Tuesday, 22 April 2025
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร

‘วินทร์ เลียววาริณ’ เล่าความประทับใจ สุดซึ้ง ‘หลวงพ่อคูณ - ในหลวงรัชกาลที่ 9’ เคยถวายเงิน 72 ล้าน แต่พระองค์ทรงพระราชทานคืน เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน

(13 ต.ค. 67) วินทร์ เลียววาริณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2556 และนักเขียนรางวัลซีไรต์ ชาวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้เล่าถึงเหตุการณ์ความประทับใจ ระหว่าง ‘หลวงพ่อคูณ - ในหลวงรัชกาลที่ 9’ ในหนังสือเรื่อง ‘ท่ามกลางประชาชน : เรื่องเล็ก ๆ ในรัชสมัยอันยิ่งใหญ่’ โดยมีใจความว่า …

ตามกำหนด หลวงพ่อจะถวายเงิน 72 ล้านบาทตามตัวเลขพระชนมายุของในหลวง

ตามกำหนด หลวงพ่อจะเข้าเฝ้าฯในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธียกมณฑปพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานบนบุษบกเหนืออุโบสถ

ก่อนวันงาน คนรอบตัวสอนหลวงพ่อวิธีใช้ราชาศัพท์ เพราะรู้กันดีว่าหลวงพ่อพูดสรรพนามว่า ‘กู-มึง’ มาตลอดชีวิต

“ต้องระวังนะ หลวงพ่อ”

หลวงพ่อตอบว่า “เออ! กูรู้น่ะว่าต้องพูดอะไร”

หลุดปาก “กู” อีกแล้ว!!

ทางที่ดีที่สุดก็คือไม่ต้องพูด!!

ถึงเวลาเข้าเฝ้าฯ ทรงสนทนากับหลวงพ่อหลายเรื่อง หลวงพ่อทูลตอบเท่าที่จำเป็น

แล้วหลวงพ่อก็ทูลเกล้าฯถวายเงินให้พระองค์ แต่พระองค์กลับพระราชทานเงินทั้งหมดคืนให้กับวัด เพื่อให้ใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ ทรงทราบว่าพื้นที่นี้
ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทุกปี การแก้ปัญหาของชาวบ้านสำคัญกว่า

ก่อนเสด็จกลับ หลวงพ่อจับพระหัตถ์ของในหลวง

นึกในใจ ค่อนข้างกระด้างนะ... นี่เป็นมือคนทำงานหนักชัด ๆ!!

แต่ไม่ได้พูดออกมา

หลวงพ่อคูณ ราษฎรในรัชกาลที่ 9

‘เจ้าของไอส์เบิร์กไอศกรีม’ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เผย!! เปลี่ยนคันเบ็ดเป็นที่ตักไอศกรีม จากโอกาสที่ได้ดูงาน ในโรงงานสวนจิตรลดา

(13 ต.ค. 67) ‘เจ้าของไอส์เบิร์กไอศกรีม’ โพสต์ซึ้งถึงเรื่องราวในอดีต ที่เคยได้รับพระราชทานโอกาส ให้เข้าดูงานในโรงงานไอศกรีมสวนจิตรลดา ทำให้ได้รับความรู้และประสบการณ์ จนนำมาต่อยอด มีกิจการใหญ่ ได้อย่างทุกวันนี้ โดยได้เล่าว่า …

8 ปีแล้วนะ ที่พ่อหลวงร.9 จากพวกเราไป ผมคิดเสมอว่าผมช่างโชคดีที่ผมได้เกิดเป็นคนไทย ได้เกิดและเติบโต ในช่วงที่พระองค์ยังทรงมีชีวิต

ในวัยเด็ก ช่วงเวลา2ทุ่ม ผมเห็นผู้ชายคนนี้ในจอทีวี ทุกวัน ผมสงสัยจึงถามป๋าขึ้นมา 

"ในหลวงต้องไปช่วยชาวบ้านไกลๆแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ เขาไม่เหนื่อยบ้างเหรอ" 

