Friday, 24 July 2026
อนุรักษ์ป่าไม้

14 มกราคม ของทุกปี กำหนดเป็น “วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ” หมุดหมายมาตรการป่าไม้ไทย ชวนสังคมดูแลต้นน้ำ ลดความเสี่ยงภัยพิบัติ

(14 ม.ค. 69) ทุกวันที่ 14 มกราคมของทุกปี ประเทศไทยกำหนดให้เป็น "วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ" เพื่อเตือนใจสังคมว่าป่าไม้คือฐานชีวิต ฐานเศรษฐกิจ และฐานความปลอดภัยของชุมชน โดยเฉพาะในยุคที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความถี่และรุนแรงมากขึ้น

วันที่ 14 มกราคมได้รับการกำหนดขึ้นจากเหตุการณ์สำคัญในปี 2532 ที่มีการประกาศใช้ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายด้านป่าไม้ เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของกฎหมายในการจัดการป่าและระบบสัมปทาน ก่อนจะมีมติคณะรัฐมนตรีในปี 2533 ให้วันที่ 14 มกราคมเป็นวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เพื่อย้ำให้สังคมร่วมกันปกป้องป่าไม้

เหตุการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากที่ตำบลกะทูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ในปี 2531 เป็นบทเรียนให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของป่าต้นน้ำ ป่าช่วยดูดซับน้ำและปกป้องหน้าดิน ลดความเสียหายจากน้ำหลากและดินถล่ม เมื่อพื้นที่ป่าลดลง ความเสี่ยงต่อภัยพิบัติเหล่านี้ยิ่งเพิ่มขึ้น

คุณค่าของป่าไม้อยู่ที่บริการระบบนิเวศ เช่น การรักษาวัฏจักรน้ำ การควบคุมอุณหภูมิ และการกักเก็บคาร์บอน หากป่าลดลง ต้นทุนที่สังคมต้องจ่ายไม่ใช่แค่ทรัพยากรหายไป แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพและเศรษฐกิจ

แม้จะมีความพยายามรณรงค์ แต่ป่าไม้ของไทยยังเหลือเพียงประมาณ 31.46% ของพื้นที่ประเทศ (ข้อมูลปี 2567) ดังนั้น การดูแลป่าจึงต้องเป็นวาระร่วมของทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่กิจกรรมปลูกต้นไม้ครั้งเดียว แต่ต้องต่อเนื่องทั้งการดูแลและปกป้องพื้นที่ป่าเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ

ที่มา : https://www.forest.go.th/songkhla13/14-%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84/

จัดกิจกรรมเยาวชน!! พลังเยาวชนต้นกล้าสีเขียว รณรงค์ป้องกันไฟป่าผ่านนิทาน เผยผลกระทบฝุ่น PM2.5 รอบพื้นที่ เสริมความรู้อนุรักษ์ป่าไม้ใกล้ชิด

ทรัมป์ซื้อหุ้น Axon สูงถึง 5 ล้านดอลลาร์ ล่วงหน้าแค่ 2 สัปดาห์ก่อนรัฐแจกสัญญา 220 ล้านดอลลาร์ ทำเนียบขาวยันกองทรัสต์ลูกเป็นคนดูแล

การเข้าซื้อหุ้นของทรัมป์ถูกจับตามองอีกครั้ง หลังเข้าซื้อหุ้น Axon Enterprise ก่อน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Immigration and Customs Enforcement: ICE) เตรียมจัดซื้อปืนช็อตไฟฟ้ามูลค่า 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7,316 ล้านบาท)

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เปิดเผยในเอกสารแสดงบัญชีทรัพย์สินว่า เขาได้ซื้อหุ้นของบริษัท Axon Enterprise ผู้ผลิตปืนช็อตไฟฟ้า (Taser) กล้องติดตัวเจ้าหน้าที่ (Body Camera) และซอฟต์แวร์สำหรับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย มูลค่าระหว่าง 1–5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 33–166 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เพียง สองสัปดาห์หลังจากนั้น สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ได้เผยแพร่ประกาศจัดซื้ออุปกรณ์ปืนช็อตไฟฟ้าฉบับใหม่ โดยมีมูลค่าโครงการสูงถึง 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7,040 ล้านบาท) ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี และต้องการจัดหาปืนช็อตไฟฟ้าประมาณ 17,800 กระบอก พร้อมกระสุนและการฝึกอบรมไม่จำกัดจำนวน

แม้ในเอกสารจัดซื้อจะไม่ได้ระบุชื่อบริษัท Axon โดยตรง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดซื้อภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านงานตำรวจหลายรายให้ความเห็นกับ CNBC ว่า คุณสมบัติของอุปกรณ์ที่ระบุไว้ในประกาศ สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ของ Axon เพียงรายเดียว ทำให้บริษัทกลายเป็นตัวเต็งที่จะได้รับสัญญาดังกล่าว หากโครงการเดินหน้าต่อ

รายงานของ CNBC ระบุด้วยว่า ยังไม่มีหลักฐาน ว่าทรัมป์มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อของ ICE หรือรับทราบรายละเอียดล่วงหน้า รวมถึงไม่มีหลักฐานว่า Axon ทราบถึงการเข้าซื้อหุ้นของทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมของรัฐบาลมองว่า ช่วงเวลาของการซื้อหุ้นอาจก่อให้เกิดคำถามด้านผลประโยชน์ทับซ้อน แม้กฎหมายสหรัฐฯ จะยกเว้นประธานาธิบดีจากกฎหมายอาญาว่าด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนที่ใช้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารส่วนใหญ่ก็ตาม

ด้านทำเนียบขาวปฏิเสธข้อกังวลดังกล่าว โดยโฆษก แอนนา เคลลี (Anna Kelly) ระบุว่า ทรัพย์สินของประธานาธิบดีถูกเก็บไว้ในทรัสต์ที่บริหารโดยบุตรของเขา และการลงทุนดำเนินการโดยผู้จัดการกองทุนอิสระที่เป็นบุคคลที่สาม ไม่ใช่โดยทรัมป์หรือสมาชิกในครอบครัว พร้อมยืนยันว่า ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และกล่าวว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นประเด็นทางการเมืองที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง

หลังข่าวดังกล่าวเผยแพร่ หุ้นของ Axon ปรับตัวเพิ่มขึ้นระหว่างการซื้อขาย และนักวิเคราะห์บางรายยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มของบริษัท เนื่องจากคาดว่าการใช้จ่ายด้านการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางจะยังคงอยู่ในระดับสูง

ที่มา : CNBC // https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1335358035419220/?rdid=y4iAJ2epm4XpKOkP#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top