Thursday, 23 July 2026
หรรสาระ

‘พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3’ ยกเลิกแผนการเยือนฝรั่งเศส แผนสุดแสบจากผู้ประท้วง ที่ทำ ‘ผู้นำ-รัฐบาล’ หน้าแหก

(25 มี.ค.66) ในที่สุด ‘เอ็มมานูเอล มาครง’ ผู้นำฝรั่งเศส ก็ต้องยอมถอย เมื่อประเมินสถานการณ์ความรุนแรงจากการประท้วงของกลุ่มสหภาพแรงงาน ที่ออกมาต่อต้านกฎหมายระบบบำนาญใหม่ของเขาอย่างไม่ยอมถอย และสร้างความปั่นป่วนไปทั่วกรุงปารีส และเมืองใหญ่ทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้ 
.
แต่ที่ว่าถอย ไม่ได้หมายถึงยอมถอดกฎหมายบำนาญฉบับใหม่ แต่เป็นการพูดคุยกับฝ่ายสำนักพระราชวังบักกิงแฮมแห่งอังกฤษ เพื่อขอยกเลิกหมายกำหนดการเยือนฝรั่งเศสของ ‘สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3’ พร้อมด้วย ‘สมเด็จพระราชินีคามิลลา’ ที่จะเป็นการเสด็จเยือนฝรั่งเศสครั้งแรกในสมัยของพระองค์
.
และก็เป็นไปตามที่คาด การเสด็จเยือนฝรั่งเศสของพระองค์จำเป็นต้องเลื่อนไปก่อน หากแต่หมายกำหนดการเดินทางเยือนเยอรมนียังคงไว้ตามเดิม ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลให้ทั้ง เอ็มมานูเอล มาครง และรัฐบาลฝรั่งเศสเสียหน้าไม่น้อยเลย โดยทำได้แต่กล่าวปลอบใจตัวเองออกสื่อว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และยังเป็นมิตรภาพกันเสมอ
.
ก็อย่างว่า รัฐบาลฝรั่งเศส จะต้อนรับบุคคลระดับประมุขแห่งรัฐที่มาเยือนได้ยังไงในนาทีนี้ หากยังมีการประท้วงกันอย่างดุเดือดทั่วประเทศ แถมท้องถนนในกรุงปารีสตอนนี้ยิ่งกว่าเละเทะ ขยะเต็มเมือง ซากรถยนต์ถูกทุบ ถูกเผาไม่เว้นแต่ละวัน ไม่นับการเดินขบวนประท้วง ปะทะกับเจ้าหน้าที่แบบไม่ลดราวาศอก

อันที่จริง ไอเดียแสบทรวงเรื่องการประท้วงนี่ ไม่ได้เกิดขึ้นแบบบังเอิญต่อข้อเรียกร้องเรื่องกฎหมายระบบบำนาญใหม่แบบไร้เชิง แต่ต้องยกให้หัวคิดคนฝรั่งเศสที่มีเป้าหมายใช้การประท้วงมามีส่วนล้มหมายกำหนดการเยือนฝรั่งเศสของกษัตริย์อังกฤษมาตั้งแต่แรก เพื่อฉีกหน้ามาครง 

โดยเริ่มจากการข่มขู่ ให้พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 อย่าเข้าใกล้พระราชวังแวร์ซายส์ ถ้าไม่อยากเจอดี ซึ่งมีการเขียนกำแพงด้วยข้อความว่า “พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ท่านรู้จัก ‘กิโยติน’ หรือไม่?” และยังลากเครื่องประหารกิโยตินจำลองมาวางไว้หน้าวังแวร์ซายส์ ที่ตั้งใจจะสื่อว่าเอาไว้สำเร็จโทษพระเจ้ามาครง (ซึ่งมาครงถูกเปรียบเทียบกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ที่โดนสำเร็จโทษด้วยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส)

และด้วยมุกกิโนติน ทีเล่น ทีจริง ที่บริเวณหน้าวังแวร์ซายส์นี่เอง ที่ทำให้ทางการฝรั่งเศสต้องยกเลิกงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์รับเสด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และราชินีคามิลล่า เพราะไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าวันงานจริง ผู้ประท้วงจะยกทัพใหญ่มา ละลาบ ละล้วง จาบจ้วงอะไรบ้าง

