Friday, 5 June 2026
เหรินเจิ้งเฟย

นายกฯ ปลื้ม!! หารือผู้ก่อตั้ง 'หัวเว่ย' ร่วมมือพัฒนานวัตกรรมเพื่อคนไทย

25 พ.ย. 64 ที่ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเหริน เจิ้งเฟย (Mr. Ren Zhengfei) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด ได้เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล ซึ่งนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสรุปสาระสำคัญของการหารือว่า

นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้พบหารือกับนายเหริน เจิ้งเฟย ชื่นชมการดำเนินกิจการของบริษัทหัวเว่ยฯ ผู้ผลิตและผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำของโลก ขอบคุณบริษัทฯ ที่ได้สนับสนุนรัฐบาลในการรับมือสถานการณ์โควิด-19 ทั้งการบริจาคหน้ากากอนามัยและการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ขอบคุณความร่วมมือที่มีให้รัฐบาลไทย และขอบคุณที่เลือกทีมงานที่มีศักยภาพและความพร้อมมาประจำการที่ประเทศไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการร่วมงานกับรัฐบาลไทยเสมอมา 

นายธนกร กล่าวว่า ด้านนายเหรินฯ กล่าวยินดีที่ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี แม้ว่าจะเป็นการพบกันผ่านระบบออนไลน์ เชื่อมั่นในความตั้งใจจริงของนายกรัฐมนตรีในการบริหารประเทศซึ่งไทยสามารถบริหารสถานการณ์ให้ดีขึ้นจนประกาศการเปิดประเทศ ขอบคุณสำหรับความร่วมมือที่รัฐบาลไทยมีให้หัวเว่ยตลอดมา ทั้งนี้หัวเว่ยต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยอย่างแท้จริง 

‘เหริน เจิ้งเฟย’ ซีอีโอหัวเว่ย มั่นใจชิปจีนไม่สะเทือน ชี้การกีดกันของสหรัฐฯ ทำลายระบบพัฒนาเทคฯ ปักกิ่งไม่ได้

(22 ก.ค. 68) เหริน เจิ้งเฟย (Ren Zhengfei) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของหัวเว่ย ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ People's Daily ของรัฐบาลจีนว่า แม้เทคโนโลยีชิปของจีนจะยังล้าหลังสหรัฐฯ อยู่หนึ่งรุ่น แต่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป เพราะจีนสามารถใช้ 'คณิตศาสตร์มาชดเชยฟิสิกส์' และอาศัยการประมวลผลแบบรวมกลุ่ม (clustering) ยกระดับสมรรถนะให้ทันมาตรฐานโลก พร้อมเสริมว่า “หัวเว่ยไม่ได้เก่งขนาดนั้น เราต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้สมกับที่อเมริกาประเมินไว้สูงเกินจริง”

หนึ่งในนวัตกรรมที่หัวเว่ยกำลังผลักดันคือระบบ AI คลาวด์เมตริกซ์ 394 ซึ่งใช้ชิป Ascend 910C กว่า 384 ตัวในหนึ่งระบบ และสามารถแข่งขันกับซูเปอร์ชิปรุ่นล่าสุดของ Nvidia อย่าง GB200 ได้อย่างสูสี นักวิเคราะห์จาก SemiAnalysis ระบุว่าหัวเว่ย “ล้าหลังในระดับชิป แต่อาจนำหน้าในระดับระบบ” เพราะสามารถรวมเอานวัตกรรมด้านตัวเร่งความเร็ว, โครงข่ายไฟเบอร์, และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับกลางและระดับล่าง เหรินมองว่าจีนมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในเซมิคอนดักเตอร์พลังงานประเภทซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่จีนครองตลาดโลกมากกว่าสองในสามแล้ว ซึ่งบริษัท BYD ของจีนเพิ่งเปิดตัวระบบชาร์จเร็วที่วิ่งได้ 400 กม. ด้วยการชาร์จเพียง 5 นาที และกำลังสร้างห่วงโซ่ผลิตชิป SiC ครบวงจรภายในบริษัทเอง

เหรินยังเน้นถึงความสำคัญของการวิจัยพื้นฐาน โดยหัวเว่ยลงทุนกว่า 180,000 ล้านหยวน (ราว 900,000 ล้านบาท) ต่อปีในการวิจัยและพัฒนา โดยหนึ่งในสามของงบนี้มุ่งสู่การวิจัยเชิงทฤษฎี เช่นโครงการพัฒนาชิป Hybrid Stochastic Computing SoC ที่ใช้สถาปัตยกรรม RISC-V แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งสามารถทำงานได้ทนทานและประหยัดพลังงานกว่าเดิมมาก และยังไม่อยู่ภายใต้มาตรการแซงก์ชั่นของสหรัฐฯ

จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก จีนกลายเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีประมวลผลแบบเฟ้นสุ่ม (stochastic computing) ไปแล้ว และแนวโน้มนี้แสดงให้เห็นว่าการจำกัดเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อาจย้อนกลับมาส่งผลเสียต่อบริษัทสหรัฐเอง 

ด้าน แฮนเดิล โจนส์ (Handel Jones) ซีอีโอของบริษัทวิจัย International Business Strategies (IBS) ออกมาแสดงความเห็นว่า “ตลาดชิปในจีนอาจหลุดมืออเมริกาไปแล้ว” และภายในปี 2030 บริษัทจีนอาจครองตลาดเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศตัวเองเกินครึ่งทุกหมวด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top