Saturday, 20 April 2024
INFO & TOON

‘ถึงลูกถึงคน’ สไตล์ ‘พีระพันธุ์’

‘รมว.พีระพันธุ์’ ข้ามน้ำข้ามทะเลกว่า 400 กม. ตรวจงานแท่นขุดเจาะก๊าซแหล่งเอราวัณกลางอ่าวไทย

ส่อง 20 อันดับ ยอดขายรถยนต์ในจีน แบรนด์จีนติดโผเพียบ!! BYD ผงาด!! เบอร์ 1

ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการจัดอันดับแบรนด์รถยนต์จีนในปี 2023 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ Volkswagen ไม่ใช่แบรนด์ที่มียอดขายสูงสุด และสูญเสียตำแหน่งสำคัญนี้ให้กับ BYD ซึ่งสร้างผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าขนานใหญ่

โดยผู้บริโภคในจีนเริ่มเปลี่ยนจากความรักในแบรนด์ต่างประเทศมาสู่แบรนด์ท้องถิ่นมากขึ้น เพราะพวกเขาเชื่อว่าแบรนด์จีนมีศักยภาพและตีโจทย์ความต้องการของพวกเขามากขึ้น ทั้งตัวซอฟต์แวร์ไปจนถึงประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ส่งผลให้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น BYD, Geely, Changan มีความสามารถที่ขึ้นมาท้าทายมากกว่าแบรนด์เจ้าตลาดอย่าง Volkswagen, Toyota, Honda ได้อย่างน่าสนใจ

ในขณะเดียวกัน Tesla ก็ยังคงไต่อันดับต่อไปเนื่องจากความนิยมของ Model Y อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

📝 จดเลย!! รวม ‘พิกัดวัน-สถานที่’📌 สักการะพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ

📝 จดเลย!! รวม ‘พิกัดวัน-สถานที่’📌 สักการะพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ศาสนวัตถุอันมีความสำคัญต่อพุทธศาสนิกชน ซึ่งเดินทางมากจากสาธารณรัฐอินเดีย 🇮🇳 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 

โดยเปิดให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.- 3 มี.ค. 67 หลังจากนั้นจะอัญเชิญไปประดิษฐานในส่วนภูมิภาค เพื่อให้พุทธศาสนิกชนท่านอื่นๆ ได้ร่วมสักการะอย่างทั่วกันต่อไป โดยวันและสถานที่มีดังนี้…

🗓️ 23 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2567
ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

🗓️ 4-8 มีนาคม 2567
ณ หอคำหลวง อุทยานราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

🗓️ 9-13 มีนาคม 2567
ณ วัดมหาวนาราม จังหวัดอุบลราชธานี

🗓️ 14-18 มีนาคม 2567
ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล จังหวัดกระบี่

จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมเข้ากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ได้ตามวัน เวลา และสถานที่ที่ได้แจ้งไว้ตามความสะดวก ✨🙏🏻🇹🇭

‘ฟิลิปปินส์’ ได้กลายเป็นผู้นำเข้า ‘ข้าว’ รายใหญ่ที่สุดของโลกประจำปี 2023/2024

รายงานจาก Satista เผย ‘ฟิลิปปินส์’ ได้กลายเป็นผู้นำเข้า ‘ข้าว’ รายใหญ่ที่สุดของโลกประจำปี 2023/2024 โดยวัดจาก 20 ประเทศชั้นนำของโลก 🌾🌍

ทั้งนี้ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี 4 ประเทศที่นำเข้ามากที่สุด ได้แก่…

1.) ฟิลิปปินส์ 🇵🇭 นำเข้าข้าว 3.8 ล้านตัน 
2.) อินโดนีเซีย 🇮🇩 นำเข้าข้าว 2.5 ล้านตัน 
3.) เวียดนาม 🇻🇳 นำเข้าข้าว 1.4 ล้านตัน 
และ 4.) มาเลเซีย 🇲🇾 นำเข้าข้าว 1.2 ล้านตัน

