Tuesday, 28 July 2026
THE STATES TIMES TEAM

โอปอล สุชาตา ช่วงศรี: ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ Miss World คนแรกของไทย และ "นางงามแห่งปี 2568"

ความฝันที่คนไทยรอคอยมานานหลายทศวรรษได้กลายเป็นความจริง เมื่อ โอปอล สุชาตา ช่วงศรี สามารถจารึกชื่อเป็นผู้ครองมงกุฎ Miss World คนแรกของประเทศไทย ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่สร้างความภาคภูมิใจและรอยยิ้มให้กับคนไทยทั้งชาติอย่างที่สุด และถือเป็นบุคคลที่สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกให้แก่สังคมไทยในระดับสากล

 ความภูมิใจบนเวทีโลก: โอปอลคือตัวแทนความสง่างามที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยอย่างโดดเด่นในปี 2568

 ฟันเฟืองขับเคลื่อนสังคม: เธอถูกยกย่องในฐานะบุคคลที่อุทิศแรงกายแรงใจในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนและมีเกียรติ

 สัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่น: ความสำเร็จของเธอเป็นแรงบันดาลใจที่พิสูจน์ถึงพลังของความพยายามและทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่

 วิชัย ทองแตง: จากตำนานราชาเทกโอเวอร์ สู่เข็มทิศผู้นำทางสตาร์ตอัปไทย

ในแวดวงธุรกิจไทย ชื่อของ คุณวิชัย ทองแตง คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็นบทบาททนายความชื่อดัง หรือนักลงทุนผู้สร้างอาณาจักรธุรกิจมูลค่ามหาศาลจากการควบรวมกิจการ (M&A) แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของท่านได้เปลี่ยนผ่านไปสู่อีกบทบาทที่น่าเลื่อมใสยิ่งกว่าเดิม 

 การวางมือที่ยิ่งใหญ่: จาก "กำไร" สู่ "การสร้างคน"

หลังจากสั่งสมประสบการณ์และพานาวาธุรกิจยักษ์ใหญ่ฝ่าคลื่นลมมาหลายทศวรรษ คุณวิชัยได้ตัดสินใจลดบทบาทการบริหารในธุรกิจหลักลง เพื่อหันมาอุทิศเวลาให้กับพันธกิจที่ท่านเชื่อมั่น นั่นคือการส่งต่อ "องค์ความรู้" และ "ทุนปัญญา" ให้แก่คนรุ่นใหม่:

The Godfather Of Startup: ท่านไม่ได้มองสตาร์ตอัปเพียงแค่การลงทุนเพื่อผลกำไร แต่เปรียบเสมือนการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ทางเศรษฐกิจใหม่ของไทย โดยใช้ประสบการณ์และเครือข่ายธุรกิจที่สั่งสมมานาน เป็น "สปริงบอร์ด" ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่ระดับสากลได้เร็วขึ้น
 Mentor ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา: ในวัยที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ท่านยังคงเปิดกว้างในการพูดคุยและให้คำปรึกษาแก่นักธุรกิจรุ่นใหม่อย่างเป็นกันเอง โดยเน้นย้ำเรื่องความกตัญญูและคุณธรรมในการทำธุรกิจควบคู่ไปกับความเก่งกาจทางกลยุทธ์

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์: “ผู้รับใช้สังคมแห่งปี 2568” พลังขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมและจิตวิญญาณอาสาเพื่อลมหายใจคนกรุง

ท่ามกลางปัญหาความเหลื่อมล้ำและวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงในปีพุทธศักราช 2568 ชื่อของ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะบุคคลที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานเพื่อสาธารณะอย่างไม่หยุดหย่อน THE STATES TIMES ขอยกให้เป็น “ผู้รับใช้สังคมแห่งปี 2568”

 1. จิตวิญญาณแห่งการให้: มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก
ในบทบาทกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นายวีระศักดิ์ได้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ:

 การบริหารจัดการวิกฤต: ท่านมีบทบาทสำคัญในการวางระบบการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้มีความรวดเร็วและทั่วถึง
 การฟื้นฟูที่ยั่งยืน: มุ่งเน้นการสร้างอาชีพและคืนความสุขให้แก่ผู้ประสบภัยตามแนวทาง "แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน"
 ภาพลักษณ์นักปฏิบัติ: เป็นผู้นำที่ลงพื้นที่จริงเพื่อให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ ส่งถึงมือผู้ที่เดือดร้อนที่สุดอย่างแท้จริง

