Friday, 24 July 2026
มหิดล

ห่วง!! Metaverse ส่งผลกระทบ 'เด็ก-กลุ่มเปราะบาง' แม้พร้อมรับ 'สุข-ทุกข์' แต่ขาดความรู้เท่าทันในโลกใหม่

หากเรามองย้อนไปถึงที่มาของเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นบนโลกมนุษย์ในทุกยุคทุกสมัย ล้วนเกิดขึ้นเพื่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ได้เปรียบ แต่แทบไม่มีเทคโนโลยีใดเลยที่จะคิดคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมในระยะยาวและสร้างขีดจำกัดของการบริโภค รวมทั้งรวมต้นทุนความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นไว้ตั้งแต่แรก ดังเช่นในขณะนี้ที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงของเมตาเวิร์ส จะมีสักกี่คนที่มองเห็นอนาคตของปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กและกลุ่มเปราะบางที่พร้อมจะหัวเราะและร้องไห้ไปกับโลกใหม่แต่ขาดความรู้เท่าทัน

“ปัญหาเด็กติดเกมที่ว่ารุนแรงและเรื้อรังแล้ว เมื่อเข้าสู่ยุคเมตาเวิร์สที่สามารถทำให้ผู้คนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงได้อย่างเต็มตัวแล้ว ยิ่งพบว่าจะทวีความรุนแรงได้มากกว่า ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ ผลกระทบต่อสุขภาวะจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนทางอารมณ์ (Stress Hormone) ที่ยิ่งจะทำให้เด็ก และกลุ่มเปราะบางเกิดความก้าวร้าวหรือซึมเศร้า ซึ่งจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม จากการเสพติดเกมหรือเชื่อมต่อสังคมในเมตาเวิร์สโดยขาดการควบคุมดูแลที่เหมาะสม”

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดล ให้มุมมองเกี่ยวกับเมตาเวิร์สในอีกด้านที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสังคม และเห็นว่า การออกแบบเมตาเวิร์สควรสร้างขึ้นด้วยจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบต่อสังคม เช่นเดียวกับการออกแบบโรงงานอุตสาหกรรม ที่จะต้องมีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA หรือ EHIA) ก่อนทุกครั้ง ดังนั้น เพื่อการเติบโตทางเทคโนโลยีที่สมดุล ทุกฝ่ายจะต้องร่วมด้วยช่วยกันในการออกแบบระบบ

ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ผู้บริโภค พ่อแม่ผู้ดูแล รวมทั้งเด็กๆ ที่เป็นผู้ใช้ จะต้องเรียนรู้ไปด้วยกันมีเป้าหมายที่สร้างสรรค์ และอยู่ภายใต้กรอบแห่งความรับผิดชอบร่วมกัน พร้อมกับอธิบายต่อไปว่า “พฤติกรรม” เกิดจากการทำงานของสมองที่นำมาซึ่งประสบการณ์ ความทรงจำ และทัศนคติ สามารถส่งเสริมให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์และเกิดความสมดุล เช่น การเล่านิทานโดยใช้สื่อดิจิทัลแต่เพียงเป็นส่วนประกอบ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรปล่อยให้เด็กเรียนรู้แต่เพียงลำพัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก แต่ควรมีพ่อแม่ หรือผู้ปกครองคอยเล่าให้ฟัง และพูดคุยกับเด็กด้วย

อย.จ่อเอาผิดสเปรย์พ่นจมูก อ้างกันโควิด - หวัดใหญ่ ชี้ ทำคนเข้าใจผิด - ด้านเวชศาสตร์ฯ มหิดล ยันไม่เกี่ยวข้อง

อย. จ่อเอาผิดสเปรย์พ่นจมูก ‘เบซูโตะ เคลียร์’ แอบอ้างโฆษณาเกินจริง หลังอ้าง ยับยั้งเชื้อโควิด หวัดใหญ่ และ RSV ชี้แค่วิจัยสารสกัดในแล็บ ยังไม่ศึกษาในคน ด้านคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหิดล แจงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องผลิต จัดจำหน่าย