ป๋าตอบผมว่า " ท่านออกไปช่วยประชาชนของท่าน ช่วยสร้างแหล่งน้ำ ช่วยสร้างอาชีพ ช่วยให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ เหนื่อยมากๆ แต่ป๋าเชื่อว่า ท่านมีความสุขที่ได้ไปช่วยคนอื่น ช่วยให้ประชาชนท่านทำมาหากินเองได้"

เวลาผ่านไปจนผมเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน ผมได้ดูรายการทีวีรายการหนึ่ง ทำให้ผมรู้จักโรงนมและโรงงานไอศกรีมในสวนจิตรลดา บ้านในหลวงนั่นเอง ผมจึงเขียนจดหมายด้วยลายมือ เล่าว่าผมเป็นลูกพ่อค้าขายไอศกรีมร้านหนึ่งในจ.นครปฐม ขอโอกาสในการศึกษาดูงานการผลิตไอศกรีมแบบสมัยใหม่ เพื่อมาต่อยอดองค์ความรู้เดิมในการผลิตไอศครีมของป๋า ป๋าผมขายไอศกรีมมาหลายสิบปีแล้ว ตอนนั้นท่านอายุ 70 กว่าแล้ว ผมจึงเริ่มวางแผนมาทำงานที่บ้าน จะได้ดูแลป๋ากับแม้ในช่วงบั้นปลายชีวิตได้ด้วย เวลาท่านไม่สบายจะได้ปิดร้านพาไปโรงพยาบาลได้ทันที

หลังจากส่งจดหมายไปเกือบเดือนผมก็ได้จดหมายตอบกลับมาจากทางสวนจิตรลดา ผมได้รับโอกาสในการขอดูงานในโรงงานไอศกรีมของพระองค์ ตื่นเต้นมากๆที่เราจะได้ไปบ้านในหลวง ผมลางาน1วัน ตื่นแต่เช้า เพื่อนั่งรถเมล์เข้ากรุงเทพ รถเมล์ส่งผมถึงหน้าประตูวัง ผมเดินเข้าไปสอบถามคุณตำรวจที่ยืนรักษาการณ์ที่หน้าประตูวัง

หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจดหมายผมแล้ว ก็อนุญาตให้ผมเข้าประตูด้านในได้ ผมเดินไปตามทางถนนลาดยางที่อยู่ภายใน เห็นแปลงนาสาธิตอยู่ด้านข้าง เห็นโรงสีข้าว ผมเห็นป้ายโรงนม โดยมีคอกวัวที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก นี่บ้านในหลวงจริงๆเหรอ ผมเคยเข้าใจว่าวังคงมีแต่อาคารใหญ่โตสวยงาม แต่ที่นี่มีแต่แปลงสาธิต สิ่งต่างๆ เพื่อให้ประชาชนของท่านได้นำเอาองค์ความรู้จากที่นี่ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้

มาถึงโรงงานไอศกรีมแล้วครับ ผมได้เห็นถึงขบวนการผลิตไอศกรีมแบบสมัยใหม่ของที่นี่ ผมได้นำองค์ความรู้ในวันนั้น มาผสมผสานกับการทำไอศกรีมของคุณพ่อ แล้วปรับเปลี่ยนเป็นไอกรีมของผมเอง ดึงเอาจุดเด่นของแต่ละสูตรมา ทดลองทำอยู่นาน จึงได้สูตรไอศกรีมที่ดีที่สุด 

