Friday, 21 June 2024
Crimes

เหิมเกริม !! คนร้ายบุกรุกป่า ยิงเฮลิคอปเตอร์กรมอุทยานฯ ขณะบินสำรวจพื้นที่บุกรุกป่า

วันที่19 พ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี นายพิชัย วงษ์วัชรไพบูลย์ ผอ.สบอ.3 เพชรบุรี พร้อมด้วย นายไพโรจน์ นาครักษา ผอ.สอช.สบอ.3 เพชรบุรี นส.เนตรนภา งามเนตร ผช.หน.อช.แก่งกระจาน นายปรัชญา เกินกลาง จนท.อช.แก่งกระจาน ร.อ.วีระชัย เพ็งมาก และพ.ท.ถนอม ศิริม่วงมี เจ้าหน้าที่นักบิน สป.ทส. ได้ร่วมกันนำเฮลิคอปเตอร์ รุ่น AS350 หมายเลขทรัพยากร 1106 ควบคุมการบิน สป.ทส. ขึ้นทำการบินตรวจสอบสภาพป่าประจำเดือน พ.ค.2564 ตามแผนการบินของกองการบิน สป.ทส.โดยเฮลิคอปเตอร์บินถึงบริเวณแปลง พิกัด wgs1984 z47P 515430E 1454519N ที่จะเข้าดำเนินการตรวจสอบประเมินและวางแผนส่งกำลังเข้าตรวจสอบสภาพป่า

ขณะที่บินวนพื้นที่ดังกล่าว พบเห็นบุคคล 2 คน (ชาย 1 คน,หญิง 1 คน) วิ่งออกมาจากแนวชายป่า เข้าไปยังเพิงพักในแปลงบุกรุก คาดว่าเข้าไปหยิบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จากนั้น 1ใน 2คน ได้ยิงใส่ เฮลิคอปเตอร์ บริเวณท้ายเครื่อง จำนวน 1 นัด ในระยะห่างประมาณ 10-15 เมตร โดย พ.ท.ถนอน นักบิน มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นปืนไทยประดิษฐ์ และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ยินเสียงปืนอย่างชัดเจน จากนั้นนักบินจึงนำเครื่องลงจอดที่บริเวณฐานทหารพรานใจแผ่นดิน ห่างจากจุดที่ถูกยิง ประมาณ 7 กิโลเมตร เพื่อตรวจสอบสภาพเครื่องในเบื้องต้น ผลการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบร่องรอยความเสียหาย ก่อนนักบินนำกำลังทั้งหมดกลับมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

พกยาบ้า รอลูกค้าในกระท่อมกลางนา ถูกตำรวจรวบถึงที่ สารภาพสิ้น ซื้อขายผ่านช่องทางเฟซบุ๊ค

เมื่อเวลา 10.0 น.วันที่ 19 พ.ค. 2564 พ.ต.อ.รุ่งศักดิ์ จงกลรัตน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น  พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปรเมษฐ์ ปัดทุมแฝง รอง ผกก.สส.สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่นนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุม นายอนุชา อนุศรี หรือต้อง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.7 ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง ยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน จำนวน 10 ถุง รวมยาบ้า 2,000 เม็ด ซึ่งห่ออยู่ในกระดาษไขและพันด้วยเทปกาวอีกชั้นหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือวีโว่สีดำ จำนวน 1 เครื่อง


พ.ต.อ.รุ่งศักดิ์ จงกลรัตน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพย่าบ้าและขายยายบ้าที่กระท่อมกลางทุ่งนาฝั่งทิศใต้บ้านโคก ม.12 ต.สำราญ  จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบจากนั้นจึงไปตรวจสอบ เมื่อถึงกระท่อมนาดังกล่าวพบนายอนุชา หรือต้อง อนุศรี นั่งอยู่เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น พบยาบ้าทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ที่นายต้องสะพายอยู่ จึงทำการคุมตัวมาทำการสอบสวน
"นายต้อง ให้การรับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตัวเองจริง เพราะช่วงโควิด-19ระบาด หางานทำไม่ได้ ว่างงาน ไม่มีรายได้ เพื่อนแนะนำให้รับยาบ้ามาขาย จึงได้ทำการติดต่อซื้อขายยาบ้าจากนานแมนหรือเซียงผี โดยการติดต่อกันทางโทรศัพท์มือถือ และทาง Facebook Messenger ( ขอสงวนชื่อ “Mraphlslt Tamuang) โดยล่าสุดได้ติดต่อกันเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมาได้ติดต่อซื้อยาบ้าจำนวน จำนวน 2,000 เม็ด ในราคามัดละ 40,000 บาท  โดยให้นำยาบ้ามาส่ง ด้วยการวางซุกซ่อนไว้ที่หลังโรงเรียนบ้านโคกนางามปลาเซียม ต.สำราญ อ.เมืองขอนแก่น จากนั้นก็ส่งข้อความมาบอกจุดที่ซุกซ่อนยาบ้าไว้เพื่อให้ไปรับ เมื่อรับแล้วยังไม่ต้องจ่ายเงิน โดยให้นำยาบ้ามาจำหน่ายก่อน ชำระเงินภายหลัง โดยโอนเงินค่ายาบ้าเข้าทางบัญชีแห่งหนึ่ง (ธนาคารกสิกรไทย หมายเลขบัญชี 0863786606 ชื่อบัญชี “ณัฐกานต์ อึ้งทอง”)"


