Tuesday, 9 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

กระบี่-องคมนตรี ติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดกระบี่

เมื่อวานนี้ 26 ต.ค.2566 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมด้วย พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ในฐานะ รองประธานอนุกรรมการฯ และคณะ ได้เดินทางไปติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยมี นายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและรายงานความคืบหน้าในการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำหริในพื้นที่

โอกาสนี้หน่วยงานต่าง ๆ ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ปัญหา ของ องคมนตรี ในการเดินทางตรวจติดตามครั้งที่ผ่านมา อาทิ สำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทาน ได้รายงานความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหยา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา ที่ยังประโยชน์เรื่องน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค แก่ราษฎรในพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ของ ตำบลปลายพระยา จำนวน 800 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร 3,932 ไร่ โดยปัจจุบัน กรมชลประทาน ได้พัฒนาอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ด้วยการสร้างถนนรอบอ่าง ระยะทาง 7,800 เมตร เตรียมก่อสร้างท่อส่งน้ำให้กับราษฎรในพื้นที่ หมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 9 ตำบลปลายพระยา บางส่วน จำนวน 200 ครัวเรือน ที่ยังคงขาดแคลนน้ำ รวมถึงเตรียมก่อสร้างสถานีสูบน้ำและระบบท่อส่งน้ำ และได้ขยายเขตไฟฟ้าให้แก่ราษฎร หมู่ที่ 1 ต.ปลายพระยา ที่อาศัยอยู่ด้านเหนือของอ่างเก็บย้ำคลองหยาฯ ซึ่งอดีตไม่มีไฟฟ้าใช้ ทั้งนี้หากโครงการแล้วเสร็จจังหวัดกระบี่ เตรียมขยายผลโครงการโดยการส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ต่อไป

นอกจากนี้ ได้มีการรายงานความคืบหน้า โครงการปลูกข้าวเพื่อบริโภคครบวงจรในนิคมสหกรณ์อ่าวลึก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ , โครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าทุ่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ , โครงการอ่างเก็บน้ำบางกำปรัด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ , โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเขียว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ , โครงการทำนบดินคลองสังกาอู้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ , โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดเล็ก 

ในช่วงบ่าย องคมนตรี และคณะฯ เดินทางไปยัง โครงการอ่างเก็บน้ำบางกำปรัด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านโคกหาร ตำบลโคกหาร อำเภอเขาพนม ซึ่งเป็นโครงการชลประทานขนาดกลาง มีความจุน้ำ 16 ล้านลูกบาตรเมตร ที่ช่วยสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค แก่ ราษฎร หมู่ที่ 2,3,4,5,6,7,9 และหมู่ที่ 10 ตำบลสินปุน หมู่ที่ 1,2,3,4,5 และหมู่ที่ 6 ตำบลโคกหาร อำเภอเขาพนม จานวน 1,200 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตร จานวน 16,909 ไร่ แต่ทั้งนี้ยังคงมีราษฎร หมู่ที่ 4 บางส่วน และหมู่ที่ 7 ตำบลโคกหาร  หมู่ที่ 3 บางส่วน หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 10 ตำบลสินปุน ยังขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค และทำการเกษตร กรมชลประทาน จึงได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือด้วยการสร้างระบบท่อส่งน้ำ จาก อ่างเก็บน้ำบางกำปรัดอันเนื่องมาจากพระราชดาริ เพื่อขยายพื้นที่ส่งน้ำให้กับราษฎร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา สำรวจ และออกแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2567 และจะเสนอขอสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างจาก สำนักงาน กปร. ในปี พ.ศ. 2568 วงเงินงบประมาณ 35 ล้านบาท ต่อไป

จังหวัดกระบี่ มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวม 17 โครงการ ที่เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่มี จำนวน 8 โครงการ โครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อม 3 โครงการ โครงการส่งเสริมอาชีพ 1 โครงการ โครงการพัฒนาแบบบูรณาการและโครงการพัฒนาด้านอื่น ๆ จำนวน 5 โครงการ ซึ่งได้สร้างประโยชน์สุขให้แก่ราษฎรเสมอมา...

