Friday, 5 June 2026
นฤมล

เปิดเซฟ ‘นฤมล’ หลังพ้น ‘รมช.แรงงาน’ เงินฝากสามี 42 ล้าน พร้อมบ้านอีก 2 หลัง!!

วันนี้ 1 ธ.ค. 64 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรณีพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564 พร้อม นายจุมพล ภิญโญสินวัฒน์ คู่สมรส ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน 

โดยนางนฤมลและคู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 112,110,485 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนางนฤมล 53,643,104 บาท และเป็นทรัพย์สินของนายจุมพล 58,467,381 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 163,333 บาท โดยเป็นหนี้สินของนางนฤมล 162,797 บาท เป็นหนี้สินของนายจุมพล 536 บาท ซึ่งเป็นหนี้สินจากเงินเบิกเกินบัญชี 

สำหรับทรัพย์สินของนางนฤมลและนายจุมพล ได้แก่ เงินสดรวมกัน 400,000 บาท เงินฝากรวมกัน 46,570,251 บาท เงินลงทุนรวมกัน 16,170,233 บาท ที่ดินรวมกัน 16,220,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างรวมกัน 27,500,000 บาท ยานพาหนะรวมกัน 2 คัน มูลค่า 2,850,000 บาท ทรัพย์สินอื่นรวมกัน 1,800,000 บาท 

‘สกลธี’ รับเพิ่งรู้ ‘นฤมล’ เบี้ยวเวทีปราศรัย เหตุไม่สบาย ลั่น!! ขาดใครไม่สำคัญ วอนอย่าแบ่งแยกทีมเดียวกัน

‘สกลธี’ รับ เพิ่งทราบ ‘นฤมล’ เบี้ยวเวทีปราศรัย ลั่น วันนี้ขาดใครก็ไม่สำคัญ งานเดินต่อไปได้ วอน อย่าแบ่งแยกผู้สมัครว่าเป็นคนของใคร

(24 มี.ค.66) ที่เวทีปราศรัยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ศูนย์เยาวชนหลักสี่ การเคหะท่าทราย นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พปชร. ไม่มาร่วมการปราศรัยหาเสียงในวันนี้ ว่าเมื่อวันที่ 23 มีนาคมก็ยังมีการพูดคุยถึงการปราศรัยบนเวทีกันอยู่ แต่เมื่อสักครู่ระหว่างนั่งรถมาที่เวทีปราศรัย นางนฤมลก็ได้ติดต่อเข้ามาแจ้งว่า ไม่สบายมาก ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ ตนก็ให้กำลังใจไป

เมื่อถามถึงการแถลงข่าวสละตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของนางนฤมล นายสกลธี กล่าวว่า จริง ๆ ก็ได้ยินมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และก็ได้ติดตามดูการแถลงข่าวเมื่อเช้านี้อยู่ แต่ในส่วนของพื้นที่ กทม.นั้น ตนเชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบในการทำงาน เพราะไม่ว่าตนหรือนางนฤมลจะอยู่ในพรรคหรือไม่ ตนก็เชื่อว่าระบบที่วางไว้สามารถดำเนินต่อไปอยู่แล้ว เพราะทุกอย่างถูกวางไว้อย่างชัดเจน และจบหมดแล้ว

เมื่อถามถึงว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ที่เป็นบุคคลที่นางนฤมลชักชวนเข้ามาร่วงงานจะมีผลกระทบหรือไม่ นายสกลธี กล่าวว่า ในช่วงเริ่มต้นที่ทำงาน ตนและนางนฤมลได้มีการพูดคุยกับผู้สมัครทั้ง 33 เขต เป็นปกติที่ผู้สมัครจะมีการแตกต่างของที่มา แต่เมื่อรวมทีมกันแล้วก็ขอให้เป็นทีมเดียวกัน วันนี้ไม่ว่าใครจะอยู่หรือไม่ ทีม กทม.ของพรรค พปชร.ก็จะเดินต่อไปได้ เพราะทุกคนก็กำลังใจดีอยู่