พ.ต.อ.รุ่งศักดิ์  กล่าวต่ออีกว่า  ผู้ต้องหายังรับสารภาพอีกว่า กระทำการในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว   2 ครั้ง โดยนำยาบ้ามาขายต่อในราคาเม็ดละ 50 บาท ถ้า 10 เม็ด จะจำหน่ายในราคา 300 - 500 บาท ส่วนโทรศัพท์มือถือก็เอาไว้เพื่อติดต่อซื้อขายยาบ้ากับลูกค้ายาบ้า และก่อนจะถูกจับกุมได้เสพยาบ้า จำนวน 3 เม็ด ขณะนั่งรอลูกค้ามารับยาบ้าก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1. (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)  


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวตรวจค้นในกระท่อมกลางทุ่งนาของนายต้อง อยู่นั้น  ได้มีนายอัษฏาวุธ  สุขยี่ดา  หรือต้น อายุ 26 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 321 ม.9 ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาหานายต้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 27 เม็ดในถุงพลาสติสีน้ำเงินอยู่ในกระเป๋ากางเกง  จึงได้จับกุมตัวไปสอบสวนซึ่งจากการสอบสวน นายต้น ให้การรับสารภาพว่ายาบ้า27 เม็ด นำมาส่งให้ลูกค้า ที่นัดไว้ โดยรับยาบ้ามาจากเอเย่นชาว สปป.ลาว ที่ให้เครือข่ายนำมาส่งให้ที่บ้านครั้งละ 1,000-2,000เม็ด  เมื่อขายหมดจึงให้จ่ายเงิน  ซึ่งได้ทำการรับยาบ้ามาขายตั้งแต่ต้นปี  โดยใช้กระท่อมนาแห่งนี้เป็นจุดนัดพบ ทั้งเสพและขายยาบ้า  โดยก่อนจะถูกจับ มีลูกค้านัดรับยาบ้าที่กระท่อม ขณะเดินทางมาถึง ไม่พบลูกค้า แต่พบตำรวจจึงถูกจับกุมตัวได้  อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนรับตัวพร้อมของกลางไปดำเนินคดีตามกฏหมายในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย


 

ปะทะเดือด !! ล่าพรานป่าไหวตัวหลบหนีทัน คาดชำนาญพื้นที่ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ยึดปืนลูกซอง และซากสัตว์ป่า อ.บ้านไร่

วันที่ 16 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ( Smart Patrol) ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่12(นครสวรรค์) ได้รับรายงานจากสายข่าวแจ้งมาว่า จะมีกลุ่มบุคคลไม่ทราบชื่อจะเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ท้องที่ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่วางแผนโดยได้ลาดตระเวนไปเฝ้าระวังในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้งมา

จนเวลา 20.30 น. ได้ยินเสียงปืน 1 นัด ห่างจากจุดพักแรมระยะประมาณ 400 เมตร​ เช้าวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนชุดดังกล่าว ได้เข้าตรวจสอบ ณ จุดที่ได้เสียงปืน พบรอยเท้าคนเป็นรอยใหม่ 1 รอย​ จึงทำการค้นหา​ จนเวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ได้พบชายต้องสงสัยไม่ทราบชื่อ จำนวน 2 คน อยู่​บริเวณโป่ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น แต่ชายต้องสงสัยไม่ยอม และได้หันปากกระบอกปืนมาหาเจ้าหน้าที่ และยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ จำนวน 1 นัด