(ศรีสะเกษ) กองทัพบก มทบ.25 ร่วมกับ ภาคเอกชน มอบเสื้อกันหนาว โครงการ 'KUBOTA พลังใจสู้ภัยหนาว' ปีที่ 24

วันที่ 26 ตุลาคม 2566 พลตรี ชินวิช เจริญพิบูลย์  ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พร้อมด้วย คุณอุไรวรรณ เจริญพิบูลย์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 25 และคณะร่วมพิธีมอบเสื้อกันหนาว 2500 ตัว ตามโครงการ "KUBOTA พลังใจสู้ภัยหนาว" ปีที่ 24 ที่ โรงเรียนบ้านบักดอง ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ และ ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลคำเนียม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษโดยมี นายนพ พงศ์ผลาดิสัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พันเอก โถมวัฒน์ สว่างวิทย์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ(ท) พันเอก สุรังค์ วิทยาวงศรุจิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน  พันโท สุริยะ สุระ ผบ.ป.6 พัน.16 พันโท เสนีย์ ศรีชาดา ผบ.ป.6 พัน.106 นายปิยะชาติ ศรีมารุต กรรมการผู้จัดการ นายสุรชัย ตรงมหวิเศษ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การตลาด บริษัท สยามคูโบต้า ลีสซิ่ง จำกัด และคณะผู้บริหาร บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้บริหารส่วนราชการอำเภอขุนหาญ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจำหน่ายคูโบต้าเจริญชัย สาขากันทรลักษ์ และ พี่น้องประชาชนชาวอำเภอขุนหาญ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ 

พลตรี ชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 กล่าวว่า กองทัพบก เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรม "คูโบต้าพลังใจ สู้ภัยหนาว" ร่วมกับ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผนึกกำลังส่งมอบเสื้อกันหนาวสร้างความอบอุ่นในวันนี้ ขณะนี้หลายพื้นที่ในจังหวัดศรีสะเกษ เริ่มมีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นด้วยอุณหภูมิที่ลดลง เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งยังมีพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ประสบปัญหาขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว สำหรับ มณฑลทหารบกที่ 25 เป็นหน่วยงานที่ให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ รวมถึงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ ผู้บัญชาการทหารบก และความทุ่มเทของกำลังพลในพื้นที่ ในการเข้าดูแลบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุดในทุกภัยพิบัติ สำหรับความร่วมมือกับสยามคูโบต้าในปีนี้ มณฑลทหารบกที่ 25 ได้ใช้ศักยภาพของหน่วยที่ขึ้นตรงต่อกองทัพบก เตรียมความพร้อมดำเนินการลำเลียงเสื้อกันหนาวไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายโดยเร็วทันต่อสถานการณ์ภัยหนาว ด้วยหน้าที่ของกองทัพบก เรายึดมั่นในการดูแลและใกล้ชิดประชาชน พร้อมเสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจ ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ตลอดจนพร้อมให้การสนับสนุน และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมดีๆ 

เช่นนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นพลังช่วยสร้างกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชนทุกท่าน นายสุรชัย ตรงมหวิเศษ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การตลาด และคณะผู้บริหาร บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัทสยามคูโบต้า ลีสซิ่ง จำกัด กล่าวว่า โครงการ "KUBOTA พลังใจสู้ภัยหนาว" ของ สยามคูโบต้า ปีนี้ เป็นปีที่ 24 ที่ดำเนินการต่อเนื่องตลอดมา สิ่งที่คูโบต้า เล็งเห็นก็คือ ความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่หางไกลและประสบกับภัยหนาว จึงได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา แล้วปีนี้ สยามคูโบต้า ได้ร่วมกับ กองทัพบก เป็นปีที่ 4 ได้ทำการได้มอบเสื้อหนาวจำนวน 10,000 ตัว ให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยหนาว และแน่นอนในเรื่องของการห่วงใยดูแลพี่น้องเกษตรกร สยามคูโบต้า  เล็งเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และโครงการนี้จะเป็นโครงการที่ทาง สยามคูโบต้า จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดไป 

ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าพบเลขาธิการคณะกรรมนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC

เมื่อวันพุธที่ 25 ตุลาคม 2566 เวลา 15.00 – 17.00 น. ที่สำนักงาน EEC ชั้น 25 อาคาร NT TOWER (CAT TOWER) เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ดร.โอกาส เตพลกุล ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา  พร้อมคณะ เข้าพบ ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC เพื่อร่วมหารือแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามแนวนโยบายของการพัฒนาพื้นที่ EEC  โดยมีการนำเสนอประเด็นเข้าสู่การพัฒนา จำนวน 4 ประเด็น ประกอบด้วย

1.การผลักดันโครงการถนนวงแหวนรอบเมืองฉะเชิงเทรา
2.แนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา (โครงการผันน้ำคืนถิ่น)
3.การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน “โครงการรถไฟเชื่อมฉะเชิงเทรา-แอร์พอร์ต เรล ลิงก์
4.โครงการขยายโซนนิ่งสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจสถานบันเทิงจังหวัดฉะเชิงเทรา

ด้าน ดร.โอกาส เตพลกุล กล่าวว่าในการเข้าพบครั้งนี้ได้การตอบรับจากเลขาธิการคณะกรรมนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นอย่างดี พร้อมร่วมมือกันหาแนวทางการขับเคลื่อนและการพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราในด้านต่างๆต่อไป

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ลงพื้นที่ชุมชนบ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ตรวจเยี่ยมครอบครัวตำรวจและประชาชนที่ประสบอุทกภัย

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 26 ต.ค.66) เวลาประมาณ 17.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.(มค) ที่รับผิดชอบงานบรรเทาสาธารณภัย และงานบริการประชาชน ตามที่ ผบ.ตร. มอบหมาย ได้ลงพื้นที่ชุมชนบ้านติ้ว และ สภ.บ้านติ้ว ต.บ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่ประสบอุทกภัย มอบข้าวสาร อาหารแห้ง และถุงยังชีพ ให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจ และพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยกว่า 300 หลังคาเรือน พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ ข้าราชการตำรวจ สภ.บ้านติ้ว จว.เพชรบูรณ์ ที่ตัวอาคารที่ทำการและอาคารบ้านพัก ประสบอุทกภัยเช่นเดียวกัน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ รอง ผบ.ตร.(มค) เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจและประชาชนที่ประสบอุทกภัยนี้ เป็นส่วนหนึ่งในหน้างานที่รับผิดชอบ ประกอบกับส่วนตัวก็มีความตั้งใจที่จะมาให้กำลังใจเพื่อนข้าราชการตำรวจ และพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย จึงได้จัดเตรียมถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง มาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน พร้อมทั้งถือโอกาสกำชับข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ให้ช่วยกันตรวจตราดูแลรักษาความปลอดภัยบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน ไม่ให้โจรผู้ร้ายออกอาละวาด ก่อเหตุลักทรัพย์ ซ้ำเติมพี่น้องประชาชนอีก และในวันพรุ่งนี้ คือวันศุกร์ที่ 27 ต.ค.66 ก็จะไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อไป

กระทรวงพลังงาน-สหพันธ์การขนส่งทางบก แห่งประเทศไทย บุกกระทรวงพลังงานยื่นหนังสือรองนายกฯ ตรึงราคาก๊าซ NGV

วันที่ 26 ต.ค. เวลา 15.00 น. นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมคณะเข้ายื่นหนังสือต่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้ตรึงราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ (NGV) ตามที่ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ใช้ NGV ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งเบนชินและดีเซลให้ได้ร้อยละ 10 ภายใน ปี พ.ศ. 2551 และทดแทนให้ได้ร้อยละ 25 ภายในปี พ.ศ. 2552 ในวาระยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาด้านพลังงานของประเทศ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2548 นั้น

