Wednesday, 21 October 2026
สัตว์น้ำ

กระบี่ - ทำพิธี! “จมฝูงเรือรบหลวง” อย่างสมเกียรติ สร้างอุทยานเรียนรู้ใต้ท้องทะเลเกาะลันตา

วันที่ 15 ธ.ค.64 นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีจมเรือรบหลวง รวม 3 ลำ ใกล้กับเกาะหมา ท้องทะเล อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ลงสู่ใต้ทะเล เป็นอุทยานการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศทรัพยากรทางทะเล และเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำ ระดับโลก ในพื้นที่ทะเลเกาะลันตา จ.กระบี่ โดยมีนายสมชาย หาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ / พลเรือตรี พัลลภ เขม้นงาน รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 / นายชวน ภูเก้าล้วน ประธานสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และประชาชน เข้าร่วม

โดยก่อนการจมเรือหลวง ทั้ง 3 ลำ คือ เรือหลวงปราบปรปักษ์ เรือ ต 15 หรือเรือหลวงสู้ไพรินทร์ และเรือ ต 16 หรือเรือหลวงหาญหักศัตรู ลงสู่ใต้ท้องทะเล ได้มีพิธีวางพวงมาลาไว้อาลัยอย่างสมเกียรติ พร้อมทำการนำน้ำเข้าเรือใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง กว่าเรือจะจมดิ่งสู่ก้นทะเลทั้งลำ ซึ่งพิธีจมเรือดังกล่าวเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำของจังหวัดกระบี่ และจังหวัดฝั่งอันดามัน ตามโครงการอุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเล โดยความร่วมมือระหว่างจังหวัดกระบี่ ร่วมกับกองทัพเรือ และสภาการศึกษา จ.กระบี่

นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการสร้างอุทยานการเรียนรู้ใต้ท้องทะเลจังหวัดกระบี่ ได้รับการอนุเคราะห์จากกองทัพเรือ มอบเรือปลดประจำการ จำนวน 11 ลำ ซึ่งเป็นเรือที่ปลดประจำการ เพื่อจมใต้ท้องทะเลเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ โดยในวันนี้ ทำการจมเรือรบปลดประจำการจำนวน 3 ลำ ได้มีการทำพิธีวางเรือไปแล้ว จำนวน 3 ลำ เพื่อเป็นการจัดสร้างปะการังเทียม ตามโครงการอุทยานเรียนรู้ใต้ท้องทะเล จังหวัดกระบี่ ส่วนอีก 8 ลำ จะนำมาจมอีก ประมาณเดือนมีนาคม 65 ซึ่งจากนี้ไปเรือรบทั้ง 3 ลำ จะทำหน้าที่อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ตามโครงการอุทยานเรียนรู้ใต้ท้องทะเลจังหวัดกระบี่ตลอดไป

ด้านนายสมชาย หาญภักดีปฎิมา รอง ผวจ.กระบี่ กล่าวว่า เชื่อว่าในอนาคต จังหวัดกระบี่ จะเป็นศูนย์กลางการดำน้ำดูปะการังที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดในท้องทะเลฝั่งอันดามัน เนื่องจากมีปะการัง ที่เป็นโครงการอุทยานเรียนรู้ และปะการังธรรมชาติ โดยก่อนหน้านี้ทางจังหวัดกระบี่ ได้นำเรือรบที่ปลดประจำการ ไปวางไว้ท้องทะเล จำนวน 2 จุด ได้แก่บริเวณเกาะยาวาซำ และเกาะพีพีเล ต.อ่าวนาง พบว่ามีปะการังเริ่มเจริญงอกงาม และกำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว

 

‘ไห่เวย-2’ ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลางทะเลในกว่างตง ใช้เทคโนโลยีในการควบคุม จับปลาได้ 500 ตัน/ครั้ง

(27 ก.ย. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ‘ไห่เวย-2’ ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลางทะเลอัจฉริยะในอ่าวหลิวซา เมืองจ้านเจียง มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งกำลังรองรับการเพาะเลี้ยงลูกปลาจาระเม็ดทองเกือบ 1 ล้านตัว น้ำหนักรวมประมาณ 100 ตัน

แท่นเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำขนาดยักษ์นี้ มีความกว้าง 32 เมตร ยาว 86 เมตร และสูง 16.5 เมตร ทั้งยังมีความจุน้ำ 30,000 ลูกบาศก์เมตร สำหรับเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยสามารถจับปลาถึง 500 ตันภายในรอบเดียว