'ผัดกะเพรา' ครองสุดยอด 'อาหารประเภทผัด' อันดับ 1 ของโลก (2023)

เว็บไซต์อาหาร เทสต์แอตลาส (TasteAtlas) จัดอันดับอาหารจานผัดที่ดีที่สุดในโลก 50 อันดับ จากการรีวิวของผู้ใช้ ปรากฏว่า ‘ผัดกะเพรา’ คว้าอันดับ 1 ไปครอง

ทั้งนี้ ทางเว็บไซต์ดังกล่าวได้อธิบายถึงผัดกะเพราว่า เป็นเมนูผัดดั้งเดิมของไทยที่นำเนื้อสัตว์ที่สับแล้ว หรืออาหารทะเล มาผัดกับใบกะเพราและวัตถุดิบอื่น ๆ กระเทียม พริก และปรุงรสด้วยซีอิ๊ว น้ำตาล และน้ำปลา มักจะเสิร์ฟพร้อมข้าว ไข่ดาว และพริกน้ำปลา

แน่นอนว่านอกจากผัดกะเพราแล้ว ยังมีอาหารจานผัดของไทยอีกอย่างที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรกด้วย ก็คือ ‘ผัดไทย’ โดยอยู่ที่อันดับ 8 ขณะที่ใน 50 อันดับ มีอาหารไทยติดอันดับอีก 3 อย่าง คือ ผัดซีอิ๊ว (อันดับ 19) คั่วกลิ้ง (อันดับ 23) และไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (อันดับ 44)

5 ประเทศที่ ‘คนเวียดนาม’ ไปเรียนต่อมากที่สุด

จากข้อมูลของ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ในปี 2021 เวียดนามเป็นประเทศอาเซียนที่มีประชากรออกไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศ จำนวนทั้งหมด 137,022 คน

โดยจุดหมายยอดฮิต 5 อันดับแรก คือ ญี่ปุ่น (44,128 คน) เกาหลีใต้ (24,928 คน) สหรัฐอเมริกา (23,155 คน) ออสเตรเลีย (14,111 คน) แคนาดา (8,943 คน) นอกจากนี้ ตัวเลขนักเรียนนอกของเวียดนามเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียนยังเรียกได้ว่านำแบบไม่เห็นฝุ่น เพราะอันดับ 2 อย่าง ‘อินโดนีเซีย’ นั้นมีจำนวนนักเรียนที่ไปเรียนต่างประเทศเพียง 59,224 คน อันดับ 3 อย่าง ‘มาเลเซีย’ มี 48,810 คน ขณะที่ ‘ไทย’ ที่มาเป็นอันดับที่ 4 มีทั้งหมด 28,609 คน

ปัจจัยที่ทำให้เวียดนามมีนักเรียนออกไปเรียนต่างประเทศได้มาก มีทั้ง ‘ค่านิยมในการออกไปเรียนต่างประเทศของชาวเวียดนาม’ เอง ในกรณีที่เป็นครอบครัวมีฐานะและมีกำลังส่งลูกหลานไปเรียน และ ‘ทุนการศึกษาจากต่างประเทศ’ 

โดยในหมู่ทุนการศึกษาทั้งหมด ทุนที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ คือ ทุนจากมูลนิธิ Vietnam Education Foundation (VEF) ที่ ‘สหรัฐอเมริกา’ ตั้งขึ้นในปี 2003 เพื่อให้ทุนการศึกษาเด็กเวียดนามไปศึกษาต่อในสหรัฐฯ โดยใช้เงินจำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เวียดนามส่งเป็นเงินใช้หนี้สงครามให้สหรัฐฯ ทุกปี โดยส่วนมากจะได้เข้าศึกษาในคณะและสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยดังระดับโลกต่าง ๆ ทั้ง Harvard และ Stanford

