Wednesday, 22 July 2026
พระเจ้าตาก

6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 ‘พระเจ้าตาก’ รบชนะพม่าที่ค่ายโพธิ์สามต้น กู้เอกราชสำเร็จหลังเสียกรุงศรีอยุธยา 7 เดือน

วันนี้เมื่อ 255 ปีก่อน เป็นหนึ่งวันสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รบชนะพม่าและฆ่าสุดกี้แม่ทัพพม่าตาย ถือเป็นการกู้เอกราชคืนจากพม่าได้สำเร็จ ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 

ภายหลังจาก เจ้าตากตีเมืองจันทบุรีได้ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 7 แรม 3 ค่ำ จุลศักราช 1129 ปีกุน นพศก เพลา 3 ยามเศษ ตรงกับวันที่ 15 มิถุนายน 2310 เวลาประมาณ 03.00 น. หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาแล้ว 2 เดือน

หลังจากนั้น เจ้าตากได้เคลื่อนทัพไปยังเมืองตราด พวกกรมการและราษฎรเกิดความเกรงกลัวต่างพากันมาอ่อนน้อมโดยดี ภายหลังกลับจากตราดมาตั้งมั่นรวบรวมผู้คนอยู่ที่เมืองจันทบุรี เพื่อวางแผนปฏิบัติการรบเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาคืนจากข้าศึก พร้อมกับสั่งให้ต่อเรือรบและรวบรวมเครื่องศัตราวุธและยุทธภัณฑ์ภายในเวลา 3 เดือน พร้อมกับฝึกไพร่พลให้พร้อมที่จะปฏิบัติการ

14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 ‘พระเจ้าตาก’ เปิดยุทธการ ‘ทุบหม้อข้าว’ ก่อนนำทัพบุกยึด ‘เมืองจันทบูร’

วันนี้เมื่อ 256 ปีก่อน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สั่งทุบหม้อข้าวก่อนบุกตีเมืองจันทบูร นับเป็นยุทธการที่ลือลั่นจวบจนถึงทุกวันนี้

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2310 ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ เมื่อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ยกทัพ บุกยึดเมืองจันทบูร โดยก่อนเข้าตีเมือง ได้ปลุกขวัญกำลังใจเหล่าทหารด้วยการ ‘ทุบหม้อข้าว’ หมายจะได้กินข้าวเช้าในเมืองจันทบูร หากตีเอาเมืองไม่ได้ ก็ให้ตายด้วยกันเสียให้หมด ถือว่าเป็นกลศึกที่ปลุกขวัญกำลังใจแก่ทหารกล้าเป็นอย่างมาก และเป็นยุทธวิธีอันลือลั่นมาจนถึงทุกวันนี้

ภายหลังเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาแล้ว 2 เดือน เจ้าตากเดินทัพจากระยองผ่านแกลงเข้าบางกระจะ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การยึดเมืองจันทบูรเป็นที่มั่นเพื่อรวบรวมกำลังพลกลับมาสู้ แต่ทว่าเจ้าเมืองจันทบูรไม่ยอมสวามิภักดิ์ เจ้าตากต้องการยึดเมืองจันทบูรไว้เป็นที่มั่นเพื่อรวบรวมกำลังมาตีพม่า จึงสั่งทหารทุกคนว่า

“เราจะตีเมืองจันทบูรในค่ำวันนี้ เมื่อกองทัพหุงข้าวเสร็จแล้ว ทั้งนายไพร่ให้เททิ้งอาหารที่เหลือและต่อยหม้อเสียให้หมด หมายไปกินข้าวเช้าด้วยกันที่ในเมืองเอาพรุ่งนี้ ถ้าตีเอาเมืองไม่ได้ในค่ำวันนี้ ก็จะให้ได้ตายเสียด้วยกันให้หมดทีเดียว”