ไห่เวย-2 ซึ่งติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มีระบบการดำเนินการแบบพึ่งพาพลังงานสีเขียว ไม่ต้องอาศัยมนุษย์ควบคุม และเอื้อต่อการตรวจสอบระยะไกลแบบเรียลไทม์ โดยสะท้อนความพยายามระยะเวลาหลายปีของกว่างตงในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำใต้ทะเลลึก

‘เนคเทค’ ผุด ‘สายวัด’ ซอฟต์แวร์วัดขนาด ‘อาหารสัตว์น้ำ' หวังเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบแก่ผู้ประกอบการไทย

(1 มี.ค.67) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย เนคเทค พัฒนาซอฟต์แวร์วัดขนาดอาหารกุ้ง ในชื่อ ‘สายวัด (SAIWAT)’ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานตรวจสอบขนาดอาหารสัตว์ ทดแทนการวัดด้วยเวอร์เนียที่เป็นเครื่องมือวัดแบบเดิม ซึ่ง SAIWAT จะเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ บริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ สามารถตรวจวัดขนาดอาหารได้ตามมาตรฐาน เพราะขนาดที่เล็กใหญ่ของอาหารสัตว์มีผลต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นของ SAIWAT ที่สามารถวัดอาหารที่มีขนาดเล็กมากใช้มือจับวัดยาก วัดได้พร้อมกันตั้งแต่ 100-800 เม็ด ใช้เวลาไม่นาน ขึ้นอยู่กับขนาดของอาหารเม็ด (ประมาณ 1-3 นาที) พร้อมสรุปรายงานวิเคราะห์เชิงสถิติทั้งตารางและกราฟฮิสโตแกรม ออกเป็นไฟล์ pdf, excel หรือ word เป็นผู้ช่วยที่สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง เพียงต่อกับเครื่องสแกนเนอร์ก็ทำได้แล้ว

ผู้ประกอบการที่สนใจใช้งานติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ทีมวิจัยการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค โทร. 0 2564 6900 ต่อ 2251, 087-7007834 (รุ่งกานต์)

ไบโอเทค ลุยแท็คกิ้งนวัตกรรมกุ้ง!! เปิดตัว Hackathon ชิงรางวัลกว่าแสน ดึงนวัตกรแก้โจทย์จริงอุตสาหกรรมกุ้ง 5 หัวข้อเน้นพัฒนา เทคโนโลยีชีวภาพ หวังเพิ่มผลผลิต-ลดต้นทุนอย่างยั่งยืน

ไบโอเทค สวทช. เปิดตัวประกวดนวัตกรรม “Hackathon Hub of Shrimp” เฟ้นไอเดียพลิกฟื้นกุ้งไทย ชิงรางวัลกว่า 1 แสนบาท ดึงพลังนวัตกรแก้โจทย์จริงอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน

(8 ต.ค. 69) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้ทุนสนับสนุนโครงการ “ศูนย์กลางองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตกุ้งของประเทศไทย” (Hub of Knowledge – Shrimp) ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย สมาคมกุ้งไทย คลัสเตอร์กุ้งกุลาดำไทย ชมรมผู้ผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมการค้าปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย แถลงเปิดตัวกิจกรรมแข่งขันนวัตกรรม “Hub of Shrimp - Hackathon: คิด • นวัตกรรม • ยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งไทย” ภายใต้แนวคิด INNOVATE TODAY, SUSTAIN TOMORROW เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างยั่งยืน พร้อมประกาศเปิดรับสมัครนิสิต นักศึกษา สตาร์ตอัป นักวิจัย และผู้ประกอบการทั่วประเทศร่วมส่งผลงานประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัลแก้โจทย์จริงอุตสาหกรรมกุ้งไทย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2569

ดร.กัลยาณ์ แดงติ๊บ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพสัตว์น้ำแบบบูรณาการ ไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ไบโอเทคมุ่งเชื่อมโยงงานวิจัยกับความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อแก้ปัญหาโรค ต้นทุนการผลิต และสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมกุ้ง โดยร่วมกับมหาวิทยาลัย กรมประมง เครือข่ายเกษตรกร และภาคเอกชน ขับเคลื่อนโครงการ Hub of Shrimp ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำหรับกิจกรรม Hackathon จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่จากหลากหลายสาขาเรียนรู้โจทย์จากผู้ปฏิบัติงานจริง และพัฒนาแนวคิดร่วมกับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ โดยมุ่งหวังให้เกิดนวัตกรรมที่ต่อยอดสู่การใช้งานจริง พร้อมสร้างความร่วมมือที่ดำเนินต่อเนื่องหลังจบกิจกรรม