ความสำคัญของทุนนี้เห็นได้ชัดจากผลงานของผู้ได้รับทุนเก่าที่ส่วนมากกลับมาทำงาน และประสบความสำเร็จในการสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ในประเทศ โดยเฉพาะสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยี โดยผลงานที่โดดเด่นของผู้ได้รับทุน VEF ก็อย่างเช่น Palexy บริษัทสตาร์ตอัปด้านแมชชีนเลิร์นนิ่ง และ VNG บริษัทยูนิคอร์นเจ้าของแอปแชท Zalo ที่ในปัจจุบันเป็นที่นิยมในเวียดนามมากกว่า Facebook

นี่ทำให้นอกจากเวียดนามจะมีเด็กไปเรียนต่างประเทศเป็นจำนวนมากแล้ว จำนวนหนึ่งยังเป็นผู้ที่กำลังศึกษาด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นแรงงานที่เป็นที่ต้องการมากในหลาย ๆ ประเทศที่กำลังแข่งขันกันสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้ง เวียดนามที่มีการเติบโตรวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีศักยภาพในการดึงแรงงานกลับประเทศ ไม่เกิดปรากฏการณ์ ‘สมองไหล’ อย่างที่ผ่านมา

ปัจจุบัน เวียดนามมีตลาดงานที่พร้อมรองรับบัณฑิตศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เพราะเป็นประเทศที่มีบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ สนใจเข้าไปลงทุนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น LG และ Alibaba และมีศักยภาพในการผลิตสินค้าเทคโนโลยีระดับสูงต่าง ๆ โดยในปี 2020 มีการส่งออกสินค้าในประเภทนี้คิดเป็นสัดส่วนถึง 42% เพิ่มจากเพียง 13% ในปี 2010

จากการศึกษาของ Google, Temasek, และ Bain เวียดนามจะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตมากที่สุดในภูมิภาคภายอาเซียนภายในปี 2025 และดึงดูดเงินลงทุนได้มากที่สุดในระหว่างปี 2025-2030

‘ไทย’ คว้าอันดับ 7 ดัชนีของเอเชียแปซิฟิก ด้านความเป็นเลิศการศึกษา ‘STEM’

นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์เป็นส่วนสำคัญสูงสุดในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยล่าสุด Center for Excellence in Education (CEE) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรได้สร้างดัชนีความพร้อมด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกในการเปรียบเทียบคุณภาพของนักเรียนประเทศต่าง ๆ 

สำหรับดัชนีความเป็นเลิศของ CEE ในด้านการศึกษา STEM จะประเมินว่านักเรียนมีความพร้อมทางวิชาการสำหรับการแข่งขันระดับโลก โดยจะเปรียบเทียบผลงานโอลิมปิกวิชาการโดยรวมตามประเทศ คำนวณค่าเฉลี่ยและการจัดอันดับตามประเทศที่เข้าร่วม และตรวจสอบผลงานของนักเรียนในการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการที่เกี่ยวข้องกับ STEM ทั้ง 5 รายการ

ทั้งนี้ ดัชนีฯ ดังกล่าวช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายและนักการศึกษามีเครื่องมือสำคัญในการวัดว่านักสร้างสรรค์รุ่นต่อไปของแต่ละประเทศมีอนาคตดีเพียงใดเมื่อเปรียบเทียบกับผู้สร้างนวัตกรรมทั่วโลก โดยการพัฒนาเศรษฐกิจจีนมีความเกี่ยวข้องกับความสำเร็จของจีนในการแข่งขัน STEM Olympiads การทบทวนวิธีที่จะฝึกอบรมผู้นำรุ่นต่อไปจะต้องรวมเครื่องมือนี้ไว้ด้วย

