Tuesday, 27 October 2026
ภาษีบาป

‘ชลน่าน’ เล็งดึงแนวคิด ‘ภาษีบาป’ ตั้ง ‘กองทุนเยียวยาเหยื่อ’ หวังช่วยเหลือปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากคนเมาแล้วขับ

(14 พ.ย.66) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวถึงนโยบายรัฐบาลที่จะขยายเวลาเปิดสถานบริการจากปิดตี 2 เป็นตี 4 ว่า นโยบายขยายเวลาเปิดสถานบริการให้เมืองท่องเที่ยว ในพื้นที่จำเพาะ หรือโซนนิ่ง เรื่องนี้ในมุมของ สธ.ให้ความสำคัญมาก เพราะนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจต้องไม่กระทบกับสุขภาพด้วย อย่างน้อยต้องคงเดิม หรือไม่มากกว่าเดิม หรือเรามีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งอาจจะดีกว่าเดิม ดังนั้น จึงให้ความสำคัญในการกำหนดมาตรการรองรับ เราคงไม่คัดค้านหรือต่อต้านนโยบายของรัฐบาล แต่หน้าที่เราจะทำอย่างไรเมื่อขยายเวลาจากตี 2 เป็นตี 4 ช่วงเวลาที่เขาขยายจะไม่ส่งผลกระทบต่อมิติสุขภาพ ซึ่งมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีกฎกระทรวงออกมารองรับ ซึ่งคณะกรรมการกำลังพิจารณารายละเอียดที่จะเสนอมาตรการต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือประกาศเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้ เพราะกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีหลายมาตราที่ให้อำนาจ เช่น การกำหนดพื้นที่จำหน่าย ระยะเวลาจำหน่าย สภาพบุคคลที่จำหน่าย

“ยกตัวอย่างมาตรการที่คุยในคณะกรรมการที่จะเสนอ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปคือ ทำอย่างไรมาตรการควบคุมอย่างเข้ม ให้มีเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดได้ ซึ่งขณะนี้มีการพูดคุยเรื่องนี้เยอะ คนที่จะออกจากร้านไปขับรถ เป็นไปได้หรือไม่ที่ทุกคนจะต้องตรวจระดับแอลกอฮอล์ หากมีปริมาณเกินก็ต้องมีมาตรการ เช่น ทางร้านหรือคนที่ควบคุมต้องไม่ให้ขับรถ ต้องมีรถสาธารณะมารองรับ หรือแม้กระทั่งระหว่างที่ดื่มกินก็มีกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ว่าห้ามจำหน่ายให้คนที่มีอาการมึนเมา เราก็แปลงมาว่าจะบังคับอย่างไร จะตรวจวัดอย่างไร ให้รู้ว่าคนคนนี้เข้าข่ายจะซื้อ จะขายตามกฎหมายไม่ได้ ซึ่งเขาเขียนไว้ 2 ลักษณะ คือ ร้านจำหน่ายให้จำหน่ายถึงเวลาที่ปิดสถานบริการ เพราะฉะนั้น เมื่อปิดตี 4 ก็ขายถึงตี 4 เมื่อขยายตรงนี้ มาตรการควบคุมก็ต้องเข้ม” นพ.ชลน่าน กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ สธ.กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มีการคุยกันถึงเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในลมหายใจ ขณะนี้ถูกนิยามเป็นเครื่องมือแพทย์ ต้องมีมาตรฐานและมีราคาสูง ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อยู่ระหว่างพิจารณาแบ่งแยกประเภท เครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในส่วนที่ใช้ทางการแพทย์ก็ให้จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ส่วนที่ใช้ในการตรวจวัดเป็นการทั่วไป เป็นลักษณะการค้นหา ก็ให้เป็นเครื่องมือทั่วไปหรือไม่ เพื่อให้ทุกคนสามารถพกติดตัว สามารถตรวจสอบตัวเองได้ หากทุกคนมีวินัยก็จะไม่มีผลต่อการขยายเวลาเปิดผับ บาร์

