Friday, 5 June 2026
พฤศจิกายน

‘เอกนัฏ’ เอาจริง ลั่น!! ปราบโรงงาน ‘เถื่อน-ผิดกฎหมาย’ ย้ำ!! เร่งบริหารจัดการ กากอุตสาหกรรม อย่างเป็นรูปธรรม

(2 พ.ย. 67) นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์) ได้สั่งการให้ลงพื้นที่บริษัท ที แอนด์ ที เวสท์ แมเนจเม้นท์ 2017 จำกัด อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกั ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นายอำเภอศรีมหาโพธิ์ เข้าร่วมตรวจสอบ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ืได้รับผลกระทบจากมลพิษอุตสาหกรรม โดยบริษัทประกอบกิจการทำเชื้อเพลิงทดแทน สกัดโลหะมีค่าจากน้ำยาชุปโลหะ อบกากตะกอนที่มีโลหะมีค่า บดย่อยชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นำกรดและด่างที่ใช้แล้วมาผ่านกรรมวิธีทางอุตสาหกรรมเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ทำเชื้อเพลิงผสม ซ่อมและล้างบรรจุภัณฑ์ หลอมหล่อทองแดงจากกากตะกอนของเสียที่มีทองแดงเป็นส่วนประกอบ คัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย 

กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้มีคำสั่งปิดโรงงานของบริษัทและเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางโรงงานได้ฝ่าฝืนคำสั่งและยังคงประกอบกิจการอยู่ จึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดปราจีนบุรีเข้าตรวจสอบภายในโรงงาน ผลการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมวิศวกรชาวจีนผู้ดูแลโรงงานดำเนินคดี 1 ราย และคนงานต่างด้าว 4 ราย รวมทั้งพบความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) ข้อหาตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 2) ข้อหาประกอบกิจโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 3) ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งปิดโรงงาน 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสิ่งของที่ยึดและอายัดไว้ในทุกอาคาร พบว่ามีการสูญหายและมีการเคลื่อนย้ายสิ่งของออกไปนอกพื้นที่ จึงได้ดำเนินการเอาผิดเพิ่มเติม ดังนี้ 1) ความผิดข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานตามมาตรา 56 พรบ.โรงงาน พ.ศ.2535 2) ความผิดข้อหาทำลายหรือเคลื่อนย้ายของกลางที่ยึดอายัดตามมาตรา 141 และมาตรา 142 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 3) เจ้าหน้าที่ดำเนินการนำตัวอย่างวัตถุดิบหรือสิ่งของต่าง ๆ ภายในอาคารมาทดสอบ พบเป็นวัตถุอันตรายและไม่มีใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และเป็นความผิดซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจจับได้ทันทีเป็นเหตุให้จับวิศวกรชาวจีนดำเนินคดี และดำเนินคดีกับกรรมการบริษัทและผู้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดอย่างถึงที่สุด

รัฐมนตรีฯ เอกนัฏ ได้เน้นย้ำตามนโยบาย การปฏิรูปอุตสาหกรรม การจัดการกาก สารพิษ ที่ทำร้ายชีวิตประชาชน โดยปรับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมทั้งระบบ เพื่อคืนน้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชน โดยการแก้ไขกฎหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืน การเพิ่มโทษอาญา เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบ ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้อยู่ระหว่างดำเนินการร่าง พรบ.ว่าด้วยการจัดการกากอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ เพื่อยกระดับการจัดการกับผู้กระทำผิดต่อไป หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีฯ ฐิติภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

ฮิปโปนอนกิน!! เฝ้าทรัพย์ เด่นเรื่องงาน ค้าขายดี เมตตามหานิยม ใครเห็นก็หลงรัก หัวปักหัวปำ