ต่อมามีการปรับโครงสร้างราคาก๊าซNGV ตามกรอบแนวทางการปรับโครงสร้างราคาตาม มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ นับตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2557 เป็นต้นมา ทำให้ราคา ขายปลีก ก๊าซ NGV ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มีราคา 8.50 บาท/กิโลกรัม และจากสถานการณ์ราคาก๊าซ NGV ที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการขนส่งที่สมัครใจใช้รถบรรทุกเครื่องยนต์ NGV ต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิง ที่สูงมากและมีผลกระทบถึงราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ประชาชนได้รับโดยตรง และเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้รถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซล ก๊าซ NGVถือเป็นพลังงานสะอาดที่ก่อให้เกิดมลภาวะในระดับต่ำเมื่อเทียบกับแหล่งพลังงานอื่นๆ

โดยเฉพะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในภาคขนส่ง การส่งเสริมให้มีการใช้ก๊าซ NGV เพื่อทดแทน การใช้น้ำมันดีเซลในภาคขนส่ง จึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และการพิจารณากำหนดราคาก๊าซ NGV จะก่อให้เกิดแรงจูงใจต่อผู้ใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล เป็นเชื้อเพลิงปรับเปลี่ยนมาใช้ก๊าซ NGV แทน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรถบรรทุกและรถโดยสาร

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีประกาศราคาขายปลีกก๊าซ NGV มีผล 16 กันยายนที่ผ่านมา 19.59 บาท/กิโลกรัม และได้กำหนดราคาขายปลีกก๊าซ NGV มีผล 16 ธันวาคม 2566 บาพ/กิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันดีเซล ทางสหพันธ์การขนส่งทางบก แห่งประเทศไทย จึงขอให้กระทรวงพลังงานตรึงราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ (NGV) ที่ราคา 18.59 บาท/กิโลกรัม ต่อไป เพื่อส่งเสริมสนับสนุน ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ลดการปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือเกิดมลภาวะที่เป็นมลพิษทางอากาศน้อยที่สุดในบรรดาเชื้อเพลิงทั้งหมด

พิษณุโลก สายธารน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม มทบ.39 ร่วมกับ โรงพยาบาลค่ายฯ และ ปตท.สผ. ช่วยเหลือพี่น้องชาวบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 เวลา 1000 นาฬิกา พลตรี กฤษณะ  ภู่ทอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 / ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 ลงพื้นที่อำเภอบางระกำ โดยมี นายอำเภอบางระกำ และผู้นำท้องที่ - ท้องถิ่น ให้การต้อนรับ และร่วมภารกิจ “สายธารน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม” นำโดยชุดแพทย์เคลื่อนที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ร่วมกับผู้บริหาร บริษัท ปตท. สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพสิ่งของอุปโภคบริโภค – ยารักษาโรคและตรวจสุภาพให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จากสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและที่พื้นที่ทำกิน ในพื้นที่ชุมชนหลังวัดสุนทรประดิษฐ์ ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน ก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

มณฑลทหารบกที่39 #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่39 ปตท.สผ.

ตำรวจภาค 4(ร้อยเอ็ด) สกัดยาบ้าทะลักเข้าทางอีสานกว่า 9 แสนเม็ด ขณะลำเลียงก่อนเข้าพื้นที่ชั้นใน

ตามนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ที่มุ่งปราบปรามผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติด โดยใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดน หรือใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่าน และใช้มาตรการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 4 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.พิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด, พ.ต.อ.สุริเดช วรรณสุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด,พ.ต.อ.วีระ หางนาค ผกก.สืบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ด โดยเมื่อวันที่ 23 ต.ค.66 ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ร้อยเอ็ด สามารถสกัดจับกุมผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติด 3 คน ขณะกำลังขนยาบ้า 840,000 เม็ด เพื่อนำไปส่งลูกค้าในจังหวัดร้อยเอ็ด 

โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน จนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน ก่อนการจับกุม ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้สืบสวนติดตามพฤติการณ์ของขบวนการค้ายาเสพติดที่นำยาเสพติดจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ส่งไปยังลูกค้าในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด จนกระทั่งทราบว่าจะมีการขนยาบ้าล็อตใหญ่ผ่านทางจังหวัดร้อยเอ็ด อีกครั้ง จึงวางแผนจับกุม ต่อมาวันที่ 23 ต.ค 66 ตำรวจชุดจับกุม ได้พบรถกระบะยี่ห้อ Toyota สีดำ ทะเบียน xx 2825 อุบลราชธานี และรถกระบะยี่ห้อ Mitsubishi สีฟ้าทะเบียน xx 5891 มุกดาหาร ขับไปบนถนนสายโพนทอง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งตรงกับข้อมูลที่สืบสวนทราบมาว่าเป็นรถขนยาเสพติด 

จึงได้สกัดจับกุม จากการตรวจค้นรถกระบะยี่ห้อ Mitsubishi ทะเบียน xx 5891 มุกดาหาร มีนายเชิดศักดิ์หรือเหลิน เป็นผู้ขับขี่ พบยาบ้าจำนวน 340,000 เม็ดภายในรถ ในขณะที่รถกระบะ Toyota ทะเบียน xx 2825 อุบลราชธานี ได้ขับขึ่หลบหนี ตำรวจชุดจับกุมจึงไล่ติดตามจนกระทั่งจับกุมได้ที่ บริเวณใกล้ป่าละเมาะข้างทาง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ โดยมีนายธนากรหรือชล เป็นผู้ขับขี่ และมีนางประมวญหรือมวล นั่งไปด้วย ซึ่งรับว่านำยาบ้าจำนวน 490,000 เม็ด ซุกซ่อนไว้ภายในป่าละเมาะ ตำรวจชุดจับกุมยึดเป็นของกลาง จากนั้นจึงจับกุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้ารวมทั้งสิ้น 830,000 เม็ด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนทอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย และสอบสวนขยายผลหาผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการ รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการยึดทรัพย์ เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติดต่อไป

พิจิตร-ป.ป.ช. พิจิตร ลุยตรวจ เทศบาลเมืองบางมูลนากสร้างถนน ค.ส.ล. พร้อมวางท่อระบายน้ำชาวบ้านร้องเดือดร้อนเหตุสร้างไม่เสร็จสักที

วันที่ 26 ตุลาคม 2566 นาย วราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยกลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างถนน ค.ส.ล. พร้อมวางท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. ถนนประเวศน์เหนือ สายหลังบริเวณแยกซอยบ้านนายสุรินทร์ อินทร์น้อย หลังได้รับการแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่ามีการก่อสร้างล่าช้า 

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าโครงการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลเมืองบางมูลนาก ได้รับงบประมาณก่อสร้างตามเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 820,000 บาท

วัตถุประสงค์ของการก่อสร้างเพื่อให้ประชาชนสัญจรเข้าออกได้สะดวก เนื่องจากเป็นบริเวณติดกับแหล่งชุมชน หน่วยงานทำการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) กำหนดราคากลางจำนวน 660,000 บาท 

โดยผู้ที่ชนะการเสนอราคาและเป็นคู่สัญญาได้แก่ บริษัท เบญจกาญจน์ (2015) จำกัด สัญญาจ้างเลขที่ 22/2566 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ราคาตามสัญญาจ้าง 655,789 บาท ระยะเวลาสัญญาเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 23 สิงหาคม 2566 รายละเอียดการก่อสร้าง เป็นการก่อสร้างถนน ค.ส.ล. ขนาดกว้าง 3.5 เมตร ยาว 117 เมตร หรือมีพื้นที่ ค.ส.ล. ไม่น้อยกว่า 393 ตารางเมตร วางท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. ไม่น้อยกว่า 0.4 เมตร ความยาวบ่อพัก 117 เมตร 

ซึ่งปัจจุบันครบกำหนดสัญญาแล้ว แต่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ 

โดยมีความคืบหน้างานเทคอนกรีตไปแล้วระยะทางกว่า 70 เมตร ยังคงเหลืออีกประมาณ 40 เมตร และงานฝาท่อระบายน้ำต่าง ๆ ดำเนินการแล้ว ทางเทศบาลให้ข้อมูลว่าเนื่องด้วยเป็นช่วงที่ฝนตกติดต่อกันทำให้การก่อสร้างติดขัด ล่าช้าและเสร็จไม่ทันตามสัญญา 

