Friday, 5 June 2026
แบดมินตันไทย

‘ครีม บุศนันทน์’ ผงาดคว้าแชมป์แบดมินตัน ‘แคนาดา โอเพ่น 2024’ หลังโชว์อึดปราบสาวเดนมาร์ก จนขยับขึ้นแท่นมือ 1 ของไทยคนใหม่

(8 ก.ค.67) ‘ครีม’ บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ นักแบดมินตันไทย มือวางอันดับ 3 ของรายการ มืออันดับ 19 ของโลก ผงาดคว้าแชมป์หญิงเดี่ยวแบดมินตันโยเน็กซ์ แคนาดา โอเพ่น 2024 เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 500 ไปครองได้สำเร็จ

โดย ‘น้องครีม’ โชว์พลังอึดในการเล่นเกมรับก่อนปราบ ลีเน่ คเจอร์เฟลด์ท มือวางอันดับ 4 ของรายการ มืออันดับ 21 ของโลกจากเดนมาร์ก ไปได้ 2 เกมรวด 21-16 , 21-14 คว้าแชมป์ระดับเวิลด์ทัวร์ได้ในรอบ 2 ปี ต่อจาก อินเดีย โอเพ่น 2022 รวมถึงเป็นแชมป์ในระดับเวิลด์ทัวร์ รายการที่ 4 ของเจ้าตัว และเป็นนักแบดมินตันหญิงเดี่ยวไทยคนที่ 2 ที่สามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้ต่อจาก แน็ต ณิชชาอร จินดาพล ในปี 2013 พร้อมรับเงินรางวัลทั้งสิ้น 31,500 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,165,500 บาท

หลังการแข่งขัน บุศนันทน์ ได้โพสต์ข้อความขอบคุณแฟน ๆ รวมถึงทีมงาน และครอบครัว โดยระบุว่า "ขอขอบคุณ...กำลังใจจากทุก ๆ คน ที่ส่งมาให้ตลอดมานะคะ ดีใจมาก ๆ ค่ะ ที่วันนี้สามารถทำให้หลาย ๆ คนยิ้มได้แล้วก็สนุกกับการเชียร์กีฬาค่ะ"

ทั้งนี้ จากการคว้าแชมป์ Yonex Canada open 2024 ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับ Super 500 ทำให้อันดับโลกจากการจัดอันดับของสหพันธ์แบดมินตัน หรือ BWF ในสัปดาห์นี้ น้องครีม จะขยับอันดับขึ้นมาเป็นหญิงเดี่ยวมือ 1 ของไทย อยู่อันดับที่ 15 ของโลก (จากเดิม 19) , ตามด้วย เม ศุภนิดา อันดับ 16, หมิว อันดับ 18, เมย์ รัชนก อันดับ 21 และ แครอท อันดับ 39

'ในหลวง ร.9' ทรงทำนายอนาคต 'แบดมินตันไทย' หนึ่งในกีฬาที่คนไทยสามารถก้าวสู่ระดับโลกได้

(7 ส.ค. 67) ‘กีฬาแบดมินตัน’ เป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 'รัชกาลที่ 9' โปรดปรานมาก พระองค์ทรงนิยมเล่นหลายประเภท ทั้งประเภทคู่ และประเภทสามคน ในช่วงเวลานั้น กีฬาแบดมินตันของประเทศไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลาย แต่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

ครั้งหนึ่ง 'ในหลวงรัชกาลที่ 9' ทรงรับสั่งกับผู้ใกล้ชิดว่า กีฬาแบดมินตันเป็นกีฬาหนึ่งในไม่กี่ประเภทที่คนไทยสามารถจะไต่เต้าไปสู่ระดับโลกได้ เพราะไม่เสียเปรียบทางด้านรูปร่าง และพละกำลังมากจนเกินไป โดยทรงมีรับสั่งถึงประเด็นนี้หลายครั้ง และต่อมาได้พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ ให้กับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย เมื่อพ.ศ. 2493

