Sunday, 6 September 2026
หุ้นส่วนยุทธศาสตร์

'รองโฆษกรัฐบาล' เผย ไทย-เวียดนาม จับมือสร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ดันการค้า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี68 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนนโยบายการสร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งกับประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อวันที่ 19 พ.ย ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-เวียดนาม ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วม โดยมีการเห็นชอบที่จะผลักดันความร่วมมือที่ใกล้ชิดในด้านต่างๆ อาทิ 1) ด้านการเมืองและความมั่นคง 2)ด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 3)ด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน 4) ด้านสังคม วัฒนธรรม และประชาชน 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจนั้น ขณะนี้ไทย เป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามในบรรดาสมาชิกอาเซียน และเป็นผู้ลงทุนลำดับที่ 9 ในเวียดนาม ส่วนเวียดนามเป็นคู่ค้าลำดับที่3 ของไทยในบรรดาสมาชิกอาเซียน และเป็นผู้ลงทุนที่กำลังเติบโตรายใหม่ในไทย ความร่วมมือจะประกอบด้วยการดำเนินงาน เช่น
1)การริเริ่มใหม่ที่ช่วยกระตุ้นการค้าและการลงทุนที่ครอบคลุมและยังยืนระหว่างกัน เช่นการเปิดตัวระบบการชำระเงินค้าปลีกด้วยรหัสคิวอาร์โค้ด โดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับธนาคารกลางเวียดนาม เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าดิจิตอลข้ามแดน และ การพาณิชย์ อิเล็คทรอนิกส์ระหว่างสองประเทศ 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า 2)ร่วมกันหาแนวทางในการบรรลุเป้าหมายทางการค้าทวิภาคีที่มีมูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ตามที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องร่วมกัน
3)ส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิตอลให้มากขึ้นในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ การชำระเงินข้ามแดน การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการเงิน (fintech) และนวัตกรรมซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและบูรณาการทางการเงินระหว่างสองประเทศและในภูมิภาค

น.ส.รัชดา กล่าวว่า 4)ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการจัดการนโยบายและกฎระเบียบด้านการนำเข้าและส่งออกระหว่างสองประเทศ รวมถึงการลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีของสินค้าจากทั้งสองฝ่าย
5)ส่งเสริมความร่วมมือและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะด้านการขนส่ง การค้า การเกษตร และศุลกากร เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการขนส่งและการส่งออกสินค้าระหว่างสอง 6)ขยายความร่วมมือสอดรับกับนโยบายโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (BCG) ของไทย กับยุทธศาสตร์การเติบโตสีเขียวของเวียดนาม

‘ไทย-อินโดนีเซีย’ กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้น ร่วมผลักดันสันติภาพเมียนมา แก้ปัญหากัมพูชาด้วยสันติวิธี

เมื่อวันที่ (6 ต.ค. 68) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้พบหารือทวิภาคีระหว่างรับประทานอาหารกลางวันกับนายซูกีโยโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างการเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย-อินโดนีเซีย และยินดีต่อการยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership) ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีอินโดนีเซียเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา 

ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะร่วมกันจัดทำ “แผนปฏิบัติการ” (Plan of Action) เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมและมองไปข้างหน้าในระยะยาว พร้อมจะประสานท่าทีในประเด็นยุทธศาสตร์ของภูมิภาคในฐานะประเทศผู้ร่วมก่อตั้งอาเซียน โดยได้หารือเกี่ยวกับบทบาทของอาเซียนในการสนับสนุนสันติภาพในเมียนมา และยืนยันว่าประเทศไทยจะดำเนินการแก้ไขปัญหากับกัมพูชาอย่างสันติ ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นชอบที่จะขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในหลายสาขา เช่น เกษตรกรรม การประมงอย่างยั่งยืน อุตสาหกรรมฮาลาล พลังงาน การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอนาคต โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee) ในปี 2569 เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ และได้ขอให้อินโดนีเซียช่วยดูแลอำนวยความสะดวกแก่นักธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในประเทศด้วย

‘เอกนิติ’ ลุยเจรจาธุรกิจ!! ไทย-นิวซีแลนด์ จับมือสุดแข็งแกร่ง ขยายหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ 3 สาขา ดันมูลค่าการค้าสูง 3 เท่าใน 20 ปี เชิญชวนนักลงทุนลุยตลาดอาเซียนกว้างใหญ่

เอกนิติ นำเอกชนไทยเจรจาธุรกิจนิวซีแลนด์ ปักหมุดหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ "อาหาร-พลังงาน-เทคโนโลยี"