(2 พ.ย. 67) นาทีนี้อะไรก็ฉุดไม่อยู่ กับความโด่งดังของ ‘หมูเด้ง’ ที่รันไปทุกวงการ 

ล่าสุดกระแสฟีเวอร์ ลามไปถึงวงการสายมู ส่งให้เพจ ‘อีซ้อขยี้ข่าว’ ได้ออกมาแฉ รูปยันต์หมูเด้ง รุ่นฮิปโปนอนกิน พร้อมกับมีตัวอักษรรอบ ๆ รูปของหมูเด้ง ที่กำลังนอนยิ้มอย่างมีความสุขบนถุงเงิน

โดยระบุข้อความว่า ‘ผุดอีก ยันต์หมูเด้งเฝ้าทรัพย์ รุ่นฮิปโปนอนกิน เด่นเรื่องค้าขายรุ่งเรือง ช่วยด้านเมตตามหานิยม ใครเห็นหลงรักหัวปักหัวปำ…’

งานนี้หลังจากที่โพสต์ดังกล่าว ได้แชร์ออกไปนั้น ก็ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลายมุมมอง

‘ยันต์ พันธ์ผสม คือ กัมพูชา+แอฟริกันตะวันตก+ไทย’

‘สงสารน้อนนน’

‘สงสัยต้องไปหาสักยันต์หมูเด้งไล่สวบบ้างซะแล้ว’

‘บูชาแล้วจะหิวแต่ขาหมู’

‘สังคมอยู่ยากขึ้นทุกวัน’

ถ้อยแถลง ไร้คำขอโทษ!! ‘พีระพันธุ์’ จี้!! ‘กัมพูชา’ ยอมรับผิด คืนความยุติธรรมให้ ประชาชนไทย

เมื่อวานนี้ (31 ต.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการ เรื่องนี้ต้องเคลียร์ Top Talk ทางช่อง Top News เกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงของประเทศไทยในหลายประเด็น ทั้งปัญหาชายแดนไทย ปัญหาสแกมเมอร์ ข้อกังขาการลงนาม MOU แร่แรร์เอิร์ธ ระหว่างไทยและสหรัฐฯ รวมถึงนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติที่จะเดินหน้าแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน

ในประเด็นเกี่ยวกับการลงนามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างไทย-กัมพูชา นั้น นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตนยังไม่ได้เห็นเอกสารดังกล่าวในรายละเอียด แต่ในฐานะคนไทยและอดีตผู้พิพากษา สิ่งแรกที่รู้สึก คือ ตนไม่สบายใจ เพราะเอกสารใช้คำว่า ‘เรา’ ซึ่งหมายความว่า ประเทศไทยยอมรับว่ามีส่วนร่วมในการกระทำ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วไทยเป็นผู้ถูกกระทำ และที่สำคัญก็คือการกระทำของกัมพูชาเป็นการโจมตีพลเรือนไทยผู้บริสุทธิ์ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาที่สมควร

“ทำไมเรื่องชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการกระทำของกัมพูชาไม่มีพูดถึงในถ้อยแถลงเลย และไม่มีข้อความใดเลยที่กัมพูชายอมรับผิดและบอกว่าจะรับผิดชอบให้ประเทศไทย มันเหมือนกับต่างคนต่างผิดด้วยกัน ผมถามว่าเราอยู่บ้านของเราแบบปกติ จู่ ๆ เพื่อนบ้านปาระเบิดเข้ามา ลูกเราบาดเจ็บเสียชีวิต มีใครพูดถึงบ้าง เราเป็นพ่อ เราจะไม่คิดถึงลูกเราเหรอ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อด้วยว่า ถ้าจะเริ่มเจรจา กัมพูชาต้องเป็นฝ่ายยอมรับผิดและแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ก่อขึ้นก่อน พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยไม่มีความจำเป็นต้องยอมประเทศใด แม้แต่กัมพูชาหรือสหรัฐฯ ที่มาร่วมลงนามในถ้อยแถลงนี้ด้วย เพราะทุกประเทศมีศักดิ์ศรีเท่ากัน และศักดิ์ศรีของประเทศไทยต้องมาก่อนสิ่งใด และเชื่อว่าประเทศไทยยังสามารถเอาผิดอีกฝ่ายได้แน่นอน

