Friday, 5 June 2026
สมาร์ตวอทช์

เว็บไซต์นอร์เวย์ เปิดบันทึกพระราชหัตถเลขา ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงเขียนถึง พระธิดา ทรงทำนายตั้งแต่ปี 1907 ไว้ว่า ‘ในอนาคตจะมีโทรศัพท์แบบพกพา ที่เล็กเท่านาฬิกาพก’

(1 พ.ค. 68) พอดีไปเจอบทความต่างประเทศฉบับหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ เป็นเรื่องราวจากเว็บไซต์นอร์เวย์ชื่อ Mykles.com ที่เล่าเหตุการณ์เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปในปี พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) และได้เสด็จถึงประเทศนอร์เวย์ ซึ่งตอนนั้นถือว่าเป็นดินแดนแห่งเทคโนโลยีพลังน้ำที่ก้าวหน้ามากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ว่ากันว่า พระองค์ทรงเดินทางไปยังเมืองโนโทดเดิน (Notodden) เพื่อศึกษาดูงานด้านไฟฟ้า และได้พบกับวิศวกรผู้มีชื่อเสียงคือ แซม ไอเด (Sam Eyde) ผู้ก่อตั้งบริษัท Norsk Hydro ซึ่งเป็นผู้ผลิตปุ๋ยจากไนโตรเจนด้วยกระแสไฟฟ้า

แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ — ในบันทึกพระราชหัตถเลขาที่พระองค์ทรงเขียนถึงพระธิดา (เจ้าหญิงน้อย) ที่กรุงเทพฯ พระองค์ได้เล่าถึงบทสนทนาในค่ำคืนหนึ่งว่า:
> “คงไม่เกินเลยนักหากจะทำนายว่าในอนาคตจะมีโทรศัพท์แบบพกพาที่เล็กเท่านาฬิกาพก เมื่อคุณต้องการสนทนา เพียงพูดกับนาฬิกา แล้วแนบหูฟังเสียงจากอีกฝ่าย...”

หลายคนที่ได้อ่านตรงนี้อาจจะตกใจ เพราะนี่มันคือภาพของ 'สมาร์ตวอทช์' อย่างแท้จริง — แต่ถูกจินตนาการไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1907!!

บทความนั้นเล่าอีกว่า พระองค์ทรงเสด็จแบบ 'in cognito' หรือไม่ได้เปิดเผยสถานะความเป็นพระมหากษัตริย์ ทำให้สามารถสังเกตสังคมนอร์เวย์ในเวลานั้นได้อย่างลึกซึ้ง — ทั้งความยากจน ความตั้งใจของผู้คน และความมุมานะในการพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์

นอกจากเรื่องโทรศัพท์พกพาแล้ว พระองค์ยังสนทนากับนักวิทยาศาสตร์นามว่า คริสเตียน บีร์เคอลันด์ (Kristian Birkeland) ถึงเรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า ปืนไฟฟ้า การทำฝนเทียม และการสื่อสารแบบไร้สายด้วยพลังน้ำฟ้า — ซึ่งก็ล้ำยุคไม่แพ้กัน

บทความนี้ทำให้เรากลับมาทบทวนอีกครั้งว่า พระมหากษัตริย์ไทยในอดีต มิได้ทรงเป็นเพียง 'ผู้อุปถัมภ์' เท่านั้น หากยังทรงเป็น 'นักวิทยาศาสตร์' และ 'นักพยากรณ์เทคโนโลยี' ผู้เห็นไกลเกินยุคสมัย

ในวันที่พวกเราสวมสมาร์ตวอทช์ไว้ที่ข้อมือ และคุยโทรศัพท์ผ่านนาฬิกาได้จริง ๆ นั้น... ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่กษัตริย์ไทยเคยจินตนาการไว้เมื่อ 100 ปีก่อน

ออกมาตรการแบน ‘สมาร์ตโฟน’ ในโรงเรียน มีผลในระดับมัธยมศึกษาทั่วทั้งประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 เป็นต้นไป หวังช่วยปรับสุขภาพจิตเด็ก และโฟกัสที่ดีขึ้น

