Sunday, 25 October 2026
ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ธอส. ประกาศตรึงดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน ถึงสิ้นปี 2566 ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนตามนโยบายรัฐ

(29 ก.ย. 66) นายกฤษณ์ เสสะเวช กรรมการธนาคาร และรักษาการกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 มีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี หรือจาก 2.25% ต่อปี เป็น 2.50% ต่อปี

ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีพันธกิจ ‘ทำให้คนไทยมีบ้าน’ พร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ในระดับปัจจุบันต่อไปจนถึงสิ้นปี 2566

ทั้งนี้ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการชำระเงินงวดตามนโยบายรัฐบาลให้กับลูกค้าเงินกู้ในปัจจุบันของธนาคารที่มีอยู่จำนวน 1.79 ล้านบัญชี คิดเป็นวงเงินสินเชื่อคงค้างมากกว่า 1.66 ล้านล้านบาท และได้มีเวลาในการปรับตัวรับกับภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

'ธอส.' ขานรับ 'กฤษฎา รมช.คลัง' ลดอัตราดอกเบี้ย MRR 0.105% ต่อปี  มอบเป็นของขวัญวันปีใหม่ไทยให้ลูกค้าและประชาชน

(11 เม.ย.67) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ขานรับนโยบาย นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าและประชาชน เพื่อมอบเป็นของขวัญวันปีใหม่ไทยให้กับลูกค้าและประชาชน ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR 0.105% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

ด้าน นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มอบนโยบายให้ ธอส. สนับสนุนนโยบายรัฐบาล และกระทรวงการคลัง ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าและประชาชน นั้น ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ ‘ทำให้คนไทยมีบ้าน’ พร้อมดำเนินการดังกล่าว

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสินทรัพย์ หนี้สิน และการเงิน (ALCO) ของ ธอส. ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) 0.105% ต่อปี จากเดิม 6.90% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.795% ต่อปี โดยให้มีผลบังคับใช้ดั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2567 เป็นต้นไป เพื่อเป็นของขวัญเนื่องในวันปีใหม่ไทยให้กับลูกค้าและประชาชน ให้มีภาระค่าใช้จ่ายลดลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ให้มีเงินเหลือเพียงพอในการดำรงชีพได้มากขึ้น ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR ในครั้งนี้ของ ธอส. ถือว่าต่ำที่สุดในระบบสถาบันการเงินในปัจจุบัน

‘ธอส.’ ออกมาตรการช่วยเหลือ ‘ลูกหนี้’ รักษาบ้านของตนเอง ปรับดอกเบี้ยเหลือ 3.55% ต่อปี-ขยายเวลาผ่อนชำระนาน 2 ปี

(31 ก.ค. 67) นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ได้จัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ให้ความช่วยเหลือลูกค้านานสูงสุด 2 ปี จำนวน 2 มาตรการ ประกอบด้วย

>> 1. มาตรการช่วยเหลือ ‘DC1’ สำหรับกลุ่มลูกค้าสถานะ SM, ลูกค้าสถานะ NPL และลูกหนี้สถานะมีโจทก์นอก ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี 

สามารถผ่อนชำระเงินงวดที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยที่ 3.55% ต่อปี และ +100 บาท เป็นระยะเวลา 2 ปี กรณีลูกค้าชำระเกินกว่าที่ธนาคารกำหนด ให้นำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ (หากมี)

>> 2. มาตรการช่วยเหลือ ‘DC2’ สำหรับกลุ่มลูกค้าสถานะ NPL และลูกหนี้สถานะมีโจทก์นอก ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 4 เดือนแรก 0% ต่อปี 

โดยผ่อนชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาทต่อเดือน, เดือนที่ 5-8 ผ่อนชำระเงินงวดที่คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยที่ 1.90% เพียง 50% และ +100 บาท และเดือนที่ 9-12 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยที่ 3.90% เพียง 50% และ +100 บาท 

กรณีลูกค้าชำระเกินที่ธนาคารกำหนดให้นำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ (หากมี) ทั้งนี้ ดอกเบี้ย 50% ของงวดที่ 5-12 ธนาคารจะพักชำระไว้ เมื่อลูกค้าผ่อนชำระครบตามเงื่อนไขจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 50% ช่วงที่อยู่ในมาตรการ

“การจัดทำมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ของ ธอส. ในภาวะที่ลูกค้าได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือลูกค้าให้ได้มีบ้านเป็นของตนเองแล้ว ยังช่วยลูกค้ารักษาบ้านของตนเองได้ต่อไป ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดนี้ ในภาพรวมจะส่งผลดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ และภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้ขยายตัวดีขึ้นตามไปด้วย” 

สำหรับลูกค้าที่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการข้างต้น สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 ผ่านทาง Application : GHB ALL BFRIEND โดยลูกค้าจะต้อง Upload หลักฐานยืนยันการได้รับผลกระทบทางรายได้เพื่อให้ธนาคารพิจารณาด้วย 