ผมเป็นประชาชนคนหนึ่งที่ได้รับความรู้ ในการประกอบอาชีพจากพระองค์ ยังคงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอยู่เสมอมา หากไม่มีโครงการโรงนม &โรงงานไอศกรีมสวนจิตรลดา ก็คงไม่มีไอส์เบิร์กไอศกรีม หากไม่มีร้านไอศกรีมร้านนี้ ผมก็ไม่มีเงินพอฟอกไตแม่ ชีวิตผมคงแย่มากๆ ไม่ใช่แค่คนต่างจังหวัดเท่านั้นที่ได้ความช่วยเหลือจากพระองค์ ผมเป็นคนเมืองอีก1คนที่ได้ความช่วยเหลือนั้น พระราชาไม่ได้ให้ปลาแก่ผม แต่พระราชาได้มอบคันเบ็ดให้ผม เพื่อใช้ตกปลาเอง วันนี้ผมเปลี่ยนคันเบ็ดเป็นที่ตักไอศกรีมและผมสามารถทำไอศกรีมรสชาติต่างๆในจินตนาการที่ผมคิดอยากทำได้แล้ว เผลอแป๊บเดียว ปีนี้ร้านไอส์เบิร์กครบ 24 ปี แล้วครับ ขอบคุณพระองค์มากๆ ครับ

วันอาทิตย์นี้ ตรงกับ วันที่13 ตุลาคม เนื่องในวันครบรอบวันคล้ายวันสวรรคต ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงตั้งใจว่าวันอาทิตย์นี้ 

ผมจะแจกไอศกรีม จำนวน 999 ลูก 

เริ่มตักแจกเวลา 10:00 น เป็นต้นไป

1 ท่านรับไอศครีมถ้วยละ 1 ลูก จำนวน 2 ถ้วย สามารถเลือกรสได้ มีไอศกรีมให้เลือกจำนวน 10 รสชาติ

วันอาทิตย์นี้ไม่ได้ขายไอศครีมนะครับ ผมแจกฟรีท่านใดทานหมดเอาถ้วยเก่ากลับมาเติมใหม่ได้ครับ จนกว่าไอศกรีมจะหมดตู้ 

‘ครูอะไหล่’ หัวหน้าโครงการสตรีทอาร์ตคิงภูมิพล น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เผยความตื้นตัน!! หลังได้วาด ‘พระพักตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9’ สูงเท่าตึก 3 ชั้น

(13 ต.ค. 67) นายชวัส จำปาแสน (ครูอะไหล่) หัวหน้าโครงการสตรีทอาร์ตคิงภูมิพล ประธานมูลนิธิสานต่อที่พ่อทำ ได้เล่าให้ฟังถึง แรงบันดาลใจ ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ‘โครงการสตรีทอาร์ตคิงภูมิพล’ และความรู้สึกตื้นตัน น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ‘พ่อหลวงของแผ่นดิน’ โดยมีใจความว่า ...

ผมได้วาดรูปพระองค์ท่านขึ้นมาในไซส์ประมาณสองเมตร ผมเห็นบรรยากาศของศิลปินทุกคนที่วาดกัน ทุกคนก็เศร้า ทุกคนเงียบ ทุกคนสงบแล้วก็วาดรูปอย่างเดียว มีระยะเวลาสองวันก็วาดกันข้ามคืน วาดกันสองวันเต็ม อาจารย์บางคนก็แทบจะไม่ทานข้าวเลย บรรยากาศตอนนั้นเนี่ย ก็เหมือนผลักดันความรู้สึก เหมือนกับว่าสองเมตรยังไม่พอซึ่ง เวลานั้น ทําให้ผมรู้สึกอยากจะวาดให้ใหญ่ขึ้นอีก

แล้วก็ได้มาวาดที่แรก ที่อําเภอเบตง ก็ใหญ่ในระดับประมาณ 3 ชั้น ตึก 3 ชั้น ซึ่งความรู้สึกตอนนั้นเนี่ยตอนที่วาดรูปตึก 3 ชั้นสําเร็จเนี่ยรู้สึกโล่งใจขึ้นจากความรู้สึกที่เราอั้นมันอยู่ข้างในแล้วน้ำตาไม่ไหล แต่กลายเป็นว่า พอเราปล่อยออกมาผ่านการวาดรูปเนี่ย เหมือนเราได้ร้องออกมาผ่านผลงานศิลปะ