(17 พ.ย. 65) นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เบซูโตะ เคลียร์ นาเซิล สเปรย์ (Besuto Qlears nasal spray) ได้รับการจดแจ้งเครื่องมือแพทย์ เลขที่ 65-1-3-2-0000818 มีวัตถุประสงค์การใช้งานและข้อบ่งใช้ คือ สำหรับพ่นจมูก ใช้เมื่อเริ่มมีอาการเป็นหวัดหรือมีอาการคล้ายหวัด เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเยื่อบุโพรงจมูกเนื่องจากอากาศแห้ง ช่วยลดและบรรเทาอาการคัดจมูก ซึ่งภายหลังปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ว่ามีการแถลงผลการทดสอบฤทธิ์ของสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งอยู่ในสูตรส่วนประกอบ ควบคู่กับการแอบแฝงโฆษณาผลิตภัณฑ์ ทำให้เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์สามารถยับยั้งหรือฆ่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโคโรนา 2019 และไวรัสอาร์เอสวี ต้านการอักเสบ ฯลฯ ได้ ซึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนกับผู้บริโภค

"ผลการทดสอบฤทธิ์ดังกล่าว เป็นเพียงผลการทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดในห้องปฏิบัติการเบื้องต้นเท่านั้น ยังคงต้องทำการศึกษาวิจัยในมนุษย์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันฤทธิ์ดังกล่าว แล้วจึงนำผลการศึกษา ยื่นขอขึ้นทะเบียนกับ อย.ในสรรพคุณใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป" นพ.สุรโชคกล่าว

นพ.สุรโชคกล่าวว่า ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมกันลดปัญหาการโฆษณาแฝงผลิตภัณฑ์เพื่อประโยชน์ทางการค้า ผ่านการแถลงผลงานวิจัยหรือผลการทดสอบต่าง ๆ เพราะนอกจากจะสร้างความเข้าใจผิดให้ผู้บริโภคแล้ว ยังเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยในขณะนี้ อย. ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในกรณีข้างต้นแล้ว ส่วนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการอนุมัติสรรพคุณจาก อย. ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น และการโฆษณาต้องผ่านการอนุมัติจาก อย. เช่นกัน นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนยังคงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เช่น การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อเข้าไปในสถานที่ผู้คนแออัดหรือพื้นที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเท การล้างมือ การเว้นระยะห่างต่อไป

‘บุ๋ม ปนัดดา’ ปลื้ม!! ‘น้องแพรวา’ เรียนจบ ป.ตรี คว้าปริญญาวิทย์ฯ ฉุกเฉินการแพทย์ ม.มหิดล

ทำเอาหญิงแกร่งคนเก่ง อย่าง ‘บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี’ ปลาบปลื้มมากที่ ‘น้องแพรวา’ ลูกสาวบุญธรรมเรียนจบปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาฉุกเฉินการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล โดยรับพระราชทานปริญญาไปวานนี้ (9 ต.ค.) 

โดยล่าสุด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ได้ออกมาโพสต์ภาพลูกสาวสวมชุดครุยและใบปริญญา ด้วยแคปชั่นว่า “เมื่อลูกเรียนจบแล้วพ่อแม่ปลื้มใจเป็นแบบนี้นี่เอง”

และแคปชันว่า

“น้องแพรวทำตามสัญญาได้แล้วค่ะ หนูจะใส่ชุดครุยมาหาแม่ ตอนที่เห็นเค้าเดินมาหาครั้งแรกน้ำตาใหลเลยค่ะ ภูมิใจในตัวเขาและดีใจที่ได้ดูแลเด็กคนนี้จนวันนี้ค่ะขอให้หนูมีอนาคตที่ดี ขอให้หนูเข้มแข็งและแข็งแกร่ง ขอให้มีแต่คนรักหนู และขอให้หนูมีแต่ความเจริญในหน้าที่การงานนะคะ”

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล เปิด ‘Black Box Theater’ พื้นที่โชว์ทักษะทางดนตรีไร้ขีดจำกัด-ได้มาตรฐานสากล

