Friday, 5 June 2026
สนธิญา

‘เพื่อไทย’ ร้อง กกต. เอาผิด ‘สนธิญา’ ฐานร้องความเท็จ ให้ยุบพรรคเพื่อไทย

(29 ธ.ค. 65) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) และรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้าน พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย เหตุที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นบิดาที่ฮ่องกง โดยกล่าวหาว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง โดย น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า จากเรื่องดังกล่าวทางพรรคเพื่อไทยได้ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต.เพื่อขอให้สอบสวน ไต่สวนและดำเนินการกับนายสนธิญาแล้วกรณีฝ่าฝืนมาตรา 101 พ.ร.ป.พรรคการเมือง กรณีร้องเท็จโดยไม่มีมูล

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า สิ่งที่นายสนธิญาทำถือว่าไม่ถูกต้อง ไม่สร้างสรรค์ เป็นการแจ้งความเท็จ บิดเบือนข้อมูลไปจากความเป็นจริง เพราะ น.ส.แพทองธารเป็นบุตรสาวนายทักษิณ การเดินทางไปพบกับครอบครัวในช่วงเทศกาลปีใหม่ถือเป็นเรื่องปกติ แต่นายสนธิญากลับพยายามทำให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงต้องร้อง กกต.เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และทำให้พรรคเพื่อไทยเกิดความเสียหาย

ศาลรัฐธรรมนูญ ตีตกคำร้อง ‘สนธิญา สวัสดี’ ปม ‘พีระพันธุ์-ภรรยา’ ถือครองหุ้นขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

จากกรณี นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรื่องการถือหุ้นบริษัทเอกชนขณะการดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ล่าสุด วันที่ (10 ก.ย. 68) ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยระบุรายละเอียดว่า

นายสนธิญา สวัสดี (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ (เรื่องพิจารณาที่ ๓๘/๒๕๖๔)

ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (ผู้ถูกร้อง) และภริยาของผู้ถูกร้องถือครองหุ้นในบริษัทอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๗ และเสนอชื่อบุคคลที่เป็นกรรมการในบริษัทของผู้ถูกร้องให้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานที่ผู้ถูกร้องกำกับดูแล ผู้ถูกร้องเป็นผู้ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๐ (๔) และ (๕) ผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคหนึ่ง (๔) และ (๕) และขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

ผลการพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า แม้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่เป็นการยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ (๓) มิใช่การยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ ประกอบกับไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงจากการกระทำใดของผู้ถูกร้อง และการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ นั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๒๘๒ บัญญัติให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกเพื่อให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย รวมทั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิโดยเฉพาะให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้ว

ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๙ (๒) ซึ่งมาตรา ๘ วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top