Friday, 5 June 2026
ลิเบีย

‘ลิเบีย’ ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลัง ‘พายุแดเนียล’ ถล่มหนักต่อเนื่อง รบ.เร่งให้ความช่วยเหลือ หวั่นดับทะลุ 2 พัน-สูญหายพุ่ง 6 พันคน

(12 ก.ย. 66) สำนักข่าวบีบีซี และเอเอฟพีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ภัยพิบัติในประเทศลิเบีย หลังเผชิญหน้ากับ ‘พายุแดเนียล’ พัดถล่มพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังโจมตีหลายประเทศในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมถึงตุรกี บัลแกเรีย และกรีซ

อิทธิพลของพายุก่อให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง และน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง มีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้วอย่างน้อย 200 ราย

ขณะที่รัฐบาลฝ่ายลิเบียตะวันออกแถลงกังวลว่ายอดผู้เสียชีวิตสูงกว่า 2,000 รายแล้ว พร้อมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเร่งรับมือและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิว และสั่งให้สถานศึกษาปิดการเรียนการสอน

รายงานระบุว่า พื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ครอบคลุมเมืองเบงกาซี เมืองซูสส์ เมืองเดอร์นา และเมืองอัล-มาร์จ ด้านหน่วยงานกาชาดลิเบียระบุว่า นอกจากผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากแล้ว บ้านเรือนหลายร้อยหลังยังพังถล่มเสียหาย เขื่อนอย่างน้อย 2 แห่งในเมืองเดอร์นา ซึ่งมีประชากรราว 100,000 คนพังทลายลงมา เป็นเหตุให้มวลน้ำมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมชุมชนและพื้นที่ส่วนใหญ่จมอยู่ใต้น้ำ

ด้าน นายกรัฐมนตรีโอซามา ฮาหมัด ผู้นำรัฐบาลฝ่ายลิเบียตะวันออก แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ว่ามีผู้ประสบภัยสูญหายหลายพันคน และเสียชีวิตมากกว่า 2,000 ราย ย่านใกล้เคียงทั้งหมดในเมืองเดอร์นาถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดหายไปพร้อมกับชาวบ้าน

ขณะที่ รอยเตอร์ รายงานจากโฆษกกองทัพฝ่ายลิเบียตะวันออกระบุว่า ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 2,000 ราย และมีผู้สูญหายระหว่าง 5,000-6,000 รายเฉพาะในเมืองเดอร์นา

ยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมใหญ่ที่ ‘ลิเบีย’ พุ่งทะลุ 21,000 ราย ทางการเร่งช่วยเหลือ พร้อมค้นหาผู้สูญหายอีกนับหมื่น

(15 ก.ย. 66) สภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจะสูงถึง 11,300 ราย แต่อาจเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากยังมีผู้สูญหายราว 10,000 คน และอาจส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตเกินกว่า 21,000 ราย มากกว่าที่นายกเทศมนตรีเมืองเดอร์นา พื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเหตุเขื่อน 2 แห่งแตกทลาย ระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่าจากการประเมินเขตที่ถูกมวลน้ำมหาศาลพัดถล่มโดยสิ้นเชิงอาจมีผู้เสียชีวิตมากถึง 20,000 ราย

ด้านทางการลิเบียฝั่งตะวันออกเปิดเผยว่ามหาอุทกภัยครั้งนี้ทำให้ประชาชนราว 30,000 คนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน หลายฝ่ายกล่าวโทษว่า เป็นเพราะระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีสภาพทรุดโทรมและไม่ได้รับการซ่อมแซม ขณะที่นักการเมืองท้องถิ่นเรียกร้องให้รัฐบาลลิเบียฝั่งตะวันออกเร่งสอบสวนกรณีดังกล่าว