รองนายกฯ เอกนิติ และ Hon. Todd McClay รัฐมนตรีการค้านิวซีแลนด์ ร่วมเป็นประธานงาน Business Meeting ที่นครโอ๊คแลนด์ เชื่อมผู้บริหารระดับสูงไทย-นิวซีแลนด์กว่า 40 ราย ฉลองวาระครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-นิวซีแลนด์ ต่อยอดการยกระดับสู่ "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์" ชู 3 สาขาใหม่ อาหาร-พลังงาน-เทคโนโลยี ดันมูลค่าการค้าโต 3 เท่า ภายในปี 2588 (ค.ศ. 2045)

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เป็นประธานร่วมกับ Hon. Todd McClay รัฐมนตรีการค้านิวซีแลนด์ และผู้บริหารหน่วยงาน Invest New Zealand จัดงาน Business Meeting ณ นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ภายในงานมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Networking) เชื่อมผู้นำภาคเอกชนไทยและนิวซีแลนด์ พร้อมแลกเปลี่ยนนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ทั้งอาหาร พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง

ทั้งนี้ รองนายกฯ เอกนิติ เผยว่า ไทยและนิวซีแลนด์มีรากฐานความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ผ่านกรอบความตกลงการค้าเสรีถึง 3 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (AANZFTA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งพร้อมต่อยอดให้เกิดการค้าการลงทุนจริงที่จับต้องได้มากขึ้นในทั้งสองทาง คือ ทั้งการรับนักลงทุนที่มีเทคโนโลยีจากนิวซีแลนด์เข้าไปลงทุนในประเทศไทย และการนำผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพมาหาโอกาสขยายกิจการในนิวซีแลนด์ โดยระบุ 3 สาขาที่ศักยภาพของทั้งสองประเทศเกื้อกูลกัน ได้แก่ ด้านอาหารและชีวภาพ ผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยีการเกษตรของนิวซีแลนด์เข้ากับฐานการผลิตอาหารของไทย ด้านพลังงาน เปิดทางความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้า รองรับความต้องการพลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรมในไทยที่ขยายตัวต่อเนื่อง และด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมขั้นสูง เชื่อมโยงบริษัทนวัตกรรมของนิวซีแลนด์เข้ากับฐานอุตสาหกรรมไทย

นอกจากนี้ รองนายกฯ เอกนิติ ยังให้ความมั่นใจกับนักลงทุนนิวซีแลนด์และคณะผู้นำนักลงทุนไทยว่า รัฐบาลกำลังเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจ ผ่านมาตรการ Thailand FastPass ที่ช่วยให้การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และทักษะแรงงานให้สอดรับความต้องการของนักลงทุน และเชิญชวนให้นักลงทุนนิวซีแลนด์มองไทยเป็นฐานการผลิตและบริการที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานทั่วอาเซียน ครอบคลุมตลาดผู้บริโภคเกือบ 700 ล้านคน ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการค้าการลงทุนของภูมิภาค

ในงานนี้ รองนายกฯ ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูงจาก 9 กลุ่มบริษัทชั้นนำของไทยร่วมกิจกรรม ครอบคลุมอุตสาหกรรมพลังงาน อาหาร ค้าปลีก วัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ บมจ. บ้านปู กลุ่มเซ็นทรัล บมจ. เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล บมจ. ปตท. บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) บมจ. ศุภาลัย และ บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ ขณะที่ฝ่ายนิวซีแลนด์นำโดย Mr. Robert Wall ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Invest New Zealand พร้อมผู้บริหารจาก New Zealand Trade and Enterprise (NZTE) กระทรวงการต่างประเทศและการค้านิวซีแลนด์ (MFAT) กระทรวงอุตสาหกรรมปฐมภูมิ (MPI) และสำนักนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ (DPMC) สะท้อนว่าฝ่ายนิวซีแลนด์ให้ความสำคัญกับนักลงทุนไทยอย่างมาก

"ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมดึงดูดการลงทุนและนำทัพนักลงทุนไทยเยือนนิวซีแลนด์ในครั้งนี้ไม่ได้วัดที่ตัวเลขการลงทุนแต่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การยกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และการหาจุดแข็งที่ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือและพัฒนาร่วมกันได้ นิวซีแลนด์มีบริษัทระดับโลกที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง ตั้งแต่เกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรมชีวภาพ จนถึงการท่องเที่ยว บีโอไอมองเห็นโอกาสที่จะจับคู่จุดแข็งเหล่านี้กับศักยภาพของไทย เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ในระยะยาว" นายนฤตม์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top