สำหรับ ดัชนีฯ นี้จะแสดงข้อมูลต่อไปนี้ตามผลรวมของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนานาชาติในสาขาชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ และสารสนเทศ (IT) โดยในการจัดอันดับดัชนีฯ พบว่า อันดับ 1. ได้แก่ จีน อันดับ 2. เกาหลีใต้ อันดับ 3. สิงคโปร์ อันดับ 4. เวียดนาม อันดับ 5. ญี่ปุ่น อันดับ 6. ไต้หวัน อันดับ 7. ไทย อันดับ 8. อิหร่าน อันดับ 9. อินโดนีเซีย อันดับ 10. อินเดีย อันดับ 11. ออสเตรเลีย และอันดับ 12. ฮ่องกง

ซึ่งดัชนีฯ ยังเผยให้เห็นว่าในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศในเอเชียได้เข้ามาครองการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ส่งผลให้ผลงานของนักเรียนจากยุโรปลดลง ตัวอย่างเช่น เยอรมนี เป็นประเทศแรกในปี 1989, 1988 และ 1982 แต่หลังจากนั้นก็ถูกเขี่ยออกจาก 30 อันดับแรก แม้ว่าจะมีประชากรเพียง 1/8 ของเยอรมนี แต่ฮังการีก็ยังคงรั้งอันดับที่ 20 ได้ ซึ่งถือเป็นการลดลง จากอันดับ 1 หรือ 2 ที่ได้รับในทศวรรษ 1960 และต้นทศวรรษ 1970 

โดยน่าประหลาดใจที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยกว่า 6 ล้านคน (น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของฮังการี) สามารถเสมอกับเวียดนามเป็นอันดับที่ 5 ได้ การทบทวนผลงานของทีม USA ตั้งแต่ปี 1993 ถึงปัจจุบันเผยให้เห็นอันดับเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เส้นแนวโน้มแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากการจัดอันดับอันดับที่หกโดยประมาณเป็นอันดับสองหรือสามรองจากจีน

นอกจากนี้ การแข่งขันที่ดุเดือดในธุรกิจระดับโลกได้ผลักดันให้นักศึกษามีความเป็นเลิศในการแข่งขันทางวิชาการเพื่อที่จะโดดเด่น จากข้อมูลของ DiGennaro รัฐบาลส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนโครงการโอลิมปิกวิชาการในประเทศต่าง ๆ รวมถึงการฝึกอบรมและทรัพยากรอื่นๆ เช่น ครูและนักเรียน อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา

โดยประเทศจีนได้ลงทุนมหาศาลในการแข่งขันเหล่านี้ และอาจจะทำให้จีนได้เปรียบอย่างมากนอกเหนือจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ สิ่งสำคัญ คือ ต้องเน้นว่าจีนใช้เงินจำนวนมากกับการวิจัยและพัฒนา ซึ่งลดลงในยุโรป

States TOON EP.157

ใจนักเลง!!

***สงวนลิขสิทธิ์ภาพดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ แต่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ต่อได้ ตามต้นฉบับนี้ โดยไม่ต้องขออนุญาต

 

12 คนบันเทิง ติดลิสต์ 100 Finalists of The People Awards 2024

🔎 ส่อง 12 โฉมหน้าคนบันเทิงที่เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศรู้จักกันดี จาก 100 Finalists of The People Awards 2024 ใต้แนวคิด ‘People Go Beyond’ ต้นแบบคนผู้ทะยานข้ามขีดจำกัด จะมีใครบ้าง มาดูกัน!!

อย่าทำเป็นเล่นไป!! เพราะบ้านเรานี่ก็อยู่ในความเสี่ยงระดับหัวๆ เหมือนกันนะเนี่ย!!

อย่าทำเป็นเล่นไป!! เพราะบ้านเรานี่ก็อยู่ในความเสี่ยงระดับหัวๆ เหมือนกันนะเนี่ย!!
 

‘ขนมครก’ ของไทย สุดปัง!! ขึ้นแท่นอันดับ 4 เมนูแพนเค้กที่ดีที่สุดในโลก

เว็บไซต์อาหารชื่อดัง ‘Taste Atlas’ จัดอันดับเมนูขนมประเภทแพนเค้ก ทำ ‘ขนมครก’ ของไทย ไต่ขึ้นอันดับ 4 เมนูแพนเค้กขึ้นชื่อระดับโลก!!