4 มกราคม ของทุกปี วันทหารม้า รำลึกวีรกรรมสมเด็จพระเจ้าตากสิน จุดตั้งต้นการกู้แผ่นดิน ฝ่าทัพพม่าจากอยุธยา ที่บ้านพรานนก จุดตั้งต้นการกู้แผ่นดิน

ทุกปีวันที่ 4 มกราคม ถือเป็น "วันทหารม้า" ซึ่งมีที่มาจากเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทยยุคปลายกรุงศรีอยุธยา คือศึกบ้านพรานนก ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในอดีตเมื่อครั้งดำรงพระยาวชิรปราการ นำกองกำลังทหารม้าฝ่าทัพพม่าทะลวงออกจากกรุงที่ถูกล้อมเพื่อสร้างจุดตั้งหลักใหม่ในการกู้ชาติ

พระองค์ตัดสินใจควบม้าหนีจากเมืองแตกเพื่อตั้งหลักสู้ใหม่อย่างกล้าหาญและเด็ดขาด การเลือกใช้กำลังน้อยแต่เคลื่อนที่เร็ว และพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างว่องไว ทำให้กองทัพสามารถพลิกสถานการณ์ในศึกบ้านพรานนกจนเป็นชัยชนะสำคัญ และทำให้สามารถตั้งฐานที่มั่นที่จันทบุรีได้

ในปัจจุบัน "ทหารม้า" หมายถึงเหล่ากำลังที่มีความเร็วและความคล่องตัวสูง โดยใช้อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่แทนม้า แต่ยังคงยึดมั่นในจิตวิญญาณเดียวกัน คือ "ไปให้ไว ตัดสินใจให้เด็ดขาด" มีบทบาทสำคัญในการโจมตีทะลวงแนวข้าศึกและลาดตระเวนครองพื้นที่

ทุกปีในวันทหารม้า มีพิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมน้อมรำลึกถึงวีรกรรมและจิตใจที่กล้าหาญของเหล่าทหารม้าไทย "วันทหารม้า" จึงเป็นวันที่เตือนใจให้ระลึกถึงความกล้าหาญและความเร็วว่องไวที่ยังคงถูกคาดหวังในกองทัพไทยจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2

 สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว: นักการทูตแห่งปี 2568 ผู้ใช้การทูตเชิงรุกนำพาไทยกลับสู่จุดเด่นบนเวทีโลก

ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกในปีพุทธศักราช 2568 (2025) การก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ "เสียงของประเทศไทย" กลับมาดังกังวานและทรงพลังอีกครั้งในเวทีสากล ด้วยวิสัยทัศน์และการทำงานที่เป็นมืออาชีพ THE STATES TIMES ขอยกให้เป็น "นักการทูตแห่งปี 2568"

 การทูตเชิงรุก (Proactive Diplomacy): ฟื้นคืนความเชื่อมั่นและเกียรติภูมิ

หลังจากที่ไทยต้องเผชิญกับบททดสอบทางการเมืองและสถานการณ์ความมั่นคงชายแดน นายสีหศักดิ์ได้นำกลยุทธ์ "การทูตเชิงรุก" มาใช้เป็นแกนหลักในการบริหารนโยบายต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการกลับมาเป็น "ผู้เล่นสำคัญ" (Key Player) ในภูมิภาคอาเซียนและเวทีโลก:

 การบริหารความสัมพันธ์ท่ามกลางความขัดแย้ง: ในช่วงวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ท่านได้ใช้ทักษะการเจรจาระดับพหุภาคีเพื่อลดแรงตึงเครียด ควบคู่ไปกับการรักษาอธิปไตยของชาติไว้อย่างสง่างาม โดยเน้นการสื่อสารที่โปร่งใสและยึดหลักกฎหมายสากล

สะพานเชื่อมมหาอำนาจ: ท่านมีบทบาทโดดเด่นในการสร้างความสมดุล (Strategic Balancing) ระหว่างมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของในหลวงและพระราชินี ในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งท่านนับเป็นหนึ่งในขุนพลผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการยกระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน

ศุภจี สุธรรมพันธุ์: "รัฐมนตรีนักการค้าแห่งปี 2568" ผู้ใช้ CEO Mindset ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าไทยสู่สากล

ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในช่วงปีพุทธศักราช 2568 (2025) การก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ของ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาที่ไม่นานนัก แต่เธอกลับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการนำแนวคิดแบบผู้บริหารระดับโลก (CEO Mindset) มาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน THE STATES TIMES ขอยกให้เป็น "นักการค้าแห่งปี 2568"