“ในฐานะประชาชน ผมคิดว่าไทยกำลังถูกสหรัฐฯ ใช้เป็นเครื่องมือ กลับกันรัฐบาลไทยจะต้องเร่งสนใจดูแลประเทศและประชาชนคนไทยให้มากยิ่งขึ้น” นายพีระพันธุ์ กล่าว

สำหรับประเด็นการลงนาม MOU แร่แรร์เอิร์ธ ระหว่างรัฐบาลไทยและสหรัฐฯ นายพีระพันธุ์ ตั้งข้อสงสัยว่า โดยปกติแล้วหากรัฐบาลจะตัดสินเรื่องใดที่มีผลกระทบต่อคนไทย คนไทยควรมีสิทธิรู้ก่อน แต่เรื่องนี้กลับไม่มีการเปิดเผย ปิดเงียบ และมีนัยที่ผิดปกติ อีกข้อสงสัย คือ กรณีที่มีผู้ออกมาบอกว่า MOU ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งตนย้ำว่า ธรรมชาติของสัญญา คือ การสร้างผลผูกพันระหว่างกัน หากไม่ต้องการให้มีผลผูกพันทางกฎหมาย เหตุใดจะต้องทำเป็นข้อตกลง พร้อมตั้งข้อสงสัยต่อไปว่า การที่บอกว่าลงนาม MOU ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เป็นการจะหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหากรัฐบาลต้องการจะลงนามสร้างความร่วมมือในด้านนี้ ก็มีอีกหลายประเทศที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เช่น เยอรมัน แล้วเหตุใดรัฐบาลจึงต้องเร่งลงนามกับสหรัฐฯ เป็นการผูกมัดตัวเอง

“แร่ดังกล่าวเป็นแร่สำคัญและเป็นของคนไทยทุกคน ที่สำคัญรัฐบาลนี้มีอายุอีกแค่ 3 เดือน กับเรื่องสำคัญนี้ ทำไมต้องรีบลงนาม ทำไมไม่รอรัฐบาลใหม่เป็นผู้ตัดสินใจ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวต่อไปว่า ในอดีตไทยเคยมีการลงนามสัญญากับสหรัฐฯ เมื่อปี 2515 ที่ขอให้คนสหรัฐฯ ที่อยู่ในไทยมีสิทธิเทียบเท่ากับคนไทย แต่เมื่อคนไทยไปสหรัฐฯ กลับไม่มีสิทธิ์เทียบเท่าคนสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ อ้างว่าแต่ละรัฐท้องถิ่นมีกฎหมายเป็นของตนเอง รัฐบาลกลางที่ลงนามจึงไม่สามารถไปบังคับให้คนไทยมีสิทธิ์เทียบเท่าคนสหรัฐฯ ได้

ประเด็นต่อมา นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ว่า เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติที่รัฐบาลต้องเร่งยกเป็นวาระแห่งชาติ ปราบปรามให้สิ้นซาก การใช้ตำรวจอย่างเดียวไม่พอ เห็นได้จากการที่เกาหลีใต้ให้รัฐมนตรีต่างประเทศลงพื้นที่จัดการอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงการเอาจริงเอาจัง และการที่มีอดีตนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.คนหนึ่งออกมาพูดถึงนักการเมืองที่เกี่ยวโยงเรื่องนี้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ รัฐบาลก็ควรต้องออกมาจัดการให้ชัดเจน แต่ผ่านมาหลายวันแล้ว ตนยังไม่เห็นความชัดเจนจากรัฐบาลเลย

นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐทำงานอย่างเต็มที่ ก็เชื่อว่าจะสามารถจัดการปัญหาสแกมเมอร์ได้ และหากตนอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็จะเดินหน้าจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองอย่างเด็ดขาดแน่นอน