ขณะที่อันดับ 1 เป็น เครป จากฝรั่งเศส ตามมาด้วยอันดับ 2 Kaiserschmarrn จาก ออสเตรีย, เจียนปิง ของจีน ในอันดับที่ 3 ส่วนอันดับที่ 5 ได้แก่ Crêpes Normande ของนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส

อันดับที่ 6 Crespelle alla Valdostana จาก อิตาลี, อันดับที่ 7 Blini จากรัสเซีย, อันดับที่ 8 Jeon จากเกาหลีใต้, อันดับที่ 9 Okonomiyaki จาก ญี่ปุ่น และอันดับที่ 10 Dosa จากอินเดีย

States TOON EP.156

ทายาท!!

***สงวนลิขสิทธิ์ภาพดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ แต่อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ต่อได้ ตามต้นฉบับนี้ โดยไม่ต้องขออนุญาต 

นักท่องเที่ยวชาวไทยครองแชมป์จำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดใน #ลาว ประจำปี 2566

โดยกระทรวงสารสนเทศ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ของ สปป.ลาว เผย #ท็อปเทน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวลาวในปี 2023 

The Ministry of Information, Culture, and Tourism unveiled the 2023 tourist arrival data. Here are the top 10 tourist nationalities that entered #Laos last year.

สรุป 8 ข้อท้วงติงจาก ป.ป.ช. ส่อ 'ดิจิทัลวอลเล็ต' เสี่ยง 'ทุจริต-ผิดกฎหมาย'

‘นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต’ ถือเป็นนโยบายเรือธงของ ‘พรรคเพื่อไทย’ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่ ด้วยการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยการใช้จ่ายใกล้บ้านด้วยกระเป๋าเงินดิจิทัล นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และเตรียมความพร้อมสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว

แต่ดูเหมือนว่าจะติดขัดในเรื่องข้อกฎหมาย ซึ่งทางด้าน ป.ป.ช. ก็ได้ออกมาท้วงติง และชี้ให้เห็นช่องโหว่หลาย ๆ ด้าน วันนี้ THE STATES TIMES ได้รวบรวม 8 ข้อท้วงติงมาให้แล้ว จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

เช็กพฤติกรรมผู้อ่าน LINE TODAY ปี 2023 แต่ละวัย ชอบคอนเทนต์แบบไหนกันนะ!!

LINE TODAY เปิดอินไซต์พฤติกรรมบริโภคคอนเทนต์  - ข่าวสารของคนไทยบนแพลตฟอร์มในรอบปีที่ผ่านมา พบ ‘การเมือง - ดวง - บันเทิง’ ครองหมวดเนื้อหามาแรงที่สุด พร้อมเผยความชอบตามช่วงวัย พบผู้อ่านวัยต่ำกว่า 30 ปีสนใจชอบ ‘บันเทิงเอเชีย’ ขณะที่ก็ตื่นตัวเรื่องการเมืองไม่แพ้กัน 

>>ท็อป 3 หมวดคอนเทนต์คนไทยนิยมเสพในรอบปี  

1) การเมือง การเลือกตั้งในปีที่ผ่านมาถือเป็นวาระสำคัญของประเทศที่ทำให้เรื่องการเมืองอยู่ในความสนใจของคนทุกช่วงวัย ตามด้วยเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่าร้อนระอุแบบไม่แผ่ว ส่งให้คอนเทนต์การเมืองถูกอ่านรวมกว่า 514 ล้านวิว นอกจากนั้น ยอดวิวการเข้าชมไลฟ์นับผลคะแนนเลือกตั้งยังพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 5.4 ล้านวิว โดยบุคคลและคำสำคัญที่ถูกคลิกอ่านมากที่สุด ได้แก่ ‘ก้าวไกล - พิธา - ทักษิณกลับไทย - ดิจิทัลวอลเล็ต และ สมรสเท่าเทียม’ 