เจ้าหน้าที่ได้เข้าที่กำบังและยิงอาวุธปืนตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง หลังจากเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ อย่างละเอียด ไม่พบชายต้องสงสัยทั้ง 2 คน ดังกล่าว คาดว่าอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป จากนั้นได้ร่วมกันตรวจสอบสถานเกิดเหตุโดยรอบ พบของกลางในที่เกิดเหตุ หลายรายการ ดังนี้

1.อาวุธปืนลูกซองเดี่ยว ไม่มีหมายเลขทะเบียน 1 กระบอก2.เครื่องกระสุนลูกซอง จำนวน 4 นัด3.เป้สนาม 2 ใบ 4.เปลสนาม 2 ผืน5.ผ้ายางกันฝน 1 ผืน6.ไฟฉายคาดศีรษะ 3 อัน7.มีด 2 เล่ม8.ซากหมูป่า 1 ซาก 9 ซาก ลิงกัง 2 ซาก 10 ซาก อีเห็น 1 ซาก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกตรวจยึดและนำของกลางส่งสถานีตำรวจภูธรบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่


ภาพ/ข่าว  ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ทหารเรือจับ 2 วัยรุ่น พร้อมยาบ้า ไอซ์และกัญชา ขณะกำลังขนย้ายริมฝั่งแม่น้ำโขง

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 13 พ.ค.ที่สถานีเรือ นรข.บึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ น.ต.วชิรวิทย์ ใจสัตย์ หน.สน.เรือบึงกาฬ พ.ต.อ.วิชยานนท์ นิติกุล ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.เอกนรินทร์ สุวรรณทา ผกก.ตม.บึงกาฬ นายพงษ์ชัย ศิลปอาชา นายด่านศุลกากรบึงกาฬ พ.ต.ท.พลสันติ์ คมขาว ผบ.ร้อย ตชด.244 พ.ต.ท.ปิยะณัฐ ปะโสทะกัง สว.ส.รน.4 กก.11 บก.รน. พ.ต.ต.นิคสัน ดียา สว.สส.สภ.เมืองบึงกาฬ นายชัยณรงค์ สุระดะนัย ป้องกันจังหวัดบึงกาฬ นางกมลนิตยกานต์ หาญคำหล้า ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 2 หนุ่มสาววัยรุ่นพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 15,979 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 2 ก้อน (น้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม) กัญชาแห้งห่อหุ้มด้วยพลาสติกใส จำนวน 10 แท่งน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกลางดึกวานนี้ น.ต.วชิรวิทย์ ใจสัตย์ หน.สน.เรือบึงกาฬ ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่บ้านห้วยดอกไม้ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จึงได้รายงานให้ น.อ.ราฆพ เทวะประทีป ผบ.นรข.เขตหนองคาย ทราบพร้อมสั่งการให้ชุดสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สน.เรือบีงกาฬ ประสานตำรวจ สภ.เมืองบึงกาฬ ตำรวจน้ำบึงกาฬ ตชด.244 ทหารพรานที่ 2210 ด่านศุลกากรบึงกาฬ และฝ่ายปกครอง อ.เมืองบึงกาฬ วางแผนจับกุม จนกระทั่ง จนท.ชุดชุ่มเฝ้าตรวจได้ใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืนตรวจพบเรือหางยาวเครื่องยนต์ติดท้ายแล่นเข้ามาจอดริมตลิ่งแม่น้ำโขงบริเวณที่ จนท.ดักชุ่มอยู่ จากนั้นคนขับเรือได้ขนย้ายวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาวางไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ในขณะเดียวกันบนฝั่ง จนท.ได้ตรวจพบแสงไฟจากรถ จยย.ต้องสงสัย วิ่งเข้ามาจอดบริเวณกระท่อมริมฝั่งแม่น้ำโขงโดยมีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งมาด้วยกัน จากนั้นดับเครื่อง ชายคนขับได้เดินลงไปที่ตลิ่งแม่น้ำโขงบริเวณที่เรือหางยาวจอดอยู่ สักพักได้ยินเสียงเรือแล่นข้ามกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว ไม่นานชายต้องสงสัยได้เรียกหญิงสาวที่นั่งซ้อนมาให้ลงไปหาที่ริมแม่น้ำโขง ทั้ง 2 คน ได้ช่วยกันขนย้ายวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาบนฝั่ง