“ถามว่าถ้าผมเป็นนายกฯ จะทำอย่างไร ผมจะไม่ปล่อยไว้แบบนี้แน่ ผมจะไปกัมพูชา ไปทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง เพราะคนไทยเดือดร้อนเช่นนี้จะให้ผมนั่งเฉยอยู่คงไม่ได้ ผมพร้อมรับผิดชอบทุกอย่างเองทั้งหมด หากมีคนในรัฐบาลไม่พอใจและอยู่ไม่ได้ ก็ไม่อยู่ เพราะหากอยู่ในตำแหน่งแล้วแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ จะอยู่ทำไม” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติด้วยว่า ตนจะเสนอนโยบายให้ประหารชีวิตผู้ที่ทุจริตเงินแผ่นดิน เพราะข้าราชการต่าง ๆ ที่ทุจริตสมควรได้รับโทษสูงสุด

“เรื่องคอร์รัปชันเป็นมะเร็งที่ลามในประเทศไทยมานาน ดังนั้นเราจำเป็นต้องตัดมะเร็งทิ้ง และผมย้ำว่าผมจะทำจริงแน่ เพราะผมมาทำงานเพื่อประเทศและประชาชน” นายพีระพันธุ์ กล่าวทิ้งท้าย

'กัน จอมพลัง' แจงปมล็อกสเปก ยัน!! ได้ของถูก คุณภาพดี เหลือ 6,000 จาก 23,000 ชี้พูดความจริงแต่คนไม่พอใจ

เมื่อวานนี้ (31 ต.ค. 68) ‘กัน จอมพลัง’ ได้โพสต์คลิป โดยมีใจความว่า ...

ล็อกสเปค จาก 23,000 เหลือ 6,000 บาท แล้วยังไง 
ก็เทียบกับคนอื่นแล้วราคา 23,000 บาท 22,000 บาท ล็อกสเปคเหลือแค่ 6,000 บาท 
ผมถามทุกคนอย่างนี้ดีไหม 

ก็มันมีเจ้าเดียวที่ผลิตได้ ทำได้ในราคาที่ถูก แล้วก็รวดเร็ว 
เราก็หาเจ้า ที่มันเหมาะสมกับการทำงาน แล้วแถมเขาลดราคาให้อีก 
หาราคาอย่างนี้ไม่รู้จะไปหาได้ที่ไหนแล้ว

มีแต่คนบอกว่า ให้พูดความจริง พอความจริงไม่ตรงใจ ก็เบี่ยงไปอย่างอื่นอีก

สรุปผลงาน CEO AIS คนเดิม 'สมชัย เลิศสุทธิวงค์' ผู้นำด้านดิจิทัล ขับเคลื่อน 3G→4G→5G ก่อนส่งไม้ต่อให้ CEO คนใหม่

(1 พ.ย. 68) ไทม์ไลน์ผลงานของ  ‘สมชัย เลิศสุทธิวงค์’ (คัดไฮไลต์ตามลำดับเหตุการณ์)

ก่อนเป็นซีอีโอ: ปูทาง “เครือข่ายมวลชน”
• CMO ที่พา AIS เข้าสู่ยุค 3G 2100 (พ.ศ. 2556): ช่วงดำรงตำแหน่ง Chief Marketing Officer (CMO) บริษัทเปิดให้บริการ 3G บนคลื่น 2.1GHz เดือนพฤษภาคม 2556 และเร่งขยายครอบคลุมจนสิ้นปีแตะ ~80% ของประชากร—ฐานสำคัญของการย้ายผู้ใช้สู่เทคโนโลยีใหม่ในเวลาต่อมา

• ผู้นำทีมการตลาด: เป็นผู้บริหารสายการตลาดที่สื่อมวลชนอ้างถึงในฐานะ CMO ระหว่างการเร่งคุณภาพบริการช่วงเปลี่ยนผ่าน 3G