จากแม่ทัพธุรกิจสู่ขุนพลการค้า: การเจรจาที่รวดเร็วและเฉียบคม

ด้วยภูมิหลังที่เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงจากทั้ง IBM และกลุ่มดุสิตธานี คุณศุภจีได้เปลี่ยนภาพลักษณ์การเจรจาการค้าของไทยจากรูปแบบพิธีการเดิม ๆ สู่การเป็น "ทูตการค้าเชิงยุทธศาสตร์" โดยเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง:

 การเจรจาการค้าเชิงรุก: เธอใช้ระยะเวลาอันสั้นในการนำทัพสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) และเอเชียกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลักเพียงไม่กี่แห่ง
 ปลดล็อกอุปสรรคทางการค้า: มุ่งเน้นการแก้ไขข้อตกลงทางการค้า (FTA) ที่ค้างคา โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการเจรจาระดับสากลเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการไทย
 ยกระดับ Soft Power เป็นสินค้าส่งออก: ผลักดันให้อาหารไทย บริการด้านสุขภาพ และสินค้าสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่ "วัฒนธรรม" แต่คือ "สินค้าส่งออกเกรดพรีเมียม" ที่สร้างรายได้มหาศาลเข้าสู่ประเทศ

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค: นักการเมืองแห่งปี 2568 ผู้คืนความสุขผ่านค่าไฟและภารกิจลดภาระค่าครองชีพ

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนในปีพุทธศักราช 2568 (2025) หนึ่งในนักการเมืองที่โดดเด่นและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในฐานะ "ที่พึ่งของประชาชน" คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน THE STATES TIMES ขอยกให้เป็น "นักการเมืองแห่งปี 2568"

ผลงานที่เป็นรูปธรรมและเข้าถึงหัวใจคนไทยมากที่สุด คือความมุ่งมั่นในการเข้ามารื้อโครงสร้างพลังงานเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน นายพีระพันธุ์ได้แสดงความเด็ดขาดในการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและการเจรจากับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อ ตรึงราคาค่าไฟฟ้าให้ไม่เกิน 4 บาทต่อหน่วย ตลอดช่วงวิกฤตในปี 2568 ซึ่งถือเป็นตัวเลขทางจิตวิทยาที่สำคัญในการประคองค่าครองชีพไม่ให้พุ่งสูงจนเกินรับไหว

 นักการเมืองผู้ยึดถือผลประโยชน์ของราษฎร

การได้รับยกย่องเป็น นักการเมืองแห่งปี 2568 ไม่ได้มาเพียงเพราะการลดตัวเลขในใบแจ้งหนี้ แต่มาจากสไตล์การทำงานที่เน้น "ความถูกต้อง" และ "ความโปร่งใส":

การแก้ไขกฎหมายพลังงาน: ผลักดันการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อเปิดทางให้โครงสร้างราคาพลังงานมีความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคมากขึ้น
การลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ: ให้ความสำคัญกับการอุดหนุนค่าไฟฟ้าแก่กลุ่มเปราะบางและครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ
ความเด็ดขาดในการเจรจา: ยืนหยัดในผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนในการเจรจากับกลุ่มทุนพลังงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว

พลังแห่งจิตอาสา หลอมรวมน้ำใจคนไทยช่วยเหลือสังคม

ท่ามกลางวิกฤตการณ์และภัยพิบัติที่ถาโถมประเทศไทยในปี 2568 (2025) สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและที่พึ่งสำคัญของประชาชนคือ "พลังแห่งจิตอาสา" โดยในปีนี้ THE STATES TIMES ขอยกย่องกลุ่มบุคคลผู้เป็นด่านหน้าในการช่วยเหลือสังคมให้เป็น "จิตอาสาแห่งปี 2568" ซึ่งประกอบด้วย ฝันดี-ฝันเด่น จรรยาธนากร, กัน จอมพลัง, เปิ้ล นาคร และ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี

 ทัพหน้าผู้กล้า: ฝันดี-ฝันเด่น จรรยาธนากร และ เปิ้ล นาคร

ทั้งสามท่านถือเป็นสัญลักษณ์ของการกู้ภัยที่ "ถึงที่เกิดเหตุไวและเข้าถึงใจประชาชน":

 สมรภูมิใต้น้ำ: ในเหตุการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้ โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ เปิ้ล นาคร ได้ระดมทีมเจ็ตสกีฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวเข้าช่วยเหลือผู้ติดค้างในพื้นที่สีแดงที่เรือปกติเข้าไม่ถึง