วันเดียวกัน องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) แถลงว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จากน้ำท่วมสามารถหลีกเลี่ยงได้หากระบบเตือนภัยล่วงหน้าและระบบการจัดการเหตุฉุกเฉินที่เหมาะสมถูกต้อง ศาสตราจารย์เพทเตอรี ทาลาส เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก กล่าวว่าหากกองกำลังจัดการเหตุฉุกเฉินสามารถอพยพประชาชนได้ทันท่วงทีตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจต่ำกว่านี้

ขณะที่สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่ากำลังเร่งระดมเงินมากกว่า 71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,550 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เข้าข่ายเป็นหายนะครั้งใหญ่

และว่าเงินจำนวนนี้จะถูกนำไปเยียวยาผู้ประสบภัยที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วนที่สุดราว 250,000 คน จากผู้ประสบภัยทั้งหมดกว่า 884,000 คน นอกจากนี้ นายมาร์ติน กริฟฟิธส์ หัวหน้าสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรม ยังประกาศกองทุนฉุกเฉินอีก 357 ล้านบาทด้วย

‘ยูเอ็น’ หวั่นโรคระบาดคุกคาม 'ลิเบีย' หลังเกิดเหตุน้ำท่วม จากการขาดสุขอนามัย เตรียมหาวิธีป้องกัน ไม่ให้เกิดวิกฤติซ้ำสอง

(19 ก.ย. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหประชาชาติ หรือยูเอ็น เตือนว่า เมืองเดอร์นาของลิเบียที่ถูกน้ำท่วมใหญ่และมีคนเสียชีวิตจำนวนมากเมื่อสัปดาห์ก่อน เสี่ยงเกิดโรคระบาดที่จะทำให้เกิดวิกฤติร้ายแรงซ้ำสอง

ภารกิจสนับสนุนของยูเอ็นในลิเบียแถลงว่า ทีมงานของยูเอ็น 9 หน่วยงานได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากพายุแดเนียล (Daniel) และน้ำท่วม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น หน่วยงานบรรเทาทุกข์ และองค์การอนามัยโลกกำลังวิตกเรื่องความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากน้ำปนเปื้อนและการขาดสุขอนามัย ทีมงานจึงต้องหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น เพราะจะกลายเป็นวิกฤตร้ายแรงซ้ำสอง

ชาวเมืองเดอร์นาที่รอดชีวิตจากน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นหลังจากพายุพัดถล่มเมื่อวันที่ 10 กันยายน กำลังขาดแคลนน้ำสะอาด อาหาร และสิ่งจำเป็นพื้นฐาน ในขณะที่เสี่ยงจะเกิดอหิวาตกโรค ท้องร่วง ภาวะขาดน้ำ และโรคขาดสารอาหาร น้ำท่วมทำให้เมืองเดอร์นาที่มีประชากร 100,000 คน เสียชีวิตราว 3,000-11,300 ราย ไร้ที่อยู่อาศัย  30,000 คน และสูญหายอยู่หลายหมื่นคน

‘นิโกลาส์ ซาร์โกซี’ อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส โดนศาลตัดสินจำคุก 5 ปี!! ฐานรับเงินอดีตผู้นำลิเบีย

(26 ก.ย. 68) อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส นิโกลาส์ ซาร์โกซี (Nicolas Sarkozy) วัย 70 ปี ถูกศาลปารีสตัดสินว่ามีความผิดฐาน 'สมคบคิดทางอาญา' โดยถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับแผนการขอรับเงินสนับสนุนอย่างผิดกฎหมายจากพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี (Muammar Gaddafi) อดีตผู้นำลิเบีย เพื่อใช้หาเสียงเลือกตั้งปี 2007 โดยศาลตัดสินจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 ยูโร และห้ามยุ่งเกี่ยวการเมืองอีก 5 ปี