2) ดวงชะตาราศี เป็นหมวดที่ไม่เคยหลุดออกจากความสนใจคนไทยไม่ว่าจะปีไหน โดยผู้ใช้งานนิยมติดตามคอนเทนต์ดวงประจำวัน สีมงคล เสี่ยงเซียมซี และตรวจดวงชะตาจากคำทำนายจากหมอดูชื่อดัง รวมมียอดวิวมากถึง 473 ล้านครั้ง โดยหมอดูที่ผู้อ่านโหวตชื่นชอบที่สุดได้แก่ ‘หมอไก่ พ.พาทินี’

3) บันเทิง หมวดเนื้อหาที่มาพร้อมกับความสนุกในทุกแง่มุมของวงการบันเทิง จึงไม่แปลกใจที่จะอยู่ในความสนใจคนทุกช่วงวัย ซึ่งเฉพาะบันเทิงไทยหมวดเดียวก็มียอดวิวรวมกว่า 316 ล้านวิว นอกจากนี้ ‘ลิซ่า แบล็กพิงค์’ และ ‘แอฟ ทักษอร’ ยังรั้งตำแหน่งคนบันเทิงที่มีเรื่องราวถูกติดตามอ่านมากที่สุด 

ขณะที่คอนเทนต์เกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ถูกอ่านมากที่สุด ได้แก่ ‘สัปเหร่อ’ และละครไทย ได้แก่ ‘พรหมลิขิต’ ที่มีประเด็นร้อนหลายแง่ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้าน ‘พีพี กฤษฏ์ - บิวกิ้น พุฒิพงศ์’ ครองโหวตศิลปินแห่งปี ​และฝั่ง ‘นางงาม’ หัวข้อที่คึกคักไม่แพ้กัน เพราะมีการเข้าชมไลฟ์ Miss Universe Thailand 2023 รวมกว่า 1.5 ล้านวิว โดย ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ ซิวมง ‘ข่าวบันเทิงแห่งปี’ และ ‘อิงฟ้า วราหะ’ คว้าตำแหน่ง ‘แฮชแท็กแห่งปี’ จากคะแนนโหวต 

นอกจากนี้ ยังพบว่าคอนเทนต์หมวด ‘สุขภาพ’ มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ โดยผู้ใช้งานติดตามบทความเกี่ยวกับสุขภาพจิตและการดูแลตนเอง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ที่อยู่ในความกังวลคนไทยอย่างต่อเนื่อง มียอดอ่านมากถึง 187 ล้านวิว จากเฉพาะเรื่องฝุ่น

>>เผยพฤติกรรมผู้อ่านจากระบบ AI ช่วงวัยไหน ชอบอ่านอะไร 

-กลุ่มผู้อ่านอายุต่ำกว่า 20 ปี สนใจเนื้อหาบันเทิง และ ข่าวทั่วไป เป็นสัดส่วนถึง 80% ของเนื้อหาที่คนกลุ่มนี้บริโภค 

-กลุ่มผู้อ่านอายุ 20 - 30 ปี สนใจเนื้อหาบันเทิงมากที่สุด โดยเฉพาะ “บันเทิงเอเชีย” แต่ก็ตื่นตัวติดตามเรื่องการเมืองเพิ่มขึ้นถึง 67% ในเวลาเดียวกัน  

-กลุ่มผู้อ่านอายุ 30 - 40 ปีขึ้นไป สนใจคอนเทนต์ดวงชะตาราศี ลอตเตอรี่ ไลฟ์สไตล์-กินเที่ยว

-กลุ่มผู้อ่านวัย 50 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มวัยที่มีความสนใจโดยเฉลี่ยหลากหลายที่สุด ตั้งแต่เศรษฐกิจ กีฬา สังคม การเมือง ต่างประเทศ และบันเทิง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top