Friday, 5 June 2026
หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

‘พีระพันธุ์’ เดินหน้า!! ลดราคาพลังงานไฟฟ้า ให้พี่น้องประชาชน ล่าสุด!! เหลือ 3.99 บาท/ต่อหน่วย สำหรับงวดเดือน พ.ค.- ส.ค.68

(26 เม.ย. 68) เพจ ‘พีระพันธุ์ FC’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

ขอบคุณ พี่ตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ทุ่มเทแสวงหาทุกช่องทางในการลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้พี่น้องประชาชนมาตลอด โดยล่าสุดจะสามารถลดค่าไฟลงเหลือ 3.99 บาท/ต่อหน่วย สำหรับงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.68 ตามมติ ครม. ที่กระทรวงพลังงานนำเสนอ และจะเร่งบริหารจัดการให้ค่าไฟลดลงได้อีกอย่างต่อเนื่อง คนไทยเตรียมรับข่าวดีอีกครับ!!

'ศศิกานต์ วัฒนจันทร์’ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย!! ‘ค่าไฟไม่ได้แพงขึ้น แต่ลดลงต่อเนื่อง’

(26 เม.ย. 68) กระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ คุมเข้มค่าไฟปี 2567 ตรึงราคาไว้ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย งวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 68 ลดลงเหลือ 4.15 บาทต่อหน่วย และข่าวดี!!! งวด พ.ค.-ส.ค. ตั้งเป้าลดลงเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย 

สำหรับการเซ็นสัญญารับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเริ่มโครงการมาตั้งแต่ 3 ปีก่อน มีการเซ็นสัญญาไปแล้วถึง 67 โครงการ และเซ็นสัญญาในวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมาเพียง 3 โครงการ และอีก 13 โครงการยังไม่ได้เซ็นสัญญาซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบสัญญาอย่างละเอียด 

แม้สัญญาจะมีการเซ็นไปแล้ว แต่หากตรวจสอบพบความผิดปกติในการประมูล มีความไม่ชอบมาพากล หรือการทำผิดกฎหมาย สามารถยกเลิกสัญญาได้ในทันที ไม่ต้องรอหมดสัญญา

ย้ำ!! ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม เป็นประโยชน์กับทุกคน

‘พีระพันธุ์’ เคาะมติ กบง. ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม 423 บาท/ถัง 15 กก. ถึง 30 ก.ย. 68

เมื่อวานนี้ (27 มิ.ย. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 1/2568 เพื่อพิจารณาทบทวนการกำหนดราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) โดยประชุมได้มีมติเห็นชอบให้คงราคาขายส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG หน้าโรงกลั่นที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทั้งนี้เพื่อให้ราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มสำหรับ ถังขนาด 15 กิโลกรัม อยู่ที่ประมาณ 423 บาท โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2568 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) บริหารจัดการเงินกองทุนให้สอดคล้องกับแนวทางการดูแลราคาก๊าซ LPG ต่อไป

ทั้งนี้  นับตั้งแต่ที่นายพีระพันธุ์เข้ามารับหน้าที่กำกับดูแลกระทรวงพลังงาน ราคาก๊าซหุงต้มในประเทศยังคงตรึงราคาเดิมมาตลอดเพื่อไม่ให้เป็นภาระเพิ่มขึ้นของประชาชน

วันนี้ห้ามพลาด!!

ค่ำนี้ เฝ้าหน้าจอรอกันเลย!!  LIVE!! Behind the Bill
ถ้าคุณอยากรู้ว่า ทำไมคุณจ่ายค่าไฟแพง... ทั้งที่ใช้ไฟเท่าเดิม  คุณต้องไม่พลาด LIVE นี้
ถ้าคุณเคยสงสัยว่าทำไมค่าไฟถึงแพงขึ้นทุกปี…LIVE นี้คือคำตอบที่คุณไม่เคยได้ยินจากใคร  

มาร่วมไขทุกข้อสงสัยค่าไฟแพง กับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน

2 กรกฎาคม 2568
 ⏰ เวลา 19:30 - 21.00 น.
 📌 รับชมที่ Facebook Page: โอกาส Chance

‘พีระพันธุ์’ ลงพื้นที่!! ‘ศรีสะเกษ’ ให้กำลังใจชาวบ้าน และครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุปะทะ!! ‘ไทย-กัมพูชา’ พร้อมเร่ง!! อนุมัติ เงินช่วยเหลือเยียวยา

(26 ก.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้อพยพ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.ศรีสะเกษ และมอบกระเช้าให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยมีนายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษและหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ 

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวว่า วันนี้มาดูแลพี่น้องประชาชน มาสร้างขวัญกำลังใจ แล้วก็มาดูสภาพความเป็นอยู่ และสภาพของศูนย์พักพิง ที่เราช่วยดูแลประชาชนกันอยู่วันนี้ ก็ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เป็นกำลังใจ รวมถึงขอบคุณทางเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทุกคนทุกระดับที่มาช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ด้วย

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า จากการพบปะพูดคุยกับประชาชน ตอนนี้ทุกคนก็มีขวัญกำลังใจดี แต่ทุกคนก็เป็นห่วงในเรื่องทรัพย์สิน เป็นห่วงบ้าน บางคนก็อยากจะกลับไปอยู่บ้านแล้ว แต่ตนก็เตือนให้ระมัดระวัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ไม่อยากให้กลับไปอยู่บ้านในตอนนี้ เพราะตอนนี้มันอันตรายมาก โดยในส่วนที่ตนมาวันนี้ในฐานะเป็นประธานกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ก็ได้อนุมัติเงินให้กับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และทหารพราน ด้วย ซึ่งวันนี้ก็ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ ผู้เสียชีวิตในร้านสะดวกซื้อภายในปั้มน้ำมัน และอีกครอบครัวหนึ่ง ก็สูญเสียลูกชาย ซึ่งจะได้เร่งตรวจสอบความถูกต้อง และจะได้เร่งอนุมัติเงินช่วยเหลือให้อย่างเร่งด่วนต่อไป