นอกจากนี้ หากมองข้ามไปถึงแผนการเสด็จเยือนเมือง Bordeaux ที่เป็นแหล่งผลิตไวน์ชื่อดังในฝรั่งเศส และจะประทับรถรางของเมืองด้วยนั้น ก็ปรากฏว่า พนักงานรถรางประท้วงหยุดงาน ไม่ยอมวิ่งรถรางให้ด้วย และล่าสุดอาคารศาลาว่าการเมือง Bordeaux ก็ถูกผู้ประท้วงจุดไฟเผาไปเรียบร้อยแล้ว

เหล่านี้ จึงแลดูสมควรแก่เหตุให้ยกเลิกแผนการเสด็จเยือนฝรั่งเศส

แน่นอนว่า แม้ที่ฝรั่งเศสจะมีเหตุประท้วงกันบ่อย แต่การประท้วงของกลุ่มสหภาพแรงงานในตอนนี้ อยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา หนักหน่วงรุนแรงยิ่งกว่ากลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองที่มาครงเคยเจอเมื่อ 3 ปีที่แล้วอย่างมาก และเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลาย 10 ปีของฝรั่งเศส ที่ตอนนี้มีผู้บาดเจ็บ ทั้งผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่เกือบ 200 คน รวมถึงมีผู้ประท้วงถูกจับกุมไปแล้วกว่า 400 คน

ตอนนี้ มาครง ยังคงใจดีสู้เสือ กล่าวว่าการประท้วงยังอยู่ในระดับ ‘ควบคุมได้’ และพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะเสด็จมาเยือนอีกครั้งในช่วงฤดูร้อนหน้าแน่นอน 


ที่มา : หรรสาระ By Jeans Aroonrat

https://www.facebook.com/100027974785452/posts/pfbid0VGUXqnW8Evp8DTdJNWnPtCs6kcQXGW2s2BLSzZUpejiLx8BfaeGY3hWr7TyXKfsjl/?mibextid=Nif5oz

อ้างอิง : https://www.france24.com/en/live-news/20230324-%F0%9F%94%B4-britain-s-king-charles-iii-s-state-visit-to-france-postponed

https://www.france24.com/en/europe/20230322-king-charles-set-to-face-strikes-and-disruption-in-france-on-first-foreign-visit

https://guernseypress.com/news/world-news/2023/03/24/macron-says-common-sense-meant-delaying-king-charless-visit/

https://www.telegraph.co.uk/world-news/2023/03/24/king-charles-state-banquet-move-versaille-louvre-elysee-aids/

https://www.bbc.com/news/world-europe-65057249

https://www.dailymail.co.uk/news/article-11880903/French-politicians-receive-GUILLOTINE-death-threats-Macron-faces-vote-no-confidence-TODAY.html
 

“จีน” ปิดแฟ้มเครื่องบินชนตึกไชน่า จุน!! ปักกิ่งแถลงเหตุเครื่องบินเล็กชนตึกสูงสุดจีน ชี้นักบินปลิดชีพตนเอง ไม่ใช่วินาศกรรมหรือเครื่องขัดข้อง ก่อนสรุปคดีเป็นเหตุส่วนตัวของนักบิน

ผ่านมา 1 สัปดาห์เต็มๆ สำหรับเหตุการณ์ระทึกขวัญกลางกรุงปักกิ่งของจีน เมื่อมีข่าวเครื่องบินพุ่งชนตึก CITIC หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าตึก ไชน่า จุน ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดของจีนเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 5 โมงเย็นของวันศุกร์ที่แล้ว ปรากฏเครื่องบินเล็ก พุ่งตรงเข้าชนยอดตึกไชน่า จุน ทำให้มีซากเครื่องบิน เศษกระจก ชิ้นส่วนอุปกรณ์สำนักงาน และเอกสาร ปลิวกระจาย ร่วงลงสู่พื้นถนนเกลื่อน สร้างความแตกตื่นอย่างมาก และมีคำสั่งสั่งอพยพคนออกจากตึก พร้อมระดมหน่วยดับเพลิง และ กู้ภัยมากันเต็มพิกัด