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี นายธนกฤต พานิชวิทย์ หรือว่าน นักร้องชื่อดังไลฟ์สดดื่ม กิน ก่อนจะขับรถไปเกิดอุบัติเหตุชนพนักงานเก็บขยะ จะเป็นเหตุให้ต้องเสนอให้ผ่านให้ได้เรื่องการบังคับตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ก่อนออกจากร้าน และห้ามขับรถโดยเด็ดขาดหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นเหตุผลชัดเจนเลย นับว่าเป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่เราต้องตระหนัก และเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่พึงมีกฎมาควบคุมชัดเจน

“นักร้องคนนี้ผิดกฎหมายหลายมาตรา ซึ่งในส่วนที่เขาไปกำกับดูแลก็ว่ากันไป เช่น การดื่มเมาแล้วขับก็ผิดอยู่แล้ว เป็นพฤติกรรมที่ไม่ชอบ ทำในสิ่งที่กฎหมายต้องห้ามไว้ สธ.ในฐานะเป็นผู้ดูแลบังคับใช้กฎหมาย ก็จะดูมาตรการป้องกันทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ” นพ.ชลน่านกล่าว

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ สธ.จะรณรงค์โดยใช้คำว่า ‘ดื่มไม่ขับ’ ไม่ได้ใช้คำว่า ‘เมาไม่ขับ’ ดังนั้นต่อไปต้องปรับมาตรการรณรงค์ด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เข้มเลย หมายความว่า คำว่าดื่มไม่ขับ อาจจะน้อยไปแล้ว จากนี้ต้องตรวจวัดทุกครั้งถ้าดื่มในสถานบันเทิง ดังนั้น ต้องทำให้เครื่องวัดหาง่าย สามารถพกพาได้ด้วยตนเอง รู้ตนเอง รู้เพื่อน รู้กลุ่ม ถ้าคุณอยากสนุกต้องสนุกบนพื้นฐานความปลอดภัยต่อตนเอง และของคนอื่นด้วย

เมื่อถามต่อไปว่า มีข้อเสนอจากภาคประชาชนว่า เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบให้คนที่อยู่ในธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงควรมีการตั้งกองทุนเยียวยาเหยื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นแนวทาง เป็นวิธีคิดที่คล้ายกับการเก็บภาษีบาป ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารมึนเมา เพื่อนำเงินนี้มาใช้เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ผ่านทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดังนั้นก็อาจจะมีแนวคิดอย่างนั้นได้ ต้องดูในรายละเอียดว่า สามารถจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วนำมาจัดตั้งกองทุนเยียวยาเหยื่อได้หรือไม่

เมื่อถามย้ำว่า จะเสนอเรื่องการตั้งกองทุนนี้เข้าไปพร้อมกันเลยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นแนวคิดที่ดี ก็กำลังพิจารณา

ด้าน นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก นพ.ชลน่าน ให้ดำเนินการเรื่องเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เบื้องต้นได้ประสานไปยังสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เรียบร้อยแล้ว หาก สมอ.มีการออกประกาศกำหนดมาตรฐานให้ไม่เป็นเครื่องมือแพทย์ อย.ก็พร้อมที่จะออกประกาศให้เครื่องตรวจวัดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เป็นเครื่องมือแพทย์ต่อไป

องค์กรนานาชาติ ค้านยกเลิกภาษีบาป!! Movendi สนับสนุนภาษีเฉพาะสุราสูบ ชี้ เป็นโมเดลนวัตกรรมโลกที่ต้องรักษา หวั่นงบประมาณถูกแทรกแซงภาคธุรกิจ ไทยรณรงค์งดเหล้าต่อเนื่อง 25 ปี

ภาคประชาสังคมนานาชาติ ค้านยกเลิก Earmarked Tax ร้องไทยทบทวนปมภาษีบาป
องค์กรภาคประชาสังคมนานาชาติ Movendi International แถลงการณ์คัดค้านการยกเลิกระบบภาษีเฉพาะ (Earmarked Tax) เรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวน หวั่นผลกระทบจากสุรายาสูบเพิ่มถูกแทรกแซงจากธุรกิจสุรายาสูบ ย้ำไทยคือโมเดลนวัตกรรมของโลก