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 66 ที่ผ่านมา วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล เปิดพื้นที่ส่งเสริมพลังสร้างสรรค์ทางดนตรี Black Box Theater เพียบพร้อมทั้งระบบ แสง สี เสียง ได้มาตรฐานสากล ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ดนตรีอุษาคเนย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เปิดโลกแห่งการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่การปฏิบัติระดับมืออาชีพ ต่อยอด Soft Power ให้กับประเทศ

ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีเปิด Black Box Theater อย่างเป็นทางการ โดยห้องแสดงดนตรีที่ไร้ขอบเขตจินตนาการแห่งนี้ มุ่งพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ โดยเฉพาะในสาขาวิชาเทคโนโลยีดนตรี (Music Technology) ที่ต้องเรียนรู้การใช้เครื่องมือระบบเสียง การจัดไฟ ออกแบบการแสดงดนตรีสด และสาขาวิชาดนตรีสมัยนิยม (Popular Music) ที่ต้องการเวที ฝึกซ้อมและจัดแสดงในฐานะนักดนตรีเดี่ยวและวง

“Black Box Theater ยังช่วยส่งเสริมศักยภาพให้มีจินตนาการสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัด เพราะมีเครื่องมือ และอุปกรณ์เทียบเวทีการแสดงระดับสากล ให้ทดลองใช้ในการแสดง ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐาน ต่อยอดให้กับ Soft Power ให้กับประเทศ ซึ่งจะมีนักดนตรีที่มีศักยภาพ มีนักดนตรีเก่ง ๆ สู่เส้นทางอาชีพมากขึ้น เพราะมีเครื่องมือสนับสนุนที่เพียบพร้อม” ดร.ณรงค์ กล่าว

ดร.ณรงค์ กล่าวเติมถึงความโดดเด่นของ Black Box Theater ซึ่งมีขนาด 25 x 20 เมตร สามารถปรับรูปแบบการแสดงได้ตามความคิดสร้างสรรค์ เป็นระบบที่วงการคอนเสิร์ตใช้กันอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบอะคูสติก ที่มีค่าความก้องเหมาะกับดนตรีประเภทป็อป ด้วยเครื่องเสียงระดับโลก ทำให้ได้ยินเสียงที่เป็นมาตรฐานสากลจริง ๆ เป็นประสบการณ์ชั้นดี ที่สามารถนำไปต่อยอดการทำงานในอนาคต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบภาพมีความทันสมัยด้วยการใช้ Projector Mapping ด้วยโพรเจกเตอร์ 3 เครื่อง ฉายบนจอขนาดใหญ่ สามารถปรับเป็นจอโค้งได้ ระบบไฟ สำหรับงานคอนเสิร์ต หมุนเคลื่อนไหวและย้อมเปลี่ยนสีได้ตามต้องการ พร้อมด้วยระบบรอก ย้ายตำแหน่ง ฉาก ลำโพง ส่วนที่นั่ง และเวที ที่มีความยืดหยุ่นเลื่อนพับเก็บหรือขยายได้ ที่นี่จึงเหมาะทั้งเป็นคอนเสิร์ตฮอลล์ โรงภาพยนตร์ มิวสิกวิดีโอ เวิร์กช็อปงานดนตรี

“เรียกได้ว่าที่นี่ เป็นทั้งห้องทดสอบ และส่งเสริมพัฒนาการ การแสดงที่สมบูรณ์แบบ ก่อนที่จะนำไปขยายผลในการแสดงบนเวทีจริง ทั้งยังเป็นพื้นที่จำลอง ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาในสายงานที่เชื่อมโยงกัน ได้มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน ลงมือปฏิบัติงานกับอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานในการจัดแสดงคอนเสิร์ตจริง เทียบเท่าเวทีระดับสากล และยังเปิดให้คนภายนอกเข้ามาใช้งาน ในช่วงปิดภาคการศึกษา ค่ายเพลงสามารถติดต่อเข้ามาใช้ เพื่อให้ศิลปินมาซ้อมก่อนขึ้นแสดงจริงได้”