‘พีระพันธุ์’ เป็นประธานมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ การประกวดจัดทำภาพยนตร์สั้น โครงการอนุรักษ์ความเป็นไทย

เมื่อวานนี้ (15 ส.ค.68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เป็นประธานมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณแก่เยาวชนที่ชนะการประกวดภาพยนตร์สั้น Short Film Contest หัวข้อ “ความเป็นไทย : Thainess สืบสาน อนุรักษ์ สร้างสรรค์เอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย” ณ ห้องศรีอยุธยา หอวชิราวุธานุสรณ์

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของเอกลักษณ์ไทย สร้างความรัก ความศรัทธา และความภูมิใจในความเป็นไทย โดยมีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 108 ทีม และมีทีมที่ได้รับรางวัลรวม 13 ทีม

ผลงานที่เข้าประกวดเป็นภาพยนตร์สั้น ความยาวไม่เกิน 10 นาที ถ่ายทอดมุมมองความเป็นไทยผ่านสายตาคนรุ่นใหม่ เพื่อสืบสานและสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทยให้เข้ากับยุคสมัย ขณะเดียวกันยังสะท้อนถึงพลังสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยที่พร้อมอนุรักษ์รากเหง้าวัฒนธรรมชาติ

ทั้งนี้ ทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะได้เผยแพร่ภาพยนตร์สั้นที่ได้รับรางวัลผ่านช่องทางต่าง ๆ ของโครงการ ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/thainess.opm/ และ www.youtube.com/@Thainess_opm

‘พีระพันธุ์’ มอบเงิน!! ‘กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย’ ให้!! ‘ทหารกล้า’ ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากเหตุปะทะชายแดน

เมื่อวานนี้ (22 ส.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี มอบเงินเยียวยาจากเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา จากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมส่งมอบกำลังใจด้วย

ในโอกาสนี้ กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินช่วยเหลือให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารผู้ทุพพลภาพ จำนวน 3 ราย รายละ 700,000 บาท และทางคณะกรรมการกองทุนฯ กำลังติดตามเร่งรัดการช่วยเหลืออีกจำนวน 9,300,000 บาท จากงบประมาณรายจ่ายงบกลางฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี  เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา 

การมอบเงินเยียวยาครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือทหารผู้กล้าหาญที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถึงขั้นทุพพลภาพ จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยรัฐบาลได้มอบเงินเยียวยาให้แก่ผู้ประสบเหตุและครอบครัวอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการดำรงชีวิตประจำวัน   ซึ่งสะท้อนถึงความห่วงใยของรัฐบาลที่มีต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนแสดงถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการดูแลและยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

‘พีระพันธุ์’ ลั่น! ถ้าได้เป็นนายกฯ จะยกเลิก MOU 43–44 จี้รัฐบาลจัดการปัญหากัมพูชาให้เด็ดขาด

(27 ต.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ว่า หากตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543–2544 ทันที โดยมองว่ารัฐบาลไทยควรจัดการปัญหานี้อย่างจริงจังและเร่งด่วน เพราะ “ไม่ควรยอมในสิ่งที่อีกฝ่ายทำผิด”

ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เข้าหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควบคู่กับการลงประชามติยกเลิก MOU ไทย–กัมพูชา ทั้งสองฉบับ ในวันเลือกตั้งทั่วไป

สำหรับ การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นที่สำนักงานกกต. โดยมีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. เป็นประธานหารือ ท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชนจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญทางการเมือง หากรัฐบาลสามารถจัดทำประชามติควบคู่กับการเลือกตั้งได้จริง

 

ผลักดันคนรุ่นใหม่สานต่อ รทสช. ‘พีระพันธ์’ ผลักดันคนรุ่นใหม่ เปิดทาง ‘อรรถวิชช์’ ทำหน้าที่ในสภา ‘พีระพันธ์’ ยังคงทำหน้าที่หัวหน้าพรรค เดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติคงเดิม

(11 มี.ค. 69) เมื่อวานนี้ ‘พีระพันธุ์’ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงหลังการหารือร่วมกรรมการบริหารพรรค ว่าพรรคยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างมั่นคง พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มีบทบาทสำคัญมากขึ้น

‘พีระพันธุ์’ ระบุผ่านโพสต์ว่า "พรรคจึงควรเปิดพื้นที่และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านนโยบายและการสร้างเครือข่ายทางการเมือง" พร้อมอาสาเป็นแกนหลักผลักดันงานนี้อย่างเต็มกำลัง แต่ยอมรับว่าการรับหน้าที่ทั้งหัวหน้าพรรคและ ส.ส. อาจทำให้ขับเคลื่อนไม่เต็มศักยภาพ

ดังนั้นเขาเสนอให้ 'อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี' รองหัวหน้าพรรค เข้าทำหน้าที่ ส.ส.แทน และที่ประชุมเห็นชอบให้ ‘พีระพันธุ์’ ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อเปิดทางให้มาดำรงตำแหน่งแทน "ผมมั่นใจว่าท่านอรรถวิชช์มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่พร้อมทำงานสภาอย่างดี"

‘พีระพันธุ์’ ยืนยันจะยังทำหน้าที่หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติเต็มที่ พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อพรรคและประเทศอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นพรรคในการปรับตัวและต่อยอดด้วยพลังคนรุ่นใหม่
.
ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=25941266828828886&set=a.249841005064821


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top