1 ก.ค. 2557: ขึ้นเป็นซีอีโอ AIS
• บอร์ดมีมติแต่งตั้ง สมชัย เลิศสุทธิวงค์ เป็นซีอีโอ มีผล 1 ก.ค. 2557 รับไม้ต่อจากคุณวิชญ์ เมฆทรงกลด และประกาศเป้าหมายยกระดับ AIS สู่บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ

2558–2559: วางรากฐานโครงข่ายยุค 4G และ “บ้าน”
• 4G เปิดเชิงพาณิชย์ (ม.ค. 2559) ผ่านบริษัทลูก AWN—ปูทางสู่การใช้งานดาต้าในวงกว้าง

• AIS Fibre: จากการทดลองให้บริการตั้งแต่ เม.ย. 2558 สู่การเปิดทางการ พ.ค. 2559 ด้วยเป้าหมายขึ้น Top-3 ภายใน 3 ปี และเป็นผู้นำภายใน 5 ปี—เป็นก้าวใหญ่ของ “คอนเวอร์เจนซ์ มือถือ + บรอดแบนด์บ้าน”.
• ดันบริการองค์กร/ดิจิทัล: ขยายบริการ M2M/LBS สำหรับลูกค้าองค์กร สะท้อนยุทธศาสตร์ Diversification นอกเหนือมือถือ

2563: “ครั้งแรกของไทย” กับ 5G เชิงพาณิชย์
• 24 ก.พ. 2563 AIS เปิด 5G เชิงพาณิชย์ เป็นรายแรกของประเทศบนย่าน 2600 MHz—จุดพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ

2565–2566: สายบ้านโตต่อเนื่อง + ฐาน 5G ขยาย
• ธุรกิจ Fixed Broadband ทะลุ 2.1 ล้านครัวเรือน Q3/2565 และยังเติบโตต่อในปี 2566—คานอำนาจรายได้ฝั่ง “บ้าน” ให้แข็งแรงควบคู่มือถือ

2567–2568: วาระขยาย–ส่งไม้ต่อ
• วาระซีอีโอขยายเพิ่มอีก 1 ปี (ต.ค. 2567) เพื่อความต่อเนื่องของแผนงาน ก่อนเข้าสู่เฟสส่งไม้ต่อ

• ประกาศผู้สืบทอด: บอร์ดแต่งตั้ง ปรัธนา ลีลพนัง เป็นซีอีโอคนถัดไป มีผล 3 พ.ย. 2568—ทีมแกนเดิม ขยายต่อคอนเวอร์เจนซ์และ 5G/ไฟเบอร์โดยไม่สะดุด

กลไกความสำเร็จ (Key Plays)
1. เริ่มจากลูกค้า—จบที่โครงสร้างรายได้: DNA นักการตลาดทำให้การตัดสินใจด้านคลื่น/แพ็กเกจ/ประสบการณ์ ถูกผูกกับพฤติกรรมผู้ใช้จริง (จาก One-2-Call!, Serenade ตั้งแต่ปี 2004 สู่ยุค 5G).
2. Convergence ที่ทำได้จริง: มือถือ + อินเทอร์เน็ตบ้าน (AIS Fibre) + บริการองค์กร—ลดความผันผวนของรายได้ ยืดอายุความสัมพันธ์ลูกค้า (LTV) และสร้าง “เครือข่ายชีวิตดิจิทัล” ครบวงจร

3. ผู้นำการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีระดับประเทศ: จาก 3G 2100 → 4G → 5G รายแรก—ช่วยยกระดับความพร้อมดิจิทัลของผู้ใช้-ธุรกิจ-รัฐ ให้ก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเร็วขึ้น

ประวัติการศึกษา (ย่อ)
• ปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต (สถิติประยุกต์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (การตลาด) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนครพนม
• หลักสูตรผู้บริหารเด่น: Thai IOD (เช่น RCP/DCP), Capital Market Academy