เทควันโดพุมเซ่ไทยมาแรง!! เปิดเทควันโดพุมเซ่ชิงแชมป์ประเทศไทยที่โคราชสุดคึกคัก นักกีฬาร่วมกว่า 900 คน ประลองเกือบ 2,000 อีเวนต์ “บีเอ็ม” ธนา เขียวลายเลิศ โชว์ฟอร์มแชมป์โลก เฉือน “หมูปิ้ง” นาวิน ซิวแชมป์ประเทศไทย

เปิดเทควันโด พุมเซ่ ชิงแชมป์ประเทศไทย ที่โคราช สุดคึกคัก เหล่าจอมเตะแห่ร่วมประลอง มากถึง 2,000 อีเว้น “เลขาบิ๊ก”ธนฑิตย์ รักตะบุตร หัวใจฟู เผยปีนี้ปีทอง พุมเซ่ ทั้ง 3 แชมป์โลก และ 2 เหรียญประวัติศาสตร์ เอเขี่ยนเกมส์ สร้างกระแสวงการอย่างมาก พร้อมไฟเขียวให้นักกีฬาทีมชาติลงแข่งขันได้ และแค่วันแรก ล็อคพัง บีเอ็ม เขียวลายเลิศ แชมป์โลก พิชิต “หมูปิ้ง”นาวิน ปิฑะสูตรืเหรียญ อชก. คว้าแชมป์ประเทศไทย ไปครอง

การแข่งขันเทควันโด รสยการ จี เอช แบงค์ เทควันโดชิงชนะเบิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ประเภทพุมเซ่ ณ เทอร์มินอล ฮอลล์ ชั้น4 ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21 โคราช จ.นครราชสีมา โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 69 เป็นการแข่งขันวันแรก ซึ่งพิธีเปิดการแข่งขัน มีน.ส.วณิฐารัตน์ บุญศุภนิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มาเป็นประธานเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วยนายธนฑิตย์ รักตะบุตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย, นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายก้องกฤษฏิ์ จึงสงวนพรสุข รองเลขาฯสมาคมกีฬาเทควันโด มาร่วมในพิธีเปิดท่ามกลางนักกีฬาและผู้ปกครองมาร่วมการแข่งขันจำนวนมากกว่า 1,500 คน

“เลขาบิ๊ก”ธนฑิตย์ รักตะบุตร เลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดฯกล่าวว่า วันนี้เห็นนักกีฬาและผู้ปกครองมาร่วมการแข่งขัน จีเอชแบงค์ เทควันโด พุมเซ่ ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยจำนวนมากแล้วรู้สึกประทับใจ นับว่าเป็นการจัดพุมเซ่ ในต่างจังหวัด ที่ เทอร์มินอล 21 โคราช เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดี และที่สำคัญ ปีนี้มีนักกีฬาสมัครมาร่วมการแข่งขันจำนวนมากถึงกว่า 900 คน โดยมีอีเว้นประลองร่วม 2,000 รายการ จากเดิมปีที่แล้ว 1,400 เพิ่ม ทำให้ต้องขยายวันแข่งขันเป็น 4 วัน ซึ่งก็ต้องบอกว่า กระแสเทควันโดพุมเซ่ ดีมาก และยิ่งนักกีฬาทีมชาติไปคว้าผลงานในชิงแชมป์โลก คว้ามาถึง 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง แถมในเอเชี่ยนเกมส์ ยังสร้างประวัติศาสตร์ คว้ามาได้ 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง ทำให้ความนิยมพุมเซ่ ดีมาก โดยในรายการชิงแชมป์ประเทศไทยปีนี้ ทางสมาคมได้เปิดโอกาสให้นักกีฬาทีมชาติลงแข่งขันได้ ทำให้คึกคักมากขึ้นไปอีก ซึ่งรายการใหญ่ระดับประเทศเกิดขึ้นได้ดีขนาดนี้ ก็ต้องขอขอบคุณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผู้สนับสนุนหลักของสมาคม รวมถึง ปตท., สิงห์, โค้ก หาดทิพย์, เมืองไทยประกันชีวิต และ เอฟบีที

ด้านการแข่งขันวันแรก เหล่านักกีฬาทีมชาติไทยต่างลงประลองกันจำนวนมาก โดยคู่ไฮไลท์ รอบชิงชนะเลิศ พุมเซ่ เดี่ยวชาย รุ่นอายุ 18-30 ปีระหว่าง”บีเอ็ม” ธนา เขียวลายเลิศ ดีกรีเหรียญทองชิงแชมป์โลก พุมเซ่ คู่ผสม รุ่นอายุไม่เกิน 30 ปี จาก สโมสร เพชรสยามเทควันโด ที่โชว์ผลงานได้ยอดเยี่ยม เอาชนะ “หมูปิ้ง” นาวิน ปินฑะสูตร ดีกรีเหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ พุมเซ่ เดี่ยวชาย จากสโมสร เจซี เทควันโด ไปด้วยคะแนน 18.266 – 18.232

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10430893


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top