ครั้นถึง วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 เวลา 19.00 น. เจ้าตากจึงได้สั่งให้ทหารไทยและจีนลอบเข้าไปอยู่ตามสถานที่ที่ได้วางแผนไว้แล้ว ให้คอยฟังสัญญาณเข้าตีเมืองพร้อมกัน เมื่อเวลา 03.00 น. เจ้าตากก็ขึ้นคอช้างพังคีรีบัญชร ให้ยิงปืนสัญญาณพร้อมกับบอกพวกทหารเข้าตีเมืองพร้อมกัน ส่วนเจ้าตากก็ไสช้างเข้าพังประตูเมืองจนทำให้บานประตูเมืองพังลง ทหารเจ้าตากจึงกรูกันเข้าเมืองได้ พวกชาวเมืองต่างพากันละทิ้งหน้าที่หนีไป ส่วนพระยาจันทบูรก็พาครอบครัวลงเรือหนีไปยังเมืองบันทายมาศ เจ้าตากตีเมืองจันทบูรได้ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 7 แรม 3 ค่ำ จุลศักราช 1129 ปีกุน นพศก เพลา 3 ยามเศษ ตรงกับวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2310 เวลาประมาณ 03.00 น. หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาแล้ว 2 เดือน

หลังจากนั้น เจ้าตากได้เคลื่อนทัพไปยังเมืองตราด พวกกรมการและราษฎรเกิดความเกรงกลัวต่างพากันมาอ่อนน้อมโดยดี ที่ปากน้ำเมืองตราดมีเรือสำเภาจีนมาทอดทุ่นอยู่หลายลำ เจ้าตากได้เรียกนายเรือมาพบ แต่พวกจีนนายเรือขัดขืนต่อสู้ เจ้าตากจึงนำกองเรือไปล้อมสำเภาจีนเหล่านั้น ได้ทำการต่อสู้กันอยู่ประมาณครึ่งวันเจ้าตากก็ยึดสำเภาจีนไว้ได้หมด ได้ทรัพย์สินสิ่งของมาเป็นจำนวนมาก

แผนการกอบกู้กรุงศรีอยุธยา เจ้าตากได้เดินทางกลับจากตราดมาตั้งมั่นรวบรวมผู้คนอยู่ที่เมืองจันทบูร เพื่อวางแผนปฏิบัติการรบเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาคืนจากข้าศึก พร้อมกับสั่งให้ต่อเรือรบและรวบรวมเครื่องศัตราวุธและยุทธภัณฑ์ภายในเวลา 3 เดือน พร้อมกับฝึกไพร่พลให้พร้อมที่จะปฏิบัติการ

เมื่อสิ้นฤดูมรสุมในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2310 เจ้าตากได้ยกกองทัพเรือจากจันทบูรเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วเข้าโจมตีข้าศึกที่เมืองธนบุรี เมื่อเจ้าตากยึดเมืองธนบุรีและปราบนายทองอินได้แล้ว จึงเคลื่อนทัพต่อไปที่กรุงศรีอยุธยาเข้า ยึดค่ายโพธิ์สามต้นปราบพม่าจนราบคาบ สามารถกอบกู้กรุงศรีอยุธยากลับคืนมา เมื่อวันศุกร์ เดือน 12 ขึ้น 15 ค่ำ จุลศักราช 1129 ปีกุน นพศก เวลาบ่ายโมงเศษ ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 เวลาประมาณ 13.00 น. ใช้เวลา 7 เดือนหลังจากคราวเสียกรุงศรีอยุธยา

ปปร.26 สถาบันพระปกเกล้า บินลัดฟ้าศึกษาเมืองเศรษฐกิจนครซัวเถา-ย้อนรอยต้นตระกูล 'แซ่แต้' ของพระเจ้าตาก

คณะหลักสูตร ประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับผู้ บริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 26 นำโดย…ดร.วิกร ภูวพัชร์ ประธานรุ่น ปปร.26 พร้อมด้วย นายสมชาย ศุภสัญญา กรรมการรุ่น และรองปธ.สภา วัฒนธรรมไทยจีน นำคณะนักศึกษาหลักสูตร ปปร.26 ศึกษาดูงานที่นครซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยเชื้อสายจีนและ สมาคมคนจีนโพ้นทะเลของนครซัวเถา

