Friday, 5 June 2026
ปีใหม่ไทย

‘มาคาเลียส’ ชี้!! ‘ท่องเที่ยว’ ช่วงปีใหม่ในไทยคึกคัก ที่พัก-เรือสำราญริมเจ้าพระยาจองเต็มคืนเคาท์ดาวน์

(19 ธ.ค.66) ​มาคาเลียส แหล่งรวมอี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว อันดับ 1 ของประเทศไทย ชี้ตลาดท่องเที่ยวสิ้นปีคึกคัก ที่พักหัวเมืองใหญ่ เชียงใหม่-เขาใหญ่-พัทยา-ภูเก็ต จองเต็มแน่น โดยเฉพาะที่พักกทม. ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและกิจกรรมล่องเรือดินเนอร์ถูกนักท่องเที่ยวไทย-เทศ จองคืนเคาท์ดาวน์เพื่อดูพลุเต็มตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2566 แนะผู้ประกอบการอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินความพอดี ภาครัฐควรเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างชื่อท่องเที่ยวไทยให้กลับมาโดยเร็ว

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด (Makalius) แหล่งรวมอี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว อันดับ 1 ของประเทศไทย กล่าวว่า "ประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เป้าหมายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่และการจัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ที่กำลังจะมาถึงนี้ ส่งผลให้ที่พักตามหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เขาใหญ่ พัทยา และจังหวัดภูเก็ต มียอดจองเต็มแน่นเกือบ 100% รวมถึงกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน ซึ่งที่พักบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับความนิยมสูงมากเป็นพิเศษจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงกิจกรรมล่องเรือดินเนอร์บนแม่น้ำเจ้าพระยาในคือวันสิ้นปีมียอดจองแน่นตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2566 เพื่อมาร่วมเฉลิมฉลองกับครอบครัวและมาร่วมชมความงดงามของการแสดงพลุ บริเวณไอคอนสยาม ซึ่งถือเป็น Global Countdown Destination ของประเทศไทย และได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นจุดดูพลุที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเทียบเท่ามหานครอื่นๆ ทั่วโลก

​ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นช่วงสร้างชื่อเสียง สร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้กลับมาโดยเร็ว ดังนั้น ภาคส่วนสำคัญอย่างผู้ประกอบการทั้งโรงแรมที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวจำเป็นต้องรักษามาตรฐานคุณภาพ ไม่อาศัยช่วงเวลาดังกล่าวเอาเปรียบนักท่องเที่ยวด้วยการขึ้นราคาเกินความพอดี รวมถึงภาครัฐบาลจำเป็นต้องเข้มงวดเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อปกป้องดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในคืนเคาท์ดาวน์ เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีผู้คนออกมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ด้านระบบขนส่งสาธารณะจำเป็นต้องขยายเวลาและเพิ่มจำนวนรถโดยสารเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง”

24 ธันวาคม 2483 ย้อนวันประวัติศาสตร์ไทย ประเทศไทยประกาศย้าย "วันขึ้นปีใหม่" จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่เหมือนนานาชาติ

(24 ธ.ค. 68) เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2483 รัฐบาลไทยประกาศย้าย "วันขึ้นปีใหม่" จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคม ส่งผลให้ปี พ.ศ. 2483 มีเพียง 9 เดือนเท่านั้น เนื่องจากปีใหม่ตามระบบเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2484 แต่รัฐบาลได้ตัดเหลือแค่ 31 ธันวาคม 2483 เพื่อให้ปีนับสอดคล้องกับระบบปฏิทินสากล

ก่อนหน้านั้น ประเทศไทยเคยมีปีใหม่หลายช่วงเวลาที่เปลี่ยนตามยุคสมัย เช่น ในระบบจันทรคติใช้ แรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย ต่อมามีการเปลี่ยนเป็นช่วงสงกรานต์ คือ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 และต่อมายึดวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ทางราชการ

ยุคของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ผลักดันการย้ายวันปีใหม่ เพื่อแสดงความทันสมัยและให้สอดคล้องกับนานาชาติ โดยในประกาศย้ำว่า "วันที่ 1 มกราคม ไม่ขัดต่อพระพุทธศาสนา" และเป็นวันขึ้นปีใหม่ที่ใช้ในหลายประเทศ รวมทั้งเพื่อแก้ปัญหาการเหลื่อมของปีงบประมาณและการติดต่อระหว่างประเทศ

ผลคือ ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ฉลองปีใหม่ 2 รอบ คือ วันที่ 1 มกราคม ตามปฏิทินสากล และ ช่วงสงกรานต์ในเดือนเมษายน ที่ยังคงเป็นปีใหม่ในวัฒนธรรมและประเพณีของไทยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวันหยุด แต่สะท้อนถึงความพยายามของผู้นำในการปรับประเทศให้ทันสมัยและเดินไปในจังหวะเดียวกับโลกสากล พร้อมทิ้งมรดกวัฒนธรรมให้คนไทย "มีปีใหม่สองครั้งในหนึ่งปี" ซึ่งยังคงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทย

ที่มา : https://www.senate.go.th/view/386/News/SenateMagazine/252/TH-TH

1 มกราคม 2484 ไทยลุยปีใหม่สากล จุดเปลี่ยนปฏิทินชาติ วันแรกที่ไทยเลิกขึ้นปีใหม่กลางเมษา วันไทยหันหน้าเข้าหาโลก เลิกนับปีใหม่ที่สงกรานต์มาขึ้นปีใหม่พร้อมสากล

เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ประเทศไทยประกาศใช้วันปีใหม่ตามปฏิทินสากล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาปฏิทินแบบ 1 มกราคมกลายเป็นมาตรฐานปีใหม่ราชการและระบบเศรษฐกิจของไทยอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านั้น ไทยนับวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีสงกรานต์ประมาณวันที่ 13-15 เมษายน ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของพิธีกรรมที่รวมถึงการทำบุญรดน้ำดำหัวและเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ อย่างชัดเจน แต่หลังปี 2484 ปีใหม่ในเชิงราชการบริหารประเทศและวัฒนธรรมเริ่มแยกกันชัดเจนระหว่าง

ปีใหม่สากลในเดือนมกราคม และปีใหม่ตามประเพณีสงกรานต์ในเดือนเมษายน โดยรัฐบาลยุคจอมพล ป.พิบูลสงคราม มีนโยบายเร่งให้ประเทศทันสมัยด้วยการออกพระราชกำหนดปีปฏิทิน ผลักดันให้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อเชื่อมประสานกับระบบโลก ลดความสับสนในงานราชการและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ปี 2483 ถือเป็นปีที่มีเพียง 9 เดือน เนื่องจากการปรับเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จาก 1 เมษายนเป็น 1 มกราคม ซึ่งส่งผลให้ปีนั้นเริ่มต้นที่ 1 เมษายน และสิ้นสุดที่ 31 ธันวาคม 2483 เท่านั้น จากนั้นเริ่มต้นปีใหม่สากลอย่างเต็มรูปแบบในปี 2484

แม้ว่าการเปลี่ยนวันปีใหม่จะทำให้ไทยซิงค์กับมาตรฐานสากล แต่วัฒนธรรมสงกรานต์ก็ยังคงอยู่ในใจคนไทย โดยวันที่ 13-15 เมษายน กลายเป็นวันปีใหม่เชิงจิตใจ ปีที่เริ่มต้นของครอบครัวและวัฒนธรรมควบคู่กับการขึ้นปีใหม่ทางการในเดือนมกราคมอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ที่มา : https://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=1_%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1_%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2484


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top