ในฐานะนักกีฬา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงแบดมินตันอย่างนักกีฬาไม่ทรงแสดงอาการกริ้ว หรือพิโรธอย่างใด เมื่อทรงลูกเสีย หรือแม้กระทั่งผู้ที่ถวายตีลูกเสีย หรือทรงถูกกระทบกระทั่งถึงพระวรกาย จากความเข้มข้นในเกมการเล่น ก็ไม่ทรงถือพระองค์แต่อย่างใด อันแสดงให้เห็นว่า ทรงเป็นนักกีฬาที่มีน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง

นอกจากทรงแบดมินตันเป็นการส่วนพระองค์แล้ว ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการกีฬาแบดมินตันเป็นอันมาก ทรงสามารถวิเคราะห์ถึงการเล่น และรับสั่งวิจารณ์ถึงวิธีการเล่นของนักแบดมินตันระดับโลกแต่ละคนได้เป็นอย่างดี และทรงนำมาปรับปรุงเพื่อพัฒนาฝีมือเทคนิคการเล่นของพระองค์เอง

อีกทั้งยังทรงชี้แนะพระราชทานข้อแก้ไขเทคนิคการเล่นแก่นักกีฬาของไทยด้วยพระเมตตา และพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ก่อเกิดการพัฒนาอย่างใหญ่หลวง แก่กีฬาแบดมินตันในประเทศไทย จนเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในเวทีแบดมินตันโลกได้ในที่สุด

แม้ในระยะหลังของรัชกาล จะทรงเล่นแบดมินตันน้อยลงจนต้องงดไปในที่สุด แต่ก็ยังทรงสนับสนุนกีฬาชนิดนี้เรื่อยมา และส่งต่อความสนใจมาถึง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ทั้งยังทรงพระราชทานทุนทรัพย์เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพนักแบดมินตันไทยไปสู่ระดับโลกเรื่อยมา

สำหรับความเป็นมาของแบดมินตันในไทยนั้น การเล่นแบดมินตันได้เข้ามาสู่ประเทศไทยในราวปี พ.ศ. 2456 โดยเริ่มเล่นกีฬาแบดมินตันแบบมีตาข่าย โดยพระยานิพัทยกุลพงษ์ ได้สร้างสนามแบดมินตันขึ้นที่บ้าน ตั้งอยู่ริมคลองสมเด็จเจ้าพระยาธนบุรี แล้วนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายออกไป การเล่นแบดมินตันครั้งนั้น นิยมเล่นข้างละ 3 คน

จากนั้น ประมาณปี พ.ศ. 2462 สโมสรกลาโหมได้จัดแข่งขันแบดมินตันทั่วไปขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจัดการแข่งขัน 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทเดี่ยว, ประเภทคู่ และประเภทสามคน ปรากฏว่าทีมแบดมินตันบางขวางนนทบุรี (โรงเรียนราชวิทยาลัยบางขวางนนทบุรี) ชนะเลิศทุกประเภท และมีนักกีฬาแบดมินตันฝีมือดี เดินทางไปแข่งขันยังประเทศใกล้เคียงอยู่บ่อยๆ

ปี พ.ศ. 2494 พระยาจินดารักษ์ได้ก่อตั้งสมาคมชื่อว่า 'สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย' เมื่อแรกเริ่ม มีอยู่ 7 สโมสร คือ สโมสรสมานมิตร, สโมสรบางกอก, สโมสรนิวบอย, สโมสรยูนิตี้, สโมสร ส.ธรรมภักดี, สโมสรสิงห์อุดม และ สโมสรศิริบำเพ็ญบุญ ในปีเดียวกัน สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย 

สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย มีนักกีฬาแบดมินตันที่มีฝีมือดีอยู่มาก และจากการที่ได้เข้าแข่งขันในรายการต่างๆ ของโลก ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งโธมัสคัพ อูเบอร์คัพ และการแข่งขันออลอิงแลนด์ ซึ่งวงการกีฬาแบดมินตันถือว่าเป็นการแข่งขันชิงชนะเลิศระดับโลกประเภทรายบุคคล ซึ่งนักกีฬาของประเทศไทยก็เคยได้ตำแหน่งรองชนะเลิศทั้ง ประเภทชายเดี่ยว และชายคู่มาแล้ว วงการแบดมินตันของไทยยกย่อง นายประวัติ ปัตตพงศ์ (หลวงธรรมนูญวุฒิกร) เป็นบิดาแห่งวงการแบดมินตันของประเทศไทย

ศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน อดีตนักแบดมินตันทีมชาติไทย ได้บันทึกว่า "การแข่งขันในวันนั้นเป็นการแข่งขันหน้าพระที่นั่งและเป็นการแข่งขันที่คนดูมากที่สุด เป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างยิ่ง ถึงกับทรงมีรับสั่งภายหลังจากการแข่งขันว่าเป็นการแข่งขันที่สนุก ทั้งตันโจฮอค และข้าพเจ้า แข่งขันกันอย่างนักกีฬา มียิ้มหัวกันตลอดเวลาร่วมชั่วโมงที่ขับเคี่ยวกัน" 

"เป็นบุญวาสนาของวงการแบดมินตันไทยเป็นอย่างยิ่ง ที่สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย มิเพียงแต่เป็นสมาคมที่อยู่ภายใต้พระอุปถัมภ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น แต่พระองค์ท่านยังทรงกีฬาแบดมินตันเป็นพระราชกิจวัตร และโปรดปรานแบดมินตันอย่าง ชนิดจะหาพระมหากษัตริย์องค์ใดในโลกมาเปรียบเทียบมิได้ ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม วงการแบดมินตันไทยสมัยนั้นได้รับการอุ้มชูสนับสนุนอย่างดีที่สุด และพระนามของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา จึงมีความสัมพันธ์กับวงการแบดมินตันของไทยอย่างแน่นแฟ้นตราบเท่าทุกวันนี้"

“พวกเราได้รับพระมหากรุณาธิคุณเข้าเฝ้ากราบบังคมลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่นักแบดมินตันไทยทั้ง 4 ให้พวกเรากระทำตนเป็นนักกีฬาที่ดี รักษาชื่อเสียงของประเทศชาติ และข้าพเจ้าเนื้อตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นและตื้นตันใจ เมื่อรับสั่งชมข้าพเจ้าว่า วันที่แข่งขันกับ ตันโจฮอก เจริญเล่นได้ดี เล่นได้สนุก ไม่เคร่งเครียด สมเป็นนักกีฬาที่ดี จากกระแสรับสั่งในครั้งนั้น ได้มีอิทธิพลอย่างมหาศาลทำให้ข้าพเจ้าเพิ่มความสนุกในการเล่นของตนเองเสมอ และทำให้เข้าใจซาบซึ้งถึงแก่นแท้และคุณค่าของคำว่า นักกีฬา"

นี่คือส่วนหนึ่งของบันทึกประวัติศาสตร์ที่ถูกถ่ายทอด คือ พระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อวงการแบดมินตันของประเทศไทย ให้พัฒนาจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน 

แชมป์โลกมีแล้ว เงินโอลิมปิกก็มี ทำไมยังเกิดดราม่า 'หมิว พรปวีณ์' มือ 1 ทีมชาติ ยื่นถอนตัวจากซีเกมส์ ถอดสมการ 'ผลงาน vร ระบบ' ในแบดไทย