เมื่อเห็นดังนั้น จนท.จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมทราบชื่อต่อมานายเอนามสมมติ อายุ 16 ปี ชาว ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ และ น.ส.เจนจิรา ประทุมมา อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 ม.11 บ้านหนองแซง ต.นาตาล อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยพบเป็นยาบ้าจำนวน 15,979 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 2 ก้อน (น้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม) กัญชาแห้งห่อหุ้มด้วยพลาสติกใส จำนวน 10 แท่งน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม และรถจักรยานยนต์ ตราอักษรฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เงินสดจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จึงคุมตัวมาสอบสวนที่สถานีเรือบึงกาฬ และแจ้งข้อหาว่า "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน-ยาไอซ์) และยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย" ทั้ง 2 คนรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาอ้างว่ามีคนว่าจ้างให้มารับยาเสพติดจำนวนดังกล่าว จึงนำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่ง พงส.สภ.เมืองบึงกาฬ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว เกรียงไกร พรมจันทร์

รวบ 2 โจ๋ พาสาวส่งข้ามแดนไปเมียนมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำการลาดตระเวณในพื้นที่ อ.แมสาย จ.เชียงราย

เวลา 23.00 น.วันที่ 13 พ.ค.64 เจ้าหน้าที่ทหาร จากกองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล ผบ.ฉก.ม.3 นำโดย ร.อ.พิสิฐ อภิเดช ผบ.ร้อย.ม.3 บก.ควบคุมที่ 2 ฉก.ม.3  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.แมสาย จ.เชียงราย ได้ทำการลาดตระเวณในพื้นที่รับผิดชอบตามช่องทางท่าข้าม ในพื้นที่รับผิดชอบ จนกระทั่งถึงบริเวณท่าข้ามกะหล่ำ บ้านเหมืองแดงใต้ ม. 1 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้พบชาย หญิง 2 คน เดินอยู่บริเวณท่าข้ามดังกล่าวจึงได้เรียกตัวเพื่อทำการสอบสวน

ทราบชื่อคือ นายบุญเก่ง ขอสงวนนามสกุล อายุ 16 ปีชาวบ้านป่าเหมือด หมู่ 5 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ น.ส.วลัยพร   แก้วทักษิณ อายุ 22 ปี ชาวบ้าน น้ำจำ หมู่ 5 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยนายบุญเก่งไดรับสารภาพว่าจะไปส่ง น.ส.วลัยพร  ข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้เดินเท้ามาจากในหมู่บ้านเหมืองแดงเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจพบของเจ้าหน้าที่ โดยได้ร่วมกับนายทวี  ขอสงวนนามสกุล อายุ 17 ปี  เป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน อาศัยอยู่ที่ ต.โป่งงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่าให้ไปส่ง น.ส.วัลยพร โดยได้รับการติดต่อมาจากนายหนุ่ม ชาวเมียนมา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามจับกุมนายทวี มาเพื่อสอบสวน

จากการสอบถามทราบว่า นายบุญเก่ง ได้รับการติดต่อจากนายหนุ่ม สัญชาติเมียนมา   โดยนายหนุ่มจะให้นำคน จากฝั่งไทยข้ามไปยังประเทศเมียนมา  จึงได้ติดต่อให้ นายทวี  ไปรับ น.ส.วลัยพร  มาส่งให้กับตน บริเวณพื้นที่ บ้านเหมืองแดงใต้ ม.1  จากนั้นนายบุญเก่ง ได้พา น.ส.วลัยพร ได้เดินลัดเลาะตามเส้นทางในหมู่บ้านเหมืองแดงใต้ เพื่อที่จะไปยังริมลำน้ำสาย เพื่อที่จะข้ามไปยังฝั่งประเทศเมียนมาแต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน หลังสอบปากคำแล้วทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่ง สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว ณัฐวัตร ลาพิงค์

รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจสอบคฤหาสน์หรู ก่อนเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม ด้านทนายเผย วอนฟังข้อเท็จจริง