ซึ่งทางเทศบาลฯได้แจ้งสงวนสิทธิ์ค่าปรับแก่ผู้รับจ้างในการชำระค่าปรับรายวัน วันละประมาณ 1,639 บาท ตามกำหนดในสัญญาแล้ว ทางด้านผู้รับจ้างกำลังจัดทำแผนการดำเนินงานส่งให้ทางเทศบาล ซึ่งทางเทศบาลคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จได้ในประมาณอีก 2 สัปดาห์ 

ซึ่งทางสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ได้กำชับให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน และให้ระมัดระวังเรื่องฝาท่อระบายน้ำให้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสัญจรไปมาของประชาชน

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ได้รับเอกสารหลักฐานการก่อสร้างเพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้ว หากพบประเด็นที่เป็นเหตุสงสัยอื่นใดจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สมาคมหนังสือพิมพ์เวียดนามให้การต้อนรับคณะสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ในการแลกเปลี่ยน วัฒนธรรม ข่าวสาร และ การท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สนพท.)โดยนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมฯได้นำคณะกรรมการบริหารและที่ปรึกษาฯ จำนวน 9 คน ประกอบด้วยนางวิลาสินี เจริญสุข เลขาธิการฯ,นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ อุปนายก ,นายนพดล แสงวิลัย,นายชัชวาล คำไท้ ,นายณรงค์ ภัยกำจัด กรรมการบริหาร ,นางอารยา ณ วงศ์ดี ผช.เลขาธิการ ,นายบุญสืบ แก้วกล้า และนายนิรุทธ์ ลี้ปัทมากุล 2 ที่ปรึกษาสมาคมฯ ซึ่งเป็นนักธุรกิจ นำเข้า-ส่งออก สินค้า

คณะของ สนพท, เดินทางโดยสายการบินไทยจากสนามบินสุวรรณภูมิมายังสนามบินโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม โดยมีนาย บุย ง็อก กวาง นายกสมาคมนักข่าวนิญบิ่ญ (ninh Binh) และคณะกรรมการสมาคมฯให้การต้อนรับ ก่อนที่จะนำคณะของ สนพท.เดินทางไปยังเมืองซาปา จังหวัดลาวกาย ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของเวียดนามตอนเหนือติดชายแดนประเทศสาธรณรัฐประชาชนจีน เพื่อให้คณะของ สนพท.ได้สัมผัสกับบรรยากาศของเมืองท่องเที่ยว เป็นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว โดยเดินทางไปชมความสวยงามของทิวทัศน์ด้วยการนั่งกระเช้าไฟฟ้าสู่ยอดเขาฟานซีปัน และเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวบนสกายวอล์คที่สวยงามและอลังการ ซึ่งทั้งยอดเขาฟานซีปันและสกายวอล์ค เป็นสถานที่ซึ่งนักท่องเที่ยวจากประเทศต่าง โดยเฉพาะคนไทยเดินทางไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก 2 คืนที่เมืองซาปา ทำให้คณะของ สนพท.ได้สัมผัสกับบรรยากาศการท่องเที่ยว การแสดงของชนเผ่า ที่เป็นวัฒนธรรมของเมืองซาปาและได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง เป็นการแลกเปลี่ยนข่าวสารวัฒนธรรมของทั้งสองสมาคมอย่างใกล้ชิด

หลังจากนั้นในวันที่ 22 ตค,คณะของ สนพท.ก็ได้เดินทางออกจากเมืองซาปามายังจังหวัดนิญบิ่ญ โดยเข้าพักโรงแรม BAI DINH ซึ่งเป็นโรงแรมที่รัฐบาลเวียดนามใช้ในการต้อนรับแขกบ้าน แขกเมือง  และได้เลี้ยงรับรองอาหารเย็นคณะ สนพท.ก่อนที่จะนำไปเยี่ยมชมและไหว้พระที่เจดีย์ไบดิงห์ ซึ่งมีพระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่ และมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ ณ ยอดเจดีย์ชั้นสูงสุด

