Saturday, 6 June 2026
แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาญกรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้ทำการสืบสวนผู้กระทำความผิดซึ่งเกิดขึ้นในช่องทางสื่อออนไลน์ ต่อมาชุดสืบสวนได้ตรวจพบว่าทวิตเตอร์ชื่อ “น้าจอนปืนเถื่อน” มีพฤติการณ์โพสต์ขายอาวุธปืนไม่มีทะเบียนทางออนไลน์

จึงได้ให้สายลับทำการติดต่อขอซื้อปืน ในราคา ๔,๗๐๐ บาท ต่อมาทางกลุ่มคนร้ายแจ้งว่าได้ทำการส่งอาวุธปืนมาให้ผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว และต่อมาได้มีโทรศัพท์ติดต่อกลับมาหาผู้ที่สั่งอาวุธปืนว่าเป็นการติดต่อมาจากบริษัทขนส่งเคอรี่ ตรวจพบพัสดุที่ผู้สั่งได้สั่งเป็นพัสดุผิดกฎหมาย แต่ทางเจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือ ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ให้ทางผู้สั่งซื้อโอนเงินไปให้ทางพนักงานจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี ซึ่งเป็นการข่มขู่หลอกลวงให้เหยื่อโอนเงินอีกรอบหนึ่งในลักษณะแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์

ต่อมาในวันนี้ (๒๓ พ.ค.๖๖) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.๒ ได้รวบรวมหลักฐานและนำหมายค้นของศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าทำการตรวจค้นสถานที่จำนวน ๔ จุด ได้พบกลุ่มคนร้ายจำนวน ๕ คน

ซึ่งกลุ่มคนร้ายส่วนใหญ่เป็นเยาวชน อายุไม่ถึง ๑๘ ปี ซึ่งมีเพียงนายบุญมี คงคา อายุ ๒๔ ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ ๒๙๕/๒๕๖๖ เพียงคนเดียวที่ไม่ใช่เยาวชน 
จากคำให้การทราบว่า เป็นการกระทำร่วมกันเป็นขบวนการซึ่งมีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจะมีคนจัดหาบัญชีม้า คนทำหน้าที่แอดมินเพจที่ใช้หลอกลูกค้าและตอบข้อความลูกค้า คนทำหน้าที่โทรกลับไปข่มขู่เหยื่อและหลอกว่าเป็นบริษัทขนส่งอ้างมีของผิดกฎหมาย และผู้ที่ทำการกดเงินที่ได้จากการกระทำความผิดจากบัญชีม้า และ จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า ได้เรียนรู้มาจากกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันที่เคยกระทำความผิดลักษณะนี้

แต่อาจจะมีรูปแบบต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการหลอกขายสินค้าทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย และหลอกให้ทำงาน เป็นต้น ได้ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายที่ผู้เสียหายไม่กล้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเกรงกลัวว่าตนเองจะต้องได้รับโทษ เพราะเกิดจากการสั่งสินค้าที่ผิดกฎหมาย กลุ่มคนร้ายจึงย่ามใจกระทำผิดเรื่อยมา

เนื่องจากได้เงินดีและไม่มีเหยื่อกล้าที่จะแจ้งความ จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ร่วมกันทำมาเป็นเวลากว่า ๑ ปี เงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า ๒ ล้านบาท เงินที่ได้นำมาใช้จ่ายและเที่ยวเตร่ จึงได้นำผู้ต้องหาและพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เตือนภัย ไม่ควรซื้ออาวุธปืนผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะช่องทางใดก็ตาม และไม่หลงเชื่อกลโกงแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ที่โทรข่มขู่ “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน”

ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ณัฐกรณ์ ประภายนต์ ผบก.สอท.๒, พ.ต.อ.ไพโรจน์ หมื่นกล้าหาญ รอง ผบก.สอท.๒ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.๒ พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการจับกุม

กมธ.ปปง.ฯสวมหมัด โฆษกพรรคพลังประชารัฐ แขวะ 'นายก.อิ๊ง' แก้ปัญหาแก๊งค์คอล-พนันออนไลน์

จ.เลย- เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ปธ.กมธ.ปปง.สภาฯ สวม พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพลังประชารัฐ แขวะ นายก.อิ๊งฯ แก้ปัญหาแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์และการพนันออนไลน์ ว่าตั้ง บุคลากรพัวพันสีเทา ชี้การแต่งตั้ง กมธ.ปปง.(สามัญ) และ (วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.) เป็นหน้าที่ของสภา ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี ไล่ให้ทำความเข้าใจโครงการสร้างก่อนออกมาพูด 

(12 ก.ค. 68) ที่สำนักงานพรรคเพื่อไทย จ.เลย นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรณีที่ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ออกมากล่าวหาว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มีการตั้ง ส.ส. เป็นกรรมาธิการตรวจสอบการฟอกเงิน และอ้างว่าเป็น ส.ส.ที่ไปพัวพันกับแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์และการพนันออนไลน์ ต้องขอชี้แจงว่ากรณีนี้ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีความเข้าใจในตำแหน่งและหน้าที่รวมถึงระบบการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับการทำงานของ คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ปธ.กมธ.ปปง.ฯ กล่าวว่า พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย คงไม่มีความเข้าใจระบบงานของสภาผู้แทนราษฎรว่า กรรมาธิการที่เกี่ยวกับเรื่องการฟอกเงินในปัจจุบันมี 2 แบบ คือ 1.กรรมาธิการ (สามัญ) คือ คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ปปง.) ที่มาจาก ส.ส.ในแต่ละพรรค จำนวน 15 คน 2.ขณะนี้มีการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปปง.ฯ ที่ล้วนเป็นตัวแทนที่ถูกส่งมาในแต่ละพรรคการเมือง ดังนั้นที่ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวหาจึงเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากการการแต่งตั้งดังกล่าว เป็นโควต้าบุคลากรของแต่ละพรรคส่งมาเป็นตัวแทนในการทำหน้าที่ในคณะ กมธ.(สามัญและวิสามัญ) ทั้งนี้รูปแบบการแต่งตั้ง กรรมาธิการวิสามัญฯ การแต่งตั้งจึงมี 2 แบบ และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับตัวนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เป็นการกล่าวหาที่ไม่เข้าใจกระบวนการทำงานของสภาฯ ตนยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาเรื่องการพนันออนไลน์ การป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ ที่ผ่านมาได้มีการออกพระราชกำหนดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉบับล่าสุุด ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี

“สำหรับการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการพนันออนไลน์ การหลอกลวงออนไลน์ กมธ.ปปง.ฯ ได้ทำการเร่งหามาตรการณ์ต่างๆในการพิจารณากฏหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเอาผิดกับเครือข่ายนี้อย่างต่อเนื่อง ที่มีการทำงานสอดประสานกับทุกกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สำนักงาน ปปง.ฯ - กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI มีการชำระปัญหาบัญชีม้า ติดตามป้องกันกันร่วมกับตำรวจ ที่มั่นใจว่าจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการป้อกันปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในอนาคต” นายเลิศศักดิ์ กล่าวในที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top