จากกรณีเกิดเหตุชาวจีนก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปราบปรามคนร้ายข้ามชาติภาค 2 ขณะนำหมายค้นเข้าตรวจสอบ จนได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ทราบชื่อคือ ร.ต.อ.พันเทพ ศรีบุญนาค และ ด.ต.กรีฑา ทิพย์เนตร ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาตัว เหตุเกิดที่คฤหาสน์หรู บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่ ในสนามกอล์ฟพื้นที่สภ.ห้วยใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐาน ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา​ 13.30​ น.​ วันที่ 20​ พฤษภาคม 2564 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์​  รอง​ ผบ.ตร.​ พล.ต.ต.ชัยพต์พจน สุวรรณรักษ์​ รอง​ ผบช.ภาค​ 2​  พล.ต.ต.ธิติ​ แสงสว่าง​ รรท.​ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี​  เดินทางเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุภายบ้านเลขที่​ 113 /76  ม.9​  ต.ห้วยใหญ่​ อ.บางละมุง​ จ.ชลบุรี​  ซึ่งตั้งอยู่ภายในสนามกอล์ฟฟิกนิก​อีกครั้ง โดยไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปข้างในบ้าน ซึ่งใช้เวลาตรวจสอบภายในบ้านประมาณ​ 1​ ชม. ก่อนที่จะเดิน​ออกมา โดยแจ้งว่า ขอไปประชุมเพื่อฟังรายงานเรื่องดังกล่าวก่อน ที่ห้องประชุมชั้น​ 3​ ของ​ สภ.ห้วยใหญ่ โดยมีเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้ารายงานเรื่องดังกล่าว ซึ่งก็ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าฟังแต่อย่างใด พร้อมแจ้งว่าเสร็จประชุมแล้วจะออกมาให้ข้อมูลภายหลัง

ด้านนายอนิรุจน์ คงทรัพย์ ทนายส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ยังไม่ได้พูดคุยรายละเอียดกับตัวผู้ก่อเหตุ แต่ได้พูดคุยบุคคลในบ้านทราบว่ายังไม่เห็นตรงนั้น ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุนั้นมีธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ทำมาแล้วประมาณ 2-3 ปี ในส่วนของยาเสพติดนั้นตนเองเท่าที่ทราบไม่มีประวัติ ตอนนี้ขอให้รอฟังขอเท็จจริงก่อน ตามที่มีการนำเสนอไปนั้นค่อนข้างรุนแรงเกี่ยวกับผู้ต้องหา อยากให้มองว่าการเข้าตรวจค้นของตำรวจถูกต้องมั้ย วิธีการในการทำที่เกิดขึ้นโดยมีการปะทะกันเกิดเหตุอะไร ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนสำคัญของคดี ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นการซื้อในรูปแบบบริษัท ส่วนกรณีที่มีการขู่อุ้มนั้นโดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่ามีชาวต่างประเทศถูกปล้น ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุก็เป็นชาวต่างชาติ จึงคาดว่าอาจเกิดความกลัว เมื่อมีคนเข้าบ้านไปโดยที่ไม่ทราบว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร และมาในชุดนอกเครื่องแบบ และเมื่อมีการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ ในส่วนของอาวุธปืนนั้นเท่าที่ทราบน่าจะถูกต้อง ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็ยังอยู่ในอาการตกใจ

 

กองกำลังไม่ทราบฝ่าย ยิงปืน ค.3 ลูก ตกลงพื้นที่บ้านท่าตาฝั่งของไทย สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ปลอดภัย และทำหนังสือประท้วงแจ้ง TBC ไทย-เมียนมา จ.แม่ฮ่องสอน

กรณีมี ได้มีการยิงกระสุนปืน ค. ตกลงมายังฝั่งไทย บ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน  3 ลูก ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นของฝ่ายได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอพยพประชาชนบ้านท่าตาฝั่งไปอยู่พื้นที่ปลอดภัย ด้าน ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 แม่ฮ่องสอน เร่งส่ง ค.120 มม.เข้าพื้นที่เพื่อปกป้องอธิปไตย

พ.อ.สุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหาราบ ที่ 7 เปิดเผย ว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ได้มีการอพยพราษฎรบ้านท่าตาฝั่ง หลังจากได้มีกระสุนปืน ค. จำนวน 3 ลูก ของกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ตกมายังพื้นที่ทางเหนือของบ้านท่าตาฝั่ง ประมาณ 2 กิโลเมตร  ซึ่งทาง ฉก.ร.7 ได้ทำหนังสือประท้วงไปยัง คณะกรรมการส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา หรือ TBC เนื่องจากพื้นที่ตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง มีฐานทหารเมียนมา ตั้งอยู่ และยังมีกองกำลังทหารกะเหรี่ยง KNU ด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงยังต้องพิสูจน์ทราบว่าเป็นฝ่ายใด และทางการไทยต้องดูแลความเรียบร้อยพื้นที่ชายแดนอย่างเต็มที่ จึงได้ให้ประชาชนบ้านท่าตาฝั่ง อพยพไปในที่ปลอดภัยแล้ว  