 หน่วยกู้ชีพด่านหน้า: ฝันดี-ฝันเด่น ยังคงทำหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มจากแผ่นดินไหว และการลงพื้นที่เยียวยาผู้ประสบอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นการช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ

 ที่พึ่งของผู้คนยามยากลำบาก: กัน จอมพลัง

กัน จอมพลัง ได้รับการยกย่องในฐานะผู้ปิดทองหลังพระและด่านหน้าที่เข้าถึงทุกความเดือดร้อน:

 เป็นสื่อกลางที่ทรงพลังในการประสานงานระหว่างภาคประชาชนและหน่วยงานรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

 ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนทางสังคมและปกป้องสิทธิของผู้ถูกเอาเปรียบ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและวิกฤตเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา

‘จีโน่’ อาฒยา ฐิติกุล: ผู้เขียนตำนานบทใหม่ให้วงการกอล์ฟไทย ผงาดมือ 1 ของโลก

หากจะพูดถึงนักกีฬาที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยมากที่สุดในปี 2568 คงปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของ “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล ยอดนักกอล์ฟสาวขวัญใจชาวไทย คือชื่อที่ถูกจารึกไว้บนจุดสูงสุดของวงการกีฬาโลก ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม THE STATES TIMES ขอยกย่องให้เธอเป็น “นักกีฬาแห่งปี 2568”

 ก้าวสู่จุดสูงสุด: หมายเลข 1 ของโลกอย่างสง่างาม

ในปี 2568 “โปรจีโน่” ได้แสดงให้เห็นถึงทักษะและความมุ่งมั่นอันแรงกล้าในการลงชิงชัยบนเวที LPGA Tour เธอสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและคว้าแชมป์รายการสำคัญได้หลายรายการ ส่งผลให้คะแนนสะสมอันดับโลกพุ่งทะยานจนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง มือ 1 ของโลก (World No. 1) อีกครั้งอย่างเต็มภาคภูมิ การขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จส่วนตัว แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านักกีฬาจากประเทศไทยมีศักยภาพที่เหนือชั้นในระดับสากล

 ราชินีเงินรางวัล: ทำเงินสูงสุดประวัติศาสตร์

นอกจากอันดับโลกที่เป็นอันดับหนึ่งแล้ว ในปี 2568 อาฒยายังสร้างสถิติเป็นนักกอล์ฟหญิงที่ทำ เงินรางวัลสะสมสูงสุด (Official Money List) ของทัวร์อีกด้วย จากการคว้าชัยชนะในรายการระดับเมเจอร์และการติดอันดับ Top 10 ในเกือบทุกรายการที่ลงแข่งขัน ทำให้เธอกลายเป็นนักกีฬาที่ทำรายได้สูงที่สุดใน สะท้อนถึงคุณภาพการเล่นที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและความกดดันที่เธอสามารถก้าวข้ามมาได้ในทุกหลุมของการแข่งขัน

3 มกราคม 2458 จุดเริ่ม “มหาวิทยาลัยของชาวสยาม” รัชกาลที่ 6 ทรงวางศิลาฤกษ์ “โรงเรียนข้าราชการพลเรือน” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ‘จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย’ ในปัจจุบัน

(3 ม.ค. 58) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงวางศิลาฤกษ์พระฤกษ์โรงเรียนข้าราชการพลเรือนที่ปทุมวัน

ซึ่งต่อมาคือมหาวิทยาลัยสมัยใหม่แห่งแรกของไทย

 

พิธีจัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติโดยมีการตั้งกองทหารมหาดเล็กกองเกียรติยศ

และเสียงแตรวงบรรเลงสรรเสริญพระบารมีรับเสด็จ

พระองค์ทรงเผยว่า "รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริจะตั้งมหาวิทยาลัยของชาวสยาม

และผมถือว่าการสร้างสถาบันนี้เป็นภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ"

 

โรงเรียนข้าราชการพลเรือนซึ่งเริ่มจากโรงเรียนมหาดเล็ก

ถูกพัฒนาสู่การเป็นแหล่งผลิตบุคลากรที่มีความรู้และคุณธรรมสำหรับรัฐ

และพื้นที่ปทุมวันกลายเป็นเมืองมหาวิทยาลัยกลางกรุง

 

วันที่ 26 มี.ค. 2460 สถาบันนี้ได้รับการยกระดับเป็นเป็น

'จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย' ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยสมัยใหม่

การวางศิลาฤกษ์เมื่อ 3 ม.ค. จึงเป็นรากฐานสำคัญสู่การพัฒนาประเทศผ่านการสร้างคน

ที่มา : https://www.cuartculture.chula.ac.th/news/6098/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top