ปลายตุลาคม 2568 วงการขนไก่ไทยสะเทือนอีกระลอก เมื่อ “หมิว–พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์” มือหนึ่งหญิงไทย ยื่นถอนตัวจากทีมซีเกมส์ โดยให้เหตุเรื่องความไม่สบายใจต่อวิธีทำงาน/การสื่อสารของสมาคม ไม่ใช่แค่ประเด็นเบี้ยเลี้ยงอย่างที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้า ทั้งหมดเกิดขึ้นในห้วงคาบเกี่ยวก่อนซีเกมส์ครั้งที่ 33 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ 9–20 ธันวาคม 2025 ที่กรุงเทพฯ–ชลบุรี–สงขลา

บทความนี้ชวน “ถอดสมการ” ว่า เหตุใดเมื่อฝั่ง “ผลงาน” ไปไกลระดับโลก แต่ฝั่ง “ระบบ” ยังทำให้เกิดดราม่าซ้ำ ๆ และเราควรซ่อมตรงไหนก่อนซีเกมส์

1) ฝั่ง “ผลงาน”: ทศวรรษทองของแบดไทยจริง ๆ
แชมป์โลก 3 ครั้งจาก 3 ยุค:
• เมย์–รัชนก คว้าแชมป์โลกเดี่ยวหญิง (2013) และเป็นมือหนึ่งโลกหญิงเดี่ยวคนแรกของไทย (เม.ย. 2016)
• บาส–ปอป้อ คว้าแชมป์โลกคู่ผสม (2021) และขึ้นมือหนึ่งโลกคู่ผสม (7 ธ.ค. 2021)
• วิว–กุลวุฒิ คว้าแชมป์โลกเดี่ยวชาย (2023) และขึ้นมือหนึ่งโลกชายเดี่ยวคนแรกของไทย (มิ.ย. 2025)
โอลิมปิก ปารีส 2024: วิว–กุลวุฒิ คว้า “เหรียญเงิน” ประวัติศาสตร์ให้ไทย (พ่าย Axelsen ในนัดชิง)
ทีมเวทีใหญ่ & เจ้าภาพมืออาชีพ: ไทยพาทีมหญิงเข้าชิง Uber Cup 2018 เป็น “รองแชมป์โลกประเภททีม” ครั้งแรกของชาติ และเป็นเจ้าภาพ Thomas & Uber Cup อย่างยอดเยี่ยมที่อิมแพ็ค อารีน่า
ฮับการแข่งขันโลกช่วงโควิด: “Bangkok Bubble” เปิดฉาก 2 ไทยแลนด์โอเพ่น (Super 1000) ต่อด้วย World Tour Finals 2020 ที่กรุงเทพฯ/นนทบุรี ในเดือนมกราคม 2021 ช่วยพยุงทัวร์กลับมาเดินต่อได้
ซีเกมส์ 2017: ไทย “กวาด 4 ทอง” สูงสุดในประวัติศาสตร์นับแต่เข้าร่วม
บทบาทสากล: เม.ย. 2025 คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ได้รับเลือกเป็นประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) วาระ 2025–2029 ตอกย้ำ Soft Power กีฬาไทยบนโต๊ะโลก
สรุปฝั่งผลงาน: ไทย “มีทั้งคนและระบบแข่งขัน” จนแตะเพดานโลก—จากเดี่ยวหญิงสู่คู่ผสมและเดี่ยวชาย, จากนักกีฬาถึงความสามารถจัดอีเวนต์ระดับท็อป

2) ฝั่ง “ระบบ”: จุดเปราะที่ยังสะสม
• คอมมูนิเคชันในภารกิจทีมชาติ — กรณีหมิวสะท้อน “ขั้นตอน/กำหนดการ” ที่ไม่ชัด เช่น การแจ้งทดสอบสมรรถภาพย้อนหลัง ฯลฯ ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นแม้นอกสนามจะทำผลงานดีเพียงใด
• สวัสดิการ-เบี้ยเลี้ยง — กระแสหั่นเบี้ยเลี้ยง 6,000 บาท/วัน จุดไฟถกเถียง “มาตรฐานดูแลนักกีฬาทีมชาติ” เมื่อเทียบกับภาระซ้อมและความเสี่ยงเจ็บป่วย
• ความต่อเนื่องของโครงสร้างบริหาร — แม้ไทยได้เก้าอี้ BWF แต่การ “ส่งแรงสะท้อนจากห้องแต่งตัว” กลับเข้าองค์กรยังเป็นงานยาก ซึ่งถ้าไม่เคลียร์เร็วจะกระทบฟอร์มก่อนซีเกมส์โดยตรง