วันที่ 23 ต.ค.คณะเจ้าภาพจากสมาคมนักข่าวนิญบิ่ญ ได้นำคณะของ สนทพ.ไปล่องเรือเพื่อชมทิวทัศน์ตรังอัน( TRANG AN) หรือที่คนไทยเรียกว่า "ฮาลองบก"ที่สวยงาม และตอนบ่ายวันเดียวกันได้นำคณะของ สนพท.ล่องเรือชมทิวทัศน์ตามก๊อก-บิชดง (TAM COC -  BICH DONG )  สร้างความตื่นตาตื่นใจและประทับใจแก่คณะ สนพท.เป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นได้เข้าพักที่โรงแรม THE REED HOTEL นายกสมาคมนิญบิ่ญ พร้อมคณะกรรมสมาคมฯได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะของ สนพท.ส่วนในวันที่ 24 ต.ค. คณะเจ้าภาพจะได้นำคณะของ สนพท.เดินทางไปเยี่ยมชมอาสนวิหารพัทเดียม (PHAT DIEM STONG CATHEDRAL ) และตอนเย็นจะไปเยี่ยมชมเมือง tUYET TiNH COC และเมืองหลวงโบราณ HOA  LO

โดยในวันที่ 25 ต.ค. คณะเจ้าภาพจะได้นำคณะของ สนพท.เดินทางไปยังจังหวัดฮานาม ซึ่งนายกสมาคมนักข่าวจังหวัดฮานาม จะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพให้การต้อนรับ และนำคณะไปเยี่ยมชมเจดีย์ TAM CHUC ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีความเก่าแก่ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของ จังหวัดฮานาม ในในตอนเย็นจะได้มีการสนทนาแลกเปลี่ยนระหว่างสมาคมทั้งสามสมาคม เพื่อประโยชน์ในการเดินทางมาเยือนในครั้งนี้

‘ญี่ปุ่น’ เปิดผลสำรวจพบ ‘วัยทำงาน’ 45% นอนน้อยกว่า 6 ชม.ต่อคืน ชี้!! เสี่ยงเป็น ‘ซึมเศร้า’ เร่งหาวิธีร่นเวลาทำงาน-เซฟสภาพจิตใจ

(23 ต.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว, โตเกียว รายงานว่า ผลสำรวจจากรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อไม่นานนี้ พบประชาชนที่ทำงานในญี่ปุ่นทั้งหมดร้อยละ 45.5 นอนหลับโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน

สมุดปกขาวที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนนี้ ระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถามสำรวจร้อยละ 10 เผยว่านอนหลับน้อยกว่า 5 ชั่วโมงต่อคืน ร้อยละ 35.5 นอนหลับคืนละ 5-6 ชั่งโมง และร้อยละ 35.2 นอนหลับคืนละ 6-7 ชั่วโมง

ผลสำรวจพนักงาน 10,000 คน พบราวร้อยละ 70 ของผู้นอนหลับตามปริมาณเวลาอันเหมาะสม ไม่มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวล ขณะที่สัดส่วนดังกล่าวลดลงต่ำกว่าร้อยละ 40 ในหมู่ผู้นอนหลับน้อยกว่าปริมาณเวลาอันเหมาะสม 3-5 ชั่วโมง

ผลสำรวจจากกระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่น พบร้อยละ 27.4 ของคนทำงานที่นอนหลับน้อยกว่าปริมาณเวลาอันเหมาะสม 4 ชั่วโมง และร้อยละ 38.5 ของคนทำงานที่นอนหลับน้อยกว่าปริมาณเวลาอันเหมาะสม 5 ชั่วโมง มีแนวโน้มป่วยโรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวลขั้นรุนแรง

กระทรวงฯ เสริมว่า มีความจำเป็นต้องแก้ไขชั่วโมงการทำงานอันยาวนานอย่างยิ่ง และช่วยให้คนงานมีเวลานอนหลับพักผ่อนเพิ่มขึ้น เพื่อพวกเขาสามารถรักษาสภาพจิตใจให้แข็งแรงดีได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top