(3 ธ.ค. 68) กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ (MOE) ประกาศมาตรการใหม่ให้โรงเรียนมัธยมศึกษาทั้งประเทศ “ห้ามใช้สมาร์ตโฟนและสมาร์ตวอทช์ตลอดเวลาเรียน” เริ่มมีผลเดือนมกราคม 2026 จากเดิมที่ห้ามใช้เฉพาะในชั่วโมงเรียนเท่านั้น โดยจะขยายให้ครอบคลุมทั้งช่วงพักกลางวัน เวลาทำกิจกรรมนอกห้องเรียน (CCA) รวมถึงชั่วโมงเสริม ซ่อม และติวเข้มต่าง ๆ โดยอุปกรณ์ของนักเรียนจะต้องถูกเก็บไว้ในที่จัดเก็บที่โรงเรียนกำหนด หรือในกระเป๋าเรียนตลอดเวลา ยกเว้นกรณีจำเป็นที่โรงเรียนอนุญาตเป็นรายๆ ไป

MOE ระบุว่า แนวทางเดียวกันนี้ถูกใช้กับโรงเรียนประถมแล้วภายใต้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพระดับชาติ “Grow Well SG” และมีโรงเรียนมัธยมบางแห่งนำไปใช้ล่วงหน้าจนพบผลเชิงบวก เช่น เด็กมีสมาธิมากขึ้น สุขภาวะดีขึ้น และหันกลับมาพูดคุย–เล่นกับเพื่อนแบบเผชิญหน้ามากกว่าเดิม มาตรการใหม่ยังสอดรับกับการผลักดันแนวทางใช้หน้าจออย่างเหมาะสมในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัว หลังผลสำรวจพบว่าเด็กจำนวนมากใช้หน้าจอเกินเวลาที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ

แม้รัฐบาลจะวาง “กรอบใหญ่” ให้แต่แต่ละโรงเรียนยังมีอิสระออกกฎระเบียบด้านวินัยของตนเองให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว โดยในกรณีใช้มือถือหรือสมาร์ตวอทช์ผิดวัตถุประสงค์ โรงเรียนจะเน้นทำงานเชิงให้การศึกษา พูดคุยกับนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ และช่วยให้เด็กเรียนรู้การจัดการการใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการใช้มาตรการทางวินัยเมื่อจำเป็น เพื่อให้เด็กเข้าใจผลของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ส่วนระดับที่สูงขึ้นอย่างจูเนียร์คอลเลจและ สถาบันมิลเลนเนีย (Millennia Institute) รัฐบาลคาดหวังว่านักเรียนมีวุฒิภาวะพอจะใช้มือถือและสมาร์ตวอทช์อย่างมีวินัย แต่ก็ยังคงจำกัดการใช้ในชั่วโมงเรียน ต้องได้รับอนุญาตจากครู ขณะที่นอกเวลาเรียนอาจใช้ได้เมื่อจำเป็น นอกจากนี้ MOE ยังขยับเวลา “ปิดเครื่องอัตโนมัติ” บนแอปจัดการอุปกรณ์การเรียนส่วนตัว (Device Management Application) ให้เร็วขึ้นจาก 23.00 น. มาเป็น 22.30 น. เพื่อช่วยให้เด็กวางหน้าจอเร็วยิ่งขึ้นและเข้านอนได้ตรงเวลา พร้อมเชิญชวนผู้ปกครองร่วมปรับกติกาที่บ้านให้สอดคล้องกับกฎใหม่

ด้าน กระทรวงศึกษาธิการระบุว่า แนวทางและเหตุผลของมาตรการทั้งหมดจะถูกสื่อสารกับนักเรียนและผู้ปกครองผ่านหลายช่องทาง เช่น การปาฐกถาตอนเปิดเทอม สมุดพกนักเรียน เว็บไซต์โรงเรียน และการประชุมผู้ปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้นปีการศึกษา แจสมิน หลิว (Jasmin Lau) รัฐมนตรีแห่งรัฐด้านการพัฒนาดิจิทัลและการศึกษา กล่าวผ่านอินสตาแกรมว่า โรงเรียนจะทยอยแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงต่อไป และหวังว่าผู้ปกครองจะร่วมมือกับโรงเรียนในการพาเด็กๆ ไปสู่การใช้เทคโนโลยีอย่างสมดุลและมีสติ

ที่มา : https://www.channelnewsasia.com/singapore/secondary-school-can-use-phone-in-class-smartphone-screen-time-students-5495621
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top