3) ถอดสมการ ‘ผลงาน vs ระบบ’
แบดไทยวันนี้เหมือนบริษัทที่ “ยอดขายพุ่ง” แต่ “ระบบหลังบ้าน” ยังมีช่องโหว่—ผลงานระดับโลกพิสูจน์แล้วว่าเราไปต่อได้ไกล แต่ความไว้วางใจของนักกีฬา (และแฟน ๆ) ต้องมาจากมาตรฐานการดูแล + ขั้นตอนชัด + สื่อสารโปร่งใส โดยเฉพาะในช่วงที่ทั้งประเทศจับตาเจ้าภาพซีเกมส์

4) Roadmap 5 ข้อ “กู้ศรัทธา” ก่อนพิธีเปิดซีเกมส์
1) ประกาศ Charter ทีมชาติฉบับย่อ (1 หน้า) – ระบุสิทธิ/หน้าที่, ไทม์ไลน์คัดตัว–เทสฟิต, หลักเกณฑ์เบี้ยเลี้ยง–โบนัส ให้เคลียร์ในที่เดียวและเผยแพร่สาธารณะ
2) ตั้ง Athlete Liaison (ผู้ประสานนักกีฬา) 24/7 – ช่องทางเร่งด่วน/ติดตามข้อร้องเรียนภายใน 48 ชม. พร้อมแดชบอร์ดสถานะเรื่องร้องทุกข์ (ไม่เปิดชื่อ)
3) Re-benchmark เบี้ยเลี้ยง – เทียบมาตรฐานคู่แข่งชั้นนำในภูมิภาค/โลก แล้วประกาศอัตราใหม่แบบขั้นบันไดตามสเตตัส (ตัวจริง–สำรอง–เยาวชน) และตามประเภททัวร์
4) คณะทำงานร่วม (นักกีฬา–สตาฟ–ผู้บริหาร) – ประชุมรายเดือน “สนามซ้อมสู่ห้องประชุม” บันทึกมติ-กำหนดเส้นตายแก้ไขปัญหา (publish มติย่อ)
5) สื่อสารเชิงรุกก่อนซีเกมส์ – แถลงสรุปความพร้อมทีมแบดไทย, เป้าหมายเหรียญ, และมาตรการดูแลนักกีฬา เพื่อตัดไฟดราม่าหน้างาน

5) สิ่งที่ควร “โฟกัส” ถึง 20 ธ.ค. 2025
• สถานะทีม/รายชื่อชุดซีเกมส์หลังกรณีหมิว – สมาคมฯ เดินเกมยื้อ–เยียวยาอย่างไร และบทเรียนจะถูกทำให้เป็นมาตรฐานถาวรได้หรือไม่
• ฟอร์ม “วิว–กุลวุฒิ” มือหนึ่งโลกคนแรกของไทย—ตัวชี้วัดความมั่นใจของทั้งทีมในเวทีเหย้าใหญ่สุดรอบหลายปี
• การบริหารงานเจ้าภาพ—ไทยมีประสบการณ์ Bangkok Bubble แล้ว มาตรฐานอีเวนต์ซีเกมส์ควร “ลื่น–โปร่ง–มืออาชีพ” ไม่แพ้ทัวร์ BWF ใหญ่ ๆ

