เปิดโจทย์นิคมอุตสาหกรรมจะนะ!! จับตา ครม.สัญจรพิจารณา “นิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าจะนะ” ชี้พัฒนาต้องโปร่งใส–ชุมชนได้ประโยชน์จริง ย้ำไม่ใช่แค่ “เอาหรือไม่เอา” แต่ต้องตอบให้ได้ว่าชาวบ้านได้อะไร
ครม.กำลังจะพิจารณาโครงการ “นิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าจะนะ”ช่วงการประชุม ครม.สัญจร 1 กันยายนนี้
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดผมเคยได้คุยกับ ดร.เจ๊ง รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ดีในการพัฒนาเศรษฐกิจเชื่อมโยงสงขลา-ปัตตานี ภาษาเป็นทางการอาจจะยาก และไม่เข้าใจ อันเป็นการพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ
ถ้าพูดถึง “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” ในมุมว่า หากเดินหน้าอย่างถูกต้อง โปร่งใส และคำนึงถึงคนในพื้นที่ สังคมจะได้ประโยชน์หลายด้านครับ แต่ต้องพิจารณาผลกระทบที่ตามมาอย่างรอบคอบรอบด้าน หามาตรการป้องกัน อย่างตรงไปตรงมาภายใต้การมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่
สิ่งที่สังคมจะได้จากนิคมอุตสาหกรรมจะนะ
1. สร้างงานให้คนในพื้นที่
-เกิดตำแหน่งงานทั้งในโรงงาน โลจิสติกส์ ก่อสร้าง บริการ และธุรกิจต่อเนื่อง
-คนรุ่นใหม่มีทางเลือกทำงานในบ้านเกิด ไม่จำเป็นต้องออกไปหางานต่างจังหวัด
2. เพิ่มรายได้และเศรษฐกิจท้องถิ่น
-เงินหมุนเวียนจากคนทำงานและภาคธุรกิจจะเข้าสู่ร้านค้า ที่พัก อาหาร การขนส่ง และบริการต่าง ๆ
-หากมีการกำหนดสัดส่วนการจ้างงานคนในพื้นที่อย่างจริงจัง ผลประโยชน์จะกระจายถึงชุมชนมากขึ้น
3. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน
-การลงทุนขนาดใหญ่สามารถผลักดันให้เกิดการพัฒนาถนน ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ระบบขนส่ง และสาธารณูปโภค
-แต่ต้องกำหนดให้ชุมชนได้รับประโยชน์ด้วย ไม่ใช่พัฒนาเฉพาะพื้นที่อุตสาหกรรม
4. สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ให้ภาคใต้
-จะนะมีศักยภาพด้านทำเล การคมนาคม และเชื่อมโยงกับสงขลา–มาเลเซีย
-หากวางผังให้เหมาะสม สามารถต่อยอดเป็น อุตสาหกรรม + โลจิสติกส์ + การค้าชายแดน ได้
5. เพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่นและรัฐ
-เมื่อมีธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ย่อมมีฐานภาษีและรายได้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
-หากออกแบบระบบจัดสรรรายได้ที่ดี ท้องถิ่นสามารถนำเงินกลับมาพัฒนาการศึกษา สาธารณสุข และสาธารณูปโภคได้
6. สร้างโอกาสให้ SMEs ในพื้นที่
-โรงงานขนาดใหญ่ไม่ได้สร้างงานเฉพาะในโรงงาน แต่ต้องใช้ผู้รับเหมา ขนส่ง อาหาร ซ่อมบำรุง รักษาความปลอดภัย และบริการอีกจำนวนมาก
-นี่อาจเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเติบโตไปพร้อมกับโครงการ
แต่ “ข้อดี” จะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อมีเงื่อนไข
ประเด็นสำคัญของจะนะจึงไม่ควรถามเพียงว่า “เอานิคมหรือไม่เอานิคม” แต่ควรถามว่า
“ถ้าจะมีนิคมอุตสาหกรรม แล้วประชาชนจะนะได้อะไร และรัฐจะรับประกันอย่างไรว่าเขาจะไม่เป็นผู้แบกรับต้นทุน?”
ต้องมีอย่างน้อย การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่น่าเชื่อถือ, การมีส่วนร่วมของประชาชน, การเปิดเผยข้อมูล, ระบบควบคุมมลพิษที่เข้มงวด, การจ้างงานคนในพื้นที่ และกลไกแบ่งปันผลประโยชน์ให้ชุมชน
เพราะถ้า ได้งาน ได้รายได้ ได้โครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องแลกด้วยทะเลเสีย สิ่งแวดล้อมเสีย สุขภาพประชาชน และวิถีชีวิตชุมชน แบบนั้นก็ต้องกลับมาถามกันใหม่ว่า “การพัฒนาเป็นของใคร และใครเป็นคนจ่ายต้นทุน”
อย่างไรก็ตามต้องรับฟังเสียงค้านอย่างมีเหตุมีผล ฝ่ายค้านก็ต้องแสดงข้อมูลให้ชัดว่าค้านเรื่องอะไร ประเด็นไหน มีข้อเสนออย่างไร ที่มากกว่าการล้มโครงการ