แน่นอนว่า เหตุการณ์นี้มีจีนมุงคับคั่ง พร้อมกล้องมือถือเตรียมโพสต์ และ ไลฟ์สด แต่ปรากฎว่า ตำรวจปักกิ่งออกมากันผู้คน สั่งห้ามถ่ายภาพโดยเด็ดขาด หากมีคลิปแชร์ในโซเชียล ทางการจีนก็จัดการสั่งลบคลิป และ ภาพ ทั้งหมดออกจากสื่อโซเชียลจีนทุกแพลทฟอร์ม อีกทั้งการนำเสนอข่าวในจีนก็จำกัดมากๆ
ผิดกันสื่อต่างประเทศหลายสำนักที่พาดหัวข่าวใหญ่โต บ้างวิเคราะห์ไปไกลว่านี่อาจเป็นการก่อวินาศกรรมด้วยเครื่องบิน เช่นเดียวกับเหตุการณ์ 9/11 ของสหรัฐก็ได้ เพราะเหตุเกิดที่ตึกระฟ้าที่สูงสุดในจีน ใจกลางเมืองหลวง และที่สำคัญคือ อยู่ห่างจากที่ทำการใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น

หลังจากผ่านมา 1 สัปดาห์เต็มๆ ทางการจีนถึงได้ออกมาแถลงรายละเอียดเพิ่มเติมของเหตุเครื่องบินเล็กชนตึก โดยมีการเปิดเผยชื่อนักบิน คือ นายหลิว อายุ 66 ปีเป็นชาวปักกิ่ง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 13 คน ที่กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล

ส่วนเครื่องบินที่เกิดอุบัติเหตุเป็นรุ่น ซันเวิร์ด SA 60L ออโรรา ผลิตในจีน เป็นเครื่องบินรุ่นเบา ขนาด 2 ที่นั่ง ที่ใช้สำหรับงานทั่วไป เช่น เครื่องบินส่วนบุคคล ใช้ในการเกษตร หรือ ท่องเที่ยว โดยนักบินหลิว ได้ใบอนุญาตขับเครื่องบินเล็กตั้งแต่ปี 2021 และมีประวัติการขับเครื่องบินสม่ำเสมอ ทั้งขับเดี่ยว และ ขับร่วมกับนักบินระดับซีเนียร์

ในวันเกิดเหตุ นายหลิว ขับเครื่องบินลำดังกล่าวออกจาก สนามบินปักกิ่ง ผิงกุ แต่เขาขับออกนอกเส้นทางการบินที่ได้แจ้งไว้ และขาดการติดต่อ จนมีข่าวว่าได้ชนกับตึก ไชน่า จุน และเสียชีวิต
ต่อมาทางการจีนก็ได้แถลงสรุปว่า เหตุการณ์นี้ ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ เครื่องบินขัดข้อง หรือวินาศกรรม แต่มาจากเหตุผลส่วนตัวของนักบิน ที่มีความประสงค์ "ปลิดชีพตนเอง" โดยได้อ้างอิงหลักฐานไดอารี่ส่วนตัวที่เขาเขียนไว้ว่าต้องการจบชีวิตตนเองหลายครั้ง

จากประวัติส่วนตัว พบว่านายหลิว เป็นนักบินฟรีแลนซ์ สถานะครอบครัวหย่าร้าง และ อยู่ตัวคนเดียว มีปัญหาทางจิตจากโรควิตกกังวล มีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง ที่นำไปสู่สภาวะหดหู่ ซึมเศร้า และ คิดสั้น
ดังนั้น ไม่ใช่การก่อการร้าย หรือ อุบัติเหตุด้านเทคนิค ไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้น จบ! แยก!
เป็นการสรุปคดีตามสไตล์ของรัฐบาลจีน ที่ตัดให้จบไป ส่วนใครที่ยังสงสัย จนไปขยายต่อเป็นทฤษฎีสมคบคิด ก็ทดไว้ในใจ เพราะหากโพสต์ลงโซเชียลจีน อาจมีสิทธิ์ปลิวทั้งเพจได้ เดี๋ยวจะหาว่าลุงสีไม่เตือนน้า

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1953204445622029&id=100027974785452&rdid=Ta3N8slK3wqtoBqN#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top