผลมากนักจากสถานการณ์โควิด เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประชาชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

สุรินทร์ - ผบ.มทบ.25 มอบจักรยาน ตามโครงการ "Army Bike สานฝัน ปันสุข" โรงเรียนบ้านกันตรง ต.บึง อ.เขวาสินรินทร์

พลตรีสาธิต เกิดโภค ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธีมอบจักรยาน ตามโครงการ "Army Bike สานฝัน ปันสุข" ณ โรงเรียนบ้านกันตรง ตำบลบึง อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายพิณี หาสุข  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกันตรงและคณะครูร่วมเป็นเกียรติ โครงการ "Army Bike สานฝัน ปันสุข" มี พันเอกรุหาญ  รุจธารจรูญ หัวหน้ากองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 25 กล่าวรายงาน ด้วยความห่วงใยของ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ได้เล็งเห็นถึงความลำบาก ของการเดินทางของนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล จึงได้ให้หน่วยทหาร ที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานช่าง ทำการซ่อมจักรยาน ที่มีผู้บริจาคให้มีสภาพดีพร้อมใช้ และมอบให้เด็กนักเรียนที่มีความจำเป็น นำไปใช้ในการเดินทางไปโรงเรียน เพื่อความปลอดภัยในโครงการ "Army Bike สานฝัน ปันสุข" โดยเริ่มดำเนินการในพื้นที่แนวชายแดน พื้นที่ทุรกันดาร ของประเทศ

โดยหน่วยมณฑลทหารบกที่ 25 ได้ประชาสัมพันธ์ กำลังพลของหน่วยและประชาชนในพื้นที่ ในเรื่องรับบริจาคจักรยานที่เก่าหรือชำรุด เพื่อรวบรวมส่งต่อให้กับหน่วยซ่อมบำรุงจักรยานที่ได้รับบริจาคให้กลับมาอยู่ในสภาพดีใช้งานได้ตามปกติ  แล้วจึงนำมามอบให้กับนักเรียน ที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน พื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย เพื่อใช้ในการเดินทางไปโรงเรียน ตลอดจนเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองอีกทางหนึ่งด้วย

นรข.มุกดาหาร จับ! ‘ขบวนค้ายาเสพติดชาวลาว’ พร้อมกัญชา 396 กก.

สถานีเรือมุกดาหาร พล.ร.ต.สมบัติ จุถนอม ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) พ.อ.วรพรต แก้ววิจิตร รอง ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร และ พ.อ.ปราโมทย์ เนียมสำเภา รองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 (รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 1) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าว นรข.ร่วมกับกองกำลังป้องกันชายแดนจังหวัดมุกดาหารจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศและตรวจยึดกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 396 กก.

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 มกราคม นาวาโทเฉลิมศักดิ์ ไชยจิตต์ หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับรายงานแหล่งข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมาส่งที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านหว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่หมวดทำลายใต้น้ำจู่โจม บก.นรข. ร่วมกับสถานีเรือมุกดาหาร และกองกำลังป้องกันชายแดนจังหวัดมุกดาหาร เข้าตรวจบริเวณที่ได้รับแจ้ง พบเรือหางยาวแล่นเข้ามาจอดที่บริเวณริมตลิ่งจากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 8 คนได้ช่วยกันยกห่อพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จากเรือขึ้นมาไว้บนฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบปรากฏว่าเมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พาวิ่งกลับขึ้นไปบนเรือหางยาวแล้วแล่นกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว

‘ทหารพรานที่ 2110 บูรณาการ’ ร่วมกับ ‘หน่วยความมั่นคงในพื้นที่’ ตรวจยึดยาบ้า 1,582,000 เม็ด!! ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

กองร้อยทหารทหารพรานที่ 2110 บ้านบุ่งอุทัย  ตำบลนาสีนวล อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายบุญเรือง เมฆฉิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.อ.อุทัย นิลเนตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พันเอก วรพรต  แก้ววิจิตร  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร และรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดมุกดาหาร ได้แถลงข่าว การตรวจยึดยาบ้า จำนวน 1,582,000 เม็ด หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารทหารพรานที่ 2110 บูรณาการร่วมกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ตรวจยึด ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าไคร้ นาแล ตำบลนาสีนวล อำเภอเมืองมุกดาหาร คืนวันที่ 24 มกราคม 2565

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 เวลาประมาณ 17.00 น. ร.อ.ธนพงศ์ โพธิ์ปาน ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2110 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี  ได้รับรายงานจากสายลับ (หวังสินบนนำจับ) ว่าจะมีการนำยาเสพติดฯ จากผู้ค้ายาเสพติดประเทศเพื่อนบ้าน  มาส่งมอบให้กับเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดชาวไทย ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าไค้นาแล หมู่ที่ 7  ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงรายงานต่อผู้บังคับบัญชาให้ทราบตามระดับชั้น จากนั้นจึงประสานไปยังหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เพื่อประสานการปฏิบัตินัดหมายประชุมวางแผนกัน จัดกำลังซุ่มเฝ้าตรวจ เพื่อพิสูจน์ทราบบริเวณที่ได้รับแจ้ง

จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.40น.. พบเรือกีบหางยาวติดเครื่องยนต์ แล่นจากฝั่งประเทศลาว มายังฝั่งประเทศไทย ภายในเรือบรรทุกสิ่งของเต็มลำเรือ แล้วมาจอดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าไค้นาแล หมู่ที่ 7 ต.นาสีนวน อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top