Friday, 5 June 2026
อิเล็กทรอนิกส์

กมธ. อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ด่านศุลกากรเชียงของ กำชับคุมเข้มสินค้าไม่ได้ มอก.- ขยะอิเล็กทรอนิกส์

กมธ.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ด่านศุลกากรเชียงของ ตรวจติดตามมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้า "สินค้าไม่ได้ มอก.- ขยะอิเล็กทรอนิกส์"  เน้นย้ำนายด่านตรวจสินค้าอย่างละเอียด 

(23 มิ.ย. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ได้เดินทางไปยังด่านศุลกากรเชียงของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่อตรวจติดตามการนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมที่ผิดกฎหมายและไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม(มอก.) มาจัดจำหน่ายในประเทศไทย โดยทางคณะกรรมาธิการฯ ได้พบปะหารือกับนางกนกวรรณ สุขศิริ นายด่านศุลกากรเชียงของ เกี่ยวกับการตรวจตราและติดตามมาตรการป้องกันสินค้าที่ไม่ได้ มอก. เข้ามาจำหน่ายในไทย โดยทางนายด่านก็ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวของทางกรมศุลกากรโดยละเอียด พร้อมย้ำว่าทางกรมศุลกากรมีการตรวจสินค้าที่ผ่านด่านอย่างละเอียดตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยสินค้าที่จะเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยได้จะต้องมีเอกสารรับรองและผ่านการตรวจสอบตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญต้องได้รับการรับรอง มอก. ด้วย เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคทุกคน

อย่างไรก็ดี คณะ กมธ.อุตสาหกรรม มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากในปัจจุบันทางกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ตรวจพบสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. ซึ่งลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก อันส่งผลต่อความปลอดภัยในการใช้งานของพ่อแม่พี่น้อง ทั้งนี้ช่องทางการขนส่งทางบกจัดเป็นช่องทางสำคัญในการขนถ่ายสินค้าดังกล่าว โดยเฉพาะที่ลำเลียงผ่านช่องผ่านด่านมาจากประเทศจีน

“คณะ กมธ. อุตสาหกรรม ได้เน้นย้ำผ่านทางนายด่านศุลกากรเชียงของไปว่า ขอให้กรมศุลกากรและด่านกรมศุลกากรทุกด่านตรวจตราสินค้าอย่างเคร่งครัดต่อไป เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคทุกคน พร้อมเน้นย้ำอีกเรื่องที่สำคัญคือขอให้ตรวจสอบขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มักมีการขนส่งมาทางเรือเข้าประเทศเพื่อนบ้านก่อนส่งต่อมาทางบกเข้าชายแดนไทย ซึ่งนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังสร้างมลพิษและอันตรายต่อประเทศไทยเป็นอย่างมากด้วย” นายอัครเดช กล่าวทิ้งท้าย

‘บีโอไอ” ไฟเขียว PCB ลุยเฟส 2 3 ผู้ผลิต PCB ใหญ่จีน-ไต้หวัน ลงทุนเพิ่มกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท จ้างงานเพิ่ม 5 พันคนรับ AI-Data Center ยกระดับไทยฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

บีโอไออนุมัติ 3 โครงการใหญ่ PCB ขยายลงทุนเฟสสอง 2 หมื่นล้าน เชื่อมห่วงโซ่ AI–Data Center

บีโอไอไฟเขียว 3 โครงการใหญ่ “คอมเปค – มัลติฟายน์ไลน์ – โกลด์ เซอร์คิท” ผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) อันดับต้นๆ ของโลกจากจีนและไต้หวัน ขยายลงทุนต่อเนื่องเฟสสองอีกกว่า 22,000 ล้านบาท จ้างงานเพิ่มกว่า 5 พันคน รองรับการเติบโตของ AI–Data Center พร้อมยกระดับไทยสู่ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board: PCB) ชั้นนำระดับโลก 3 ราย ได้แก่ บริษัท คอมเปค เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท มัลติ-ฟายน์ไลน์ อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท โกลด์ เซอร์คิท อีเลคโทรนิคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งทั้งสามบริษัทได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยมีเงินลงทุนในเฟสแรกรวมกันกว่า 35,000 ล้านบาท จ้างงานบุคลากรไทยกว่า 7,000 คน และในครั้งนี้ ได้รับอนุมัติให้ลงทุนเพิ่มเติมในเฟสสองอีกกว่า 22,000 ล้านบาท โดยจะมีการจ้างงานบุคลากรไทยเพิ่มเติมกว่า 5,000 คน เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น AI Server ที่ใช้ใน Data Center ระบบสื่อสารความเร็วสูง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการยกระดับสู่ฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค

บริษัท คอมเปค เทคโนโลยี (Compeq Technology) ผู้ผลิต PCB ระดับโลกจากจีน โครงการนี้เป็นการผลิต Flexible PCB ซึ่งเป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถโค้งงอได้ มีจุดเด่นด้านการประหยัดพื้นที่ น้ำหนักเบา และทนทานต่อการดัดงอ เหมาะสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น แล็ปท็อป สมาร์ตโฟน สมาร์ตวอตช์ หูฟังไร้สาย และอุปกรณ์ IoT บริษัทมีเงินลงทุนในเฟสแรก 13,000 ล้านบาท และจะลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้อีก 9,170 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย (สุวรรณภูมิ) จังหวัดสมุทรปราการ

บริษัท มัลติ-ฟายน์ไลน์ อิเล็กทรอนิกส์ (Multi-Fineline Electronics) เป็นบริษัทในเครือของ Dongshan Precision (DSBJ) จากประเทศจีน เป็นผู้นำในการผลิต PCB ทั้งชนิด Multilayer PCB และ Flexible PCB เพื่อป้อนให้กับลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยี AI และ Data Center อาทิ Apple, META, Microsoft และ Tesla บริษัทมีเงินลงทุนในเฟสแรก 14,000 ล้านบาท และจะลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้อีก 5,800 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี 

บริษัท โกลด์ เซอร์คิท อีเลคโทรนิคส์ (Gold Circuit Electronics) เป็นผู้ผลิต PCB ระดับโลกจากไต้หวัน ประกอบกิจการออกแบบ วิจัยและพัฒนา และผลิต PCB แบบครบวงจร ทั้งชนิด Multilayer และ High Density Interconnect (HDI) โดย HDI PCB มีความสำคัญอย่างมากกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการติดตั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากในพื้นที่จำกัด ส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ส่งสัญญาณรวดเร็วขึ้น และการใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น บริษัทมีเงินลงทุนในเฟสแรก 8,000 ล้านบาท และจะลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้อีก 7,230 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ที่เขตอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรี

“ผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ระดับโลกทั้ง 3 รายนี้ ได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตขนาดใหญ่ในไทยช่วงปี 2567-2568 หลังจากนั้นไม่ถึง 2 ปี ก็ขยายการลงทุนต่อเนื่องครั้งใหญ่ในเฟสสอง แสดงถึงการเติบโตของตลาด และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของไทย ทั้งในด้านระบบนิเวศอุตสาหกรรมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนความสะดวกในการลงทุนผ่านกลไก Thailand FastPass ซึ่งจะช่วยเร่งรัดกระบวนการอนุมัติ อนุญาตต่าง ๆ โดยการขยายการลงทุนครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและดิจิทัลของภูมิภาค” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2566 – 2568) มีผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และวัตถุดิบสำหรับ PCB ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 222 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 320,078 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ส่งผลให้ปัจจุบันไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิต PCB อันดับหนึ่งในอาเซียน และอันดับ 5 ของโลก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top