นอกจากนี้ Black Box Theater ยังได้ติดตั้งลำโพงตามองศาการกระจายเสียงเพื่อให้ทุกพื้นที่ได้ยินเสียงเท่ากัน สามารถจุผู้ชมเต็มพื้นที่ได้ราว 300 คน นอกจากนี้ยังมี White Box Theater ห้องแสดงเล็กขนาด 15 x 10 เมตร จุผู้ชมได้ราว 50 คน ภายในติดตั้งระบบเสียง ภาพ และไฟ ที่ได้มาตรฐานสากลเช่นเดียวกัน มีห้องพักนักแสดง พื้นที่ backstage สำหรับเตรียมฉาก และอุปกรณ์

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานในพิธี ได้กล่าวเสริมว่า “Black Box Theater คือนวัตกรรม ที่นำมาส่งเสริมการฝึกซ้อมที่น่าภาคภูมิใจ ให้กับเยาวชน คนรุ่นใหม่ ในสายดนตรีให้มีโอกาสได้พัฒนาทักษะ ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย เทียบเท่าสากล นี่คือวิสัยทัศน์ของคณะผู้บริหาร ที่ได้ร่วมกันสร้างขึ้น เพื่อส่งเสริมการผลิตผลงานให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้โดยการจัดแสดงจริง เป็นการเพิ่มพูนทักษะในทางปฏิบัติ นอกเหนือจากการเรียนทางทฤษฎี นักศึกษาสามารถฝึกฝนได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มศึกษาไปสู่การทำงาน เชื่อว่าที่นี่ จะเป็นห้องส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ให้กับนักศึกษาสายดนตรีก้าวสู่เส้นทางอาชีพ ที่มีศักยภาพ”

ซึ่งในโอกาสนี้ คุณหญิงปัทมา ยังได้มอบทุน“กองทุนเปรมดนตรี” เพื่อสนับสนุนการศึกษาทางด้านดุริยางคศาสตร์ ประจำปี 2566 ให้กับนักเรียน นักศึกษา รวม 13 ทุน

KINN Natto ผนึกมหิดล!! วิจัยโภชนเภสัชจากนัตโตะ–ข้าวยีสต์แดง ครั้งแรกในไทย รับสังคมสูงวัย ดูแลไขมันในเลือดคนไทย มุ่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

คินน์ จับมือมหาวิทยาลัยมหิดล วิจัย “โภชนเภสัชจากนัตโตะและข้าวยีสต์แดง” ครั้งแรกในไทย ที่มุ่งหวังช่วยดูแลสุขภาพคนไทยภายใต้สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 — บริษัท คินน์เวิลด์ไวด์ จำกัด ผู้นำด้านโภชนเภสัชเสริมอาหาร ภายใต้แบรนด์ คินน์ นัตโตะ (KINN Natto) โดย ดร.ศิริพร อริยพุทธรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คินน์ เวิลด์ไวด์ จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางการวิจัยกับ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย รองศาสตราจารย์ ดร. สราวุธเทพานนท์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อดำเนินโครงการวิจัยเรื่อง “ผลของโภชนเภสัชเสริมอาหารที่มีส่วนผสมจากนัตโตะและข้าวยีสต์แดง ต่อการเปลี่ยนแปลงระดับไขมันในเลือดในผู้ใหญ่ไทยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง”

การศึกษาดังกล่าวนับเป็น งานวิจัยด้านโภชนเภสัชในรูปแบบนี้ครั้งแรกของประเทศไทย มุ่งสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับศักยภาพของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากธรรมชาติในการส่งเสริมสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนมุ่งหวังที่จะช่วยดูแลส่งเสริมสุขภาพของประชาชนไทยในยุคสังคมสูงวัย

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทการทำงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาไทย ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางสุขภาพและการมีอายุยืนยาวแห่งเอเชีย (Longevity Hub) สอดรับทิศทางการพัฒนาประเทศสู่สังคมผู้สูงอายุคุณภาพ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพอย่างยั่งยืน