ส่งท้าย: “ส่งไม้ต่ออย่างมีแบบแผน”
ภายใต้วาระที่ยืดเพื่อความต่อเนื่องในปี 2567 สมชัยวางโรดแมปและทีมงานไว้ครบ ก่อนประกาศ ปรัธนา ลีลพนัง เป็นซีอีโอคนใหม่ มีผล 3 พ.ย. 2568—สะท้อนธรรมาภิบาลการสืบทอดตำแหน่ง (succession planning) ที่ชัดเจน และทำให้ยุทธศาสตร์ มือถือ+บ้าน+องค์กร เดินหน้าต่อไม่สะดุด ในช่วงที่ไทยกำลังก้าวลึกสู่โครงสร้างพื้นฐาน 5G-ไฟเบอร์-คลาวด์

อั้ม อิราวัต เล่าบทสนทนาจากใจ กลางภารกิจต่างประเทศ 'อดีตนายกฯอิ๊ง' เลือกทำเพื่อคนไทย ก่อนครอบครัว

(1 พ.ย. 68) ‘อั้ม อิราวัต’ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี ‘แพทองธาร ชินวัตร’ โดยมีใจความว่า ...

มีครั้งหนึ่ง นายกฯอิ๊ง บินไปปฏิบัติหน้าที่ต่างประเทศ
(ในฐานะนายกฯแม่ลูกอ่อน) คุณปอ ก็ไม่ได้ไป ลูกก็ไม่ได้ไป
ภารกิจครั้งนั้น นานติดกันหลายวัน

นายกฯอิ๊ง บอก “คิดถึงลูกสุดหัวใจ”

ผมถาม : ทำไม่อ่ะครับ? เขาไม่ให้เอาสามีกับลูกไปเหรอ?

นายกฯอิ๊ง : เอาไปได้ค่ะพี่หมอ จะบินแยกไปก็ได้
แต่ภารกิจนั้น ตารางแน่นมาก มันไม่เหมาะกับเวลา
ต้องใช้สมาธิใช้พลังเยอะ คิดถึงลูก คิดถึงครอบครัวก็จริง..
แต่อิ๊งคือ “นายกรัฐมนตรีของคนไทย” 

คิดถึงงานที่มาทำให้คนไทยมากกว่า และเลือกจะมาทำแล้ว
บางครั้งก็ต้องกัดฟัน อดทน ลุยงานให้ดีที่สุด..

*จากส่วนหนึ่ง ของบทสนทนาส่วนตัวของผม
กับ อดีตนายกฯ Paetongtarn Shinawatra
ตอนนั้น คุณปอ Pidok Sooksawas ก็ยืนอยู่ด้วย

ทุกท่านอ่านแล้วคิดกันเองละกันครับ
แต่สำหรับผม ยังไงผมและครอบครัว..
ก็ยังเลือก พรรคเพื่อไทย ตลอดกาล  

'สาธิต ปิตุเตชะ' โพสต์เตือนคนอยากลงสนามการเมือง อย่ามาเอาผลประโยชน์ ถ้าไม่พร้อมเสียสละเพื่อประชาชน

(1 พ.ย. 68) นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …

ผมพูดเสมอ มีหน้าที่ตรงไหน ทำให้สุด

ตอนนี้มีหน้าที่ พนักงานต้อนรับคนเข้ามาทำหน้าที่ ผู้แทนของประชาชน ที่ ต้องเข้าใจแต่แรกว่า เข้ามาต้องเสียสละ อุทิศให้สังคม ในการทำงาน และเวลาส่วนตัว ความสามารถประสบการณ์ของตัวเอง เพื่อสังคม และคนส่วนใหญ่ อย่าคิดมาเอาอะไรจากการเมือง นอกจากความนับถือ เกียรติ ในการทำหน้าที่ที่ ซื่อสัตย์ โปร่งใสเพื่อประชาชน ถ้าเข้าใจตามนี้ก็เชิญชวนครับ