ทําให้เรารู้สึกว่า เราหายคิดถึง เราหายเสียใจ พระองค์ท่านเป็นแรงบันดาลใจในการทําศิลปะอย่างแท้จริง 

บางคนที่ว่าผมวาดรูป ‘ในหลวงรัชกาลที่ 9’ อาจจะดูเหมือนไม่ใช่งานส่วนตัว แต่จริงๆ เนี่ย ‘สตรีทอาร์ตคิงภูมิพล’ เนี่ยคืองานส่วนตัวที่ผมทําและมีแพชชั่นกับตัวงานอย่างแท้จริง ก็ด้วยว่าการที่เราวาดบุคคลอื่นเนี่ย เราไม่รู้สึกว่าเราได้รับพลัง แล้วเรามีพลังในการทํางานเท่ากับการที่เราได้วาด ‘พระพักตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9’

รำลึกถึงพระองค์ท่านไม่เคยลืมเลือน ใครไม่อินกับสถาบัน แต่นายชวัส จำปาแสน หรือครูอะไหล่ เขาอิน เพราะพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ทรงทำจริงเพื่อคนไทย 

ไม่มีวันไหนไม่คิดถึงพ่อ 

‘พีระพันธุ์’ ย้อนรำลึกเหตุการณ์ วันที่คนไทย ร้องไห้กันทั้งประเทศ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9

(13 ต.ค. 67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 พ่อหลวงของคนไทยทั้งประเทศ โดยมีใจความว่า ... 

พระองค์เป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ เป็นยิ่งกว่าพ่อของแผ่นดิน

สำหรับผม พระองค์เป็นเทพที่จุติมาเพื่อชาวไทยและประเทศไทยโดยแท้ 
ผมเห็นการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระองค์มาตั้งแต่จำความได้จนเติบใหญ่ ไม่เคยเห็นพระองค์หยุดคิดถึงประชาชนแม้ในยามประชวร 
พระองค์ไม่เคยหยุดปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนของพระองค์เลย

ผมยังจำเหตุการณ์เมื่อ 8 ปีที่แล้วได้ดี ความรู้สึกนั้น ในวันที่พระองค์จากพวกเราไป

ผมรู้สึกใจคอไม่ดี ตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม เมื่อผมได้ทราบข่าวพระอาการของพระเจ้าอยู่หัว ผมรู้สึกใจหายวูบ เป็นอาการในลักษณะเดียวกันกับที่ผมเคยรู้สึกเมื่อครั้งที่ผมได้สูญเสียคุณแม่

ในขณะนั้น ผมได้แต่ภาวนาให้พระองค์ท่านทรงหายพระประชวรโดยเร็ว 

โดยในวันที่ 12 ตุลาคม ผมรีบเดินทางไปลงนามถวายพระพร ซึ่งในเย็นวันนั้น ก็มี
แถลงการณ์สำนักพระราชวังบอกว่าพระอาการ ยังไม่ดีขี้น และมีอาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิตมากขึ้น ผมทนไม่ได้น้ำตาไหล และรีบเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราชอีกครั้ง เพราะอยากอยู่ให้ใกล้พระองค์ท่านให้มากที่สุด

เมื่อไปถึงก็พบว่ามีพสกนิกรของพระองค์จำนวนมากต่างเดินทางมาร่วมสวดมนต์ภาวนาให้ทรงหายจากอาการพระประชวร สายตาทุกคู่มุ่งตรงไปที่ชั้น 16 ของอาคารเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์ประทับอยู่ด้วยความหวังอย่างเปี่ยมล้นหัวใจ

และในวันแห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ของคนไทยทั้งประเทศ วันนี้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผมจำได้อย่างแม่นยำ มีข่าวที่ไม่สู้ดีแพร่ออกมาตั้งแต่ช่วงสาย และเมื่อถึงตอนบ่ายข่าวลือยิ่งโหมสะพัด

ผมไม่รอช้า รีบเดินทางไปโรงพยาบาลศิริราช ทันที!! 