ดร.ศิริพร กล่าวว่า คินน์เชื่อมั่นว่าการมีสุขภาพดีสามารถส่งต่อได้ ในบริบทที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs โดยเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยต้นทุนทางเศรษฐกิจด้านสาธารณสุข กลายเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ในกลุ่มวัยทำงาน การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จึงเป็นหัวใจสำคัญ เรามุ่งพัฒนาโภชนเภสัชจากนัตโตะ โดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนแก่คนไทย

ดร.ศิริพร กล่าวว่า ในด้านการดำเนินงานวิจัย อยู่ภายใต้ความร่วมมือของ รองศาสตราจารย์ ดร. สราวุธ เทพานนท์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมุ่งศึกษาทั้ง ประสิทธิผลและความปลอดภัย ของโภชนเภสัชที่มีส่วนผสมจาก นัตโตะและข้าวยีสต์แดง ต่อระดับไขมันในเลือด เพื่อสร้างองค์ความรู้เชิงประจักษ์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงเวชศาสตร์ป้องกันได้อย่างเป็นระบบ

ดร.ศิริพร กล่าวว่า ข้อมูลจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากกว่า 41 ล้านคนทั่วโลก ขณะที่ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคกลุ่มนี้กว่า 420,000 คนต่อปี โดยส่วนใหญ่เกิดจากโรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการสร้างเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน แบรนด์ คินน์นัตโตะ (KINN Natto) พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบนฐานของวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ ผสานนวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด “จากการรักษา…สู่การป้องกันและฟื้นฟู” (Preventive & Restorative Medicine) มุ่งลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกช่วงวัยด้วยศาสตร์โภชนเภสัชจากธรรมชาติ

“ความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมภาคเอกชน สอดรับกับการพัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางสุขภาพของภูมิภาค และเป็นฐานสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาว” ดร.ศิริพร กล่าว

มหิดลจับมือปักกิ่ง!! ลงนาม MoU วิชาการทันตแพทยศาสตร์ เสริมความร่วมมือการศึกษาและวิจัย ยกระดับมาตรฐานทันตแพทย์ไทย หวังเครือข่ายยั่งยืนในวงการวิชาการ

DTMU Signs MoU with the School of Stomatology, Peking University, to Establish Academic Collaboration
July 22, 2026 – DTMU officially signed an MoU with the School of Stomatology, Peking University, China PR, to strengthen academic collaboration and expand international partnerships between the two institutions.

Highlights of the partnership:
Signed by Assoc. Prof. Bundhit Jirajariyavej, Dean, and Assoc. Prof. Dr. Tippanart Vichayanrat, Deputy Dean for International Relations and Organizational Communication, together with Prof. Deng Xuliang, Dean of the School of Stomatology, and Prof. Peng Xin, Vice President of the School of Stomatology.

- Faculty, student, and staff exchanges
- Joint research and academic collaboration
-Academic conferences and scholarly activities
- Cooperation in dental education and academic services

Together, DTMU and Peking University are committed to advancing dental education, research, and professional development through meaningful international collaboration.

Check out more photos in the comments below!
คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับ School of Stomatology, Peking University สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (Memorandum of Understanding: MoU) ร่วมกับ School of Stomatology, Peking University สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์บัณฑิต จิรจริยาเวช คณบดี และ รองศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงทิพนาถ วิชญาณรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ร่วมลงนามกับ Professor Deng Xuliang, Dean, School of Stomatology, Peking University และ Professor Peng Xin, Vice President, School of Stomatology, Peking University ณ สิรินธรทันตพิพิธ ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ School of Stomatology, Peking University ในด้านการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากร การดำเนินงานวิจัยร่วม การจัดประชุมและกิจกรรมทางวิชาการ ตลอดจนการพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาทันตแพทยศาสตร์และการบริการวิชาการ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาวิชาชีพทันตแพทยศาสตร์ในระดับนานาชาติ

ที่มา : https://www.facebook.com/100064863151141/posts/1504157535089671/?rdid=7eJ608Kwcsxr6Uis#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top