ถ้ามาเพราะ แบบอื่น หรือ ถ้าเป็น สีเทา ก็อย่ามาเพราะเดี๋ยวนี้ สังคมรู้หมดว่าใครเป็นอย่างไร

‘รัศมีแข’ กลายเป็น!! พลังซอฟต์พาวเวอร์ ทีมไทย สื่อเอเชีย ยกให้!! สีสันแห่ง Physical: Asia บน Netflix ส่งพลังบุคลิกไทย สู่สายตาเอเชีย ในรายการสุดโหด เน้น!! ‘สนุก’ มากกว่า ‘โชว์กล้าม’

(2 พ.ย. 68) ทำไม?? ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ กลายเป็นสีสันทีมไทยที่ทั่วเอเชียพูดถึงในเรียลิตี้โหดสุดอย่าง Physical: Asia บน Netflix และนี่ไม่ใช่แค่ความแข็งแรง แต่คือ “พลังบุคลิก” ที่พาไทยดังไปพร้อมกัน

Physical: Asia คือสนามแบบไหน
สปินออฟจาก Physical: 100 ที่เปลี่ยนกติกาเป็น “ศึกทีมชาติ” 8 ประเทศ แข่งกันภารกิจหนักระดับเอาตาย เพื่อศักดิ์ศรีทีมและเงินรางวัล 1 พันล้านวอน รายการเปิดฉาย 28 ต.ค. 2025 และดึงซูเปอร์สตาร์สายกีฬา–ความฟิตจากทั้งภูมิภาคมาเจอกัน เช่น Manny Pacquiao, Robert Whittaker, Superbon ฯลฯ (กัปตันทีมไทย) นับว่าเป็นการเล่าเรื่องความแกร่งที่ผสมวัฒนธรรมและทีมเวิร์กชัดกว่าเดิม

จุดที่ทำให้ “รัศมีแข” โดดเด่นระดับภูมิภาค
เปิดตัวแบบจำ–ไม่–ลืม: สายเอนเตอร์เทนมาเต็ม แต่ลงสนามแล้ว “ทำได้จริง” ภาพจำคือเดินเข้าสตูฯ ด้วยความมั่นใจ ก่อนโชว์สกิลภารกิจสุดโหด จนสื่อและแฟนรายการพูดถึงวงกว้าง
โมเมนต์ไวรัล: ศึก “เรืออัปปาง–ขนลัง” ที่ทีมไทยต้องยก/วิ่ง/สื่อสารแข่งกับทีมเกาหลี ฟุตเทจ “ตะโกนปลุกใจ–คุมจังหวะทีม” ทำให้ชื่อรัศมีแขพุ่งติดเทรนด์ในช่องทางทางการของ Netflix
คำพูดคม–คัลเจอร์แคปซูล: มุกหยอกเชิงวัฒนธรรม (อาหาร–ป็อปคัลเจอร์) ถูกยกไปแชร์–ตีความต่อทั้งไทยและต่างประเทศ ขยาย “อารมณ์ขันแบบไทย” สู่ผู้ชมวงกว้าง
เสียงเชียร์นอกประเทศ: สื่อต่างชาติยกบุคลิก “ซนแต่จริงใจ” ของเขาว่าเป็นหัวใจความสนุกของทีมไทย—ระดับ reality TV gold ในแง่สีสันและพลังบวกต่อทีม