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2569 องค์กรภาคประชาสังคมนานาชาติ Movendi International ซึ่งเป็นขบวนการภาคประชาชนระดับโลกที่เป็นอิสระ มีองค์กรสมาชิกกว่า 140 องค์กร ในกว่า 50 ประเทศ ได้จัดการประชุมระดับโลก (World Congress) ครั้งที่ 71 ระหว่างวันที่ 3-6 ต.ค. 2569 ณ เมืองครานสก้ากอรา ประเทศสโลวีเนีย โดยมีองค์กรสมาชิกส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมจำนวน 51 องค์กร ที่ประชุมได้มีมติรับรองแถลงการณ์คัดค้านและเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติกระบวนการยกเลิกระบบภาษีเฉพาะ (Earmarked Tax) เพื่อปกป้องความเป็นอิสระและประสิทธิภาพของระบบสร้างเสริมสุขภาพ

นางจูเลียต เนมูกาซา (Juliet Namukasa) ประธาน Movendi International คนใหม่ กล่าวว่า ความสำเร็จของประเทศไทยได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก และได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าเป็นตัวอย่างนวัตกรรมทางการเงินที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โมเดลของไทยคือการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม 2% จากผลิตภัณฑ์ที่ทำลายสุขภาพอย่างสุราและยาสูบ ส่งตรงไปยังสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลต่อสังคมไทยตลอด25 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทางองค์กร Movendi ได้รับทราบและชื่นชมความก้าวหน้าและผลสำเร็จต่างๆ โดยเฉพาะรางวัลเนลสันเมเดล่า ปี 2564 ที่ สสส. ได้รับ นับเป็นรางวัลสูงสุดของการทำงานด้านสร้างเสริมสุขภาพ

นางจูเลียต กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะมีนโยบายนำระบบงบประมาณภาษีเฉพาะนี้กลับเข้าสู่งบประมาณปกติ จะทำให้ระบบการปกป้องสุขภาพของประชาชนตกอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของนโยบายรัฐบาลและพรรคการเมือง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และเปิดโอกาสให้ถูกแทรกแซงจากกลุ่มอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ ยาสูบ และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาของการสร้างเสริมสุขภาพทั่วโลกที่ทุกรัฐบาลมักจะละเลย เพราะมองว่าเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล และเน้นให้กระทรวงสาธารณสุขไปรักษาเมื่อป่วยแล้ว เช่น โรคที่เกิดจากพฤติกรรม NCDs เป็นสาเหตุทำให้คนไทยเสียชีวิตสูงถึงกว่า 400,000 รายต่อปีนั้น

รวมทั้ง อุบัติเหตุดื่มแล้วขับ ความรุนแรง และปัญหาสุขภาพจิต ล้วนมีแรงกระตุ้นจากการตลาดของธุรกิจที่กระตุ้นพฤติกรรมเสี่ยง จึงต้องใช้การป้องกันมากกว่ารักษา โดยเฉพาะต้องมีกฎหมายที่ควบคุมการตลาด กฎหมายจำกัดการดื่มการสูบ และมาตรการเพิ่มราคาหรือขึ้นภาษี

แม้รัฐบาลทั่วโลกมักจะไม่ใช้ แต่ในหลักวิชาการขององค์กาอนามัยโลกแล้วถือเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดผลกระทบ โดยเครือข่ายภาคประชาสังคมจะเป็นกลไกสำคัญที่ร่วมกับรัฐบาลในการลดปัญหานี้ ดังนั้น ที่ประชุมใหญ่ขององค์กรจึงมีมติแถลงการณ์ไปยังนายกรัฐมนตรี และสื่อมวลชนถึงความห่วงใย และขอให้ยกเลิกนโยบายที่ส่งผลเสียต่อระบบสุขภาพของไทยดังกล่าว

