Saturday, 6 June 2026
วางแผนอนาคต

เรียนอะไรดีในอนาคต? ก่อนส่งลูกเรียนเทคโนโลยีแห่งอนาคต ลองมอง ‘รากฐานเก่า’ ที่ยังพาไปไกลได้จริง คำตอบอาจไม่ใช่คณะที่ล้ำที่สุด แต่คือคณะที่วางรากฐานดีที่สุด

ผู้ใช้เฟสบุ๊ค Pathom Indarodom โพสต์ 

เวลามีคนมาขอคำแนะนำเรื่อง “ควรให้ลูกเรียนอะไรดีในอนาคต” หลายคนคาดหวังคำตอบแนว Quantum Computing, Space Tech, Blockchain หรืออะไรที่ดูทันสมัยล้ำโลก

แต่คำตอบของผมกลับสวนความรู้สึกของหลาย ๆ คนเพราะผมมักแนะนำให้ “เริ่มจากสาขาโลกเก่า” มากกว่าสาขาใหม่

ไม่ใช่เพราะผมไม่เชื่ออนาคต แต่เพราะผมเชื่อว่า “อนาคตต่อยอดจากรากฐาน” คณะอย่างแพทย์ วิศวะ กฎหมาย บริหารธุรกิจ หรือแม้แต่วิทยาศาสตร์พื้นฐาน อาจดูธรรมดาในสายตาคนยุคนี้ แต่ผมเชื่อว่าจริง ๆ แล้ว นี่คือโครงสร้างความรู้ที่โลกใช้มาหลายร้อยปี และที่สำคัญ…มันยังใช้ได้อยู่

ลองดูข้อมูลรายได้ “ของจริง” จะเห็นภาพชัดขึ้น

ในสหรัฐอเมริกา อาชีพรายได้สูงสุดยังคงเป็นกลุ่มแพทย์เฉพาะทาง

- ศัลยแพทย์เฉพาะทาง รายได้เฉลี่ยประมาณ 1.2 – 1.6 ล้านบาท/เดือน

- วิสัญญีแพทย์ ประมาณ 1.0 – 1.3 ล้านบาท/เดือน

- แพทย์เฉพาะทางอื่น ๆ อยู่ราว 8 แสน – 1.2 ล้านบาท/เดือน

ถัดลงมาเป็นทันตแพทย์ นักบิน วิศวกรด้านพลังงาน และกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง AI Engineer หรือ Data Scientist ซึ่งเฉลี่ยอยู่ประมาณ 4 แสน – 7 แสนบาท/เดือน

ภาพที่เห็นคืออาชีพ “ล้ำ ๆ” มาแรงก็จริง แต่ยังไม่ได้ขึ้นไปแทนแกนหลักของโลกอย่างที่เราคิด

พอมาดูในประเทศไทย ภาพยิ่งชัดขึ้นไปอีก

- แพทย์เฉพาะทาง (ที่มีคลินิกหรือทำหลายทาง) รายได้เฉลี่ย 3 แสน – 1 ล้านบาท/เดือน

- ผู้บริหารระดับสูง อยู่ที่ประมาณ 4 แสน – 3 ล้านบาท/เดือน (ขึ้นกับขนาดองค์กร)

- สายงานขาย จะมี Sales ตัวท็อป สามารถแตะระดับ 2 แสน – 1 ล้านบาท/เดือน

- สายเทคโนโลยีในไทย ส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วง 1 แสน – 4 แสนบาท/เดือน

อัตราเงินเดือนเหล่านี้สะท้อนความจริงง่าย ๆ ว่า โลกเปลี่ยนก็จริง แต่ “โครงสร้างรายได้” ยังไม่เปลี่ยนตามทั้งหมดและตรงนี้แหละที่ทำให้ผมยังยืนยันคำแนะนำเดิม สาขาวิชาในโลกเก่า ไม่ใช่แค่สอนความรู้ แต่เป็น “ระบบคัดคน” ที่เรามองข้ามไม่ได้ การสอบเข้าคณะแพทย์ วิศวะ ในมหาวิทยาลัยชั้นนำ ไม่ได้วัดแค่ความจำ แต่วัดวินัย ความอดทน และความสามารถในการแข่งขัน คนที่ผ่านเข้าไปได้ จึงไม่ใช่แค่คนเรียนเก่ง แต่คือ “หัวกะทิ” ของแต่ละรุ่น และเมื่อคนเก่งไปอยู่รวมกัน สิ่งที่ตามมาคือ เครือข่าย โอกาส และการเติบโต

สุดท้ายแล้ว คนกลุ่มนี้จึงมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นชนชั้นนำในระบบเศรษฐกิจ

ไม่ใช่เพราะคณะ หรือมหาวิทยาลัยการันตีความสำเร็จ แต่เพราะ “สภาพแวดล้อม” ที่คัดมาแล้วต่างหาก

ส่วนแนวคิดที่ว่า “ยุคนี้ไม่ต้องเรียนมหาวิทยาลัยก็สำเร็จได้” ก็ไม่ผิด โลกมันเปลี่ยนไปมากจริง ๆ และผมก็เคยเขียนไว้แล้วว่า มันจริง… แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน โลกโซเชียลชอบยกตัวอย่างคนที่สำเร็จโดยไม่ต้องเรียน แต่ไม่ค่อยพูดถึงคนอีกจำนวนมหาศาลที่ลองแล้วไม่รอด

มหาวิทยาลัยอาจไม่ใช่คำตอบเดียว แต่ยังเป็น “เส้นทางที่มีโครงสร้างรองรับความสำเร็จสูงที่สุด” โดยเฉพาะในสังคมแบบไทย สุดท้ายแล้ว คำถามที่เราควรถามตัวเองไม่ใช่คณะไหนล้ำที่สุด แต่คือ รากฐานแบบไหน จะพาเขาไปต่อได้ไกลที่สุด เพราะโลกอนาคตไม่ได้ต้องการแค่คนที่รู้ของใหม่ แต่ต้องการคนที่เข้าใจของเก่า และลึกพอที่จะสร้างของใหม่ได้

ที่มา :https://www.facebook.com/100001294357814/posts/26408117025481417/?rdid=BNWOs9EbCyZMTlQu#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top