Wednesday, 22 July 2026
ทุจริตคอร์รัปชัน

‘ส.ส.ไชยา’ นำทีมสอบทุกโครงการของเทศบาลนากลาง ตามจดหมายลาตายของวิศวกรหนุ่ม ชี้!! น้องต้องไม่ตายฟรี

จากกรณีที่ นายภาณุเมศวร์ วาสโสหา อายุ 27 ปี วิศวกรโยธาสังกัดกองช่าง เทศบาลตำบลนากลาง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ฆ่าตัวตาย พร้อมทิ้งจดหมายลาตายเขียนระบายถึงพ่อแม่ว่า ถูกกดดันจากที่ทำงาน ที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน

สำหรับเรื่องนี้ นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร, นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ทรงคุณวุฒิ และอดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมด้วยคณะกมธ.ติดตามงบประมาณฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบเกี่ยวกับโครงการของเทศบาลนากลาง จ.หนองบัวลำภู พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

3 สิ่งนี้ถ้าคนไทยมี ‘เมืองไทย’ จะเจริญเท่า สิงคโปร์ หรือ ญี่ปุ่น ระบบการศึกษาที่แข็งแรง จิตสำนึกไม่ทุจริต รู้หน้าที่ของตัวเอง

(20 เม.ย. 68) ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศด้อยศักยภาพ แต่เรายัง "ปลดล็อกตัวเอง" ไม่ได้เต็มที่ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศคือ ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์

ลองจินตนาการดูว่า...
หาก “ประเทศที่มีวัฒนธรรมลึกซึ้งที่สุดในอาเซียน”
“ประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติแบบไม่มีใครเทียบ”
“ประเทศที่ตั้งอยู่บนจุดตัดเศรษฐกิจโลก เรา เพื่อนบ้าน ประเทศทั้งอาเซียน จีน และอินเดียที่มีประชากรเกิน 2,000 ล้านคน”
จะดีแค่ไหนหากเราได้ปลุกศักยภาพของคนในชาติขึ้นมาพร้อมกัน

ประเทศไทยจะไม่ใช่แค่ “ประเทศน่าเที่ยว”
แต่จะกลายเป็น “ศูนย์กลางของโลก” และสิ่งที่เราต้องการมีเรื่องสำคัญ 3 ข้อดังนี้

1.คนไทยต้องมีระบบการศึกษาที่แข็งแรง ทันโลก มีนิสัยไฝ่เรียนรู้ ขยันสร้างศักยภาพทั้งความคิดและคุณธรรม

สิงคโปร์มีระบบการศึกษาแข็งแรง ญี่ปุ่นมีวินัยและสำนึกส่วนรวม แต่ถ้าไทย “รวมทั้งสองสิ่งไว้ในคนคนเดียวได้” เราจะไปได้ไกลกว่านั้น

เราต้องการเด็กที่คิดเป็น วิเคราะห์ได้ ก้าวทันเทคโนโลยี และไม่กลัวตั้งคำถาม พร้อมกันกับเป็นคนที่มีเมตตา ไม่เบียดเบียน และมีจิตสาธารณะ"

สิ่งนี้จะกลายเป็นรากฐานของผู้นำรุ่นใหม่ แรงงานรุ่นใหม่ และสังคมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ แต่มีพลัง

2. คนไทยต้องมีจิตสำนึกในการรังเกียจการทุจริตคอร์รัปชันเป็นค่านิยมร่วม

สิงคโปร์เลิกคอร์รัปชันได้ในไม่กี่ทศวรรษ
ญี่ปุ่นมีระบบตรวจสอบที่แม้แต่นายกฯ ก็ต้องรับผิด
แต่ไทยยังอยู่ในวงจร “รู้นะว่าโกง แต่ก็จำยอม”

ถ้าเราเปลี่ยน “ความอดทน” เป็น “ความรังเกียจ”
และเปลี่ยน “ความเคยชิน” เป็น “ความกล้าทำให้มันจบ”

เราจะมีสังคมที่ไม่ต้องออกมาประท้วงทุกปี
ไม่ต้องตื่นมาเจอกับข่าวฮั้วงบ และไม่ต้องสอนลูกว่า “ถ้าอยากโตเร็ว อย่าเล่นตามกติกา”

3.ทุกคนต้องรู้และทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็ม ประสิทธิภาพ 100% และที่สำคัญต้องไม่เล่นการเมืองในที่ทำงาน

สิงคโปร์มีระบบราชการที่มีประสิทธิภาพ
ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรม “ทุ่มเท” กับงานอย่างสุดกำลัง
แต่ในไทย... ยังมีการเมืองในที่ทำงาน การใช้อำนาจมากกว่าหลักการ

ถ้าพนักงานไทยทุกคนทำงานเต็มศักยภาพ
ข้าราชการไทยทำเพื่อประเทศมากกว่าตำแหน่ง
และเจ้านายเลิกเลื่อนตำแหน่งคนจากความใกล้ชิดส่วนตัว

เราจะไม่ต้องรีบวิ่งตามใคร เพราะเราจะ “ลุกขึ้นยืนในจุดที่โลกต้องหันกลับมามอง”

แล้วถ้าเรามีครบทั้ง 3 ข้อนี้จริงล่ะ?
คนเก่งแต่มีธรรมะ = ประเทศเจริญโดยไม่ทิ้งใคร
คนไม่โกง = งบประมาณไปถึงที่ควรถึง
คนทำงานเต็มที่ = งานทุกงานเปลี่ยนแปลงประเทศได้จริง

ประเทศไทยจะไม่ใช่แค่ “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม”
แต่คือ ประเทศที่ทั้งเก่ง ทั้งกล้า ทั้งดี - และเป็นจุดศูนย์กลางของโลกในยุคใหม่

ถึงเวลาแล้วที่เราจะเลิกถามว่า

“เราจะตามใครทัน?” แล้วหันมาถามว่า
“ถ้าประเทศไทยมีสิ่งนี้... โลกจะตามเราทันไหม?”

จีนประหารอดีตซีอีโอ CNOOC!! คดีคอร์รัปชันรัฐวิสาหกิจใหญ่ อดีตซีอีโอรับสินบนกว่า 163 ล้านหยวน ศาลตัดสินประหารชีวิตยึดอำนาจผิดกฎหมาย สะท้อนมาตรการเข้มงวดปราบคอร์รัปชันจีน

จีนพิพากษาประหารชีวิตอดีตผู้บริหารระดับสูง CNOOC เซ่นคดีทุจริต

จีนพิพากษาประหารชีวิตอดีตผู้บริหารระดับสูง CNOOC เซ่นคดีทุจริตและรับสินบนมูลค่ากว่า 163 ล้านหยวน

สำนักข่าวซินหัวรายงานคำตัดสินคดีคอร์รัปชันครั้งใหญ่ในรัฐวิสาหกิจจีน โดยศาลมีคำสั่งพิพากษาประหารชีวิต นายหยวน กวงหยู (Yuan Guangyu) อดีตรองประธานและซีอีโอของบริษัท China National Offshore Oil Corporation (CNOOC) ในวัย 67 ปี

ศาลตัดสินว่านายหยวนมีความผิดจริงในข้อหาทุจริตคอร์รัปชันครั้งใหญ่ การรับสินบน และการใช้อำนาจในทางมิชอบ นายหยวนได้กระทำการรับสินบนรวมเป็นมูลค่ากว่า 163 ล้านหยวน หรือคิดเป็นประมาณ 22.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปี 2024 นายหยวนได้ใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในองค์กรเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจเอกชน

source: สำนักข่าวXinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top