ทั้งนี้ได้มีผู้แทนจากนครซัวเถา ให้การต้อนรับ และอธิบายถึงประวัตินครซัวเถา หรือซานโถว (汕头) เป็นเมืองท่าชายฝั่งตะวันออกของจีน ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง ในสมัยราชวงศ์ซ้อง นครซัวเถาเคยเป็นเมืองท่าของเมืองถัวเจียง ในปี พ.ศ. 2106 (ค.ศ. 1563) นครซัวเถาเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอเฉิงไห่ หรือเถ่งไฮ่ (ภาษาแต้จิ๋ว) ในเมืองเฉาโจวหรือเมืองแต้จิ๋วในปัจจุบัน 

ในอดีตนครซัวเถาเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ เมื่อเริ่มมีการขยายตัวของเมืองและเป็นท่าเรือในการคมนาคม เริ่มมีร้านค้ากิจการต่างๆ จนต่อมาถูกยกระดับฐานะขึ้นเป็นเมืองท่านานาชาติ ในศตวรรษที่ 18 ก่อนจะกลายมาเป็น 1 ใน 4 เมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนในปัจจุบัน

นอกจากศึกษาดูงานที่ทำการนครซัวเถาแล้ว ได้ดูงานที่เมืองแต้จิ๋ว และเยี่ยมชม สุสานพระเจ้าตากสินมหาราช

สำหรับที่เถ่งไฮ่ ซัวเถา เป็นบ้านเกิดบิดาของพระเจ้าตากสินมหาราช คนจีนแต้จิ๋วในยุคนั้น จึงภูมิใจและรักพระเจ้าตากสินดังเช่นคนไทย ชื่อจีนของพระเจ้าตากสินมีชื่อว่า แต่อ๊วง ตระกูลของพระเจ้าตากสินจึงมีแซ่ว่า ”แต้”
ที่เมืองนี้มีหลุมฝังศพของพระเจ้าตากสิน แม้ว่าจะเรียกว่าเป็นหลุมศพ แต่เป็นเพียงที่ฝังเสื้อผ้าของท่านเท่านั้น สุสานแห่งนี้จึงมีความหมายต่อใจของคน ในเถ่งไฮ่ เพราะอุตส่าห์ส่งเสื้อผ้าของท่านข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากไทย เพื่อมาสร้างหลุมศพที่นี่ ก็แสดงให้เห็นว่าคนจีนในไทยให้ความสำคัญกับพระเจ้าตากสินมาก

ดร.วิกร ภูวพัชร์ กล่าวถึงการศึกษาดูงานครั้งนี้ว่า เป็นโอกาสที่คณะนักศึกษาหลักสูตร ปปร.26 ได้ศึกษาประวัติศาสตร์และการเจริญเติบโตวิวัฒนาการของ นครซัวเถา เมื่อครั้งในอดีตเคยเป็นพื้นที่ที่ยากจน อีกทั้งเป็นแหล่งกำเนิดคนไทยเชื้อสายจีน ที่อพยพไปอยู่ในประเทศไทยเมื่อราว 100 ปีก่อน พร้อมทั้งเยี่ยมชมโรงงานผลิตพลาสติกตัวต่อที่ทันสมัยควบคุมด้วยระบบโรบอตและเอไอ ที่ใหญ่ อันดับต้นๆของจีน

14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 ‘พระเจ้าตากฯ’ สั่งทหาร ‘ทุบหม้อข้าว’ ออกศึกชี้ชะตา ปลุกขวัญกำลังใจกองทัพยึดเมืองจันท์คืนแผ่นดินสยาม

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนำทัพเข้าตีเมืองจันทบุรี หลังกรุงศรีอยุธยาแตกเพียง 2 เดือน โดยใช้กลยุทธ์ “ทุบหม้อข้าว” ปลุกขวัญกำลังใจทหารไทย ประกาศชัดว่าจะต้องไปกินข้าวเช้าในเมือง หากตีเมืองไม่ได้ก็พร้อมตายด้วยกันทั้งหมด

ในค่ำวันนั้น เวลา 19.00 น. พระองค์สั่งกองทัพลอบเข้าประจำจุดตามแผน เมื่อถึงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 15 มิถุนายน ได้ให้ยิงปืนเป็นสัญญาณเปิดฉากโจมตี และทรงนำช้างพังคีรีบัญชรไล่พังประตูเมือง ทหารจึงบุกเข้าไปได้อย่างรวดเร็ว