บทสรุป
แบดมินตันไทย “พิสูจน์ศักยภาพบนคอร์ต” มาหลายปี—แชมป์โลก 3 สมัย 3 ราย, เหรียญเงินโอลิมปิก, มือหนึ่งโลกหลายประเภท, ความสามารถจัดทัวร์ระดับโลก แต่ถ้าจะชนะ “ทั้งในคอร์ตและในคอมเมนต์” เราต้องยกระดับระบบดูแลนักกีฬาและการสื่อสาร ให้สมศักดิ์ศรีเจ้าภาพซีเกมส์ นี่คือเวลาที่สมาคมแบดฯ จะ “ล็อกมาตรฐานใหม่” ให้ผลงานและระบบเดินไปด้วยกัน—และถ้าทำได้ ซีเกมส์ปลายปีนี้อาจกลายเป็นหมุดหมายที่แฟนกีฬาไทยจะจำด้วยความภูมิใจยิ่งกว่าเดิม

คืนฟอร์มโหด!! “รัชนก”“เมย์ รัชนก” ล้างตาแบบเนียนกริบ ไล่ต้อน “หาน เยี่ย” 2-0 เกม เข้ารอบรองชนะเลิศศึกเวิลด์ทัวร์ พร้อมประกาศความพร้อมล่าแชมป์

(20 ธ.ค. 68) เช้าวันที่ 19 "เมย์" รัชนก อินทนนท์ สร้างฟอร์มเก่ง ไล่อัด หาน เยี่ย มืออันดับต้นจากจีน 2-0 เกม 21-17, 21-10 เข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึก HSBC BWF World Tour Finals 2025 ที่หางโจว ประเทศจีนได้สำเร็จ

เกมนี้ถือเป็นแมตช์สำคัญที่แฟนแบดมินตันไทยจับตามองอย่างมาก เพราะเกมชิงตั๋วรอบรองชนะเลิศต้องตัดสินกันในกลุ่ม B โดยเมย์ตั้งใจเล่นอย่างใจเย็น ควบคุมบอลและบังคับคู่แข่งให้เสียจังหวะจนชนะเกมแรก 21-17 และยิ่งเล่นเกมสองเธอคืนฟอร์มอย่างสมบูรณ์แบบ ปิดเกม 21-10 อย่างเด็ดขาด "เมย์ล็อกจังหวะตั้งแต่ต้นจนจบ" เป็นคำอธิบายที่ตรงใจแฟน ๆ นักกีฬาและต่อสู้กับคู่แข่งในเวทีโลก

หลังเกม เมย์ส่งสารผ่านผลงานว่าเธอยังเป็นตัวแทนไทยที่พร้อมลุยบนเวทีโลกอีกครั้ง การชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อผ่านรอบแต่เป็นการประกาศตัวตนว่า "เมย์เวอร์ชันนี้พร้อมชนทุกคน" และเธอจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศโดยเป็นรองแชมป์กลุ่มไปรอชิงตั๋วรอบชิงชนะเลิศ

ตารางคะแนนกลุ่ม B ระบุว่า หวัง จื้ออี้ มืออันดับหนึ่งจากจีนครองแชมป์กลุ่ม ขณะที่ เมย์ คว้ารองแชมป์กลุ่มผ่านเข้ารอบไป ส่วนหาน เยี่ย ต้องพลาดตกรอบเร็ว ทั้งนี้กลุ่มนี้ซับซ้อนมากขึ้นเมื่อ "หมิว" พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ นักแบดมินตันไทยชื่อดังถอนตัวเพราะเจ็บน่อง ส่งผลให้ทุกคะแนนมีความหมายในการแข่งชิงตั๋ว

ศึก World Tour Finals เป็นการประชันสุดยอดนักแบดมินตันระดับโลกประจำปี การที่เมย์รักษาฟอร์มเก่งและผ่านเข้ารอบถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับวงการแบดไทยว่าพร้อมสู้ครบทั้งฤดูกาล และแฟนคลับเชื่อว่ายังมีโอกาสทำผลงานโดดเด่นในรอบรองและรอบชิงชนะเลิศ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/other-sports/badminton/96579/?tbref=hp


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top