ด้านนายธีระ วัชรปราณี กรรมการบริหารขององค์กร Movendi International และผู้แทนจากเครือข่ายงดเหล้า (Stop Drink Network) กล่าวว่า เครือข่ายงดเหล้าเป็นสมาชิกของ Movendi ตั้งแต่ปี 2557 (เดิมใช้ชื่อ IOGT International) โดยได้ร่วมกันผลักดันนโยบายการควบคุมแอลกอฮอล์ ยาสูบ และยาเสพติดในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยตนเองได้รับการยอมรับให้เป็นกรรมการบริหารขององค์กรในชุดปัจจุบันในตัวแทนภูมิภาคเอเชียอีกสมัย ปี 2569-2573 หลังจากที่ได้เป็นกรรมการมาแล้ว 2 ครั้ง ปี 2557-2561 และ 2565-2069 เป็นเพราะว่าผลงานของเครือข่ายฯ เป็นที่ประจักษ์ต่อนานาชาติ โดยเฉพาะการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจาก สสส. ซึ่งสอดคล้องกับองค์กร Movendi International ที่มีการก่อตั้งยาวนานกว่า ตั้งแต่ปี คศ. 1851 รวม 175ปี มาแล้ว

นายธีระ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายงดเหล้าได้รับงบประมาณจาก สสส. ตั้งแต่ปี 2546 เริ่มด้วยการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาต่อเนื่องทุกปี รณรงค์งานเทศกาลประเพณีให้ปลอดภัยควบคุมแอลกอฮอล์กว่า 200 งาน ส่งเสริมชุมชนสู้เหล้าและช่วยเหลือทำให้คนเลิกเหล้าเป็น "คนหัวใจเพชร" กว่า 300 ชุมชน ด้านเด็กเยาวชนจะเน้นพัฒนา Mindset ผู้ใหญ่ ได้แก่ ผู้บริหารการศึกษา ครู และโค้ชกีฬาฟุตซอล เพื่อเป็นผู้นำแบบอย่าง และสร้างความปลอดภัยสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งโดยมีครูเข้าร่วมกว่า 2,000 คน และโค้ชกว่า 250 คน

รวมถึงมีโครงการแข่งขันฟุตซอลเยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปีที่ใหญ่ที่สุด สร้างโอกาสให้น้องๆ กว่า 1,100 ทีม โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลให้มีประสบการณ์และทัศนคติการใช้ชีวิตที่ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน นอกจากนั้น เครือข่ายงดเหล้ายังเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2551 และฉบับแก้ไขปี 2568 เพื่อเป็นหลักประกันสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน เช่น การห้ามขายเหล้าในรถไฟและสถานีรถไฟ ซึ่งขับเคลื่อนจากกรณีน้องผู้หญิงถูกคนเมาทำร้ายบนรถไฟ เมื่อมีกฎหมายบังคับใช้ ปัญหาก็ลดลงและมีความปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงการห้ามขายเบียร์แบบกดอัตโนมัติในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในการเดินทางเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการบริหารองค์กร Movendi ตนเองได้นำเสนอผลงานรณรงค์ “งดเหล้าเข้าพรรษา” ของประเทศไทย ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ต่อที่ประชุมระดับโลก

โดยแสดงให้เห็นว่า การรณรงค์งดดื่มแบบชั่วคราวในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ ทั้งจากผลวิจัยข้อมูลการจำหน่ายสุราจากสรรพสามิตย้อนหลัง 23 ปี พบว่า ในช่วงรณรงค์การบริโภคต่อหัวลดลง 9.97% และจากผลการสำรวจประเมินการรณรงค์ในช่วงปี พ.ศ. 2558–2568 พบว่ามีประชาชนที่งดดื่มตลอด 3 เดือน งดดื่มบางช่วง หรือปรับลดปริมาณการดื่ม รวมเฉลี่ยปีละกว่า 10 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นแนวทางที่มีลักษณะคล้ายกับการรณรงค์งดดื่มชั่วคราวในต่างประเทศ เช่น Dry January, Dry July และ Ocsober แต่การรณรงค์ของไทยมีระยะเวลาต่อเนื่องถึง 3 เดือน และมีการศึกษาประเมินผลอย่างเป็นระบ

ที่มา : https://www.hfocus.org/content/2026/10/39852


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top