คำพิพากษานี้มีผลบังคับใช้ทันที ซาร์โกซีต้องเข้าพบอัยการก่อนวันที่ 13 ตุลาคม เพื่อรับทราบกำหนดวันเริ่มรับโทษ โดยไม่สามารถเลื่อนออกไปได้แม้จะยื่นอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถขอรับการปล่อยตัวแบบมีเงื่อนไขเนื่องจากอายุเกิน 70 ปี โดยศาลได้ยกฟ้องข้อหาสำคัญหลายข้อ รวมถึงการทุจริตที่กล่าวหาว่าใช้เงินลิเบียหาเสียงโดยตรง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตามหลังการตัดสิน ซาร์โกซียืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมประกาศว่าจะอุทธรณ์ และยืนยันว่าจะปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม แม้จะต้องเข้าเรือนจำก็ตาม ขณะที่ปฏิกิริยาทางการเมืองแตกเป็นสองขั้ว ฝ่ายซ้ายวิจารณ์อย่างเสียดสี ขณะที่ฝ่ายขวาเห็นว่าบทลงโทษเกินกว่าเหตุ และบางคนเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง พิจารณาอภัยโทษ

สำหรับคดีนี้ยังเกี่ยวพันกับบุคคลสำคัญ 11 ราย รวมถึงอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลซาร์โกซี และคนใกล้ชิดของกัดดาฟี ซึ่งศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานจำนวนมาก ตั้งแต่การเดินทางไปตริโปลี เมืองหลวงของลิเบีย การโอนเงินต้องสงสัย จนถึงเอกสารที่เชื่อมโยงการส่งเงิน 6.5 ล้านยูโรให้ซาร์โกซี แต่สุดท้ายตัดสินว่าเอกสารดังกล่าวน่าจะเป็นของปลอม

คำตัดสินครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมปัญหาทางกฎหมายที่รุมเร้าซาร์โกซี ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยถูกตัดสินจำคุกจากคดีการใช้จ่ายเกินวงเงินเลือกตั้งในปี 2012 และคดีติดสินบนผู้พิพากษา ปัจจุบันเขายังมีคำอุทธรณ์ค้างในศาลสูงฝรั่งเศส รวมถึงที่ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป ทำให้ภาพลักษณ์อดีตผู้นำรายนี้เผชิญแรงกดดันทั้งทางการเมืองและกฎหมายอย่างหนักหน่วงที่สุดในชีวิต

Sharara สะดุด!! ลิเบียเปลี่ยนเส้นทางน้ำมัน เพลิงไหม้ท่อส่งน้ำมันดิบ NOC เร่งเบนเส้นทาง-ประคองการผลิต คาดซ่อมแซมสองวันเสร็จ

(18 มี.ค. 69) บรรษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบีย (National Oil Corporation) แจ้งว่าได้เปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงน้ำมันจากแหล่งชารารา (Sharara) ไปยังท่อส่งทางเลือกหลังเกิดเพลิงไหม้จากการรั่วไหลบนท่อส่งน้ำมันดิบเพื่อส่งออก โดยยืนยันว่าการผลิตยังดำเนินต่อไปและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ในแถลงการณ์ บริษัทระบุว่าการเปลี่ยนเส้นทางครั้งนี้จะช่วย "ลดความสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ" น้ำมันจะถูกส่งไปผ่านท่อส่งของแหล่งเอลฟีล (El Feel) ไปยังท่าเรือเมลลิตาห์ (Mellitah) และส่งต่อไปยังคลังเก็บน้ำมันในเมืองซาวิยา (Zawiya)

อย่างไรก็ตาม วิศวกรเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่าหลังเกิดเหตุระเบิด กำลังการผลิตถูกทยอยหยุดลง คาดว่าจะต้องใช้เวลาราว 2 วันในการซ่อมบำรุงและประเมินความเสียหาย

แหล่งน้ำมันชาราราเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของลิเบีย มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 320,000 บาร์เรลต่อวัน และประสบเหตุหยุดชะงักหลายครั้งตั้งแต่การลุกฮือที่ได้รับการสนับสนุนจากนาโตในปี 2011 ซึ่งนำไปสู่การโค่นอำนาจของ 'มูอัมมาร์ กัดดาฟี'

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top