Friday, 5 June 2026
ถนนรัชดาภิเษก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จวางศิลาฤกษ์ ‘ถนนรัชดาภิเษก’

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ถนนรัชดาภิเษก ณ บริเวณเชิงสะพานกรุงเทพตัดกับถนนเจริญกรุงในวันนี้ โดยถนนรัชดาภิเษกเป็นถนนวงแหวนรอบในของกรุงเทพฯ ความยาวกว่า 45 กิโลเมตร เริ่มเปิดใช้งานใน พ.ศ. 2519 สร้างขึ้นตามกระแสพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่จะต้องประสบปัญหาการจราจร

ความเป็นมาของถนนรัชดาภิเษก
ปี พ.ศ. 2514 ‘จอมพลถนอม กิตติขจร’ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เข้าเฝ้าเพื่อกราบบังคมทูลเรื่องพระราชพิธีรัชดาภิเษก (Silver Jubilee) โดยรัฐบาลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสร้างพระบรมราชานุสรณ์ น้อมเกล้าฯ ถวายเนื่องในมหามงคลสมัยพระราชพิธีรัชดาภิเษกที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 25 ปี
.
แต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างถนนเพิ่มขึ้นแทน ให้เป็นถนนวงแหวนรอบกรุงเทพฯ และมีถนนออกจากศูนย์กลางไปรอบตัวตัดกับวงแหวนเหล่านั้น เพื่อพระราชทานเป็นของขวัญแก่ประชาชนแทนการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ โดยมีพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า

“ขอเถิด อนุสาวรีย์อย่าเพิ่งสร้าง สร้างถนนดีกว่า สร้างถนนเรียกว่าวงแหวน เพราะมันเป็นความฝัน เป็นความฝันมาตั้งนานแล้ว เกือบ 40 ปี อยากสร้างถนนวงแหวน...”

ถนนรัชดาภิเษกสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2536 โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 23 ปี ถนนเส้นนี้ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ชั้นในให้คลี่คลายไปได้อย่างมาก อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่สัญจรเข้า-ออกระหว่างใจกลางเมืองกับชุมชนส่วนนอก ตลอดจนถึงผู้ที่มาจากต่างจังหวัดให้สามารถเดินทางผ่านกรุงเทพฯ ออกไปได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น

8 มิถุนายน พ.ศ. 2514 ‘ในหลวง ร.9’ ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ ‘ถนนรัชดาภิเษก’ บรรเทาความเดือดร้อนด้านการจราจรให้แก่ประชาชน

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2514 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ถนนรัชดาภิเษก ณ บริเวณเชิงสะพานกรุงเทพตัดกับถนนเจริญกรุง โดยถนนรัชดาภิเษกเป็นถนนวงแหวนรอบในของกรุงเทพฯ ความยาวกว่า 45 กิโลเมตร เริ่มเปิดใช้งานใน พ.ศ. 2519 สร้างขึ้นตามกระแสพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงห่วงใยชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่จะต้องประสบปัญหาการจราจร

ทั้งนี้ ความเป็นมาของถนนรัชดาภิเษก ปี พ.ศ. 2514 ‘จอมพลถนอม กิตติขจร’ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เข้าเฝ้าเพื่อกราบบังคมทูลเรื่องพระราชพิธีรัชดาภิเษก (Silver Jubilee) โดยรัฐบาลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสร้างพระบรมราชานุสรณ์ น้อมเกล้าฯ ถวายเนื่องในมหามงคลสมัยพระราชพิธีรัชดาภิเษกที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 25 ปี

แต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างถนนเพิ่มขึ้นแทน ให้เป็นถนนวงแหวนรอบกรุงเทพฯ และมีถนนออกจากศูนย์กลางไปรอบตัวตัดกับวงแหวนเหล่านั้น เพื่อพระราชทานเป็นของขวัญแก่ประชาชนแทนการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ โดยมีพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า

“ขอเถิด อนุสาวรีย์อย่าเพิ่งสร้าง สร้างถนนดีกว่า สร้างถนนเรียกว่าวงแหวน เพราะมันเป็นความฝัน เป็นความฝันมาตั้งนานแล้ว เกือบ 40 ปี อยากสร้างถนนวงแหวน...”
ทั้งนี้ ถนนรัชดาภิเษกสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2536 โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 23 ปี ถนนเส้นนี้ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดของกรุงเทพฯ ชั้นในให้คลี่คลายไปได้อย่างมาก อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่สัญจรเข้า-ออกระหว่างใจกลางเมืองกับชุมชนส่วนนอก ตลอดจนถึงผู้ที่มาจากต่างจังหวัดให้สามารถเดินทางผ่านกรุงเทพฯ ออกไปได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น

8 มิถุนายน พ.ศ. 2514 ในหลวง ร.9 วางศิลาฤกษ์ ‘ถนนรัชดาภิเษก’ เชื่อมมหานครสู่ความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2514 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งนับเป็นโครงการสำคัญในแผนพัฒนาระบบคมนาคมของกรุงเทพมหานครในยุคนั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรที่เริ่มทวีความรุนแรงจากการขยายตัวของเมือง

ถนนรัชดาภิเษกได้รับการออกแบบให้เป็นถนนวงแหวนรอบในของกรุงเทพฯ เชื่อมโยงถนนสายสำคัญต่าง ๆ เช่น ถนนลาดพร้าว ถนนพระราม 9 และถนนประชาอุทิศ เพื่อให้สามารถกระจายการเดินทางและลดความแออัดในย่านใจกลางเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชื่อ 'รัชดาภิเษก' ได้รับพระราชทานเพื่อเป็นที่ระลึกในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชสมบัติครบ 25 ปี ในปี พ.ศ. 2514 นับเป็นถนนที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของชาติ

ปัจจุบัน ถนนรัชดาภิเษกเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักของกรุงเทพมหานคร เต็มไปด้วยแหล่งธุรกิจ การค้า ศูนย์ราชการ และระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย สะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการที่วางรากฐานมาตั้งแต่กว่าครึ่งศตวรรษก่อน

8 มิถุนายน 2514 ในหลวง ร.9 ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ “ถนนรัชดาภิเษก” พระราชดำริเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรของประชาชน จากพระราชพิธีรัชดาภิเษก สู่ถนนเพื่อประชาชน รำลึกวันวางศิลาฤกษ์ถนนรัชดาภิเษก

วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2514 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์การคมนาคมของไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ “ถนนรัชดาภิเษก” ณ บริเวณเชิงสะพานกรุงเทพตัดถนนเจริญกรุง เพื่อเป็นโครงการถนนวงแหวนรอบในของกรุงเทพมหานคร อันมีเป้าหมายสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนด้านการจราจรให้แก่ประชาชน

ถนนรัชดาภิเษกมีที่มาจากช่วงเวลาที่รัฐบาลในขณะนั้นกราบบังคมทูลเรื่องการจัดพระราชพิธีรัชดาภิเษก เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 25 ปี เมื่อ พ.ศ. 2514 เดิมทีรัฐบาลมีแนวคิดจะสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ แต่พระองค์มีพระราชดำริให้สร้างถนนแทน เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครที่เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น

พระราชดำริดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพระราชหฤทัยที่ทรงคำนึงถึงความทุกข์ยากในชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นสำคัญ เพราะปัญหาการจราจรไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับเศรษฐกิจ เวลาในการทำงาน ค่าใช้จ่าย สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของผู้คนในเมืองใหญ่ การสร้างถนนวงแหวนจึงมิใช่เพียงโครงการก่อสร้างทางกายภาพ หากเป็นการวางรากฐานการพัฒนาเมืองในระยะยาว

แนวคิดของถนนรัชดาภิเษกคือการเชื่อมต่อถนนสายต่าง ๆ รอบกรุงเทพมหานครให้เกิดเป็นโครงข่ายถนนวงแหวนรอบใน ช่วยกระจายการจราจร ลดภาระของถนนสายหลัก และเปิดทางให้การเดินทางระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ ของเมืองมีความคล่องตัวมากขึ้น ถนนสายนี้จึงเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยรองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ ในยุคที่เมืองกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

รัฐบาลได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานชื่อถนนสายนี้ว่า “ถนนรัชดาภิเษก” เพื่อระลึกถึงพระราชพิธีรัชดาภิเษก หรือวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 25 ปี ถนนรัชดาภิเษกจึงมีความหมายทั้งในฐานะถนนเพื่อการคมนาคม และในฐานะโครงการเฉลิมพระเกียรติที่แปรเปลี่ยนจากสัญลักษณ์เชิงอนุสาวรีย์ มาเป็นประโยชน์ที่ประชาชนใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ถนนรัชดาภิเษกประกอบด้วยทั้งช่วงถนนเดิมที่นำมาเชื่อมต่อและช่วงถนนที่สร้างขึ้นใหม่ โดยมีแนวเส้นทางเชื่อมโยงหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร เช่น ฝั่งธนบุรี พระราม 3 คลองเตย อโศก ดินแดง ห้วยขวาง ลาดพร้าว วงศ์สว่าง และพื้นที่ต่อเนื่องโดยรอบ ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นเส้นทางสำคัญของเมืองหลวงทั้งในมิติการเดินทาง การค้า การอยู่อาศัย และการพัฒนาเศรษฐกิจเมือง

ภายหลังการวางศิลาฤกษ์ โครงการถนนรัชดาภิเษกได้ดำเนินการก่อสร้างและพัฒนาต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในถนนสายหลักของกรุงเทพมหานคร และมีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวของเมืองตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา หลายพื้นที่ริมถนนรัชดาภิเษกได้เติบโตเป็นย่านเศรษฐกิจ อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ที่พักอาศัย และระบบขนส่งมวลชนที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างแนบแน่น

เมื่อมองย้อนกลับไป เหตุการณ์วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2514 จึงมิใช่เพียงวันเริ่มต้นของถนนสายหนึ่ง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการที่เกิดจากพระราชดำริอันมุ่งแก้ไขปัญหาจริงของประชาชน พระองค์มิได้ทรงมองการเฉลิมพระเกียรติเป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างเพื่อรำลึก หากทรงเลือกให้เกิดสิ่งที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองหลวง

ถนนรัชดาภิเษกจึงเป็นมากกว่าถนนสายคมนาคม แต่เป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นภาพสะท้อนพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาปากท้อง ความเป็นอยู่ และความสะดวกในการดำเนินชีวิตของประชาชน

8 มิถุนายน พ.ศ. 2514 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันสำคัญของประวัติศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานไทย วันที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ถนนรัชดาภิเษก ถนนที่ถือกำเนิดจากพระราชดำริเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านการจราจร และยังคงเป็นเส้นเลือดใหญ่สายหนึ่งของกรุงเทพมหานครมาจนถึงปัจจุบัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top