ขณะที่ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา ด้านจ.แม่ฮ่องงสอน สรุปสถานการณ์เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 พ.ค.64 ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564​ เวลา 09.30 น. กองกำลังชนกลุ่มน้อยกลุ่มกะเหรี่ยง KNU มีการปฏิบัติการทางทหาร ต่อฐานด๊ากวิน ของทหารเมียนมา ด้านตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง อำเภอแม่  สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยการยิงเครื่องยิงลูกระเบิด  ปืนกล และปืนเล็กยาว (ไม่ทราบการสูญเสีย) และปัจจุบันยังคงไม่มีการปฏิบัติการทางอากาศในฝั่งประเทศเมียนมา เป็นระยะเวลา 20 วัน ในส่วนการพิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย เนื่องจากผู้ประกอบการส่งออกสินค้าได้ยื่นเรื่องขอให้ จังหวัดแม่ฮ่องสอนพิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านแม่สามแลบซึ่งคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ได้ประชุมพิจารณาหารือประเด็นการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ  โดยประเมินสถานการณ์การสู้รบรวมถึงปัจจัยต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ถึงแม้ว่าปัจจุบันไม่มีสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมาและกองกำลังชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง KNU ที่รุนแรง แต่เพื่อความปลอดภัย คณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทย – เมียนมา ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงมีมติให้ประเมินสถานการณ์การสู้รบ และปัจจัยอื่นอีกเป็นระยะเวลา 10 วัน เพื่อประกอบการพิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ

ทั้งนี้หากสถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ หรือไม่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จะได้พิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านแม่สามแลบต่อไป ซึ่งตลอดระยะเวลาการเกิดความไม่สงบชายแดนไทย-เมียนมา ริมฝั่งลำน้ำสาละวิน ตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 64 ถึง ปัจจุบันมีราษฎรชาวเมียนมาที่เดินทางข้ามมายังประเทศไทยจากเหตุความไม่สงบในเมียนมาพักในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวจำนวน 4 แห่ง รวม 1,775คน


ภาพ/ข่าว  สุกัลยา / ถาร  อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

จนท.ตรวจพื้นที่อนุญาตดูดทรายแม่น้ำโขง พบคลาดเคลื่อนผิดเงื่อนไขทั้งหมด ซ้ำใช้ไม้ไผ่ปักหลักเล็ง

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม2564 นายปิติพัฒน์ สุธีรัตน์วัฒนา เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดมุกดาหาร ดาบตำรวจพร้อมพงษ์ มาพงษ์ รองหัวหน้ากลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. จังหวัดมุกดาหาร และองค์การบริหารส่วนตำบลบางทรายน้อย ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบการดูดทรายของผู้ประกอบการท่าทรายที่ได้รับอนุญาตให้ดูดทรายในพื้นที่ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่าผู้ประกอบการท่าทรายได้ทำการดูดทรายนอกพื้นที่ได้รับอนุญาต จนทำให้ระบบนิเวศน์เสียหาย ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมงเดือดร้อน และก่อให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอย่างมากมายมหาศาล   

โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดมุกดาหาร ได้ทำการนำเครื่องมือรับสัญญาณดาวเทียมแบบจลน์โดยโครงข่ายดาวเทียม RTK GNSS Network ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทันสมัยมีค่าความผิดเพี้ยนน้อยมาก มาใช้หาค่าพิกัดพื้นที่ได้อนุญาตให้ดูดทรายของผู้ประกอบการรวม 4 ราย ประกอบด้วย  หจก.เอ พี แมชชีนเนอรี่ คอนสตั้คชั่น หจก.ท่าทรายโชคบริบูรณ์ หจก.ป.มุกดาหาร และ น.ส.วาสนา กำยาน

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการบางรายไม่ได้จัดทำหมุดหลักฐานแผนที่ด้วยการปักหลักคอนกรีตบนฝั่งพื้นดินด้านซ้ายและขวาให้มีความคงทนถาวรโดยใช้เพียงลำไม้ไผ่มาปัก และมีการเคลื่อนย้ายจากตำแหน่งเดิมไปปักที่ใหม่ เมื่อเจ้าหน้าที่นำเครื่องมือรับสัญญาณดาวเทียมตรวจสอบค่าพิกัดปรากฏว่าไม่ตรงกับค่าพิกัดตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตให้ดูดทรายของผู้ประกอบการทั้ง 4 ราย โดยมีค่าพิกัดที่ทำการตรวจสอบกับหลักหมุดในเบื้องต้นผิดเพี้ยนไปจากตำแหน่งที่ได้รับอนุญาตประมาณ 20 ถึง 600 เมตร ซึ่งอาจส่งผลทำให้มีผู้ประกอบการดูดทรายนอกพื้นที่ได้รับอนุญาต อันเป็นการผิดเงื่อนไขการอนุญาตให้ดูดทรายเนื่องจากไม่ได้ดูดทรายแต่เฉพาะในบริเวณพื้นที่ได้รับอนุญาต อันอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตได้ทันที

นายปิติพัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบตำแหน่งหลักเล็งพื้นที่ได้รับอนุญาตให้ดูดทรายของผู้ประกอบการทั้ง 4 ราย พบว่ามีความคลาดเคลื่อนลงมาทางทิศใต้ในแนวทางเดียวกันทุกแปลง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะนำค่าพิกัดที่วัดได้ในวันนี้ไปดำเนินการหาค่าความคลาดเคลื่อนโดยละเอียดบนแผนที่อีกครั้ง โดยหากพบว่ามีการคลาดเคลื่อนหรือหลุดไปจากพื้นที่ได้รับอนุญาตมาก ก็จะต้องสั่งให้ผู้ประกอบการหยุดดูดทรายเป็นเวลา 3 วัน โดยจะเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารออกคำสั่งให้ผู้ประกอบการจัดทำหลักเล็งใหม่ให้ถูกต้องตรงกับพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ดูดทรายทุกหลักต่อไป

ดาบตำรวจพร้อมพงษ์ กล่าวว่า ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหารได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบว่าผู้ประกอบการได้ทำการดูดทรายนอกพื้นที่ได้รับอนุญาตตามที่ถูกร้องเรียนจริงหรือไม่ ในเบื้องต้นเมื่อผู้ประกอบการทราบว่าหลักเล็งพื้นที่ดูดทรายมีความคลาดไปจากพื้นที่ได้รับอนุญาตก็ได้รับปากที่จะไปดำเนินการของรังวัดสอบเขตเพื่อปักหลักเล็งใหม่ให้มีความถูกต้องตรงตามพิกัด ขณะที่ผู้นำหมู่บ้านก็จะช่วยทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งหากมีการจัดทำหลักเล็งพื้นที่อนุญาตดูดทรายใหม่ถูกต้องก็จะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย ทั้งยังสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้โดยง่ายอีกด้วย ทั้งนี้ ความคลาดเคลื่อนของหลักเล็งอาจเกิดจากความผิดพลาดทางด้านเทคนิคหรือการรางวัดในขณะที่ดำเนินการปักหลักโดยอาจเป็นการทำโดยไม่มีเจตนาที่จะกระทำผิด ซึ่งเมื่อตรวจพบว่ามีความบกพร่องก็ต้องดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป

อนึ่ง ที่ผ่านมามีชาวบ้านออกมาร้องเรียนทั้งเป็นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร หน่วยงานราชการและผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่ามีการลักลอบดูดทรายในแม่น้ำโขงและดูดทรายนอกพื้นที่ได้รับอนุญาตเป็นจำนวนมากแต่แทบจะไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาตรวจสอบหรือจับกุมดำเนินคดี โดยมักจะอ้างว่าอาจเป็นการดูดในเขตประเทศลาวทั้งที่ยังไม่ได้ออกมาตรวจสอบ จนทำให้มีนายทุนนำเรือมาดูดทรายในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเพิ่มมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในจังหวัดอื่นที่มีพื้นติดแม่น้ำโขงมีการตรวจสอบจับกุมดำเนินคดีอย่างเข้มงวด


ภาพ/ข่าว  ชุดฉก.พญาอินทรีย์ / เดวิท โชคชัย

หึงโหด จ่อยิงสาวดับคาที่นอน ก่อนจ่อยิงขมับตัวเองดับตาม

เมื่อเวลา 18.00น.​ วันที่  20 พฤษภาคม 2564​ พ.ต.ท. ปริญญา กุลรัตน์ สว.(สอบสวน) สภ. พระนครศรีอยุธยา​ รับแจ้งมีเหตุผู้ใช้อาวุธปืนยิงมีผู้เสียชีวิต 2 รายภายในห้องเช่าเลขที่7/17 ต.หอรัตนไชย อ.พระนครศรีอยุธยา​จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ก่อนประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และมูลนิธิร่วมกตัญญูอยุธยาสนับสนุน​ในจุดเกิดเหตุ​แล้วรีบรุดไปตรวจสอบ