‘นฤมล’ ฝ่าสายฝน บุก ซ.ละลายทรัพย์ ชูนโยบายกระตุ้น ศก. ลดค่าครองชีพ-ฟื้นฟูย่านการค้า กระจายรายได้สู่ชุมชน

(26 เม.ย. 66) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าทีมดูแลการเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่สีลมซอย 5 ซอยละลายทรัพย์ ช่วยนายสฤษดิ์ ไพรทอง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตดุสิต (ยกเว้นแขวงถนนนครไชยศรี) เบอร์ 11 หาเสียง เพื่อพบปะพูดคุยผู้ค้าขายในพื้นที่ท่ามกลางฝนที่ตกมาอย่างหนัก โดยมีประชาชนสอบถามเกี่ยวกับนโยบายของพรรคเรื่องราคาพลังงาน ไฟฟ้า แก๊ส การลดค่าครองชีพ และการฟื้นตัวของการค้าขาย

นางนฤมล กล่าวว่า ผู้สมัคร กทม.พรรค พปชร.ลงพื้นที่ต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้าย การลงพื้นที่ซอยละลายทรัพย์ จะเน้นในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนฐานราก และนโยบายลดค่าครองชีพ ที่พรรคมีนโยบายภาพรวมแก้ปัญหาครบทุกภาค ทั้งภาคตะวันออก ภาคใต้ และให้ความสำคัญสำหรับทุกภาคของประเทศไทย สำหรับการพัฒนาพื้นที่ ไม่ใช่ดูแลคน กทม.อย่างเดียว จะพัฒนาจังหวัดโดยรอบ เน้นไปที่ประชาชนว่าจะกระจายรายได้ไปถึงเขาได้อย่างไร

กระชับความร่วมมือ ด้านภาษาจีน–อาชีวศึกษา ดันทุนครูไทย เพิ่มห้องเรียนขงจื่อ พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ได้เข้าพบหารือกับ Mr. Yu Yunfeng ผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ (Center for Language Education and Cooperation: CLEC) ณ กรุงปักกิ่ง ระหว่างการประชุมภาษาจีนโลก ประจำปี 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน 

โดยได้นำเสนอนโยบายและทิศทางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย พร้อมเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย–จีน และความสำคัญของการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ภาษาจีนให้ทันสมัยและตอบโจทย์อนาคต โดยเฉพาะการผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษาที่มีทักษะภาษาจีนรองรับตลาดแรงงานยุคใหม่ พร้อมเสนอให้ฝ่ายจีนสนับสนุนทุนการศึกษาแก่ครูไทยเพื่อไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน ตลอดจนส่งผู้เชี่ยวชาญมาฝึกอบรมให้แก่ครูไทยเพื่อยกระดับทักษะการสอนภาษาจีนอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ไทยยังขอรับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในห้องเรียนของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รวมถึงการร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มการสอนภาษาจีน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่าย หลากหลาย และทันสมัยยิ่งขึ้น ขณะที่ฝ่ายจีนได้เสนอแนวทางขยายความร่วมมือ เช่น การยกระดับหลักสูตรภาษาจีนให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะในระดับอาชีวศึกษา การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ระบบการสอบ HSK การแลกเปลี่ยนครูและผู้เชี่ยวชาญชาวจีน รวมถึงการร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์แบบครบวงจรสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย

ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะภาษาจีนเพื่อตอบโจทย์การจ้างงานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีนักลงทุนชาวจีนจำนวนมาก พร้อมเสนอให้เพิ่มครูอาสาสมัครจีนในศูนย์การเรียนรู้ทั่วประเทศเพื่อเสริมศักยภาพแรงงานไทย ขณะเดียวกัน ไทยยังขอรับการสนับสนุนการจัดตั้ง “ห้องเรียนขงจื่อ” เพิ่มเติม รวมถึงส่งเสริมรูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ 3+1 ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และทักษะภาษาดิจิทัล (AI)

ทั้งนี้ การหารือครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมของไทยและจีนในการพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาให้ก้าวหน้าและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้คุณภาพสูงให้คนไทยทุกช่วงวัย และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top