ทำไม “คาแรกเตอร์แบบไทย” ถึงเข้าทางรายการฟิตเนสโหด
บาลานซ์ “โหด–ฮา”: รายการให้ภาพ “แรงกาย” ส่วนรัศมีแขเติม “แรงใจ–แรงเชียร์” ผู้ชมเลยได้ “ความเป็นมนุษย์” ของทีม—ยิ้มได้แม้งานหนัก ความเครียดของโชว์จึงดูสนุก–น่ารักขึ้นมาก
รหัสวัฒนธรรมที่เข้าใจง่าย: การเปรียบเทียบอาหาร–ป๊อปคัลเจอร์ ทำหน้าที่เป็น “ซับวัฒนธรรม” ช่วยต่างชาติอ่านไทยได้ทันที—ไม่ต้องรู้ภูเก็ตหรือวอลเลย์บอล ก็หัวเราะและเชียร์ไทยร่วมกันได้
ทีมเวิร์กที่มีผู้นำทางอารมณ์: ในเกมที่แพ้–ชนะด้วยความพร้อมทั้งกายและใจ “ผู้นำอารมณ์” สำคัญไม่แพ้กัปตันสายเทคนิค คลิปของ Netflix โชว์ชัดว่าการสื่อสาร–ปลุกใจ ช่วยให้ทีมรักษาจังหวะการยก/วิ่งได้จริง

หลักฐานจากกระแสและสื่อ
บทความ/พอร์ตข่าวต่างชาติแนะนำแคสต์และยืนยันรูปแบบทีมชาติ–เงินรางวัล–วันฉาย (เช่น Marie Claire, Netflix Tudum ฯลฯ)
สื่อไทยรายงานต่อเนื่อง—ตั้งแต่เปิดตัวทีมไทย (มี Superbon เป็นกัปตัน) จนถึงกระแสการชม “รัศมีแขคือสีสันทีม” หลังออกอากาศไม่กี่ตอน
โพสต์/คลิปทางการของ Netflix ประเทศไทย–เกาหลี ช่วยขยายโมเมนต์ “ทีมไทยฮึด!” สู่วงกว้าง สร้างฐานแชร์ข้ามประเทศ

บทเรียนซอฟต์พาวเวอร์สำหรับไทย (ทำได้เลยช่วงกระแสกำลังเดือด)
เซต “มุกไทยเข้าใจง่าย” เป็นสคริปต์สื่อสารสำหรับนักกีฬา–ครีเอเตอร์ไทยเวลาไปเวทีนานาชาติ: อาหาร, เพลง, คนดัง, สถานที่—สั้น จำง่าย แชร์ต่อได้
แคมเปญคู่กีฬา–ท่องเที่ยว: คลิปสั้น “ฝึกภารกิจแบบทีมไทยใน 30 วินาที” ปิดด้วยโลเคชันไทย (ชายหาด–มวยไทย–สตรีตฟู้ด) ให้หน่วยงานท่องเที่ยว/สโมสร/ยิมหยิบไปทำคอนเทนต์ร่วม
แบรนด์แอสโซซิเอตกับ “พลังบวก”: ใช้รัศมีแขเป็นคีย์เวิร์ดของคอนเทนต์—เน้นคำสำคัญ “ทีมเวิร์ก–กำลังใจ–สนุก” มากกว่า “โชว์กล้าม” เพื่อสื่อสารกับผู้ชมวงกว้าง

สรุป
Physical: Asia เปิด “ลานประลองเอเชีย” ที่ไม่ได้วัดแค่แรง แต่คือ “เรื่องเล่าแห่งทีม” และในหมากนี้ รัศมีแข คือการ์ดซอฟต์พาวเวอร์ที่พา “อารมณ์ขัน–ความจริงใจ–สปิริตทีมไทย” ไปให้ผู้ชมทั่วภูมิภาคเห็นแบบชัดเจน—ยิ้มได้ เชียร์เพลิน และจำไทยได้แม่นยำกว่าที่เคย
ปิดท้ายสำหรับผู้อ่าน TST: ถ้าอยาก “อินให้สุด” แนะนำเปิดดูคลิป “ทีมไทยฮึด!” ก่อน แล้วค่อยไปดูเต็มใน Netflix—จะเห็นชัดว่าทำไมคาแรกเตอร์แบบไทยถึงชนะใจคนดูได้ในรายการสุดโหด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top