ภายในจุดเกิดเหตุ​ที่ห้องเช่าห้องที่ 1พบว่าบนที่นอนมีศพน.ส.โรจนี สืบพงษ์เดช อายุ 47 ปี  มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธ​ปืนที่ศีรษะด้านซ้ายและ​มีผ้าห่มคลุม​ร่างกายอยู่ และบนร่างของหญิงสาวพบร่างของนายพงษ์ ไม่ทราบนามสกุลอายุประมาณ 40-50 ปี  มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ศีรษะด้านขวาในมือขวา มีอาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ ขนาด 38 จำนวน 1 กระบอก พบในรังเพลิงมีปลอกกระสุนปืน 1 ปลอก ที่พื้นห้องพบกระสุนปืนอีก1นัดยังไม่ใช้งานที่บริเวณ​พื้นห้องพบเลือดไหลนองสภาพแห้ง ผู้เสียชีวิตน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 วันภายในห้องยังเปิดแอร์อยู่ตรวจสอบในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือค้นหาสิ่งของใด ๆ

สอบถามเพื่อนผู้​ตายบอกว่าฝ่ายหญิงทำงานเป็นพนักงานนวดแผนไทยอยู่แถวเจดีย์​นักเลง​ ปกติเพื่อน​จะไปทำงานทุกวันแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเห็น​ว่า​ไม่ไปทำงานตนจึงได้เดินทางมาหาผู้​ตายแต่ห้องถูก​ปิดอยู่ตนคิดว่าไม่มีคนอยู่​ในห้องแต่สงสัยว่าทำไมแอร์​ภายในห้องยังทำงานอยู่จึงได้แจ้งให้เจ้าของห้องทราบเพื่อนำกุญแจ​สำรองมาเปิดดู​ก็ผบว่ามีผู้ถูกยิง2รายจึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่​ตำรว​จ​ให้มาตรวจสอบโดยเพื่อนของตนนั้นได้คบหากับฝ่ายชายมาประมาณ​เกือบ​2ปีแล้วแต่อยู่​กันคนละพื้นที่ปกติฝ่ายชายมาหาผู้หญิง​เป็น​ประจำแต่ช่วงหลังเพื่อนเล่าให้ฟังว่าฝ่ายชายชอบหึงหวงว่าจะมีคนมาติดพันตนจึงทะเลาะ​กัน​บ่อยจนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาฝ่ายชายก็มาหาอีกและอาจเคลียร์​ปัญหา​กัน​ไม่​ได้​ฝ่ายชายจึงใช้อาวุธ​ปืน​ยิง​แฟนตัวเองก่อนใช้ปืนกระบอกเดียว​กันจ่อยิงขมับตัวเองดับตามเพื่อจบปัญหา​ในครั้งนี้

ทางด้านเจ้าหน้าที่​ตำรวจสอบสวนเบื่องต้นพบว่าฝ่ายชายเป็น​คนชอบหึงหวงฝ่ายหญิง​ระแวงว่าจะปัญใจให้ชายอื่นก่อนมาพบฝ่ายหญิง​เพื่อเคลียร์​ปัญหา​หัวใจ​ก่อนใช้อาวุธ​ปืนที่พกติดตัวมาจ่อยิงขมับของแฟนสาวและยังขมับของตัวเองตายตามเพื่อจบปัญหา​ความรักในครั้งนี้ซิ่งเจ้าหน้าที่​ตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิด​ใกล้เคียงอีกครั้ง


ภาพ/ข่าว​  สุนทร​ สอนแสนสุข ผู้​สื่อข่าว​จังหวัด​พระนคร​ศรี​อยุธยา​

ตำรวจ ทหาร ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรม และรณรงค์ป้องกัน โควิด-19

เย็นวันที่ 20 พ.ค.64 ที่ สภ.เมืองเชียงราย พล.ต. ศุภฤกษ์  สถาพรผล ผบ.มทบ.37 มอบหมายให้ กยก.มทบ.37 จัดกำลังพล เจ้าหน้าที่จาก ร้อย.สห.มทบ.37 ร่วมกับ พ.ต.อ.โสภณ  ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ปล่อยแถวระดมกวาดล้างแรงงานต่างด้าว โดยมีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย ฝ่ายปกครอง บูรณาการ และเพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในห้วง 19-25 พฤษภาคม 64 บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย


ภาพ/ข่าว  ณัฐวัตร ลาพิงค์ เชียงราย


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top