ดร.สรวิศ เผ่าทองศุข นักวิจัยอาวุโส หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กุ้ง ไบโอเทค สวทช. ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า การจัด Hackathon ครั้งนี้มุ่งหวังให้เป็นเวทีปล่อยของและพื้นที่แห่งความร่วมมือในการดึงพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ สตาร์ตอัป และนวัตกร มาร่วมกับนักวิจัยและผู้ประกอบการในการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่เป็นรูปธรรมให้กับประเทศ ทั้งการช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มอัตราการรอด สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้ากุ้งไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมทั้งผลักดันงานวิจัยและเทคโนโลยีให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ เพื่อคืนตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระดับสากล

ด้าน นายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งระนอง ตัวแทนภาคเอกชน ทั้ง 7 องค์กร กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรไทยและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญปัญหารอบด้าน จึงเร่งมองหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ ผ่านเวทีระดมสมองอย่างเข้มข้น (Hackathon) ที่เป็นสะพานเชื่อมโจทย์ปัญหาจากหน้าฟาร์มและอุตสาหกรรมกุ้งไทยเข้ากับนักนวัตกรที่สนใจ เพื่อร่วมกันหาทางออกและพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรตลอดจนผู้ประกอบการอย่างแท้จริง สำหรับกรอบโจทย์การแข่งขันในครั้งนี้ ได้เปิดกว้างครอบคลุม 5 ด้านสำคัญของการดำเนินธุรกิจกุ้งไทย ได้แก่

1) พันธุ์กุ้ง: การพัฒนาและคัดเลือกสายพันธุ์กุ้งที่เติบโตเร็ว ทนทานต่อโรค และปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศ

2) การเลี้ยง: นวัตกรรมระบบการเลี้ยงอัจฉริยะ เทคโนโลยีการจัดการน้ำ พลังงานสะอาด และอาหารกุ้งเพื่อเพิ่มอัตราการรอด

3) การจัดการส่งเสริมการเลี้ยง: เครื่องมือและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและเตือนภัยล่วงหน้า

4) การตลาด: การสร้างมูลค่าเพิ่ม การเชื่อมโยงตลาด และเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับ

5) การจับและการจัดการหลังจับ: นวัตกรรมยืดอายุการเก็บรักษา คุมคุณภาพ และแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า

ผู้สมัครสามารถเลือกหัวข้อที่ต้องการส่งได้ตามความสนใจ และเมื่อผ่านเข้าสู่รอบลึก ๆ จะได้ร่วมระดมสมองกับภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจนั้นโดยตรง แลกเปลี่ยนและผสานประสบการณ์ เพื่อพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมให้สามารถนำไปใช้ได้จริงอย่างยั่งยืน

ดร.ปรัศนียาภรณ์ ปอศิริ นักวิจัย หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาบริการด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไบโอเทค สวทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการได้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้อย่างเข้มข้น เพื่อพาผู้เข้าแข่งขันต่อยอดไอเดียสู่การใช้งานจริง โดยทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะเริ่มต้นด้วยคอร์สออนไลน์ “กุ้ง 101” ในทุกวันเสาร์ เวลา 13:30 – 16:30 น. ระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม–7 พฤศจิกายน 2569 เพื่อปูพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมกุ้งไทย ก่อนนำเสนอไอเดียผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกทางออนไลน์ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเฟ้นหา 5 ทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย

ทั้ง 5 ทีมจะได้เข้าร่วม Shrimp Hack Camp ในวันที่ 16 ธันวาคม 2569 เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ พร้อมพัฒนาและปรับไอเดียให้พร้อมนำไปใช้ได้จริง ก่อนประชันแนวคิดในการแข่งขันรอบตัดสิน Final Pitching วันที่ 17 ธันวาคม 2569 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

ทั้งนี้ โครงการรับสมัครผู้สนใจทุกกลุ่ม ตั้งแต่นักเรียน นิสิต นักศึกษา เกษตรกร ผู้ประกอบการ บุคลากรภาครัฐ-เอกชน และประชาชนทั่วไป สมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ตั้งแต่วันนี้ - 15 ตุลาคม 2569 ทาง ออนไลน์ https://forms.gle/sVk77rSqMPavaYxM7 และ ติดตามกิจกรรมข่าวสารของทาง Hub of Shrimp ได้ทาง Facebook : https://www.facebook.com/HubOfKnowledgeShrimp


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top