ส่งผลให้กองกำลังฝ่ายจันทบุรีแตกพ่าย ชาวเมืองหนีตาย พระยาจันทบุรีนำครอบครัวหลบหนีทางเรือ เจ้าตากสามารถยึดเมืองได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งคืน ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญในการรวบรวมกำลังฟื้นฟูอาณาจักรไทยหลังการเสียกรุง

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการกอบกู้แผ่นดิน โดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยในฐานะวีรบุรุษผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรมของชาติ

14 มิถุนายน 2310 “พระเจ้าตากฯ” สั่งทหารทุบหม้อข้าว ออกศึกชี้ชะตายึดเมืองจันท์ จุดเริ่มต้นเส้นทางกู้แผ่นดินสยาม ตำนานปลุกใจทหารของพระเจ้าตากมหาราช

วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 เป็นหนึ่งในวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือในขณะนั้นคือพระยาตาก ทรงนำกำลังเข้าตีเมืองจันทบุรี ภายหลังกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าไม่นาน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่จดจำอย่างกว้างขวางจากยุทธวิธี “ทุบหม้อข้าว” เพื่อปลุกขวัญกำลังใจทหาร และประกาศเจตนารมณ์อย่างเด็ดเดี่ยวว่า ศึกครั้งนี้ต้องชนะเท่านั้น ไม่มีทางถอยกลับ

หลังกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. 2310 บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย อำนาจส่วนกลางล่มสลาย หัวเมืองต่าง ๆ แตกออกเป็นกลุ่มอำนาจ ผู้คนจำนวนมากไร้ที่พึ่ง ขณะที่กองทัพพม่ายังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อแผ่นดินสยาม ในสถานการณ์อันมืดมนเช่นนั้น พระยาตากได้รวบรวมไพร่พลเดินทางไปยังหัวเมืองตะวันออก เพื่อสร้างฐานกำลังสำหรับการกอบกู้เอกราช

เมืองจันทบุรีในเวลานั้นมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะเป็นเมืองใหญ่ มีทรัพยากร เสบียงอาหาร ผู้คน และทำเลที่เหมาะต่อการตั้งมั่น หากสามารถยึดจันทบุรีได้สำเร็จ พระยาตากย่อมมีฐานกำลังสำคัญสำหรับรวบรวมไพร่พล จัดหาอาวุธ เสบียง และเตรียมยกทัพกลับไปกู้บ้านเมืองจากพม่า

แต่การเข้าตีเมืองจันทบุรีไม่ใช่เรื่องง่าย เมืองมีกำลังป้องกันและมีผู้นำท้องถิ่นที่ไม่ยอมอ่อนน้อม พระยาตากจึงต้องใช้ทั้งยุทธศาสตร์ทางทหารและจิตวิทยาการรบ เพื่อทำให้กองทัพของพระองค์มีความฮึกเหิม และพร้อมเดินหน้าเข้าสู่ศึกชี้ชะตาอย่างไม่หวั่นเกรง

ในคืนก่อนเข้าตีเมืองจันทบุรี พระยาตากได้มีคำสั่งให้ทหารกินข้าวให้อิ่ม แล้วให้ทุบหม้อข้าวหม้อแกงเสียให้หมด พร้อมประกาศให้ทุกคนไปกินข้าวเช้ากันในเมืองจันทบุรี หากตีเมืองไม่ได้ ก็ให้ตายเสียพร้อมกัน การกระทำดังกล่าวเป็นการตัดทางถอยของกองทัพ และเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นความกล้าหาญ เพราะทหารทุกนายรู้แล้วว่าไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากรบให้ชนะเท่านั้น

ยุทธวิธี “ทุบหม้อข้าว” จึงมิใช่เพียงภาพจำเชิงตำนาน หากเป็นกลศึกที่สะท้อนความเด็ดขาดของผู้นำในยามวิกฤต พระยาตากเข้าใจดีว่า กองทัพที่กำลังเผชิญศึกหนักจำเป็นต้องมีขวัญกำลังใจ ความเชื่อมั่น และเป้าหมายร่วมกัน การทุบหม้อข้าวจึงเปรียบเสมือนการประกาศต่อทหารทั้งกองทัพว่า ศึกนี้คือศึกเพื่อความอยู่รอดของแผ่นดิน

เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนพระปรีชาสามารถด้านการนำทัพของพระยาตาก เพราะในภาวะที่บ้านเมืองแตกสลาย กำลังพลมีจำกัด และเสบียงไม่ได้มั่นคง การรบแต่ละครั้งต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยวและการตัดสินใจที่รวดเร็ว การเข้าตีเมืองจันทบุรีจึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า พระยาตากมิได้เป็นเพียงแม่ทัพผู้กล้าหาญ แต่ยังเป็นผู้นำที่สามารถรวมใจคนในยามสิ้นหวัง

ผลของศึกครั้งนั้น พระยาตากสามารถยึดเมืองจันทบุรีได้สำเร็จ แหล่งข้อมูลของกรมศิลปากรระบุว่า วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 เป็นวันที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเข้าตีเมืองจันทบุรี และวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2310 เป็นวันที่ยึดเมืองจันทบุรีได้สำเร็จ ชัยชนะครั้งนี้ทำให้พระองค์มีฐานที่มั่นสำคัญในภาคตะวันออก และสามารถรวบรวมกำลังเพื่อเดินหน้าภารกิจใหญ่ คือการกอบกู้เอกราชของสยาม

เมืองจันทบุรีจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย เพราะหลังจากตั้งมั่นได้แล้ว พระยาตากสามารถรวบรวมกำลังพล เสบียง อาวุธ และเรือรบ ก่อนยกทัพกลับไปตีค่ายพม่าที่โพธิ์สามต้น และกอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืนจากอำนาจพม่าได้ในเวลาต่อมา เหตุการณ์ที่จันทบุรีจึงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของเส้นทางสู่การสถาปนากรุงธนบุรี

ความสำคัญของเหตุการณ์ “ทุบหม้อข้าว” ยังอยู่ที่ความหมายเชิงสัญลักษณ์ เพราะเป็นภาพของการตัดสินใจในภาวะที่ชาติแทบไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยว พระยาตากมิได้เลือกตั้งรับหรือรอคอยความช่วยเหลือ แต่เลือกเดินหน้า รวมคน รวมใจ และสร้างโอกาสจากวิกฤต ความเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ทำให้พระองค์ได้รับการจดจำในฐานะวีรกษัตริย์ผู้กู้ชาติ

เหตุการณ์วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการรบครั้งหนึ่ง แต่เป็นบทเรียนเรื่องภาวะผู้นำในยามบ้านเมืองแตกสลาย เป็นตัวอย่างของการสร้างขวัญกำลังใจ การกล้าตัดสินใจ และการทำให้ผู้คนเชื่อว่า แม้แผ่นดินจะพ่ายแพ้ชั่วคราว แต่ชาติยังสามารถลุกขึ้นสู้ใหม่ได้

คำสั่งทุบหม้อข้าวก่อนเข้าตีเมืองจันทบุรีจึงกลายเป็นวลีสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย หมายถึงการตัดทางถอย เดินหน้าอย่างสุดกำลัง และยอมเดิมพันทุกอย่างเพื่อชัยชนะ ไม่เพียงในทางทหารเท่านั้น แต่ยังเป็นคติเตือนใจว่า ในยามวิกฤต บางครั้งความสำเร็จต้องอาศัยความกล้าหาญที่จะก้าวไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับ

14 มิถุนายน พ.ศ. 2310 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันที่พระยาตากสั่งทหารทุบหม้อข้าวก่อนเข้าตีเมืองจันทบุรี ศึกสำคัญที่ปลุกขวัญกำลังใจกองทัพ และปูทางสู่การกอบกู้เอกราชของสยามจากความพ่ายแพ้หลังเสียกรุงศรีอยุธยา

จากเมืองจันท์ในวันนั้น สู่การกู้แผ่นดินในเวลาต่อมา พระเจ้าตากสินมหาราชได้พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้บ้านเมืองจะตกอยู่ในวันที่มืดมนที่สุด หากยังมีผู้นำที่กล้า มีประชาชนที่พร้อมร่วมแรง และมีกองทัพที่ไม่ยอมจำนน ความหวังของชาติย่อมสามารถจุดขึ้นใหม่ได้เสมอ

ที่มา: https://www.silpa-mag.com/history/article_60632?


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top