เพื่อขอให้ได้อยู่ใกล้พระองค์ท่านให้มากที่สุด รถติดมาก เส้นทางเดิมที่ควรใช้เวลาไม่เกินชั่วโมง กลายเป็นสามชั่วโมง ก็ยังไม่เข้าใกล้ที่หมายเลย

จนกระทั่งรถของผมได้มาถึงบริเวณลานพระรูปทรงม้า หน้ากองทัพภาคที่ ๑ เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ‘สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ’ ว่าเจ้าชีวิตของชาวไทยทั้งชาติ ได้ทรง ‘เสด็จสวรรคต’ แล้ว 

ผมรู้สึกตกใจมาก ทุกข์ใจ เศร้าใจ สมองตื้อ ทำอะไรไม่ถูก นั่งน้ำตาไหลพรากอยู่ในรถยนต์

นาทีนั้น ผมนึกแต่เพียงอย่างเดียวว่า จะต้องไปอยู่ใกล้พระองค์ท่านให้ได้ เมื่อรถเคลื่อนมาถึงทางแยกไปโรงพยาบาลศิริราช บนสะพานพระราม 8 ตำรวจกั้นถนน ผมก็ต้องให้รถวิ่งอ้อมไปทางพุทธมลฑล แล้วหาทางกลับรถวิ่งมาใหม่ทางถนนข้างล่าง ถึงแยกถนนจรัญสนิทวงศ์รถก็ติดมาก ผมจึงตัดสินใจลงจากรถ แล้วเดินเท้ามุ่งหน้าไปหาพระองค์ท่าน ที่โรงพยาบาลศิริราช 

เดินไปน้ำตาไหลไป 

เมื่อถึงโรงพยาบาลศิริราช ผมก็ได้เข้าไปที่ลานหน้าพระบรมรูปสมเด็จพระบิดา เพื่อกราบบังคมถึงพระองค์ท่านด้วยน้ำตานองหน้า

ไม่เพียงผมเท่านั้น ประชาชนอยู่เป็นจำนวนมากก็เช่นเดียวกัน ร้องไห้กันไม่หยุด เสียงตะโกนว่า “เรารักในหลวง....ทรงพระเจริญ...เราจะอยู่รอปาฏิหาริย์” ดังขึ้นเป็นระยะๆ 
แต่ที่บาดใจที่สุดก็ตรงที่ประชาชนร่วมกันร้องตะโกนว่า “เอาในหลวงของเราคืนมา” 

ผมรู้สึก ‘เหมือนใจจะขาด’ เคว้งคว้างล่องลอย เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างดับสูญไปหมด นึกถึงแต่คำว่า ‘พระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น’ ที่พระองค์ท่านมีต่อประเทศชาติและประชาชน 

พระองค์จากพวกเราไปแล้ว เหมือนโลกหยุดหมุน เสียงร่ำไห้ดังทั่วแผ่นดิน น้ำตาผมไหลออกมาเองแบบหยุดไม่ได้

แม้เหตุการณ์ในวันนั้น จะผ่านมาถึง 8 ปีแล้ว แต่มันก็ยังคงฝังลึกในความทรงจำอย่างไม่รู้ตัว แค่นึกถึงก็น้ำตาไหลอีกแล้ว…

ในเช้าวันนี้ (13 ต.ค. 67) ผมได้ไปวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ร่วมกับคณะรัฐมนตรี 

สำหรับผม ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติหน้าที่ แต่เป็นการรำลึกถึงพระผู้มีพระคุณใหญ่หลวงกับปวงชนชาวไทยและประเทศไทยมายาวนานกว่า 70 ปี

ผมรักและเทิดทูนพระองค์มากจริงๆ มากที่สุดในชีวิต

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top